email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

รักอำพราง - ตอนที่ 3 ถูกจู่โจม

ชื่อตอน : รักอำพราง - ตอนที่ 3 ถูกจู่โจม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.4k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2563 02:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักอำพราง - ตอนที่ 3 ถูกจู่โจม
แบบอักษร

ตอนที่ 3 ถูกจู่โจม

อึก!

ทิชชูชิ้นดังกล่าวถูกจับยัดเอามาในปากเล็กโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนจะตามมาด้วยประโยคสั้น ๆ ทว่ากลับสามารถทำลายบรรยากาศดี ๆ ให้ย่อยยับลงได้ในพริบตาเดียว

“ยัยเด็กไม่เต็มบาท!”

เพล้ง!

เสียงของภาพในจินตนาการพังทลายลงจนแตกละเอียดยิบไม่มีชิ้นดีทันที!

จากที่วาดฝันไว้ว่าชายหนุ่มจะใช้ทิชชูเช็ดปากให้อย่างอ่อนโยน คนทั้งคู่จะตกอยู่ในภวังค์แห่งรักของกันและกัน แล้วเขาก็จะค่อย ๆ รั้งตัวเธอเข้าไปใกล้เพื่อมอบจุมพิตอันแสนหวานให้  ตามฉากในซีรี่ย์เกาหลีที่เธอชอบดู

แต่ไหงกลับกลายเป็นไอ้ทิชชูชิ้นนั้นดันถูกยัดเข้ามาในปากของเธอ แทนที่จะเป็นปากหนาหยักได้รูปที่ดูแล้วน่าจะมีสัมผัสนุ่ม ๆ นั่นล่ะ!!? ทำไม!!!?

ฟ้าใสรีบคายกระดาษทิชชูที่ยับยู่ยี่และเปียกชื้นลงบนถาดทันทีที่ได้สติ เธอตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่รุ่นพี่ก่อนจะหยิบทิชชูสะอาดอีกแผ่นมาเช็ดคราบน้ำลายผสมฟองนมที่เปรอะตามรอบขอบปากออกอย่างลวก ๆ

“พี่นัท! ทำอะไรของพี่เนี้ย!?”

“พี่แค่จะทิ้งขยะ”

“ทิ้งขยะก็เอาไปทิ้งตรงนู้นสิ! เอามาทิ้งอะไรในปากฟ้าใส!”

“อ้าว ไม่ได้เหรอ?”

“นี่จะหลอกด่าว่าปากฟ้าใสเหมือนถังขยะเหรอคะ?”

“พี่ยังไม่ได้พูดซะหน่อย หึหึ”

ฟ้าใสพ่นลมหายใจออกแรง ๆ พลางกรอกตามองบนใส่รุ่นพี่อย่างเหลืออด ทำไมกับเพื่อนของเธอนี่พูดจาไพเราะมีหางเสียงที่ลงท้ายด้วยครับ ๆ ทุกคำ แต่ดูคำที่ใช้พูดจากับเธอสิ จะมีคำว่าครับก็ต่อเมื่อประชดประชันหรือหลอกด่าเธอเท่านั้นแหละ

“สองมาตรฐาน!”

ฟ้าใสชำเลืองมองพลางทำปากขมุบขมิบก่นด่าเสียงแผ่วเบา ฮึ้ย! ที่เธอเคยชม ๆ ไปนั้นว่าหล่อว่าดี เธอขอถอนคำพูด!!!

นัทมองท่าทีเกรี้ยวกราดของหมอสาวแล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ นึกเอ็นดูคนงอน  ก่อนจะผลักแก้วกระดาษที่บรรจุน้ำเปล่าอยู่ด้านในให้เธอได้ดื่มเพื่อล้างปาก

มือเล็กรีบหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มอึกอึก เพื่อไล่เศษไยของทิชชูบางส่วนที่ติดตามปลายลิ้นให้ลื่นไหลลงคอไปด้วยกัน  จะให้เธอมานั่งขูดลิ้นต่อหน้าผู้ชายที่หมายปองก็ยังไงอยู่ เพราะถ้าเป็นผู้ชายมึน ๆ แบบพี่เกมส์ก็ว่าไปอย่าง

“แล้วนี่มาทำอะไรที่โรงพยาบาล?”

“ฟ้าใสมาหาพี่นะ ...”

เสียงหวานหลุบหายไปในลำคอทันทีหลังเกือบหลุดปากพูดจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา เธอสบเข้าสายตาคำถามของอีกฝ่ายที่กำลังจ้องเธอตาเขม็งแล้วออกอาการเลิ่กลั่กเล็กน้อย 

“เอ่อ...พี่.... พี่เกมส์ ใช่ค่ะ! ฟ้าใสมาหาพี่เกมส์ค่ะ!”

เกือบไปแล้วววว! ยังดีที่ยั้งปากทัน!  จะบอกว่ามาหายัยนิลก็เดี๋ยวถูกสงสัยอีกว่าแล้วทำไมมานั่งกับพี่เกมส์ได้  งั้นเอารายนั้นมาเป็นข้ออ้างไปก่อนก็แล้วกัน

นัทหัวเราะดังขึ้นเล็กน้อยกับคำตอบที่ได้รับ จะมาหาเพื่อนเขาได้อย่างไรในเมื่อเขาเห็นเธอเดินเตร็ดเตร่อยู่บนตึกผู้ป่วยศัลยกรรมชัด ๆ

“คิดถึงพี่เหรอ?”

“ค่ะ เห้ย! ไม่! ไม่ใช่!”

“หึหึ”

ยิ่งเห็นคนตรงหน้าออกอาการมากเท่าไหร่ นัทก็ยิ่งอยากจะไล่ต้อนคนชอบแถให้จนมุมมากขึ้น เพราะเขาเข้ามาในร้านไล่หลังกับเธอเพียงนิดเดียวเท่านั้น บทสนทนาต่าง ๆ จึงลอยเข้าหูเขาทั้งหมด

ในเรื่องความรู้สึกที่ฟ้าใสมีต่อเขานั้น ต่อให้เธอไม่พูดออกมา สีหน้าและแววตาเธอก็บอกอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่เอ็นดูรุ่นน้องคนนี้ เพียงแต่เขานึกเอ็นดูในแบบพี่เอ็นดูน้องเท่านั้น 

เพราะหน้าที่ของพวกเขาคือการดูแลรักษาและต่อชีวิตให้กับผู้อื่น แล้วไอ้ความซุ่มซ่ามป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ของเธอเนี้ย มันก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและอารมณ์เสียอยู่บ่อย ๆ  จนต้องคอยมองเธอตลอดเวลาเมื่อครั้งได้รับหน้าที่ให้ช่วยดูแลนักศึกษาแพทย์ ผิดกับหญิงสาวอีกคนที่หัวไวและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่มากกว่า

ฟ้าใสค้อนประหลับประเหลือกใส่คนสองมาตรฐานเสียใหญ่โต แล้วยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบระรัวหวังให้ความหวานละมุนของมันช่วยลดความเดือดดาลของเธอลงบ้าง

นัทมองใบหน้าหงิกงอของหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนลง  พลางวางฝ่ามืออุ่นจัดทาบลงบนศีรษะเล็กแล้วโคลงไปมาเบา ๆ อย่างหยอกเย้า พูดเอ็ดคนโดดงานอย่างไม่จริงจังนัก

“กลับไปทำงานได้แล้ว ยัยเด็กไม่เต็มบาท!”

ฟ้าใสนิ่งงันไปชั่วขณะ ตกใจในความอ่อนโยนที่มาอย่างกะทันหันจนตั้งรับไม่ทัน   ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณที่ถูกสัมผัสทำเอาใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะทะลุออกมากองด้านนอก

ยิ่งฉันใกล้เธอเท่าไร ยิ่งอยากจะเผยใจ เมื่อสบสายตาก็ยิ่งหวั่นไหว ~

แล้วไหนจะเสียงเพลงที่ทางร้านเปิดขึ้นมาเพื่อสร้างบรรยากาศนี่อีก มาได้จังหวะพอดีอย่างกับรู้ใจ!

ดวงตากลมโตสบประสานสายตากับอีกฝ่าย เหม่อมองเงาสะท้อนของตัวเองที่อยู่ในแววตานิ่ง ๆ คู่นั้นราวกับตกอยู่ในภวังค์ พลันมือไม้ก็อ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

ตุ๊บ!  เพล้ง!

รอบนี้ไม่ใช่เสียงภาพจินตนาการที่แตกสลายแต่อย่างใด ทว่าเป็นแก้วเครื่องดื่มในมือของเธอเนี้ยแหละที่ร่วงหลุดมือลงบนตัก ก่อนจะกลิ้งหลุน ๆ ตกลงไปนอนพุงแตกอยู่บนพื้นร้าน ดึงดูดทุกสายตาของลูกค้าคนอื่น ๆ ในร้านให้หันมามองเธอเป็นตาเดียว 

“อ๊ะ! แย่แล้ว ๆ”

ฟ้าใสทำตาโตด้วยความตกใจแล้วรีบผุดลุกขึ้น มือเล็กเอื้อมออกไปหมายจะคว้าเก็บเอาเศษแก้วมาไว้ในถาด แต่ก็ถูกใครบางคนยึดข้อมือแล้วบีบแน่นจนเธอนิ่วหน้า

หมับ!

“ยัยเอ๋อ คิดดีแล้วเหรอที่จะทำแบบนี้?”

สายตาคมกริบของรุ่นพี่สะกดให้เธอค่อย ๆ เบนสายตากลับไปมองเศษแก้วที่แตกกระจายอีกครั้งแล้วกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ภาพเหตุการณ์เก่า ๆ ที่เธอมักโดนของมีคมบาดอยู่เป็นประจำ หวนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง

สมัยที่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ที่นี่ เธอมักจะโดนรุ่นพี่ Intern ที่ดูแลดุอยู่เป็นประจำ เพราะเมื่อไหร่ที่เธอเผลอไปสบเข้ากับสายตานิ่ง ๆ คู่นั่นของเขา มันมักจะทำให้เธอเผลอลืมตัวแล้วมือไม้อ่อน ทำของพังจนได้บริจาคเลือดอยู่เป็นประจำ

แต่ไม่ว่าจะโดนดุจนเสียน้ำตาไปสักกี่รอบ นิสัยนี้มันก็ไม่หายไปเสียที แล้วเธอก็ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เอาเสียเลย  

เธอรู้ดีว่ารุ่นพี่ชอบผู้หญิงแบบไหน เธอพยายามที่จะพัฒนา พยายามที่จะเก็บอาการของตัวเองแล้ว แต่ทว่าพอเขาขยับเข้ามาใกล้ เธอเป็นอันต้องเสียสติทุกที 

“ไปล้างตัวแล้วกลับบ้านไปซะ ตรงนี้พี่จะจัดการเอง”

“แต่ว่า....”

ไป ล้าง ตัว

น้ำเสียงหนักแน่นบวกกับสายตาดุ ๆ ของรุ่นพี่ที่ส่งมา ทำให้เธอไม่กล้าต่อปากต่อคำหรืออิดออดอีกนานนัก

เธอรีบหันไปกล่าวขอโทษขอโพยกับพนักงานที่วิ่งเข้ามาพร้อมอุปกรณ์เก็บกวาดในมือ ก่อนจะพาร่างที่เปียกปอนและเหนียวเหนอะหนะตรงไปยังห้องน้ำเพื่อทำความสะอาด

“นั่งกินดี ๆ ไม่ได้ใช่ไหม เลยต้องอาบมันเนี้ย ฮือออ”

มือเล็กกวักน้ำจากก๊อกมาทำความสะอาดตามเรียวขาขาว พลางนึกบ่นทั้งตัวเองและบ่นใครอีกคนไปด้วย  เธอไม่ได้อยากจะซุ่มซ่ามทำหกรดตัวเองซะหน่อย ก็ใครใช้ให้มาจู่โจมเธอแบบนั้นล่ะ!

ฟ้าใสแบะปากคว่ำเมื่อใบหน้าดุ ๆ ของรุ่นพี่ลอยเข้ามาในหัว แต่พอเผลอนึกไปถึงสัมผัสอบอุ่นนั้น  พลันแก้มนวลก็แดงระเรื่อขึ้นพร้อมกับใจดวงน้อยที่พาลเต้นแรงขึ้นมาอีกระลอก 

อยากให้เขาพูดดี ๆ ด้วย อยากให้เขาจับ อยากให้เขาสัมผัสอีก   โอ๊ยยย ได้สักทีจะเป็นพระคุณ!!

มือเล็กยกขึ้นทาบลงบนหน้าอกพลางหลับตาลง สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วแรงและแทบไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอของมันแล้วรำพึงรำพันเบา ๆ

“ตาย ๆ ๆ ๆ ฉันว่าฉันต้องไปตรวจร่างกายบ้างแล้ว!”

หลังตรวจเช็คความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมเป็นครั้งสุดท้าย ร่างบางก็เดินฮัมเพลงออกมาจากห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี 

.มานั่งนึก ๆ ดูแล้ว ถึงเธอจะซุ่มซ่ามจนทำคาราเมลหกรดใส่ตัวเองจนเปียกไปหมด แต่ถ้าแลกกับการถูกพี่นัทลูบหัว เธอก็ว่ามันคุ้มแล้วแหละ!!

รถยนต์คันหรูค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามท้องถนนที่แสนติดขัดอย่างเชื่องช้า หากเป็นเวลาปกติเธอคงหงุดหงิด แต่วันนี้มันไม่ปกติ!

“ได้ยินไหม หัวใจฉัน มันกำลังบอกรักกกก รักเธออยู่~ คิกคิก”

ปากเล็กเอื้อนเอ่ยเนื้อเพลงออกมาเป็นทำนองเคล้าคลอไปกับเพลงที่ดังลอยออกมาจากลำโพง ร้องไปก็หน้าแดงด้วยความเขินอายไป เมื่อเนื้อเพลงมันช่างตรงกับความในใจของเธอเหลือเกิน

เห้อออ ได้ยินไหมพี่นัท  ได้ยินไหมว่าฟ้าใสชอบพี่!!!

อยากจะเดินเข้าไปตะโกนใส่หน้าคนสองมาตรฐานนั่นดัง ๆ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่พอถึงเวลาจริงเธอก็ทำได้แค่ตะโกนอยู่ในใจ

ใช้เวลาติดแหง่กอยู่บนท้องถนนนานกว่า 2 ชั่วโมง ฟ้าใสก็ขับรถกลับมาถึงคฤหาสน์ของครอบครัวในที่สุด 

ขาเรียวก้าวฉับ ๆ เข้ามาด้านในพลางกวาดสายตามองหาลูกรักของเธอไปด้วย แต่ก็เจอเพียงหญิงสูงวัยที่วิ่งออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าตื่น ๆ

“คุณหนู! กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”

"ค่ะ"

ฟ้าใสตั้งท่าจะเดินขึ้นไปพักผ่อนบนห้องแต่พอสบกับสายตาเป็นห่วงเป็นใยของแสงดาว แม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก ๆ เธอจึงชะงักฝีเท้าแล้วหันไปเอียงคอมองเป็นเชิงถาม

“นมมีอะไรอยากจะคุยกับฟ้าใสหรือเปล่าคะ”

“เอ่ออ คือ...คุณท่านเรียกหาเจ้าค่ะ”

“มีเรื่องอะไรหรือคะ คนนั้นถึงอยากจะเจอกับฟ้าใส”

“นมไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่คุณท่านเรียกหาคุณหนูตั้งแต่สาย ๆ แล้ว นมโทรหาแต่ก็ติดต่อคุณหนูไม่ได้เลย”

ฟ้าใสทำหน้างุนงงพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงเพื่อควานหาโทรศัพท์มือถือสีชมพูมุ้งมิ้ง พลันคิ้วเรียวก็มุ่นเข้าหากันจนเป็นปมยุ่งเหยิงเมื่อพบว่าข้างในนั้นว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าเครื่องมือสื่อสาร 

หายอีกเครื่องแล้วเหรอ?  นี่มันรุ่นล่าสุดเลยนะ เธอยังใช้ไม่คุ้มเงินที่จ่ายไปเลยนะ!

“สงสัยจะทำหล่นอีกแล้วค่ะ  นมคะ ฟ้าใสขอยืมมือถือหน่อยได้ไหมคะ”

“นี่เจ้าค่ะ”

ฟ้าใสรับโทรศัพท์ยุคดึกดำบรรพ์ที่รองรับ 3G เป็นรุ่นแรก ๆ มากดต่อสายหาเบอร์ของตัวเอง 

ใจดวงน้อยเต้นตุ่ม ๆ ต่อม ๆ ขณะฟังเสียงรอสายที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ก็ได้แต่หวังว่าถ้าคนที่เก็บไปนั้นเป็นคนดีมากพอ เธอก็อาจมีหวังที่จะได้มันคืน  

ในจังหวะที่สายที่สามกำลังจะถูกตัดไปนั้น ปลายสายก็กดรับสายในที่สุดก่อนจะตามด้วยเสียงทุ้มนุ่มของผู้ตอบรับ

(สวัสดีครับ)

“........”   

น้ำเสียงคุ้นหูดังลอยออกมาจากลำโพงของโทรศัพท์ ทำเอาฟ้าใสนิ่งงันไปชั่วขณะด้วยความไม่แน่ใจว่า 'ใช่' หรือเธอแค่หมกมุ่นไปเอง

(สวัสดีครับ ได้ยินผมไหมครับ)

“พะ...พี่ พี่นัทเหรอคะ?”

(ไง ยัยเด็กไม่เต็มบาท)

ชัด! ชัดเลย!! ประโยคร้ายกาจแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้อีก! นอกจากรุ่นพี่ผู้สองมาตรฐานของเธอนั่นเอง ว่าแต่...โทรศัพท์ของเธอไปอยู่กับเขาได้ยังไงเนี้ย?

"โทรศัพท์ฟ้าใสไปอยู่กับพี่ได้ยังไงคะ"

(หยิบมา)

“ไม่ยักรู้ว่าพี่นัทรับอาชีพเสริมด้วย”

(หึ คุณนภาสินีครับ คุณแน่ใจเหรอว่าจะพูดกับผู้มีพระคุณแบบนี้)

ฟ้าใสถึงกับกรอกตามองบนให้กับประโยคที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ทว่าเธอรู้ว่านั่นคือการประชดประชันของเขา 

ดู๊ดู!! พูดจากับเธอทีไรก็แบบนี้ตลอดเลย จะไม่ให้เธอน้อยใจได้อย่างไร

“กราบขอบพระคุณคุณณัฐพลมาก ๆ นะเจ้าคะที่เก็บโทรศัพท์เอาไว้ให้ ไม่ทราบว่าคุณณัฐพลสะดวกจะให้นภาสินีคนนี้ ไปรับคืนได้ที่ไหนคะ ที่โรงพยาบาลได้เลยไหมคะ”

(คอนโด S เวลา 21.00 น.  พี่มีผ่าตัด แค่นี้ก่อนนะ)

ติ้ด!

แล้วสายก็ถูกตัดไปเลยโดยที่ฟ้าใสยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร เพราะมัวแต่ตกตะลึงกับชื่อของสถานที่ที่เขาเพิ่งแจ้งมา

คอนโด S ?

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด พี่นัทชวนฉันขึ้นคอนโด!!!!

 

 

 

 

**************

อิพี่! จะหลอกน้องขึ้นคอนโดเหรอคะ???

เอ๊ะ ๆ ยังไงคะพี่นัท? 55555555

ความคิดเห็น