ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 4 พลังของภูต (2)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 4 พลังของภูต (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 140

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 17:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 4 พลังของภูต (2)
แบบอักษร

ขณะที่รูริกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำตอนเช้า ฝ่ายเชลซีกำลังอ่านจดหมายที่หลานส่งมา 

โยชัว หลานชายผู้เป็นหน่วยข่าวกรองของอาณาจักรมังกร 

นางเพิ่งถามเรื่องนาดาเชียไปไม่กี่วันก็มีคำตอบกลับมาแล้ว ช่างเป็นหลานที่รู้งานจริงๆ 

ใจความจดหมายคือสภาพการณ์ปัจจุบันของนาดาเชีย เรื่องของท่านหญิงมิโกะและคำทำนาย 

เป็นดังที่คำบอกเล่าของรูริว่าคนส่วนหนึ่งที่ใกล้ชิดอาซาฮิจะมีท่าทีหลงใหลและยึดติดจนผิดปกติ หากโยชัวประเมินว่าไม่นับเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร 

จริงอยู่ที่มีร่องรอยการใช้มนต์เสน่ห์ แม้จะไม่รู้ว่าเจ้าตัวจงใจหรือไม่ แต่พลังเวทของอาซาฮิก็ไม่ได้มากมายถึงขั้นเป็นอันตรายแต่อย่างใด 

หากเทียบกับเผ่ามนุษย์ด้วยกันก็ถือว่ามีพลังเวทสูง แต่การจะให้ตกอยู่ในมนตร์เสน่ห์ตลอดเวลานั้น จำเป็นต้องอยู่กับอาซาฮิเป็นระยะเวลานานระดับหนึ่ง หากปลีกห่างออกมา ไม่นานมนตร์ก็จะคลายไปเอง 

แต่จากคำบอกเล่าของรูริว่าทุกคนที่ได้เกี่ยวข้องกับอาซาฮิสักนิด ก็จะกลายเป็นเหมือนข้าทาสที่ยอมให้ทุกอย่าง 

ข้อแตกต่างนี้คงเกิดจากที่โลกฝั่งนี้มีความคุ้นเคยกับเวทมนตร์มาตั้งแต่เกิด ในขณะที่โลกฝั่งโน้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าพลังเวทอยู่ ทำให้คนของทั้งสองโลกมีความต้านทานต่อเวทต่างกัน 

เพราะคนของโลกโน้นไม่มีแรงต้านทานเวท จึงตกอยู่ในมนตร์ได้ง่าย 

ส่วนชาวนาดาเชียที่ไม่ได้ต้องมนต์เสน่ห์ แต่ก็ยกยอปอปั้นอาซาฮินั้น น่าจะเพราะคำทำนายนั่นเอง 

ส่วนหนึ่งของคำทำนายกล่าวไว้ว่า ท่านหญิงมิโกะผู้มาจากโลกอื่น จะทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง หากประเทศใดกระทำการขัดต่อเจตจำนงของท่านหญิงมิโกะ ก็จะต้องตกต่ำเสื่อมถอยไป 

ด้วยเหตุนี้เอง ตอนรูริถูกใส่ร้ายว่าคิดปองร้ายต่ออาซาฮิ คนอื่นๆ นอกจากองค์ชายจึงพลอยโกรธเคืองไปด้วยทั้งที่ไม่ได้ต้องมนต์เสน่ห์ 

นั่นอาจจะเป็นโชคร้ายของรูริ แต่สำหรับเชลซีแล้ว นี่คือโชคดีที่ไม่คาดคิด 

นาดาเชียเป็นประเทศที่เกลียดชังเผ่าโบราณมาแต่ไหนแต่ไร 

พวกเขาริษยาในดินแดนอันกว้างขวางและอุดมสมบูรณ์กว่าที่พวกตนครอบครองอยู่ จึงบุกมาก่อสงครามนับครั้งไม่ถ้วน 

อย่าว่าแต่เผ่าโบราณนั้นมักจะมีความสามารถพิเศษในด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อมีประเทศที่ใช้ความสามารถเหล่านั้นอย่างเต็มที่ กับอีกประเทศที่คิดว่ามนุษย์ดีที่สุดและจ้องจะกำจัดเผ่าโบราณทิ้งไป 

ก็ไม่น่าแปลกใจว่าประเทศไหนจะเจริญกว่า 

ประเทศที่ไม่ยอมเข้าใจเรื่องง่ายๆ เท่านี้ ซ้ำรังแต่จะคิดร้ายต่อเผ่าพันธุ์อื่น เพียงแค่คิดว่าหากประเทศเยี่ยงนั้นได้ใจรูริไป เชลซีก็ถึงกับสะท้านด้วยความตระหนกแล้ว 

อาณาจักรมังกรนั้นปกครองโดยเผ่ามังกร ผู้ที่มีอำนาจแข็งแกร่งที่สุดในเผ่าจะได้เป็นพระราชา 

เผ่ามนุษย์นั้นถือว่ามีพลังเวทน้อยที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งหลาย หากรูริกลับมีพลังเวทเทียบเท่ากับราชามังกร ซ้ำยังเป็นที่รักของเหล่าภูตอีกด้วย 

นานๆ ครั้งก็จะมีคนที่ภูตชมชอบเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมา แต่ถึงขั้นที่ภูตลงมือช่วยด้วยตัวเองถึงกับเวลาหลงป่าก็ยื่นมือมาช่วยเหลือ หรือหาอาหารให้นี้ไม่ใช่เรื่องปกติเลย 

ภูตคือผู้ดูแลทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ 

แม้ภายนอกจะดูน่ารัก แต่หากทำให้โกรธเมื่อไหร่ กระทั่งประเทศก็ยังถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดาย 

เชลซีเห็นว่าเหล่าภูตนั้นแสดงความรักใคร่ต่อรูริราวกับที่แม่มีต่อลูกของตน 

ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับรูริ พวกภูตจะต้องแก้แค้นแน่นอน 

ขืนรูริไปตกอยู่ในมือของประเทศที่คิดกำจัดเผ่าโบราณ และถูกปลูกฝังความคิดพรรค์นั้นเสียละก็... 

อาจจะเกิดการฆ่าล้างเผ่าโบราณโดยมนุษย์ขึ้นก็เป็นได้ 

ที่ยิ่งน่าหวั่นใจคือตัวรูริเองไม่ได้นึกถึงความเป็นไปได้นี้เลย 

ข้อความหนึ่งในจดหมายยืนยันเรื่องนี้เป็นอย่างดี 

“แบบนี้คงปล่อยไว้ไม่ได้ละ” 

เชลซีลุกขึ้นเพื่อไปหาหญิงสาว 

 

(ไอคอนคั่นเรื่อง) 

 

“เฮ่อ คนญี่ปุ่นยังไงก็เลิกแช่น้ำร้อนไม่ได้หรอกเนอะ อ๊ะ คุณเชลซี คุณเชลซีก็ลองดูสิคะ สบายตัวมากเลยนะคะ” 

พอออกมาจากห้องอาบน้ำหลังจากแช่น้ำจนหนำใจแล้ว ก็เจอเชลซีตรงเข้ามาหาด้วยสีหน้ายุ่งยาก 

“รูริ ขอพูดด้วยหน่อยสิ?” 

“เอ๋? ค่ะ มีอะไรเหรอคะ” 

เธอเกร็งตัวว่าไปทำอะไรให้อีกฝ่ายโกรธหรือเปล่า 

“รูริเจออะไรหลายๆ อย่างมาจากนาดาเชียสินะ แล้วเจ้าแค้นนาดาเชียหรือเปล่า” 

“แน่นอนค่ะ การแก้แค้นเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของฉันเลย!” 

รูริโพล่งตอบทันควันอย่างไม่ลังเล 

เธอถูกใส่ร้าย แล้วยังถูกทิ้งไว้ในป่าที่มีสัตว์ประหลาด ที่รอดมาได้ก็เพราะโชคดีได้ภูตช่วยเอาไว้ แต่หากตอนนั้นตายไปก็คงไม่แปลก รูริไม่เหลือความอดทนสำหรับเรื่องนี้แล้ว เธอจะต้องแก้แค้นให้จงได้ 

น้ำเสียงของเชลซีเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย 

“แก้แค้นที่ว่านี่ เจ้าคิดจะทำยังไงกับพวกเขาล่ะ” 

“ให้พวกนั้นมาร้องไห้! มาคุกเข่าขอขมา! อาซาฮิที่เป็นต้นเหตุทั้งหมด พระราชากับนักบวชที่ลักพาตัวฉันมา องค์ชายกับเพื่อนร่วมชั้นที่ใส่ร้ายฉัน ทหารที่ถีบหลังฉัน จะจับทั้งหมดนั่นมาเรียงแถวชกหน้าให้ครบคนเลยค่ะ!!” 

“แค่นั้นรึ” 

“ยังไม่พอเหรอคะ แต่เล่นเอาทางนี้เกือบตายนี่นะ ถ้าเพิ่มเตะสูงกับเตะฟาดส้นเท้าด้วยก็คงไม่เป็นปัญหาอะไรสินะคะ เสร็จแล้วก็จับโกนผมกลางกระหม่อมเป็นทรงซามูไรหนีตายไปเดินขบวนในเมืองให้อับอายเล่นก็ดีเหมือนกัน” 

พระราชากับหัวหน้านักบวชที่สูงอายุแล้วคงรอดตัวไป แต่วิธีนี้น่าจะได้ผลดีกับเจ้าชายและทหารที่ยังหนุ่มแน่น ไม่สิ พวกคนแก่ยิ่งหัวจะล้านมิล้านแหล่ ถ้าต้องโดนโกนผมที่มีน้อยๆ อยู่ทิ้งไปอีกคงจะยิ่งช็อกมาก 

“อ้อ...นั่นสินะ...” 

สายตาเชลซีเต็มไปด้วยความระอาใจ หากก็ดูโล่งใจในเวลาเดียวกัน 

ซึ่งเธอไม่เข้าใจสักนิดว่าความโล่งใจนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร 

“เข้าใจถ่องแท้ละว่าเจ้ามันไร้พิษภัยจริงๆ” 

“ไร้พิษภัย? ฉันว่าที่พูดไปนี่มีแต่อะไรร้ายๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ” 

“วิธีแก้แค้นน่ะมีเยอะแยะ อย่างจับมาทรมานมาทำร้าย ทำลายทิ้งทั้งประเทศหรือแห่ประจานราชวงศ์อะไรเทือกนั้นไงเล่า” 

“เอ๋...ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ...” 

วิธีแก้แค้นที่เกินจินตนาการนั้นทำเอาเธอย่นหน้า เป็นความจริงที่เมื่อเทียบกับวิธีของเชลซีแล้ว การแก้แค้นของรูรินั้นช่างไร้พิษภัย 

“งั้นข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้าอย่างหนึ่ง” 

“อะไรเหรอคะ” 

“ที่จริงน่ะ อยู่ๆ นาดาเชียก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ขึ้นมา ไม่ว่าใครเรียกภูตอย่างไร ก็ไม่ได้รับการตอบรับเลย” 

“ทำไมล่ะคะ” 

ผู้ที่ตอบคำถามนี้คือเหล่าภูตที่ลอยตัวอยู่รอบๆ หญิงสาว 

‘พวกนั้นแกล้งรูริ’ 

‘ทำโทษ’ 

‘รูริบอกว่าแก้แค้น เลยทำโทษ’ 

‘เด็กที่แกล้งรูริ เราไม่เอาหรอก’ 

บรรดาภูตพากันพูดปากต่อปากเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ หากก็รู้สึกได้ถึงความโกรธที่แฝงอยู่ 

“ข้าเอะใจว่าช่วงที่เริ่มใช้เวทมนตร์ไม่ได้ขึ้นมากับวันที่เอารูริมาทิ้งในป่านี่ตรงกันพอดี สาเหตุคือรูริจริงๆ สินะ” 

‘ก็รูริโกรธ’ 

‘แล้วบอกว่าจะแก้แค้นนี่นา’ 

“เพราะฉันบอกน่ะเหรอ” 

‘อื้ม’ 

พวกภูตพยักหน้าดีอกดีใจเหมือนรอคำชมอยู่ ในขณะที่รูริได้แต่เหงื่อตก 

“แปลว่า พวกภูตกำลังประท้วงด้วยการเมินเพราะฉันรึ…” 

“การใช้เวทมนตร์ไม่ได้ในโลกนี้ชี้เป็นชี้ตายได้เชียวละ ไม่ว่าจะทำอาหารหรือทำความสะอาดร่างกายก็ต้องอาศัยพลังของภูตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ก็นั่นแหละนะ เผ่ามนุษย์มีพลังเวทน้อยที่สุดอยู่แล้ว ในนาดาเชีย นอกจากคนหยิบมือหนึ่งเช่นพวกนักบวช ก็แทบไม่มีใครใช้เวทได้เป็นเรื่องเป็นราวหรอก แต่ถึงขั้นภูตไม่ให้ยืมพลังเลย นาดาเชียตอนนี้กำลังตกอยู่ในความวุ่นวายครั้งใหญ่ ถ้ารูริไม่ได้คิดจะแก้แค้นถึงขั้นทำลายนาดาเชียให้หายไปจากโลกนี้ เจ้าก็ช่วยห้ามพวกภูตทีเถอะ” 

 

 

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite 

https://bit.ly/368lZi2 

ความคิดเห็น