email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 2.3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2563 11:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2.3
แบบอักษร

 

ร่างระหงลุกขึ้นจากโซฟานวมบิดตัวไปทางซ้ายทางขวาเล็กน้อยไล่ความเมื่อยขบเพราะนั่งทำงานติดต่อกันยาวนาน เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้วแพรวาจึงขยับก้าวเท้าเดินตรงไปยังบันไดขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเพราะใกล้เวลานัดเข้ามาเต็มที หญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายไม่นานก็เสร็จเรียบร้อยด้วยแพรวาเป็นคนไม่แต่งหน้าเธอจึงไม่ต้องเสียเวลากับการแต่งเติมสีสันบนใบหน้าสักเท่าไหร่เพียงลิปกลอสสีชมพูอ่อนและปัดแก้มสีเดียวกับริมฝีปากผมยาวสลวยของเธอก็ถูกปล่อยให้ยาวลงมาถึงกลางหลังเพียงแค่นี้ก็เพิ่มความสวยงามให้เธอได้อย่างหน้าประทับใจ

ค่ำคืนนี้แพรวาสวมชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดมีระบายที่แขนเสื้อและคอคาดเข็มขัดหนังสีน้ำตาลแดงและสวมรองเท้าส้นสูงสีเดียวกับเข็มขัดเธอยืนส่องกระจกดูความเรียบร้อยอยู่ครู่หนึ่งก็คว้ากระเป๋าสะพายและกุญแจรถเดินออกมาจากห้องนอน

การจราจรในช่วงเวลาเลิกงานมักจะติดขัดยิ่งโรงแรมที่เธอกำลังมุ่งหน้าไปตั้งอยู่บนถนนสายที่ได้ชื่อว่ามีปริมาณรถยนตร์จำนวนมากมายทั้งขาเข้าและขาออกแพรวาจึงต้องรีบออกจากบ้านเพราะไม่อยากไปถึงช้ากว่าคิรากรผู้เป็นเจ้าของบริษัทถึงเขาจะทำตัวสนิทสนมกับเธอมากแค่ไหนก็ตามแต่สำหรับแพรวาเขาก็คือเจ้านายที่เธอควรให้ความเคารพมากกว่าจะทำตัวตีเสมอ

รถญี่ปุ่นรุ่นกลางเก่ากลางใหม่สีขาวเคลื่อนออกจากซอยบ้านพักไม่ทันที่จะพ้นหัวโค้งถนนก็มีรถจักรยานยนต์ขับสวนเลนเข้ามาชนรถที่เพิ่งจะออกมาจากซอยอย่างจังเสียงดังโครมใหญ่ แพรวาที่นั่งอยู่ในรถตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเธอได้แต่มองดูคนขับรถจักรยานยนต์ที่ล้มลงไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้นตัวสั่นสิ่งแรกที่เธอคิดได้คือกดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเธอไปหาปวีณ์

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังอยู่สามครั้งปลายสายจึงกดรับ

‘ พ... พี่วี ’ น้ำเสียงสั่นเครือของแพรวาทำให้ปวีณ์ใจคอไม่ดี

‘ แพรเกิดอะไรขึ้น!? ’ เขาถามกลับอย่างรวดเร็วเพคาะรู้ดีว่าถ้าแพรวาโทรศัพท์มาหาเขาแสดงว่าเธอจะต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ

‘ รถ... รถชนทำไงดีมีคนเจ็บด้วย ’ แพรวาพูดติดๆ ขัดๆ ฟังแทบจะไม่เป็นประโยคด้วยความตกใจ สุดท้ายเธอก็ปล่อยโฮออกมา

‘ แพร! อย่าเพิ่งร้องไห้บอกพี่มาตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ’

ปึง ปึง... เสียงทุบกระจกรถดังขึ้นยิ่งทำให้แพรวาสติกระเจิดกระเจิงจนควบคุมตัวเองไม่ได้

‘ แพร! ตั้งสติหน่อยตอนนี้เธออย่างที่ไหน ’ ปวีณ์ทั้งเป็นห่วงทั้งโมโหที่แพรวาพูดอะไรไม่รู้เรื่องเขาจึงเผลอตะคอกเธอ

‘ ฮือๆ แพรอยู่หน้าปากซอย... ’ เสียงจองแพรวาขาดหายและยังมีเสียงทุบกระจกดังอยู่ตลอดเวลา

‘ เดี๋ยวพี่ไปหา ’ ปวีณ์คว้ากุญแจรถจักรยานยนต์ได้ก็รีบสาวเท้ารวดเร็วออกไปทันที โชคดีที่คอนโดที่เขาย้ายมาอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักหลังเดินเท่าไหร่นักปวีณ์จึงมาถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาไม่นาน

รถตรงบริเวณปากซอยเริ่มจะติดขัดด้วยรถยนต์ของแพรวายังคงจอดอยู่นิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อนไปไหน จึงมีเสียงแตรรถยนต์ดังลั่นสลับกับเสียงรถกู้ภัยและผู้คนที่ลุมล้อมรอดูเหตุการณ์ ปวีณ์มาถึงก็รีบชงจากรถแหวกฝูงชนที่มุ่งอยู่เข้าไปหารถยนต์ของแพรวาทันที

ปึง ปึง...

เสียงทุบกระจกรถดังลั่นทำเอาคนที่นั่งฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัยยิ่งตัวสั่นด้วยความตกใจ

“ แพร! ” เสียงปวีณ์ดังขึ้น หน้าที่ฟุบอยู่กับพวงมาลัยจึงค่อยๆ เงยขึ้นมา

“ พี่วี! ” แพรวาลนลานมือไม้สั่นรีบเปิดประตูรถ

“ เป็นอะไรหรือเปล่า? ” ปวีณ์ดึงเอาร่างผอมบางออกมาจากรถสำรวจดูตามเนื้อตัวของเธอแล้วจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ พี่วีผู้ชายที่ขี่มอเตอร์ไซค์ ” แพรวาชี้ไปที่คนเจ็บที่ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันปฐมพยาบาลอยู่มือยังสั่น

“ ตั้งสติแพรค่อยๆ เล่า ” ปวีณ์บีบไหล่บอบบางทั้งสองข้างแล้วมองตาเธออย่างอ่อนโยนทำให้แพรวาค่อยๆ คลายความตกใจและความกลัวออกไป

แพรวาตั้งสติอย่างที่ปวีณ์บอกเธอสูดลมหายใจเข้าลึกและผ่อนออกช้าๆ “ แพรขับรถออกมาจากซอย รถมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็ขับสวนเข้ามาชนรถแพร ” เธอเล่า

“ เขาขับสวนเลนมาใช่ไหม? ” ปวีณ์ดูจากที่แพรวาชี้จุดเกิดเหตุเขาก็เดาทุกอย่างได้

“ อือ... ” แพรวาพยักหน้านัยน์ตายังสั่น

“ นั่งอยู่ในรถเนี่ยแหละเดี๋ยวพี่จัดการเอง ” ปวีณ์ดันตัวแพรวาให้ถอยกลับไปนั่งในรถอย่างเดิมส่วนตัวเขาเดินไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิ่งมาถึงอยู่พักหนึ่งก็เดินกลับมาหาเธอที่รถ

“ เรียบร้อยแล้วนะ เดี๋ยวรอประกันและเราสองคนค่อยตามไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก” ปวีณ์ลูบแขนกลมกลึงของแพรวาอย่างปลอบใจ สายตาของเขายังคงอ่อนโยนจนทำให้แพรวารู้สึกปลอดภัยและคลายความกลัวลงได้มาก

ตำรวจเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุและรถกู้ภัยก็นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลไปแล้ว ปวีณ์และแพรวารอเจ้าหน้าที่ประกันภัยรถยนต์นำรถลากมาเอารถของเธอแล้วจึงขับรถมอเตอร์ไซค์ของเขาตามไปให้ปากคำและลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก

“ คุณแพรวาไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมดูจากกล้องวงจรปิดและกล้องติดรถยนต์ของคุณแพรวาแล้วเราไม่ผิด ทางนั้นเขาขับรถสวนเลนเข้ามาชนรถยนต์ของคุณแพรวาหลักฐานทุกอย่างมันบอกชัดเจน ” เจ้าหน้าที่ประกันภัยรถยนต์ยืนยัน

“ ขอบคุณนะครับ ” ปวีณ์คุยกับเจ้าหน้าที่ประกันภัยอยู่อีกพักใหญ่จึงเดินไปส่งเขาที่รถจักรยานยนต์

“ ขอบคุณนะครับ ” ปวีณ์ยืนส่งจนเจ้าหน้าที่ประกันภัยขับรถออกไปจึงเดินกลับมาหาแพรวา

“ เรียบร้อยแล้วนะ ” ปวีณ์ลดตัวชงนั่งข้างๆ เธอ

“ ขอบคุณนะคะ ” แพรวาถอนหายใจโล่งอกยิ้มบางๆ ทั้งที่นัยน์ตายังฉ่ำน้ำตา

“ พี่บอกแพรหลายครั้งแล้วใช่ไหมว่าเวลาขับรถออกจากซอยให้ดูดี ๆ นี้คงรีบร้อนจนลืมดูซ้ายขวาใช่ไหม ” ปวีณ์ตะคอกใส่แพรวาอย่างที่เคยทำเวลาที่เธอทำเรื่องผิดพลาดให้เขาต้องตามแก้ไข

“ แพร... ” เธออึกอักยังไม่ทันพูดจบปวีณ์ก็สวยขึ้นอีก

“ แพรขอโทษค่ะ คราวหน้าแพรจะระวังมากกว่านี้ แพรก็พูดได้แค่นี้ ” เขาทำหน้าเหนื่อยหน่าย

“ แพรขอโทษค่ะ ที่ทำให้พี่วีวุ่นวาย ” เธอมองเขาด้วยความน้อยใจทำเอาปวีณ์ใจหายแต่ก็ยังขึงสายตาใส่เพราะไม่อยากให้แพรวารู้ว่าเขาเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน

“ รู้ก็ดีแล้ว ” ปวีณ์พูดไปอย่างไม่ได้คิดอะไรแต่แพรวาเจ็บแปลบที่หัวใจจนรู้สึกหายใจไม่ออก

“ พี่วีจะกลับเลยก็ได้นะคะ แพรกลับบ้านเองได้ไม่อยากรบกวนพี่วีอีก ” แพรวาพูดโดยไม่มองหน้าเพราะเธอไม่อยากร้องไห้ให้ปวีณ์เห็นอีก

“ แล้วแพรจะกลับยังไง ” เขากระชากเสียงอย่างไม่พอใจ ‘ เสร็จเรื่องแล้วก็ไล่กลับใช่ไหม ’ ปวีณ์ได้แต่คิดเขาซ่อนความรู้สึกห่วงใยมากมายเอาไว้แต่ไม่ยอมแสดงออก

“ แพรจะกลับเเท็กซี่ค่ะ ” เธอตอบเสียงสะบัด

“ ตามใจเธอ ” เขาลุกพรวดพราดสาวเท้าเดินฉับๆ ออกจากห้องลงบันทึกประจำวันในสถานีตำรวจไปอย่างไม่หันกลับมาดูแพรวาด้วยความโกรธปนน้อยใจนิดๆ ที่เธอไล่เขาทันทีที่จบเรื่อง

แพรวาก็กำหมัดแน่นมองตามร่างสูงเดินออกไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของเขาแล้วขับออกไปอย่างไม่สนใจเธอ

“ คนใจร้าย! ” แพรวางึมงำอย่างเหลืออดแต่ตอนนี้น้ำตาของเธอมันแห้งไปแล้วจึงไม่มีให้ไหลออกมาได้อีก แพรวารู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากจะทำอะไรอีกแล้ว เธอลืมทุกอย่างว่าเธอขับรถออกมาจากบ้านทำไมและเธอนัดกับใครเอาไว้พอเรียกรถเเท็กซี่ได้เธอตรงกลับบ้านทันที

 

บรรยากาศบนชั้นที่เจ็ดสิบของตึกโรงแรมทองธาราสวยงามด้วยวิวตึกสูงระฟ้าที่ต่างพากันเปิดไฟสว่างไสวแข่งกับแสงของดวงดาวบนท้องฟ้าสีนิล สายลมพัดโชยตลอดเวลาทำให้รู้สึกเย็นสบายแม้ไม่ได้อยู่ในห้องปรับอากาศ คิรากรมาถึงได้สักพักใหญ่ๆ แล้วเขาจึงสั่งให้พนักงานนำอาหารที่สั่งเอาไว้มาวางที่โต๊ะพร้อมด้วยไวน์แดงราคาแพงริบที่เขาสั่งเป็นพิเศษสำหรับคนพิเศษที่น่าจะกำลังเดินทางมา ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาแล้วถอนหายใจนี่เลยเวลานัดมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่วี่แววของหญิงสาวคิรากรจึงตัดสินใจกดโทรศัพท์หาแพรวา

‘ คุณกร แพรขอโทษจริงๆ ค่ะที่แพรคงไปตามนัดไม่ได้แล้ว ’ เสียงปลายสายคล้ายจะไม่สบาย

‘ คุณแพรไม่สบายหรือเปล่าครับ เสียงคุณไม่ดีเลย ’ คิรากรเป็นห่วงแพรวาจริงๆ

‘ แพรเกิดอุบัติเหตุค่ะ แต่แพรไม่ได้เป็นอะไร ’

‘ อุบัติเหตุ! ตอนนี้คุณแพรอยู่ที่ไหนครับผมจะรีบไปหา ’ น้ำเสียงเขาร้อนใจและเป็นกังวล

‘ แพรอยู่บ้านแล้วค่ะคุณกร แพรปลอดภัยดีไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ ’ แพรวายืนยัน

‘ ผมจะไปหาคุณแพร ผมต้องเห็นกับตาว่าคุณแพรไม่เป็นไรจริงๆ ผมถึงจะวางใจ ’ คิรากรยืนยันหนักแน่นจนแพรวาใจอ่อน

‘ ก็ได้ค่ะ ’ เธอบอกที่อยู่ให้กับคิรากรแล้วจึงวางสายไป

“ เอาอาหารพวกนี้ไปอุ่นให้ร้อนแล้วจัดใส่กล่องผมตะเอากลับไป ” คิรากรสั่งพนักงานบริการ

“ ครับท่านรองฯ ” พนักงานค้อมศีรษะอย่างสุภาพแล้วจึงยกอาหารเข้าไปจัดการตามที่เขาสั่ง ไวน์แดงราคาแพงก็ขัดลงกล่องเก็บอุณหภูมิอย่างดีเช่นกัน

ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารเดินกลับเข้าไปด้านในเพื่อจะลงไปขึ้นรถยนต์ที่พนักงานนำมาจอดรออยู่ที่หน้าโรงแรม วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาจะไปหาแพรวาที่บ้านของเธอแต่เขาแน่ใจเหลือเกินว่ามันจะต้องมีครั้งต่อๆ ไปอย่างแน่นอนดวงตาคมจึงฉายประกายระยิบด้วยความสุข

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว