ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 1 : งานใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2563 18:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1 : งานใหม่
แบบอักษร

....RRRRRRR.....

เสียงของสมาร์ตโฟนเครื่องหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ข้างหัวเตียงนอนกำลังดังขึ้น มีหมายเลขโทรศัพท์สิบตัวแสดงอยู่บนหน้าจอโดยไม่มีชื่อกำกับ ชายหนุ่มหน้าอ่อนผมสั้นลืมตาแบบงัวเงียเมื่อได้ยินเสียงของสมาร์ตโฟนเครื่องนั้นที่กำลังดัง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปคว้าสมาร์ตโฟนพร้อมกับสไลด์หน้าจอเพื่อรับสายของมัน

"ฮัลโหลครับ" ชายหนุ่มหน้าอ่อนรับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

"สวัสดีค่ะ ใช่คุณครีลินน์หรือเปล่าคะ ดิฉันโทรมาจากบริษัท N Seven ค่ะ" เสียงผู้หญิงในสายเอ่ยถาม ทำเอาชายหนุ่มหน้าอ่อนที่กำลังงัวเงียนั้นตื่นในทันที พร้อมกับลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อขึ้นมานั่ง

"ใช่ครับ ผมพูดสายอยู่ครับ"

"ค่ะ ดิฉันจะโทรมาแจ้งให้ทราบว่าคุณครีลินน์ผ่านการสัมภาษณ์งานนะคะ คุณครีลินน์สะดวกที่จะเริ่มงานในวันจันทร์หน้าเลยไหมคะ"

"อ่า... จริงเหรอครับ สะดวกครับ" ชายหนุ่มหน้าอ่อนเอ่ยออกมาด้วยท่าทีที่ดีใจที่เขานั้นผ่านการสัมภาษณ์งาน

"ค่ะ งั้นวันจันทร์หน้า เจอกันที่ชั้นสามหน้าห้องฝ่ายบุคคลนะคะคุณครีลินน์ สวัสดีค่ะ"

"ครับ สวัสดีครับ"

ชายหนุ่มหน้าอ่อนเอ่ยส่งท้าย ก่อนที่สายของสมาร์ตโฟนนั้นจะถูกตัดไป ชายหนุ่มหน้าอ่อนกำสมาร์ตโฟนไว้อย่างแน่นด้วยความดีใจ เขารอเวลานี้มาเกือบเดือน เวลาที่เขานั้นจะได้เริ่มทำงานกับบริษัทแห่งใหม่ หลังจากที่เขานั้นออกมาจากบริษัทเก่าด้วยปัญหาส่วนตัวและทำการสมัครไปหลายบริษัท

N Seven เป็นเพียงบริษัทเดียวที่โทรมาบอกว่าเขานั้นผ่านการสัมภาษณ์งานและรับเขาเข้าทำงาน

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

"ข้าวผัดรวมไม่ใส่ต้นหอมผักชีได้แล้วจ้ะ"

เสียงของแม่ค้าร่างอวบที่เป็นเจ้าของร้านอาหารเอ่ยดังขึ้นพลางเดินถือจานอาหารที่เอ่ยขานออกมานั้นมาวางไว้บนโต๊ะของ เต้ หรือ ครีลินน์ ชายหนุ่มหน้าอ่อนที่มาหาอะไรกินในช่วงเช้าก่อนที่เขาจะเริ่มเข้าบริษัท N Seven เพื่อทำงานวันนี้เป็นวันแรก

"ขอบคุณครับ"

เต้เอ่ยขอบคุณแม่ค้าร่างอวบคนนั้น ก่อนที่แม่ค้าจะยิ้มและหันหลังเดินกลับไปที่จุดทำอาหารเหมือนเดิม เต้ค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบช้อนส้อมในกล่องพร้อมกับถ้วยพริกน้ำปลาที่วางอยู่บนโต๊ะให้เขยิบเข้ามาใกล้ๆ เพื่อที่จะได้เริ่มกินข้าว โดยในจังหวะที่เขากำลังจะเริ่มปรุงอาหารนั้น เขาเองก็ไม่วายที่จะพลิกนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลาด้วยความตื่นเต้น เพราะอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้ เขาก็จะได้เข้าทำงานในบริษัทแห่งใหม่แล้ว ที่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ที่แรกที่เขาทำ แต่มันก็ยังทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเหมือนเดิม

ตื้ด! ตื้ด!

เสียงแชตของข้อความนั้นดังออกมาจากสมาร์ตโฟนของเต้ ทำให้เขานั้นล้วงสมาร์ตโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกงในทันที มีข้อความจาก ติน เพื่อนสนิทสมัยมหาลัย นั้นเด้งอยู่บนหน้าจอ

 

'เฮ้ยเต้! มึงเข้าทำงานหรือยังเนี่ย'

'ยัง กูกินข้าวอยู่เนี่ย อีกแป๊บนึงแหละ กูว่าเดี๋ยวจะเข้าไปละ'

 

เต้พิมตอบข้อความของติน พร้อมกับถ่ายรูปจานข้าวผัดที่วางอยู่บนโต๊ะส่งกลับไป

 

'จริงๆ N Seven ก็ดีนะเว้ย รุ่นพี่ที่กูรู้จักก็เคยทำงานบริษัทนี้ สวัสดิการอย่างงาม ดีกว่าบริษัทก่อนหน้านี้ที่มึงไปสัมภาษณ์อีก บริษัทเกนเซอะไรน่ะ'

'เกนเซสึ บริษัทก่อสร้าง'

'เออนั่นแหละ กูจำชื่อไม่ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า"

 

เต้กรอกสายตาใส่ข้อความที่ตินนั้นส่งมา ก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือกินข้าว

 

'เออๆ ยังไงกูก็ขอให้วันแรกในการทำงานของมึงโชคดีนะ และที่สำคัญ! ไอ้นิสัยอารมณ์ร้อนของมึงน่ะ เพลาๆ ลงหน่อยก็ดีนะ หัดใจเย็นและก็อ่อนหวานเหมือนหน้าตาของมึงบ้าง'​

 

เต้ขำเบาๆ ในลำคอเมื่อได้เห็นข้อความที่ตินนั้นส่งมาเตือน ถึงแม้ว่าเขาจะดูเป็นหนุ่มหน้าอ่อน แต่นิสัยของเขานั้นตรงกันข้ามกับใบหน้าอย่างมาก โดยที่ตินเพื่อนสนิทของเขานั้นรู้ดี

 

'เออ กูรู้น่า'

 

เต้พิมตอบ ก่อนที่เขาจะเลิกคุยและเริ่มกินข้าวผัดที่เริ่มจะหายร้อนแล้ว

บรรยากาศในร้านอาหารค่อนข้างเงียบ ถึงแม้ว่าร้านอาหารนี้จะตั้งอยู่ใกล้ๆ กับหลายบริษัทแถวนั้น แต่คนในร้านกลับน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ มีเพียงพนักงานไม่กี่คนที่เข้ามานั่งกินในร้านนี้ อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งร้านดูเก่าและดูไม่ทันสมัย ทำให้พนักงานที่ทำงานแถวนั้นอาจจะเลือกกินร้านอาหารที่ดูดีกว่านี้

โดยในช่วงเวลาที่เต้กำลังนั่งกินข้าวผัดอยู่นั้น ก็มีผู้ชายสองคนเดินมาที่หน้าร้านอาหารด้วยชุดที่เปื้อนดินเปื้อนฝุ่น เสื้อสีเขียวที่แปะโลโก้ของบริษัททำให้เต้รู้ได้ทันทีว่านี่อาจเป็นชุดทำงานของผู้ชายทั้งสอง ก่อนที่ผู้ชายคนหนึ่งจะเอ่ยปากสั่งอาหาร ส่วนอีกคนก็ยืนสูบบุหรี่พร้อมกับพ่นควันออกมา เป็นกิริยาที่เต้นั้นรู้สึกไม่ดีเลย เขาไม่ชอบคนที่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะแบบนี้

"นี่พ่อหนุ่ม" เสียงของแม่ค้าร่างอวบเอ่ยเรียกชายหนุ่มทั้งสองที่สั่งอาหารเสร็จและกำลังเดินเข้ามาในร้าน

"ป้ารบกวนออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกก่อนได้ไหม เดี๋ยวลูกค้าป้าจะเหม็นกลิ่นบุหรี่กันหมด"

ชายหนุ่มที่สูบบุหรี่ค่อยๆ ดึงบุหรี่ที่กำลังสูบออกมาจากปาก

"คนน้อยขนาดนี้ไม่มีใครเขาได้กลิ่นหรอกครับป้า"

ผู้ชายคนที่สูบบุหรี่ดูไม่ได้สนใจในสิ่งที่แม่ค้าร่างอวบพูดเลย เขายังคงเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับเพื่อนของเขา และที่สำคัญเขาก็ยังเอาบุหรี่ที่ถืออยู่ในมือนั้นสูบต่อในทันที กลิ่นของบุหรี่นั้นคลุ้งไปทั่วร้าน ทำให้เต้มองเห็นพนักงานสามสี่คนที่นั่งกินข้าวอยู่ในร้านค่อยๆ ลุกขึ้นและเดินไปจ่ายตังค์ในทันที สีหน้าของแม่ค้าร่างอวบดูเอือมระอาอย่างมากกับสิ่งที่ผู้ชายสูบบุหรี่ทำ แต่แม่ค้าร่างอวบก็ยังไม่ไล่ไป

 

พอเข้าใจละ ว่าทำไมร้านถึงไม่มีคนเข้า

 

เต้มองสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกอึดอัด นิสัยอารมณ์ร้อนที่ตินนั้นสั่งให้ระงับ ดูเหมือนจะไม่สามารถห้ามสิ่งที่เขากำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ได้เลย เต้หันไปมองหน้าผู้ชายที่กำลังสูบบุหรี่ เขานั้นคุยกับเพื่อนแบบไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร จนกระทั่งสายตาของเขานั้นค่อยๆ หันมามองที่เต้ ทำให้รู้ว่าเขานั้นโดนเต้จ้องมองอยู่

"มองอะไรไอ้หน้าอ่อน" ผู้ชายที่สูบบุหรี่เอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองเต้ ซึ่งเพื่อนของเขาก็ค่อยๆ หันมามองที่เต้เหมือนกัน

"ผมได้กลิ่นบุหรี่ครับ" เต้ตอบ

"แล้วยังไง?"

ผู้ชายที่สูบบุหรี่ขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เต้พูดนั้นหมายถึงอะไร ซึ่งการพูดคุยระหว่างเต้และผู้ชายที่สูบบุหรี่ทำให้แม่ค้าร่างอวบนั้นได้ยินและหันมามองในทันที

"ก็แม่ค้าเขาให้พี่ไปสูบข้างนอกร้านไม่ใช่เหรอครับ เพราะกลัวลูกค้าในร้านของเขาเหม็น ซึ่งผมก็ได้กลิ่นและผมก็เหม็น พี่ก็ควรไปสูบบุหรี่ข้างนอกร้านครับ" เต้พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่อ่อนหวานเหมือนใบหน้าของเขา ทำเอาผู้ชายที่สูบบุหรี่หัวเราะออกมา

"ไอ้น้อง! รู้ไหมว่าพี่เป็นใคร ป้าเจ้าของร้านเขายังไม่กล้าทำอะไรพี่เลย แล้วเราเป็นใคร!"

คำพูดของผู้ชายที่สูบบุหรี่เอ่ยออกมาทำให้เต้ต้องหันหน้าไปมองแม่ค้าร่างอวบ แม่ค้าร่างอวบนั้นยืนดูนิ่งและดูเหมือนว่าจะไม่กล้าเข้ามาก้าวก่ายเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เลย

"เหม็นก็ออกไปกินร้านอื่นไอ้น้อง อย่าเยอะ!"

คำพูดของผู้ชายที่สูบบุหรี่มันเหมือนยิ่งจุดชนวนให้อารมณ์ร้อนของเต้นั้นมีมากขึ้น ก่อนที่เต้เองจะค่อยๆ หันหน้ากลับมามองที่ผู้ชายสูบบุหรี่ด้วยตาต่อตาฟันต่อฟัน

"อะไรไอ้หน้าอ่อน มองแบบนี้คืออยากจะมีปัญหากับพวกพี่ใช่ปะ!"

คำท้าทายของผู้ชายที่สูบบุหรี่ทำให้แม่ค้าร่างอวบนั้นรีบเดินมาห้ามในทันที

"พ่อหนุ่มทั้งสอง ป้าขอร้องล่ะอย่ามีเรื่องกันเลย เดี๋ยวของในร้านป้าพัง เอาเป็นว่าป้าจะไม่เก็บเงินเราทุกคนเลย ขอร้องอย่างเดียวอย่ามีเรื่องกันนะ" แม่ค้าร่างอวบนั้นหน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับเอ่ยแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด

"ป้าครับ ป้าต้องไม่ยอมคนเหล่านี้สิครับ ทำแบบนี้เขาก็ยิ่งได้ใจน่ะสิ" เต้พูดกับแม่ค้าร่างอวบพร้อมกับหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าสตางค์ส่งให้แม่ค้าร่างอวบ

"นี่เงินค่าข้าวของผมครับ ทำงานก็ต้องได้เงิน ไม่ต้องเลี้ยงผม ผมไม่ใช่ขอทาน"

เต้เอ่ยกับแม่ค้าร่างอวบก่อนที่เขาจะหันหน้ากลับไปมองผู้ชายทั้งสองที่ยืนมองเขาอยู่

"ส่วนพวกพี่ โตแล้วก็ควรให้สมองโตตามตัวด้วยนะครับ หัดมองเห็นแก่ส่วนรวม อย่าเห็นแก่ส่วนตัว สังคมมันจะแย่เอานะครับ" เต้พูดจาออกมาอย่างฉะฉาน ณ เวลานี้เขามีอารมณ์โมโหอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น

"อ้าวไอ้น้อง! ปากดีนี่หว่า คือมึงอยากจะมีเรื่องกับพวกกูใช่ไหม กูจัดให้ได้นะ ให้หน้าอ่อนๆ ของมึงนี่อาบไปด้วยเลือดเลย" ชายหนุ่มที่สูบบุหรี่เอ่ยกร่าง พร้อมกับกำหมัด ทำเอาหัวใจของเต้เต้นแรง

"ก็ถ้าพี่อยากตกงานและโดนลูกน้องของพ่อผมไล่ยิง พี่ก็ต่อยผมเลยครับ"

คำพูดของเต้ทำเอาผู้ชายทั้งสองที่กำลังกำหมัดชะงักในทันที เช่นเดียวกับแม่ค้าร่างอวบที่ก็ดูเหมือนจะตกใจเหมือนกัน

"ผมว่าพี่น่าจะรู้จักพ่อของผมดี คุณวิโรจน์"

ชายหนุ่มทั้งสองมีท่าทีที่เลิ่กลั่กในทันทีเมื่อเต้นั้นเอ่ยชื่อของคุณวิโรจน์ออกมา ทำให้เต้ยิ้มเล็กๆ พร้อมกับมองชายหนุ่มทั้งสองอย่างไม่ละสายตา

"ป้าครับ" เต้เอ่ยพร้อมกับมองหน้าป้าร่างอวบ "ต่อไปนี้งดให้สองคนนี้เข้ามาในร้านนะครับ หรือใครก็ตามที่อยู่โอวาทของสองคนนี้" เต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะหันกลับมามองที่ผู้ชายทั้งสอง "และถ้าพวกเขายังพยายามจะเข้ามาในร้านหรือก่อกวนร้าน ป้าเดินเข้าไปในบริษัทเกนเซสึและบอกว่าติดต่อมาจากร้านอาหารของป้าได้เลยนะครับ ผมจะให้ฝ่ายบุคคลเขาจัดการเรียนสายโทรหาพ่อของผมเอง"

คำพูดของเต้ทำให้ผู้ชายทั้งสองนั้นคุกเข่าและยกมือไหว้เต้ในทันทีพร้อมกับเอ่ยปากขอโทษอยู่อย่างนั้น

"อย่าบอกคุณวิโรจน์เลยนะครับ พวกผมผิดไปแล้วครับ พวกผมไม่อยากตกงาน ผมมีลูกสาวที่ต้องส่งเรียนครับ" ผู้ชายที่สูบบุหรี่เอ่ยออกมาด้วยท่าทีที่ตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เต้ยืนยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเล็กๆ

"ที่หลังก็อย่าข่มเหงคนอื่นแบบนี้อีก เอาเป็นว่าครั้งนี้ผมละเว้นไว้ให้ก่อน แต่ถ้าครั้งหน้ามีอีก และผมเจอแบบนี้อีก ลูกคุณผมก็อาจจะไม่ละเว้นให้นะ"

"ครับ พวกผมผิดไปแล้ว" ผู้ชายทั้งสองยังคงเอ่ยขอโทษด้วยท่าทีที่รู้สึกผิด ก่อนที่เต้จะหันหน้าไปมองแม่ค้าร่างอวบพร้อมกับยิ้มเล็กๆ และเดินออกจากร้านอาหารไป

หลังจากที่เต้นั้นเดินห่างออกมาจากร้านอาหารไปได้สักพัก เขาก็ต้องหัวเราะออกมา เพราะความเป็นจริงแล้ว เขาเองไม่ได้เป็นลูกของคุณวิโรจน์ หรือรู้จักอะไรกับคุณวิโรจน์ประธานของบริษัทเกนเซสึเลย มันคือความโชคดีที่เขานั้นมองเห็นโลโก้บริษัทที่แปะอยู่บนเสื้อของผู้ชายที่สูบบุหรี่ มันคือโลโก้บริษัทเกนเซสึ บริษัทที่เขาไปสัมภาษณ์งานและไม่ผ่านการสัมภาษณ์งานนั่นเอง และยิ่งโชคดีมากกว่า คือการที่เขานั้นจำชื่อประธานของบริษัทได้ รูปของคุณวิโรจน์ที่หน้าตาดูโหดๆ ที่แปะหราอยู่กลางบริษัท ทำให้เต้ไม่อาจลืม

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

เต้เดินเข้ามาในบริษัท N Seven ด้วยใบหน้าที่มีความสุข พลางใช้สายตามองไปทั่วๆ ชั้นล่างของบริษัท N seven ที่ถูกตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์นอย่างกับโรงแรมอย่างไรอย่างนั้น เต้เดินตรงมายังลิฟต์ที่กำลังถูกเปิดออก มีผู้ชายผู้หญิงสามสี่คนกำลังเดินออกมาจากลิฟต์ ก่อนที่ลิฟต์ตัวนั้นจะว่าง พร้อมให้เต้ได้เดินเข้าไป

 

โชคดีจัง

 

เต้เดินเข้ามาในลิฟต์ด้วยสีหน้าที่มีความสุข พลางเอื้อมมือไปกดปุ่มชั้นสามเพื่อจะขึ้นไปหาฝ่ายบุคคล โดยในจังหวะนั้นเองก็มีเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งวิ่งมาแต่ไกล พร้อมกับเสียงตะโกนเพื่อให้เต้ได้ยิน

"รอด้วยครับ!"

เสียงของผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยดังขึ้นจนทำให้เต้ตกใจพร้อมกับเอื้อมมือไปกดปุ่มให้ประตูลิฟต์มันถูกเปิดออก ก่อนที่จะมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาจนถึงหน้าลิฟต์ด้วยท่าทีที่หอบและเหนื่อย

"เฮ้อ! นึกว่าจะไม่ทัน ขอบคุณนะครับ"

ชายหนุ่มที่วิ่งมาเอ่ยขอบคุณพร้อมกับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองเต้ ใบหน้าหล่อๆ ของชายหนุ่มที่มายืนอยู่หน้าลิฟต์​ ทำเอาเต้แอบหัวใจเต้นแรง เขาเป็นผู้ชายหน้าตาดี อายุที่คำนวณจากใบหน้า ไม่น่าเกินสามสิบห้า ผิวขาว หุ่นสมส่วน ไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป

"มะ... ไม่เป็นไรครับ" เต้เอ่ยตอบด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ

ชายหนุ่มยิ้มเล็กๆ และเดินเข้ามาในลิฟต์ มายืนอยู่บริเวณด้านหลังของเต้ ก่อนที่ประตูลิฟต์ที่ถูกเปิดอยู่จะค่อยๆ ปิดลง ทิ้งให้โลกทั้งใบนี้เหลือแต่เพียงเต้และชายหนุ่มหน้าตาดีที่เพิ่งเดินเข้ามาในลิฟต์เท่านั้น

จมูกของเต้ได้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ออกมาจากชายหนุ่ม ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าผู้ชายหน้าตาดีคนนี้ก็สูบบุหรี่ มันทำให้เขาอดนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าไม่ได้เลย

"ไปชั้นไหนครับ"

เต้เอ่ยถามพลางมองชายหนุ่มผ่านกระจกสะท้อนตรงประตูลิฟต์ ชายหนุ่มคนนั้นกำลังยืนหาวได้แบบจริงจัง เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน

"ชั้นสามครับ"

ชายหนุ่มตอบพลางชำเลืองสายตาไปมองยังปุ่มกดลิฟต์

"อ้าวชั้นเดียวกันนี่ ไม่คุ้นหน้าเลย มาส่งของเหรอ"

คำพูดทักทายของชายหนุ่มทำให้เต้ชะงักในทันที ไม่เคยมีใครมาว่าเขาเป็นคนส่งของแบบนี้มาก่อนเลย

 

ส่งของเหรอ? เอาตาข้างไหนดูวะเนี่ย

 

คำพูดของชายหนุ่มเหมือนจุดชนวนความอารมณ์ร้อนของเต้ให้กลับมาอีกครั้ง เต้มองหน้าชายหนุ่มผ่านกระจกที่สะท้อนด้วยความโมโห ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะหน้าตาดี จะหล่อแค่ไหน แต่ถ้าทักทายคนอื่นด้วยประโยคที่ไม่สร้างสรรค์แบบนี้ ความหน้าตาดีก็ไม่ได้ช่วยอะไร

 

'เออๆ ยังไงกูก็ขอให้วันแรกในการทำงานของมึงโชคดีนะ และที่สำคัญ! ไอ้นิสัยอารมณ์ร้อนของมึงน่ะ เพลาๆ ลงหน่อยก็ดีนะ หัดใจเย็นและก็อ่อนหวานเหมือนหน้าตาของมึงบ้าง'​

 

คำพูดของตินที่เอ่ยเตือนเต้เมื่อเช้าเอ่ยดังขึ้นในสมอง มันพอที่จะทำให้เต้ควบคุมอารมณ์ร้อนได้บ้าง ถึงแม้ว่าเขาอยากจะหันไปต่อว่าชายหนุ่มคนนั้นแค่ไหนก็ตาม

"อ้าวไม่ตอบ! นี่ผมทายผิดเหรอ แย่จัง"

ชายหนุ่มเขยิบตัวเข้ามาใกล้ๆ เต้ เหมือนจะมามองที่หน้าของเต้ แต่แล้วเสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นเมื่อถึงชั้นสาม ทำให้ชายหนุ่มยืนรอจนประตูลิฟต์เปิด ก่อนที่เขาจะเลี้ยวซ้ายและเดินไปในทันที โดยมีเต้ที่ยืนมองชายหนุ่มที่กำลังเดินออกไปด้วยความรู้สึกไม่ดีอยู่อย่างนั้น

"หึ! มาหาว่าคนอื่นเป็นคนส่งของ อยากรู้ซะจริงๆ ว่าคนแบบนี้จะทำตำแหน่งอะไร"

เต้แอบพึมพำพลางถอนหายใจเบาๆ

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

"คุณครีลินน์คะ" เสียงของพนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวยเอ่ยเรียกชื่อจริงของเต้ที่กำลังนั่งรออยู่หน้าห้อง หลังจากที่เขานั้นไปถ่ายรูปติดบัตรพนักงานเสร็จเมื่อสิบนาทีก่อนหน้านี้ "นี่ค่ะ เรียบร้อยแล้วนะคะ"

พนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวยเดินเอาบัตรพนักงานที่มีรูป ชื่อจริงของเต้ และแผนกที่เขานั้นทำ มายื่นให้เขาที่กำลังนั่งรออยู่

"ขอบคุณครับ" เต้เอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับบัตรพนักงานของเขาจากมือของพนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวย ตอนนี้รูปของเขา ชื่อของเขา ได้วางอยู่บนบัตรพนักงานแล้ว มันเป็นการยืนยันว่าตอนนี้เขาได้เป็นพนักงานที่นี่แบบเต็มตัวแล้ว

 

รู้สึกดีจัง

 

"คุณครีลินน์คะ เดี๋ยวเดินตามดิฉันมาค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะพาเข้าแผนกไปพบกับเพื่อนร่วมงานและก็หัวหน้าของคุณค่ะ"

"ครับ"

เต้ขานรับด้วยความดีใจที่จะได้พบเจอกับคนใหม่ๆ แล้ว ก่อนที่เขานั้นจะลุกขึ้นและเดินตามพนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวยคนนั้นไป

บรรยากาศในออฟฟิศของที่นี่ค่อนข้างแตกต่างจากบริษัทเก่าที่เต้เคยทำมา ที่นี่ดูแบ่งสัดส่วนออกอย่างชัดเจน ไม่ปะปนและดูวุ่นวายเหมือนบริษัทเก่าที่เต้เคยทำมา ตอนนี้เขาเดินตามพนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวยผ่านหลายๆ แผนก ทำให้เต้อดที่จะชำเลืองสายตามองหาชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้ คนที่หาว่าเขาเป็นคนส่งของ เขานั้นอยากรู้ซะจริงๆ ว่าชายหนุ่มคนนั้นทำงานตำแหน่งอะไรกันแน่

"คุณครีลินน์คะ ถึงแล้วค่ะ"

พนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวยหันมาบอกเต้ที่กำลังหันไปมองนู่นนั่นนี่โดยไม่ได้มองแผนกที่พนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวยนั้นพามาส่งเลย

"ครับ"

เต้ค่อยๆ หันกลับมามองแผนกที่พนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวยพาเขามา พนักงานในแผนกซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมดเงยหน้าขึ้นมามองเต้กันอย่างไม่ได้นัดหมาย ทำให้เต้ยิ้มและยกมือไหว้ ซึ่งมันคือความโชคดีของเต้อย่างมาก ที่ไม่มีชายหนุ่มคนนั้นที่ทักเขาว่าเป็นคนส่งของนั่งอยู่ในแผนกนี้ด้วย

"คุณอินไทม์ล่ะคะ ไปไหน" พนักงานสาวสวยฝ่ายบุคคลเอ่ยถามถึงคนคนหนึ่งพร้อมกับหันซ้ายหันขวาเหมือนหาคนคนนั้น ทำให้เต้พอจะเดาได้ว่าชื่อของคนที่พนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวยพูด จะต้องเป็นหัวหน้าของเต้อย่างแน่นอน

"อยู่นี่ครับ!"

เสียงของผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยดังขึ้นมาจากใต้โต๊ะทำงานที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่พี่ๆ ในแผนกนั้นนั่งทำงานอยู่ ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะลุกขึ้นมาพร้อมแผ่นกระดาษเอกสารสามสี่แผ่นที่อยู่ในมือของเขา

 

เชี่ย!

 

เต้มองด้วยความตกใจ เพราะผู้ชายคนนั้นที่ลุกขึ้นมาจากใต้โต๊ะ คือชายหนุ่มคนเดียวกันกับที่เขาเจอเมื่อเช้าในลิฟต์

 

อย่าบอกนะว่า...

 

"ลงไปทำอะไรใต้โต๊ะคะคุณอินไทม์"

"พอดีกระดาษมันปลิวน่ะครับ ผมก็เลยก้มลงมาเก็บ"

ชายหนุ่มคนนั้นตอบก่อนที่สายตาของเขาจะมองมาที่เต้

"อ้าวน้องชายที่พี่เจอในลิฟต์เมื่อเช้านี่ เป็นพนักงานใหม่หรอกเหรอ พี่ก็นึกว่าเป็นคนส่งของซะอีก" ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับเดินออกมาจากโต๊ะทำงานเพื่อเดินมาหาเต้และพนักงานฝ่ายบุคคลสาวสวยที่ยืนอยู่

"อ้าว! นี่คุณอินไทม์ได้เจอกับน้องใหม่แล้วเหรอคะ ดีจังเลยค่ะ" พนักงานฝ่ายบุคคลเอ่ยพลางหันมามองหน้าเต้

"นี่คุณอินไทม์ หัวหน้าแผนกฝ่ายซิสเต็มส์ และก็เป็นหัวหน้าของคุณครีลินน์ด้วยค่ะ"

 

จะ...จริงดิ!

 

~ โปรดติดตามตอนต่อไป ~

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว