ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 2 ขับไล่ (1)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 2 ขับไล่ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 154

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2563 17:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 2 ขับไล่ (1)
แบบอักษร

บทที่ 2 ขับไล่ 

 

หลังถูกพิธีอัญเชิญมา ในตอนแรกเธอยังได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดีในฐานะสหายของท่านหญิงมิโกะ 

อาซาฮิซึ่งถูกเรียกเป็นท่านหญิงมิโกะนั้นมีความเป็นอยู่สุขสบายดังที่พระราชาได้สัญญาไว้ 

ห้องพักกว้างขวาง นางกำนัลส่วนตัว เสื้อผ้าที่งดงามและเครื่องประดับอัญมณีมากมาย ออกปากว่าอยากได้อะไร ก็จะได้รับการจัดหามาให้ทันที 

ทั้งหมดนั้นช่างแตกต่างจากสิ่งที่รูริได้รับ แต่ในเมื่อมีอาหารครบมื้อ มีห้องส่วนตัวและของใช้ที่จำเป็น เธอก็ไม่รู้สึกอิจฉาแต่อย่างใด 

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนอื่นปฏิบัติต่ออาซาฮิและเธอไม่เท่าเทียมกัน 

อีกอย่างที่ไม่ผิดคาดนัก คือแม้แต่ในประเทศบนโลกต่างมิตินี้ก็ยังมีสาวกของอาซาฮิเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ 

สาเหตุส่วนหนึ่งก็คงเพราะสถานะท่านหญิงมิโกะที่นำพาความรุ่งเรืองมาด้วยนั่นเอง 

รูริแอบคาดหวังไว้บ้างเหมือนกันว่าโลกต่างมิติแห่งนี้อาจจะมีใครที่จิตใจเข้มแข็งพอจะเอาชนะเสน่ห์ของอาซาฮิได้บ้าง หากก็ต้องผิดหวังไปอย่างรวดเร็ว 

ลงแบบนี้ เธอควรรีบเรียนรู้สามัญสำนึกของประเทศนี้แล้วออกจากปราสาทไปอยู่ด้วยลำแข้งตัวเอง ดังนั้นเธอจึงเริ่มหัดเรียนภาษาของที่นี่ 

เธอเข้าใจภาษาพูดของโลกนี้ได้เหมือนเป็นเรื่องปกติ ตอนแรกจึงนึกว่าตัวหนังสือก็น่าจะอ่านออก แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายดายปานนั้น 

ซ้ำร้ายตั้งแต่มาถึงโลกนี้ อาซาฮิก็ติดรูริแจยิ่งกว่าเก่า 

พอจะเรียนหนังสือก็ต้องโผล่หน้ามากวนทุกครั้งก็ว่าได้ 

วันนี้ก็เช่นกัน ตอนเธอกำลังอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องสมุดในปราสาท อาซาฮิก็เดินนำทีมสาวกมาหา 

“รูริจังเอาแต่เรียนอีกแล้ว มาถึงโลกอื่นทั้งทีไม่เห็นต้องเรียนหนังสือก็ได้นี่นา ไปเล่นด้วยกันเถอะ” 

“ก็นี่มันเรื่องจำเป็น” 

(เพราะเป็นโลกอื่นเลยต้องยิ่งเรียนต่างหากละ เธอก็ควรเรียนสักนิดก็ยังดีนะ ว่าแต่นี่โดนล้างสมองไปเรียบร้อยแล้วสิ เป็นถึงเจ้าชายแท้ๆ ใช้ไม่ได้เลย!!) 

ที่ด้านหลังของอาซาฮิคือองค์ชายที่จ้องมองรูริอย่างเกลียดชังเช่นเดียวกับสาวกอื่นๆ ที่ผ่านมาในอดีต รวมทั้งเพื่อนร่วมชั้นสี่คนที่ถูกอัญเชิญมาพร้อมกัน 

ดูเหมือนว่าองค์ชายเองก็ออกอาการไปเรียบร้อย มาตอนนี้ก็แสดงความรังเกียจอย่างออกนอกหน้าใส่รูริเพราะอาซาฮิขยันมาหาเธอไม่ขาด 

อีกฝ่ายเป็นองค์ชายผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ ถ้าแค่กลั่นแกล้งกันนิดๆ หน่อยๆ เธอยังพอทนได้ จะกลัวก็แต่เขาจะใช้อำนาจให้เป็นเรื่องขึ้นมาหรือเปล่าเท่านั้นเอง 

แต่แน่นอนว่าเธอไม่แสดงออกไปหรอก 

“ฮะๆๆ ท่านหญิงมิโกะสนิทกับท่านรูริมากสินะ” 

“อื้ม ก็เราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กนี่นา” 

(ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่) 

รูริได้แต่ตะโกนแย้งอยู่ในใจ 

อาซาฮิยังคงไม่ทันสังเกตว่าองค์ชายชักสีหน้าอย่างไร เธอก็ได้แต่ถอนใจยาวแล้วอดทนต่อไป 

ทว่าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเท่าที่เธอจะคาดเดาได้ก็กลายเป็นจริงในที่สุด 

รูริตื่นแต่เช้า แล้วเปลี่ยนเสื้อมาสวมชุดวันพีซแขนยาวกับรองเท้าบูตที่ใส่มาจากโลกเดิม 

คนในปราสาทตระเตรียมชุดไว้ให้ก็จริง แต่เสื้อผ้าของโลกนี้ตบแต่งประดับประดากันเต็มที่จนเธอทำใจใส่ไม่ได้ 

ส่วนอาซาฮิกับเพื่อนร่วมชั้นหญิงอีกคนนั้นชอบใจและใส่โดยไม่นึกขัดเขินอะไร 

แต่งตัวเสร็จแล้วก็กำลังจะไปโรงอาหารเพื่อกินมื้อเช้า พลันประตูห้องก็ถูกเปิดโดยไม่มีการเคาะถาม แล้วทหารหลายคนก็กรูกันเข้ามา 

“อะไรเนี่ย!?” 

ในขณะที่รูริตกใจยืนตัวแข็ง ทหารเหล่านั้นก็ใช้เชือกมัดแขนเธอไพล่หลัง ก่อนจะลากตัวไปยังท้องพระโรง 

เธอบิดตัวเพราะเชือกมัดแน่นเหลือเกิน แต่ก็ถูกกดหัวบังคับให้คุกเข่าลง เชือกก็ยิ่งรัดข้อมือจนเจ็บไปหมด 

“โอ๊ย...” 

ที่ท้องพระโรงนั้น นอกจากพระราชากับองค์ชายแล้ว ยังมีอดีตเพื่อนร่วมชั้นกับทหารอีกหลายคน แต่อาซาฮิไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย 

เหล่าทหารนั้นจ้องด้วยสายตาโกรธแค้น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวบนใบหน้าขององค์ชายกับเหล่าอดีตเพื่อนร่วมชั้น เธอก็สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา 

“เจ้าได้รับความปรานีจากท่านหญิงมิโกะ ให้มีกินมีใช้สุขสบาย แต่กลับคิดปองร้ายหมายชีวิตเธอผู้นั้น ช่างไม่เจียมตัวเอาซะเลย!!” 

“หา!? ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น....” 

คำพูดขององค์ชายเหมือนสาดน้ำโครมใหญ่ลงมา รูริอ้าปากจะเถียง แต่ก็ถูกทหารถีบจากข้างหลังจนจุกไป 

(---ทำไมอยู่ๆ ถึงพูดอย่างนั้น ฉันเนี่ยนะจะฆ่าอาซาฮิ!? ใครจะไปทำแบบนั้นได้!) 

“เรามีพยาน” 

คนที่ก้าวออกมาพร้อมกับคำพูดนั้นคืออดีตเพื่อนร่วมชั้นหญิง 

“ถูกแล้วเพคะ ผู้หญิงคนนี้อิจฉาคุณอาซาฮิบอกว่าอยากจะฆ่าเธอ แล้วมาขอให้ฉันร่วมมือด้วย” 

แวบหนึ่งที่อีกฝ่ายหันมามองรูริด้วยรอยยิ้มเหยียดหยัน เพียงเท่านั้นก็ทำให้เธอเข้าใจทุกอย่าง 

(อ้อ อย่างนี้นี่เอง นี่ร่วมมือกับองค์ชายเพื่อกำจัดฉันสินะ) 

ทั้งที่ตกอยู่ในที่คับขัน สมองของรูริกลับเยือกเย็นลง 

“การวางแผนปองร้ายท่านหญิงมิโกะสมควรแก่การลงโทษสูงสุด กระหม่อมขอเสนอให้ขับไล่นางไปยังป่าปีศาจ ไม่ทราบว่าทรงเห็นเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” 

“อืม ย่อมได้” 

ทันทีที่ได้ยินชื่อป่าปีศาจจากปากขององค์ชาย บรรดาทหารก็พากันกลืนลมหายใจ บอกเป็นนัยว่าสถานที่นั้นมีอันตรายแค่ไหน และทำให้รูริเกิดกังวลขึ้นมาในอึดใจเดียว 

มีเพียงปากเท่านั้นที่ยังเป็นอิสระอยู่ เธอจึงเปิดปากแย้งราวกับเป็นการขัดขืนครั้งสุดท้าย 

“...อาซาฮิรู้เรื่องนี้หรือเปล่า เด็กคนนั้นไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะคิดร้ายกับเขา ต่อให้ที่พวกคุณพูดเป็นเรื่องจริง เธอก็จะขอให้ไว้ชีวิตฉันแน่ๆ” 

แขนที่ถูกมัดและหลังที่ถูกถีบยังคงเจ็บไม่หาย หากเธอก็กัดฟันทนพูดออกไป ฝ่ายเพื่อนร่วมชั้นพากันย่นหน้าอย่างเจ็บใจ 

ซึ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคำพูดของรูรินั้นถูกต้อง 

องค์ชายเป็นคนเอ่ยปากพูดแทน 

“ท่านหญิงมิโกะจิตใจอ่อนโยน เราบอกกับนางไม่ได้หรอกว่าเพื่อนรักหมายชีวิตนางอยู่ ข้าจะบอกนางเองว่าเจ้าแอบหนีไปจากปราสาท” 

“หวังว่าเขาจะเชื่อนะ...” 

รูริมั่นใจว่าอาซาฮิไม่ทางเชื่อแน่ 

คนพวกนี้อยากกำจัดรูริทิ้งใจจะขาด จึงไม่ต้องการให้อาซาฮิมามีส่วนร่วม ซึ่งเธออยากจะบอกเหลือเกินว่าพวกเขายังรู้จักอาซาฮิน้อยไป 

ความยึดติดของอาซาฮิน่ะเหนียวหนืดยิ่งกว่ากาวดักนกเสียอีก 

ต่อให้เธอหนีออกจากบ้าน อาซาฮินั่นแหละจะบอกว่าฉันก็จะไปด้วย 

(ฉันต้องมาพลอยซวยเพราะอาซาฮิอีกแล้ว หัดดูแลสาวกตัวเองให้ดีๆ หน่อยสิ!!) 

อาซาฮิที่เอาเรื่องเดือดร้อนมาให้รูริประจำ แต่ไม่เคยรับรู้หรือพยายามจะรับรู้ความลำบากของรูริเลย 

 

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite 

https://bit.ly/368lZi2 

ความคิดเห็น