ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บท 28 คำทำนาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.6k

ความคิดเห็น : 79

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 19:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 28 คำทำนาย
แบบอักษร

"นึกว่างอแงไม่ยอมลุกซะอีก พี่เขาอุตส่าห์ไปเรียก" โจชัวกระเซ้าเย้าแหย่ลูกสาวทันทีที่เห็นใบข้าวเดินตามแผ่นหลังกว้างของไลออนต่อจากกุสุมา

 

"วันคล้ายวันเกิดใครเอ่ย?" หมอลูเซียโน่ถามขึ้นลอยๆ เพื่อให้เจ้าของวันเกิดได้รู้ตัว เพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการเรียน อีกทั้งเรื่องพี่ชายจนเผลอลืมวันสำคัญของตัวเอง

 

"อาหมอ..." เสียงเรียกคนตรงหน้าที่เคารพเสมือนพ่ออีกคนเสียงสั่นเครือ ในตอนที่ลูเซียโน่ถือเค้กปอนด์ใหญ่มาให้ตรงหน้า เด็กสาวยิ้มกว้างเมื่อเหลือบมองเห็นข้อความบนหน้าเค้ก

 

"Happy birthday to you..." ใบข้าวหันหน้าไปยังต้นเสียงร้องนำ ก่อนทุกคนภายในห้องอาหารจะพร้อมใจกันร้องเพลงอวยพรให้กับเด็กสาว มีเพียงไลออนคนเดียวที่ยืนเงียบนิ่งราวกับไร้ตัวตนในห้องนั้น

 

เดนนิสถือกล่องของขวัญหยัดกายลุกเดินเข้าหา ซึ่งไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขานั่งอยู่ไม่ไกลแต่เธอกลับไม่ทันสังเกต จนกระทั่งทำนองของเพลงอวยพรจบลง

 

ลูเซียโน่ก็ยืนเค้กมาให้ใบข้าวได้อธิษฐานและเป่าเทียนเหมือนทุกปี ความรู้สึกอบอุ่นโอบล้อมไปทั่วบริเวณห้องใบข้าวสัมผัสได้ถึงความรักจากทุกคนที่มีให้เธอด้วยความบริสุทธิ์ใจ

 

ทั้งหมดร่วมกันรับประทานมื้อเช้าด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง แต่ดูเหมือนจะมีสองหนุ่มบนโต๊ะที่คอยเหลือบมองกันเป็นระยะ คนหนึ่งมองด้วยสายตาขุ่นเคืองปนคำถามมากมาย ทว่าสายตาอีกฝ่ายกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ยากจะอ่านความในใจของเขาได้

 

 

หลายชั่วโมงต่อมา...

 

"ทำไมถึงได้ทำเซอร์ไพรส์ตั้งแต่เช้าเลยล่ะคะ" ใบข้าวเอ่ยถามครั้งแรก หลังทุกคนเริ่มอิ่มหนำสำราญกับมื้อเช้าที่เต็มไปด้วยอาหารราคาแพง

 

"ตอนเย็นอาหมอมีนัดกับคนไข้ ส่วนเดย์ต้องบินไปดูงานที่ไทย พวกเราเลยตกลงกันว่าจะทำเซอร์ไพรส์ข้าวในช่วงเช้าเลย" กุสุมาเป็นเจ้าของคำตอบ

 

"วันนี้เคลลี่ติดเรียนเลยมาได้ แต่ฝากของขวัญมาให้ข้าวด้วยนะ" ลูเซียโน่ยื่นกล่องของขวัญขนาดเล็กให้กับหลานสาว ซึ่งใบข้าวก็กุลีกุจอรีบรับมาด้วยความตื่นเต้น

 

"ขอบคุณค่ะ"

 

"พี่มีอะไรเล็กๆน้อยๆให้ข้าวเหมือนกัน" เดนนิสล้วงเอากล่องกำมะหยี่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำ ทำให้ทุกคนมองตามอัตโนมัติและชะงักไปชั่วขณะทันทีที่มันพ้นกระเป๋าเสื้อของเขาออกมา

 

"...ขอบคุณค่ะ" ใบข้าวเมื่อได้สติก็คลี่ยิ้มบางๆแล้วรับมาไว้ในอุ้งมือโดยไม่ยอมเปิดออกเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าสิ่งของในกล่องนั้นมันคืออะไร เธอเหลือบมองใบหน้าสีหน้าของไลออนในตอนที่รับมันมาไว้ในมือ ก่อนจะเลือกวางของขวัญไว้เก้าอี้ด้านข้างแทน

 

"ช่วงนี้ดูข้าวเหนื่อยๆนะครับ อยากไปพักผ่อนบ้างหรือเปล่าเดี๋ยวพี่พาไป สักสองชั่วโมงน่าจะทันขึ้นเครื่อง" เดนนิสมองนาฬิกาเรือนหรูพลางคาดการณ์ เขาพยายามหาเวลาว่างให้กับคนรัก แต่เนื่องด้วยเหตุจำเป็นหลายๆอย่างทำให้แทบไม่มีเวลาทำหน้าที่คู่หมั้นที่ดีเลย

 

"อย่ากังวลเลยค่ะ พี่เดย์ทำงานก็เหนื่อยมากแล้ว เอาไว้กลับจากไทยแล้วค่อยมาพาข้าวไปเที่ยวนะคะ"

 

"เเหม... เป็นห่วงเป็นใยกันเกินหน้าเกินตาผู้ใหญ่ไปแล้วนะว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว คงได้ยินข่าวดีเร็วๆนี้แน่" ลูเซียโน่เอ่ยแซวพลางยิ้มกว้างจนเห็นรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้นด้วยความอายเมื่อถูกผู้ใหญ่ทั้งสามรอบมองเธอและคู่หมั้นยิ้มเป็นนัยๆ

 

ต่างจากชายหนุ่มอีกคนที่เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรราวกับรูปปั้น กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงช่วงบ่าย ทั้งลูเซียโน่และคู่หมั้นหนุ่มก็ขอตัวกันแยกย้ายกลับไปทำธุระ ใบข้าวเดินไปส่งทั้งสองหน้าบ้านก่อนจะเดินกลับมา เป็นจังหวะเดียวกับที่ไลออนเอ่ยลาพ่อและแม่ของเธอเมื่อคุยธุระส่วนตัวเสร็จ

 

"จะกลับเลยหรอ" ไลออนไม่ได้หยุดฝีเท้าและยังคงเดินก้าวลงบันไดขั้นสุดท้ายของบ้านแล้วสาวเท้ามุ่งไปยังรถสปอร์ตที่จอดอยู่ คนติดตามรีบวิ่งประจำรถอีกคันเมื่อเห็นเจ้านายตั้งท่าจะออกจากบ้านหลังนี้อย่างรู้งาน

 

"เดี๋ยวค่ะ!" ใบเข้าวิ่งออกจากบ้านอีกครั้งพร้อมกระเป๋าสะพายข้างและโทรศัพท์มือถือ มาหยุดหน้ารถสปอร์ตคันหรูวางมือบนกระโปรงรถหายใจเหนื่อยหอบ

 

"จะไปไหน" เขาปลายสายตามองเพียงนิดก่อนจะเลื่อนหนีทั้งที่ตั้งคำถามกับเธอ

 

"ไปด้วยได้ไหม วันนี้ข้าวไม่มีเรียน" เธอไม่รอให้เขาอนุญาต เดินอ้อมไปเปิดประตูรถอีกข้างอย่างถือวิสาสะ ไลออนไม่ได้พูดอะไรต่อตามเข้าไปตำแหน่งคนขับแล้วขับรถเคลื่อนออกไปในที่สุด

 

มาเฟียหนุ่มขับรถมาเรื่อยๆบนท้องถนนหลายชั่วโมง มีเพียงความเงียบเข้าปกคลุมตลอดทาง ใบข้าวเอนตัวพิงศีรษะทุยเล็กแนบกับกระจกใสเย็บเฉียบ มองต้นไม้ใบหญ้าข้างทางที่ถูกธรรมชาติสร้างขึ้นด้วยความเพลิดเพลินและผล็อยหลับไป

 

 

เขาพาเธอมาที่ชายหาดแห่งหนึ่ง แต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินเล่นถึงห้านาที ไลออนก็ปลีกตัวไปออกไปซื้อเครื่องดื่มด้วยตัวเองทั้งที่เขาสามารถใช้ลูกน้องได้ตลอดเวลา ใบข้าวมองตามแผ่นหลังกว้างจนกระทั่งชายหนุ่มเดินไปหยุดหน้าร้านขายเครื่องดื่ม

 

ครืด~ ครืด~

 

แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์เครื่องหรูในมือดึงความสนใจจากใบข้าวให้เหลือบมอง เธอรีบปัดรับเมื่อเห็นเบอร์คู่หมั้นหนุ่มปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

 

"ค่ะพี่เดย์"

 

[อีกห้านาทีพี่จะขึ้นเครื่องแล้วนะ ขอโทษที่ช่วงนี้พี่ไม่มีเวลาให้ข้าวเลย เดี๋ยวเสร็จธุระพี่จะกลับมาทำตามสัญญานะครับ] ใบข้าวเผลอยิ้มกับคำพูดของปลายสาย เขายังคงอบอุ่นเหมือนเดิมมีแต่เธอเองที่คิดมากเกินไป... หรือเปล่า?

 

"ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ"

 

[ครับ]

 

"แม่หนู" น้ำเสียงสั่นๆเรียกใครสักคนจากทางด้านหลัง ทำให้ใบข้าวที่กำลังวางสายจากคู่หมั้นหนุ่มหันกลับมามองพลางเลิกคิ้วเชิงถาม

 

"คะ?" หญิงชราส่งยิ้มบางๆให้ซึ่งเธอก็ยิ้มตอบกลับตามมารยาท สายลมจากอากาศพัดโกรกใบหน้าและลำคอ ดวงตากลมหรี่ลงเล็กน้อยทำให้สังเกตเห็นการแต่งตัวของหญิงชราที่ดูแปลกๆและดูลึกลับในเวลาเดียวกัน

 

"หนูเชื่อเรื่องดวงไหม"

 

"ก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ" ใบข้าวถามกลับอย่างนอบน้อม เพราะถึงอย่างไรหญิงชราแปลกหน้าก็มีอายุมากกว่าเธอ

 

"หนูมีเกณฑ์จะได้อยู่กินกับคู่ชีวิตนะ"

 

"...หนูก็ต้องอยู่กับคู่ชีวิตสิคะ" เธอตอบกลับตามความเป็นจริงพลางแอบนึกขำ จะให้เธอไปอยู่กินกับใครล่ะถ้าไม่ใช่คู่ชีวิตในอนาคต คงจะเป็นพวกหมอดูร่างทรงที่หลอกลวงผู้คนไปวันๆสินะ

 

"เนื้อคู่จะถูกพรากไป และไม่สามารถกลับมาสานสัมพันธ์รักกันอีกได้"

 

"..." ทั้งที่มองว่าหญิงชราคือพวกโกหกลวงโลก แต่น้ำเสียงดูจริงจังทำให้ใบข้าวเงียบไปราวกับถูกต้องมนต์สะกด

 

"ฉันไม่ใช่พวกหลอกเอาเงินทองหรอกนะแม่หนู ฉันดูให้ฟรี" เธอส่งยิ้มคลายกังวลให้กับเด็กสาวราวกับอ่านใจได้

 

"..."

 

" ฉันแค่อยากจะเตือน... ถ้าคู่ชีวิตสั่งห้ามอะไรอย่าฝ่าฝืนเด็ดขาด ดวงชะตาเจ้าอ่อนนักมีเพียงเขาที่ช่วยหนุนและทำให้แคล้วคลาดจากอันตราย ...ฉันบอกได้แค่นี้" หญิงชรายิ้มบางๆแล้วหมุนตัวเดินออกไปท่ามกลางความมืดในช่วงเย็น

 

"เดี๋ยวค่ะ!" สองเท้าที่เดินออกไปชะลอลงจนหยุดนิ่ง "แล้วหนูจะรู้ได้ยังไง ว่าใครคือเนื้อคู่ใครเป็นคู่ชีวิต"

 

"คำตอบนั้นแม่หนูคงมีอยู่ในใจแล้ว" ผู้ทำนายตอบโดยไม่หันหน้ากลับไปสบตาคนถามอีกเลยเมื่อได้พูดในสิ่งที่เห็นล่วงหน้าทั้งหมด ก่อนจะเดินจากไปไกลเรื่อยๆจนลับสายตาหายไปในความมืด

 

"คุยกับใคร" เสียงเข้มช่วยดึงใบข้าวให้หลุดจากภวังค์ความคิดเมื่อครู่นี้ เธอถอนลมหายใจเบาๆเพื่อรวบรวมสติแล้วหันกลับไปสบตาเจ้าของคำถาม

 

"หมอดูค่ะ แค่เดินมาทัก"

 

"เชื่อเรื่องพวกนี้?" เขาถามในจังหวะที่ยื่นแก้วเครื่องดื่มให้กับเธอ

 

"ฟังหูไว้หูค่ะ" เธอยักไหล่และรับเครื่องดื่มจากมือหนา หันหน้ากลับไปมองท้องทะเลในแสงไฟสลัว ปล่อยให้สายลมและไอความเย็นที่โผล่พ้นผิวน้ำพัดโกรกลำคอและใบหน้าเป็นระยะ เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินไปทางรถใบข้าวจึงรีบเดินเคียงข้างไปโดยไม่พูดเช่นกัน

 

"..." ต่างฝ่ายต่างปล่อยให้ความเงียบตลอดทางถูกทำลายด้วยเสียงคลื่นทะเลซัดสาดเข้าฝั่ง

 

"ในทะเลมีคราเคนไหมคะ" จู่ๆใบข้าวก็พูดขึ้นเมื่อเดินมาถึงรถทำให้คนข้างๆเหลือบมองเธอด้วยหางตาก่อนจะเลื่อนสายตามองท้องทะเลตรงหน้า เอนแผ่นหลังพิงกับตัวรถอย่างใช้ความคิด

 

"เรื่องเล่าไร้สาระ"

 

"แล้วคนข้างๆเป็นเหมือนคราเคนหรือเปล่า"

 

"..." ชายหนุ่มถอนลมหายใจเสียงดังบ่งบอกว่าเขาเบื่อหน่ายที่จะต้องอธิบายหรือสนทนาเรื่องไร้สาระพวกนี้

 

"อสูรกายใต้ท้องทะเล... ชอบโจมตีกะทันหันและดุร้ายที่สุด"

 

"รู้ได้ยังไงว่ามันดุร้าย" เขาสวนกลับครั้งแรกใบหน้าคมยังหันไปทิศทางเดิมไม่ได้หันมาสบตาแต่อย่างใด

 

"จากเรื่องเล่า... เจ้าหมึกยักษ์จะโผล่ขึ้นจากน้ำพรวดเดียวสูงกว่าเสากระโดงเรือ มันโอบหนวดรัดลำเรือเอาไว้ และหนวดที่เหลือมันตวัดจะรัดลูกเรือจนกระดูกแหลก บ้างก็รัดเข้ามาป้อนเข้าปากน่ากลัว"

 

ใบข้าวลูบเเขนเรียวที่โผล่พ้นแขนเสื้อในตอนที่ลมทะเลพัดวูบหนึ่งเข้ามากระทบผิวกาย ก่อนจะเทเครื่องดื่มที่เหลือในแก้วเพียงไม่กี่หยดคว่ำลงบนพื้นดิน พับมันให้เรียบร้อยเตรียมไปทิ้งขยะ

 

"อสูรกายไม่จำเป็นจะต้องอยู่แค่ในตำนาน"

 

"..."

 

"บางที่มันอาจจะอยู่ข้างเธอก็ได้" เขาทิ้งท้ายก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ คำพูดของหมอดูก่อนหน้านี้ลอยเข้ามาในหัว กระตุ้นหัวใจดวงน้อยให้เต้นแรงระรัวอีกครั้ง เธอปิดเปลือกตาลงสักพักไม่ให้จิตฟุ้งซ่าน เอื้อมไปเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งตำแหน่งเดิม

__________________________________

Comment สติ๊กเกอร์หัวใจ เป็นกำลังใจให้ณัฐเทียร์ผู้นอนซิกงิกข้างกองหนังสือหน่อยน้าาาา

 

*เรื่องดวงและคำนาย เป็นความเชื่อระหว่างบุคคล โปรดใช้จักรยานในการอ่านนะฮะ🚲🚲🚲

 

ความคิดเห็น