ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 5 ภูตแห่งกาลเวลา (2)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 5 ภูตแห่งกาลเวลา (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 137

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 5 ภูตแห่งกาลเวลา (2)
แบบอักษร

ภายในคือช่องมิติอันกว้างขวางเช่นเดียวกับที่เห็นเมื่อครู่ 

ผนัง พื้นและเพดานเป็นสีขาวโพลน เพดานสูงจนดูคล้ายกับโกดังขนาดใหญ่ ที่นี่ไม่มีหลอดไฟหรือตะเกียงสำหรับให้แสงสว่าง หากก็สว่างจนเห็นได้ชัดรอบข้าง 

เชลซีตามหลังเข้ามาแล้วก็กวาดตามองรอบๆ ด้วยความสนใจ 

“ข้างในเป็นแบบนี้เองรึ” 

“ว่าแต่ใครล่ะที่เรียกฉันมาที่นี่” 

‘ข้าเอง’ 

เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นในหัว แล้วทั้งสองก็สะดุ้งเหลียวมองรอบๆ อีกครั้ง 

ตอนนั้นเอง หญิงสาวหน้าตางดงามซึ่งมีร่างโปร่งแสงก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด ผีหลอกกกกก!!” 

รูริแหกปากร้องอย่างไม่เหลือความเป็นสุภาพสตรี ก่อนจะไปตัวสั่นหลบอยู่หลังเชลซี 

เธอกลัวแมลงกับผีอย่างแก้ไม่หาย เป็นเรื่องยากที่อยู่ในป่าแล้วจะไม่เจอแมลงเลย ซึ่งรูริก็ลงทุนกางเขตแดนรอบตัวบ้านแบบเดียวกับของเชลซีเพื่อกันแมลงเข้ามา และเธอก็กลัวผีกับวิญญาณหลอนพอๆ กับแมลงนั่นเอง กลัวจนลืมไปได้เลยว่าตัวเองยังสาวยังแส้ต้องสำรวมตัวบ้าง 

“นี่ ตั้งสติหน่อย! นี่ไม่ใช่ผี ภูตยังไงละ” 

“ภูต...?” 

เธอเกือบจะร้องไห้ แต่ก็แอบๆ เยี่ยมหน้ามองจากข้างหลังเชลซี ที่อยู่ตรงนั้นคือหญิงสาวอายุไล่เลี่ยกับรูริ เธอมีเส้นผมสีขาวบริสุทธิ์กับดวงตาสีทอง 

สีหน้าท่าทีนั้นดูอ่อนโยน ร่างโปร่งแสง บนหลังมีปีกเช่นเดียวกับภูตที่อยู่รอบตัวรูริเสมอ 

“แต่ขนาดนี่คนละเรื่องกันเลย...” 

เหล่าภูตที่รูริคุ้นตานั้นเป็นคนตัวจิ๋วขนาดนั่งพอดีบนฝ่ามือ แต่หญิงสาวตรงหน้านี้มีขนาดเท่ากับรูริและเชลซีที่เป็นมนุษย์ธรรมดา 

‘เด็กพวกนั้นเป็นภูตศักดิ์ล่าง แต่ข้าเป็นภูตศักดิ์สูงกว่ายังไงล่ะ ภูตมีพลังมากเท่าไหร่ รูปร่างภายนอกก็จะเปลี่ยนไปตามนั้นด้วย’ 

เมื่อรู้แล้วว่าไม่ใช่ผี รูริก็ค่อยตั้งสติได้แล้วกล่าวขอโทษที่โวยวายไป 

“ขอโทษค่ะ” 

‘ไม่เป็นไรหรอก เจ้ามีพลังเวทมหาศาลอย่างที่ลือกันเลย คนที่สร้างช่องมิติได้ใหญ่เท่านี้มีอยู่ไม่มากหรอกนะ...ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามาจากพวกภูตที่อยู่ข้างนอก เลยอยากพบเจ้าบ้าง เพราะข้าไปที่มิติฝั่งนั้นไม่ได้’ 

ภูตกล่าวด้วยสีหน้าเหงาหงอย 

“ทำไมล่ะ ตอนนี้ก็เชื่อมกับข้างนอกอยู่ไง ไปด้วยกันไหมล่ะ” 

‘...ขอบคุณมาก แต่ข้าเป็นภูตแห่งกาลเวลา ออกไปจากมิตินี้ไม่ได้หรอก’ 

“ภูตแห่งกาลเวลารึ!?” 

เชลซีโพล่งขึ้นมากะทันหันจนเธอตกใจ 

“คุณเชลซี อยู่ๆ ตะโกนขึ้น ฉันตกใจหมดเลย” 

“จะไม่ให้ตะโกนได้ไง! ภูตแห่งกาลเวลานะ ภูตที่เขาว่าเป็นตำนานเพราะไม่เคยมีใครเคยเห็นตัวเลย!” 

“เห” 

เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้เข้าใจแม้แต่กระผีก เชลซีก็ไหล่ลู่ตกลง 

“พูดไปเจ้าก็คงไม่เข้าใจสินะ...” 

“อื้ม ก็เพิ่งรู้ว่ามีภูตแห่งกาลเวลาเมื่อกี้นี้เองนี่นา...ว่าแต่ภูตแห่งกาลเวลานี่คือย้อนเวลาได้เร่งเวลาได้ด้วยหรือเปล่า แบบไปดูโลกในอีกสิบปีให้หลังอะไรงี้” 

เธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงการข้ามเวลา จึงถามไปด้วยใจเต้นแรงเพราะความคาดหวัง 

‘การควบคุมเวลาต้องใช้พลังเวทมหาศาล ถ้าคิดจะเปลี่ยนเวลาของทั้งโลก ต่อให้ใช้พลังเวทของทุกคนบนโลกก็ไม่พอหรอก’ 

“แต่เวลาของข้างในนี้หยุดอยู่นี่นา” 

‘ที่นี่คือแดนอารักษ์ของข้าที่เป็นผู้ดูแลกาลเวลากับห้วงมิติ เป็นอีกสถานที่ซึ่งต่างจากโลกข้างนอก จึงไม่มีเวลาเป็นสิ่งผูกมัด เมื่อเชื่อมโยงกับโลกนี้ ของที่ถูกส่งเข้ามาจึงคงสภาพเดิมไว้ได้’ 

“เท่ากับว่าถ้าอยู่ที่นี่ก็จะไม่แก่ลงตลอดไปสิ?” 

‘เช่นนั้นแหละ แต่สิ่งมีชีวิตมาอยู่ที่นี่นานๆ จะส่งผลกระทบกับจิตใจได้ ข้าจึงไม่แนะนำเท่าไหร่ ดีไม่ดีจะเสียสติไปเลย...’ 

ฟังคำนั้นแล้ว ทั้งรูริกับเชลซีก็พากันหน้าซีด 

“งั้นเราต้องรีบกลับละ!” 

“นั่นสินะ รีบกลับกันเถอะ” 

พวกเธอลนลานจะกลับไป แต่วูบหนึ่งที่รูริหันไปมองและเห็นรอยยิ้มเศร้าสร้อยของภูตที่ทำให้เธอพลอยสะท้อนใจไปด้วย 

“แล้วคุณอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ ภูตตนอื่นๆ ล่ะ” 

‘มีแต่ข้าคนเดียว บางทีภูตข้างนอกก็เล่าเรื่องโลกข้างนอกให้ฟังบ้าง แต่เราพบกันไม่ได้’ 

“ต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหนถึงจะเป็นบ้าล่ะ หรือว่าไม่กี่ชั่วโมงก็ไม่ไหวแล้ว” 

‘เอ๋? อ้อ ถ้าไม่ใช่ทุกวันก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอก เจ้ามีพลังเวทสูง น่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าคนอื่น...’ 

ได้ยินเช่นนั้นแล้ว เธอก็ตกลงใจได้ 

“ไว้ฉันจะแวะมาเยี่ยมอีกนะ” 

ภูตเบิกตาโต 

‘เอ๋...’ 

“เดี๋ยวต้องไปตลาดแล้ว ไว้จะซื้อของอะไรมาฝาก รอหน่อยแล้วกัน” 

‘จะมาหาข้าอีกเหรอ...’ 

“ใช่สิ” 

อีกฝ่ายน้ำตาร่วงผล็อย แล้วยกมือขึ้นปิดหน้า 

‘...ขอบ...คุณ...’ 

พวกเธอบอกลาภูตที่กล่าวขอบคุณเสียงกระท่อนกระแท่น แล้วกลับมาข้างนอก 

เชลซีส่งสายตาตำหนิมายังเธอ 

ถึงบอกว่าช่วงสั้นๆ จะไม่เป็นไร แต่ใช่ว่าจะปลอดภัยเสียทีเดียว แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้ และรูริก็ไม่คิดจะเปลี่ยนความตั้งใจของตัวเอง 

“จะดีแล้วจริงๆ รึ” 

“ก็ปล่อยไว้ไม่ได้นี่นา...” 

เธอก็กลัวว่าต้องเสียสติเหมือนกัน แต่สีหน้าเหงาหงอยนั้นสะเทือนใจรูริอย่างบอกไม่ถูก 

ไม่ว่าจะมีเพื่อนหรือคนรัก ทุกคนก็จะหันไปหลงใหลอาซาฮิ เธอจึงได้แต่เหงาที่ไม่มีใครให้เปิดใจด้วย 

หลายๆ อย่างอาจจะไม่เหมือนกัน เธอสามารถไปไหนก็ได้ จะไปพบใครก็ได้ที่อยากพบ จึงไม่ได้โดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง หากเธอก็เข้าใจความเหงานั้นเป็นอย่างดี 

เชลซีไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น 

ต่อจากสัตว์เลี้ยง เธอก็ได้เพื่อนขี้เหงาเพิ่มขึ้นอีกคน เทียบกับตอนเพิ่งถูกทิ้งไว้ในป่า ชีวิตขณะนี้ช่างครึกครื้นเสียจนรูริอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ 

 

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite 

https://bit.ly/368lZi2 

ความคิดเห็น