email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1.3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2563 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1.3
แบบอักษร

 

ผู้คนมากมายที่ท่าอากาศยานลอนดอน ซิตี้คึกคักด้วยผู้คนมากมายทั้งนักท่องเที่ยวและคนในท้องที่ จนทำให้สุรนันทน์มองหาคนที่จะมารับเธอที่นี่ไม่เจอ จนกระทั่งมีมือของใครบางคนสะกิดเบาๆ ที่บ่าสุรนันทน์จึงหันไปข้างที่โดนสะกิด ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดแย้มยิ้มสดใสทันที

“ ยายแพร ” เสียงสดใสเรียกชื่อเพื่อนรักด้วยความเปรมปรีดิ์อย่างที่สุดแล้วจึงโถมทั้งตัวเข้าใส่จนคนที่ถูกคนร่างอวบท้ิงตัวเข้าหาแทบจะตั้งตัวไม่ติด

“ สาว! แกเกือบทำฉันล้มแล้วเห็นไหม ” แพรวาเอ็ดเพื่อนรักแล้วยิ้มกริ่ม

“ ก็คนมันคิดถึงนี่ ไม่ได้เจอแกตั้งหลายวัน ” สุรนันทน์ใช้สองมือจับบ่าบอบบางของแพรวาแล้วสำรวจเธออย่างถี่ถ้วน

“ แกผอมไปเยอะเลยแพรยังตรอมใจอยู่เหรอ ” สุรนันทน์เพิ่งคิดได้ว่าเธอพูดในสิ่งที่ไม่ควรจะพูดออกไปเสียแล้วหน้าสวยจึงดูเจื่อนลงอย่างรู้สึกผิด

“ เปล่าฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยฉันสบายดีทุกอย่าง ” แพรวายิ้มพรายเธอเก็บซ่อนความเจ็บปวดได้อย่างมิดชิด

“ ก็ดีแล้วเห็นแกยิ้มได้แบบนี้ฉันค่อยโล่งใจหน่อย ” สุรนันทน์กอดแพรวาอีกครั้งก่อนที่จะพากันเดินออกไปที่ด้านหน้าสนามบินเพื่อเรียกรถแท็กซี่ไปยังบ้านพักของแพรวาที่อยู่แถวถนนบาร์ตัน ย่านเวสต์มินสเตอร์ ระหว่างที่รถวิ่งสองสาวคุยกันอย่างสนุกสนานมาตลอดทางจนรถขับเข้ามาถึงหน้าบ้านพักของแพรวาที่เป็นแมนชั่นขนาดใหญ่มีถึงห้าชั้น สุรนันทน์ตื่นเต้นทุกครั้งที่มาพักที่นี่เพราะความใหญ่โตหรูหราในแบบผู้ดีอังกฤษแท้ของตัวบ้านที่ทำให้เธอหลงใหล

แมนชั่นหลังนี้ถูกแบ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ชั้นละสามห้องเพื่อใช้เป็นห้องเช่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่รู้จักบ้านพักหลังนี้จากเว็บไซต์ทางอินเตอร์เน็ตเพราะราคาไม่แพงและมีเจ้าของเป็นคนไทยด้วยกัน ส่วนแพรวาและบิดามารดาของเธอพักอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน

“ แม่ให้คนจัดห้องพักให้แกแล้วนะ ห้องเดิมที่แกเคยนอนนั่นแหละ ” แพรวาพูดขึ้น

“ ขอบใจนะแพร ” สุรนันทน์และแพรวาช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางใบโตของสุรนันทน์เข้าไปในบ้านเพราะเวลานี้ทั้งพ่อแม่และคนงานในบ้านพากันไปทำงานที่ร้านอาหารของพ่อแม่เธอกันหมดแล้ว

ห้องนอนของสุรนันทน์อยู่ติดกับห้องนอนของแพรวาเธอจึงมักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ห้องของแพรวามากกว่า

“ แพรแกจะอยู่ที่อังกฤษอีกนานแค่ไหน พี่พรโทรมาถามฉันว่าแกจะกลับไปทำงานหรือเปล่าฉันให้คำตอบพี่เขาไม่ได้เลย ” สุรนันทน์ถามเพื่อนรักสีหน้าจริงจัง

“ กลับซีจ๊ะ ฉันลาพี่พรมาแค่สองอาทิตย์เองนะ ไม่ได้บาออกเสียหน่อย ” แพรวาช่วยสุรนันทน์จัดการข้าวของที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอ

“ สองอาทิตย์ก็นานอยู่นะ แกกลับไปงานคงกองท่วมหัวแน่ๆ เลย ” สุรนันทน์ทำหน้าเมื่อยแทนเพื่อนสาวที่เอาเสื้อผ้าของเธอออกมาแขวนอย่าวเป็นระเบียบในตู้เสื้อผ้า

“ ก็ดี ทำงานเยอะ ๆ ฉันจะได้ไม่ต้องฟุ้งซ่านไง ” แพรวาจัดการเสื้อผ้าของสุรนันทน์เรียบร้อยแล้วจึงเอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม สุรนันทน์จึงเอนตัวลงนอนข้างๆ แล้วตัแขงตัวหันหน้าเข้าหาแพรวา

“ แพร... ” สุรนันทน์เรียกแพรวาแล้วเงียบไปอึดใจก่อนจะตัดสินใจถามสิ่งที่อยากรู้มากที่สุด แพรวาเลิกคิ้วเล็กน้อยมองหน้าเพื่อนรัก

“ แกกับพี่วีณ์ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ” น้ำเสียงของสุรนันทน์อ้อมแอ้ม

“ ฉันยังพร้อมจะตอบคำถามของแกตอนนี้ ขอโทษนะสาว ” แพรวาหน้าบึ้งตึงทันทีทำเอาสุรนันทน์ใจหายวาบไม่กล้าเซ้าซี้อะไรอีก เธอจึงเปลี่ยนหัวจ้อการสนทนา

“ ไหนๆ คืนนี้ฉันก็มาถึงลอนดอนแล้ว เราสองคนไปตระเวนราตรีกันให้เต็มที่เลยดีกว่าเนอะ ออกไปหาหนุ่มๆ ตาสีฟ้าหล่อสักคนมาทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยกัน ” แค่นึกถึงแสงสีเสียงดนตรีเต้นรำและหนุ่มหล่อๆ แก้ใของสุรนันทน์ก็แดงเรื่อด้วยเลือดสาวที่สูบฉีด

“ ก็ดีเหมือนกัน ” แพรวารับคำอย่างนึกสนุก

และเวลาที่สาวสวยทั้งสองคนรอคอยก็มาถึงแพรวาพาสุรนันทน์ออกจากบ้านตั้งแต่หัวค่ำ จุดหมายปลายทางคือผับชื่อดังย่านถนนฟาริงดอนที่มีชื่อว่าเดอะเปียโน เวิร์คตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟาริงดอน โดยปรกติแล้วผับแห่งนี้ถ้าไม่ได้โทรจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนจะไม่มีทางได้โต๊ะเลยเพราะในคืนวันศุกร์จะมีนักเที่ยวจำนวนมากที่มาผ่อนคลายกันในคืนนี้ โชคดีที่แพรวารู้จักกับพนักงานที่ทำงานอยู่ที่ผับแห่งนี้เธอจึงได้โต๊ะพิเศษโดยไม่ต้องจอง

สุรนันทน์เดินเข้าไปด้านในด้วยความตื่นเต้นเพราะเธอห่างเหินจากการเที่ยวกลางคืนมานานและภายในผับแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยหนุ่มๆ ตาสีน้ำข้าวอย่างที่เธอชอบ

“ แพรดูสิมีแต่หนุ่มๆ งานดีทั้งนั้นเลย ” สุรนันทน์ยิ้มหวานบริหารเสน่ห์จนเมื่อยแก้มไปหมด จนเธอเจอหนุ่มถูกใจที่กำลังมองมาทางเธอเหมือนกัน มืออวบขาวจึงสะกิดแขนเสื้อเพื่อนรักยิกๆ

“ อะไรของแกอีกหึยายสาว ” แพรวาทำตาดุใส่สุรนันทน์ที่ยังคงสะกิดเธอไม่เลิก

“ แก! เขาเดินมาแล้ว ” สุรนันทน์สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วยิ้มหวานให้หนุ่มตาสีน้ำข้าวที่กำลังเดินมาทางเธอ

“ สวัสดีครับ ” เสียงพูดสำเนียงอังกฤษแท้ๆ ดังขึ้นข้างๆ แพรวาทำเอาเธอต้องหันไปทักทายตามมารยาท

“ สวัสดีค่ะ ” แพรวายิ้มสุภาพแต่สุรนันทน์ทำหน้างอ

“ คุณมาเที่ยวกันสองคนหรือครับ ” เขาถามต่อสายตามองเพียงแพรวาจนสุรนันทน์ทำหน้างอ สาวอวบอ้วนจึงทำเป็นยกแก้วเหล้าขึ้นจิบแล้วเหร่ตามองอย่างหมั่นไส้

“ ค่ะ ฉันกับเพื่อนมากันสองคน ” สุรนันทน์ตอบแทนแพรวาที่นั่งยิ้มอย่างเดียวแต่ไม่พูดอะไร

“ ผมชื่อมาร์คแล้วคุณ? ” หนุ่มฝรั่งยิ้มมองแพรวาอย่างสนใจ

“ แพรวาค่ะ ” หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ

“ ฉันชื่อซูซี่ค่ะ ” สุรนันทน์ตอบแล้วยิ้มพราย แพรวายกมุมปากขึ้นมองหน้าเพื่อน สุรนันทน์จึงยิ้มพูดรอดไรฟันเบาๆ ว่า

“ จะให้บอกว่าฉันชื่อสาวหรือไง แล้วมาร์คเขาจะเรียกยังไงล่ะ ”

“ ผมมากับเพื่อนอีกสองคน ถ้าพวกคุณไม่รังเกียจผมอยากจะพาคุณไปรู้จักเพื่อนๆ ผม ” ชายหนุ่มมองสองสาวอย่างอ้อนวอน

“ ยินดีค่ะ ” สุรนันทน์รีบกระวีกระวาดฉุดแขนแพรวาเดินตามหนุ่มตาสีน้ำข้าวไปทันที แพรวาได้แต่นึกขำในท่าทีของเพื่อนสาวแต่ก็ยอมเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้ ค่ำคืนนี้ทั้งสองจึงได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีกสามคน สุรนันทน์ไม่ลืมที่จะหยิบเอาโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาถ่ายภาพลงในเฟสบุ๊คและอ้นสตาร์แกรมของเธอ

 

ปึง... เสียงดังขึ้นจากโต๊ะทำงานของปวีณ์จนหนุ่มเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนของเขาต้องรีบเปิดประตูเข้ามาดูด้วยความตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“ ไอ้วี! ” สรวิทย์มองปวีณ์ที่นั่งหน้าตึงอยู่ที่โต๊ะทำงานอย่างสงสัย

“ มึงมีอะไร? ” ปวีณ์ถามเสียงห้วน

“ กูได้ยินเสียงเหมือน... ”

“ กูทำของตก ” ปวีณ์รีบตอบ

“ อ๋อ รถตู้มาแล้วนะ มึงรีบเตรียมของที่จะต้องใช้วันนี้เถอะจะได้ไม่เสียเวลา ” สีวิทย์ปิดประตูแล้วถ่อยหลังกลับออกไป ส่วนปวีณ์ยังคงนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ที่โต๊ะทำงานเหลือบมองภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วจึงกดปิดหน้าจอ

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว