email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 3.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2563 21:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3.2
แบบอักษร

 

แสงอรุณยามเช้าทอแสงสีทองอมส้มอบอุ่นผ่านผ้าม่านลายลูกไม้สีขาวเนื้อบางเบาผาดทับเตียงนอนที่มีร่างระหงขดตัวอยู่ใต้ผ้าห้มนวมผืนใหญ่เปลือกตาของเธอเริ่มกระพริบก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น แพรวายันกายลุกขึ้นทั้งที่ยังมึนงงด้วยฤทธิ์ของไวน์แดงราคาแพงของคิรากรมือเล็กควานหานาฬิกาตั้งโต๊ะเปะปะไปทั่ว

“ เจ็ดโมง! ” ดวงตาคู่สวยเบิกโพรงเมื่อหยิบนาฬิกาตั้งโต๊ะขึ้นมาดูเวลา แพรวาเด้งตัวพึ่งขึ้นจากเตียงนอนราวมีสปริงแล้วสาวเท้ารวดเร็วตรงไปยังห้องน้ำ เพียงไม่ถึงยี่สิบนาทีเธอก็ออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อคลุมสีขาว

หญิงสาวยืนเลือกชุดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบเอาเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขายาวเอวสูงออกมาจากตู้เส้ือผ้ามาสวมใส่ วันนี้เธอเกล้าผมหางม้าหลวมๆ แต่งหน้าเพียงเล็กน้อยก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมออกจากบ้าน

ในเวลานี้ที่หน้าประตูรั้วรถยุโรปราคาแพงสมฐานะเจ้าของจอดรออยู่สักพักใหญ่จนเจ้าของรถลงจากรถมาทักทายกับคุณป้าศรีนวลเพื่อนบ้านผู้ใส่ใจในทุก ๆ เรื่องของแพรวาอย่างสนิทสนม

“ คุณกรนี่เป็นเจ้านายที่น่ารักจริง ๆ นะคะ มารับหนูแพรแต่เช้าเชียว ” ป้าศรีนวลยิ้มกริ่มมองคิรากรอย่างชอบอกชอบใจ นี่ถ้าแกอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับแพรวาแล้วล่ะก็คิรากรคงจะไม่พ้นมือแกแน่ ๆ

“ ครับคุณป้า พอดีรถของคุณแพรเสียผมเลยอาสามารับคุณแพร เธอจะได้ไม่ต้องไปเบียดกับคนบนรถไฟฟ้า” คิรากรช่วยป้าศรีนวลยกโต๊ะวางของที่แกนำออกมาวางสำหรับกับข้าวใส่บาตรไปเก็บให้ในบ้านของแก

“ จริงค่ะ ช่วงเช้าแบบนี้คนบนรถไฟฟ้าคงจะแน่นน่าดู ” ป้าศรีนวลเออออตามคิรากร

“ คุณป้าใส่บาตรแบบนี้ทุกวันหรือครับ ” คิรากรถามน้ำเสียงสุภาพอ่อนหวาน

“ จ้ะ ” ป้าศรีนวลตอบพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู

แพรวาเปิดประตูบ้านออกมาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นรถยนต์ของเจ้านายจอดอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้าน

“ คุณกรคะ ” แพรวาเห็นเจ้านายของเธอกำลังยืนสนทนาอยู่กับคุณป้าศรีนวลเธอจึงเอ่ยเรียก คิรากรหันมาตามเสียงเรียกเมื่อเห็นแพรวาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างสดใสและรีบเดินมาหาเธอที่หน้าประตูรั้วทันที

“ ผมมารับครับ ” คิรากรยืนยิ้มอยู่ที่รถของเขาเพื่อรอเปิดประตูรถให้แพรวาแต่หญิงสาวกับยังทำหน้างง

“ คุณแพรรีบขึ้นรถเถอะครับเดี๋ยวจะสายนะ ”

“ ค่ะ ” แพรวารับคำแล้วจึงก้าวออกจากประตูรั้วพอเดินมาถึงประตูรถที่เปิดรออยู่ก่อนแล้วเธอก็ชะงักเท้าหันไปกล่าวลาป้าศรีนวลที่ยังยืนมองมาจากบ้านของแกด้วยความใส่ใจ

“ แพรไปก่อนนะคะคุณป้า ” แพรวายกมือขึ้นไหว้คุณป้าศรีนวลก็รับไหว้ด้วยรอยยิ้ม

“ ไปก่อนนะครับคุณป้า พรุ่งนี้ผมจะมาใส่บาตรด้วยนะครับ ” คิรากรพูดยิ้ม ๆ แพรวาเลิกคิ้วสูงมองคิรากรเขาเองมองกลับมาที่เธอแล้วยิ้มพราย

รถยนต์ของคิรากรเคลื่อนออกไปจากประตูรั้วบ้านของแพรวาสวนกับรถมอร์เตอร์ไซค์บิกไบค์ของปวีณ์ทึ่กำลังขับเข้ามา ป้าศรีนวลเห็นเข้าพอดีเธอจึงยิ้มกว้างดวงตาคมใต้กรอบแว่นเป็นประกายระยิบระยับ ป้าศรีนวลรอจนรถมอร์เตอร์ไซค์ของปวีณ์เข้ามาจอดที่หน้าประตูรั้วบ้านข้างๆ เธอจึงสาวเท้ารวดเร็วมาทักทาย

“ พ่อปวีณ์ ” เสียงแหลมใสเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี ปวีณ์ถอดหมวกกันน็อกออกวางเอาไว้ที่หน้าตัวถังรถแล้วจึงยกมือขึ้นไหว้

“ สวัสดีครับคุณป้า ”

“ เรามาช้าไป ” ป้าศรีนวลทำท่าถอนหายใจอย่างนึกเสียดายปวีณ์ได้แต่มองด้วยความไม่เข้าใจนัก ป้าศรีนวลจึงรีบขยายความสิ่งที่แกพูด

“ หนูแพรน่ะมีคนมารับไปแล้วเมื่อกี้นี่เอง หล่อมากเสียด้วยนะเห็นหนูแพรบอกว่าเป็นเจ้านาย ” ป้าศรีนวลพูดจบก็ยิ้มรอดูปฏิกิริยาของปวีณ์

ปวีณ์รู้สึกเหมือนหัวใจเขากระตุกวูบราวถูกกระชากดวงตาคมวาวโลดดั่งมีลูกไฟแดงฉาน เขาจ้องหน้าป้าศรีนวลเหมือนต้องการฟังคำยืนยันให้ชัดเจนอีกครั้ง

“ รถเก๋งสีดำที่พ่อปวีณ์ขับสวนเมื่อกี้ไงลูก รถของเจ้านายหนูแพร ” ป้าศรีนวลพูดขึ้นราวกับรู้ใจปวีณ์

“ ขอบคุณนะครับป้า ” ปวีณ์พูดจบก็หยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาสวมแล้วสตาร์ทรถเสียงกระหึมขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“ น่าจะมาให้เร็วกว่านี้หน่อยเสียดายจัง ” หญิงวัยกลางคนรีบเก็บข้าวของเข้าบ้านแล้วล็อกกุญแจ คว้าจักรยานแม่บ้านสีหวานปั่นออกไปที่ร้านทำผมที่ซึ่งเป็นเหมือนสถานีกระจายข่าวสารสู่ชุมนุมอย่างรวดเร็ว

 

รถมอร์เตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ทะยานเข้ามาที่หน้าร้านสตูดิโอถ่ายภาพอย่างหน้ากลัวจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นพากันใจหายใจคว่ำ ยิ่งได้ยินเสียงเบรคดังลั่นตามมาด้วยกลิ่นไหม้ของยางทุกคนจึงพากันเขม้นมองคนขับอย่างกำลังด่าทออยู่ในใจ แต่พอคนขี่รถบิ๊กไบค์ถอดหมวกกันน็อกออกกวาดสายตามองกลับไปด้วยโทสะผู้คนจึงพากันเดินหนีเพราะไม่อยากจะมีเรื่องด้วย

ปวีณ์ลงจากรถได้ก็เดินอาดๆ ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่มองตามเข้าร้านถ่ายภาพอย่างหัวเสีย จนหนุ่มเพื่อนและหุ้นส่วนของเขาต้องร้องทัก

“ ไปกินรังแตนที่ไหนมาว่ะ? ”

ปวีณ์ไม่ตอบทำหูทวนลมเดินตรงไปยังห้องทำงานปิดประตูเสียงดัง ปึง! จนแรงสั่นสะเทือนทำเอากาแฟในมือของหนุ่มแทบจะกระฉอกออกมา

ร่างสูงใหญ่เดินตึงๆ ไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟานวมเพื่อสงบสติอารมณ์แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะภาพในหัวมีแต่หน้าของผู้ชายที่ไปอยู่บ้านภรรยาเก่าของเขาจนดึกดื่นไม่พอตอนเช้ายังอุตส่าห์มารอรับเธอไปทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ส่างอีก

ปึง! เสียงกำปั้นทุบลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าดังออกไปถึงหน้าห้องหนุ่มจึงรีบเปิดประตูเข้ามา

“ มึงไปหงุดหงิดอะไรมาแต่เช้าไอ้วี ”

“ กูยังไม่อยากคุยกับใคร ” ปวีณ์เอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้อย่างเดิมแล้วหลับตาลง

“ เออๆ รอมึงปรับอารมณ์ได้ก่อนกูจะเข้ามาถามใหม่ ” สรวิทย์กำลังจะปิดประตูปวีณ์ก็พรูดขึ้น

“ บ่ายนี้ไม่มีงานอะไรใชไหม? ”

สรวิทย์ส่ายหน้า “ ไม่มี ”

“ กูจะออกไปทำธุระสักสองชั่วโมงแล้วจะรีบกลับมา” ปวีณ์ดันตัวลุกขึ้นจากโซฟานวมเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน

“ ได้มึงจะไปโรงพยาบาลใช่ไหม กูว่าจะถามตั้งเมื่อคืนแล้วแต่ก็ลืม ” สรวิทย์เดินเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู

“ ไอ้คนที่ชนรถน้องแพรมันเป็นยังไงบ้างวะ เจ็บหนักเลยเหรอ ” สรวิทย์นั่งลงตรงโซฟานวมตัวี่ปวีณ์เพิ่งจะลุกออกมา

“ ไม่ได้หนักหนาอะไรหรอกแค่แขนหักหัวแตกแล้วก็ถลอกตามแขนขา โชคดีที่หัวมันไม่ฟาดพื้นเพราะสวมหมวกกันน็อก ” ปวีณ์ตอบเสียงห้วน

“ ก็ดีแล้ว เรื่องค่ารักษาพยาบาลล่ะใครจ่าย ” สรวิทย์ถามต่อ

“ ทางนั่นก็ต้องจ่ายเองเพราะประกันไม่จ่ายให้ กูเลยต้องไปคุยกับเขาไง ถึงยังไงแพรก็ประมาทที่รีบออกจากซอยไม่ได้ดูรถที่สวนมา ” สีหน้าของปวีณาเหนื่อยหน่ายเต็มที

“ แล้วนี่มึงนัดกับน้องแพรไว้ด้วยไหม ”

ปวีณ์กระแทกลมหายใจแรง “ เปล่า... น้องแพรของมึงคงไม่ว่างหรอกกูว่า ” ดวงตาคมวาวโลดด้วยโทสะอีกครั้ง

“ ไม่ว่าง? ” หนุ่มขมวดคิ้วมุ่น

“ กูจัดการเองดีกว่า บอกแพรก็ไม่มีประโยชน์ขืนให้ไปด้วยถ้าโดนทางนั้นขู่เข้าหน่อยก็คงลนลานรีบควักเงินจ่ายให้แบบไม่คิดแน่ ๆ ” ปวีณ์ถอนหายใจ

“ ดูมึงยังห่วงแพรนะ ”

“ อือ ” ปวีณ์นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วถอนหายใจอีกครั้ง

“ กูไม่กวนแล้วมึงทำงานของมึงต่อเถอะ ” สรวิทย์พอจะเข้าใจความรู้สึกของปวีณ์เขาจึงไม่อยากจะซักไซ้อะไรอีก

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว