ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เฟรชชี่ของพี่ไงครับ 100%

ชื่อตอน : เฟรชชี่ของพี่ไงครับ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 189.5k

ความคิดเห็น : 356

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2563 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เฟรชชี่ของพี่ไงครับ 100%
แบบอักษร

  

  

  

  

ตอนที่ 6 

เฟรชชี่ของพี่ไงครับ 

[Mark Masa] 

  

  

  

  

แล้วเวลาที่ผมไม่อยากให้มาถึงก็มาถึง

เวลาที่ผมต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่วี

ผมไม่เคยคิดว่าจะขัดเขินเวลาใส่ชุดนักศึกษาถูกระเบียบ แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกอย่างนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ผมใส่แต่เสื้อช็อป หรืออาจจะเป็นเพราะว่าผมตัวใหญ่ขึ้นมันเลยรู้สึกแปลกๆ หรือไม่ก็อาจจะเพราะกิจกรรมที่ต้องไปทำ อืม…มันก็แค่ถ่ายรูปรับปริญญานอกรอบตามที่ให้สัญญาไว้

สัญญาลวงหลอกที่โดนหลอกให้ตกลง

“เสร็จยังเนี่ย” พี่วีเรียกอยู่นอกห้องน้ำ ทำเอาผมที่กำลังเช็กผมอยู่ต้องถอนหายใจ

“พี่รีบอะไรเนี่ย”

“มาดูนี่ให้กูหน่อย” พี่วีบอกแบบนั้น ผมเลยเดินออกจากห้องน้ำ แต่ก็ต้องหยุดเดินเมื่อมองเห็นเขา

คนหล่อของผมอยู่ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบ ล่าสุดที่ผมเห็นพี่วีใส่ชุดนี้คือตอนสอบเสร็จ แต่ตอนนั้นมันไม่ใช่แบบนี้ มันไม่ใช่แบบที่เนี้ยบขนาดนี้ แสล็กสีดำแทบจะขึ้นเป็นเงาอยู่แล้ว เสื้อสีขาวที่แขนยาวนั่นดูพอดีกับตัวพี่วีมากๆ แล้วไหนจะเน็กไทด์ที่แม้จะบิดเบี้ยวไปหน่อยแต่มันไม่ได้ทำให้ความสมบูรณ์แบบของพี่วีลดน้อยลง ครุยของมหาวิทยาลัยถูกพาดอยู่ที่แขนข้างขวาของพี่วี คนหล่อยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าและหันมามองผม เหมือนรอให้ผมเข้าไปหา แต่ก็นั่นแหละ ผมโดนสะกดอยู่ 

“อะ…” โดนสะกดจนพี่เขาเดินเข้ามาหา ผมถึงรู้สึกตัว

“หล่อจังวะ” พี่วีว่าขณะที่เดินเข้ามาหาผม แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับคำนั้นเลย ไม่เลยสักนิดถ้าให้เทียบกับพี่วี

“เอ่อ…”

“เซ็ตผมด้วย? เกินหน้าเกินตาว่ะ” พี่วีว่าแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าผม มือเรียวของพี่เขายื่นมาจับผมของผมที่ไม่ได้เซ็ตอะไรมันมากมายหรอก แค่เปิดขึ้นเล็กน้อยพอให้มันได้เป็นทรง 

“พี่ก็…ไม่ต่างกันหรอก” นั่นคือคำโกหกของผม ความจริงแล้วต่างกันมาก พี่วีหล่อมาก ทรงผมที่แค่แสกกลางแล้วใส่เจลนิดหน่อยนั่นมันทำให้พี่เขาดูดีสุดๆ แม่ง…ขอหยาบคายหน่อยเถอะ แฟนผมโคตรหล่อ

“จัดไทด์ให้หน่อย” พี่วีบอกแล้วขยับเข้ามาหาผม ผมเลยต้องเอื้อมมือขึ้นไปจัดเน็กไทด์ที่บิดเบี้ยวนั่นให้พี่วี

“เสร็จแล้ว” ผมว่า แล้วกลิ่นหอมๆ ของแฟนผมก็จางลงนิดหน่อย พี่วีขยับแล้วหมุนตัวออกไปทางตู้เย็น ไม่มีอะไรมากมาย เขาทำเหมือนตัวเองเป็นปกติ ไม่มีอะไรแปลก ไม่ได้ทำตัวหล่อ และทำทุกอย่างอย่างเป็นธรรมชาติ

“เอานมไหม หรือเอาแค่ขนมปัง” พี่วีหันมาถาม

“ระวังครุย” ผมบอกแล้วเดินเข้าไปหา

“เออ ถือให้หน่อย ยืมเขามา” พี่วีบอกแล้วยื่นครุยให้ผม ส่วนตัวเองก้มลงไปหาอาหารมื้อเที่ยงของเราต่อ

เรานัดกับช่างภาพไว้ตอนบ่ายค่อนไปหาเย็น พี่ดิวเป็นคนเลือกเวลาและหาโลเคชันไว้ให้ สำหรับตอนบ่ายพี่เขาเสนอให้ถ่ายที่ตึกคณะ ส่วนตอนเย็นค่อยไปถ่ายที่หน้ามหา’ลัย แต่พอถึงเวลาจริงๆ ผมก็ไม่รู้ว่าพี่วีจะเอายังไง เพราะเห็นว่าคนที่ถ่ายเป็นรุ่นน้อง เป็นน้องชายของพี่ดิวที่เพิ่งเข้ามาเรียนที่นี่ คณะเดียวกับพี่ดิว

“เอาแค่นม”

“โอเค”

“พี่วี อยากกินไส้กรอก ไปซื้อข้างนอกได้ป้ะ” ผมถามจณะที่พี่เขาก้มตัวลงไปเอานม แล้วคนตัวสูงก็ยืดตัวขึ้นแล้วหันมาหาผม

“เรื่องมาก”

“เออๆ เอาแค่นมนั่นแหละ” ผมบอกกลับ แต่พี่วีกลับเดินผ่านหน้าผมไปที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วหยิบนาฬิกา พร้อมทั้งเดินไปสวมรองเท้าหนังที่เงาวับของเขา

“มาใส่รองเท้าสิ” พี่วีบอก ผมเลยเดินเข้าไปหา

“แล้วนมผมล่ะ”

“จะกินไส้กรอกไม่ใช่หรือไง?” พี่วีเงยหน้าขึ้นมาถามผมที่ยืนอยู่ แล้วทั้งเสียง ทั้งหน้าตา และคำถามนั่นมันทำให้ใจผมเต้นแรง

“อือ เฮ้ย!” ผมแทบจะสะบัดเท้าหนีเมื่อพี่วีขับข้อเท้าผมแล้วยัดรองเท้าเข้ามาให้ แต่พี่วีก็ยึดไว้แน่นเกินไปผมเลยต้องค่อยๆ สอดเท้าใส่เข้าไปในรองเท้าของตัวเองด้วยความเคอะเขิน 

มันใช่เรื่องที่ต้องมาใส่รองเท้าให้ผมไหมล่ะ?

“ช้า” พี่วีบอกออกมาแล้วยืนขึ้น

“ไม่เห็นต้องใส่ให้เลย” ผมว่าเบาๆ ถ้าช้าก็แค่เร่ง แค่เร่งให้ผมใส่เร็วๆ เหมือนทุกครั้งที่เขาเคยทำแค่นั้นก็พอ

“รู้สึกดีก็ขอบคุณสิ” พี่วีหันมาสบตาแล้วพูด

“ขอบคุณ”

“ครับ?” คิ้วสวยเลิกขึ้นสูงเป็นเชิงว่าคำลงท้ายของผมไปไหน เห็นว่าวันนี้เป็นวันที่ต้องตามใจเขาหรอกนะ ผมเลยขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบข้างหูพี่วีเบาๆ

“ขอบคุณครับพี่วี” ผมว่าแล้วผละออกมายิ้มให้พี่เขา

“อยากจูบ” หน้าหล่อที่เก๊กความเข่งขรึมไว้ทั้งวันว่าออกมาอย่างอ่อนใจ

“ไม่ ผมรีบ” ผมบอกแล้วไปเปิดประตู เดินนำพี่วีออกมาอย่างไม่หันไปสนใจเขาอีกสักนิด ได้คืบแล้วจะเอาศอก คือนิยามของคนชื่อวิวิศน์ ดังนั้นเราห้ามหลงกลเด็ดขาดแม้ว่ามันจะน่าหลงมากๆ ก็เถอะ

พี่วีพาผมแวะซื้อไส้กรอกอย่างที่บอกไว้นั่นแหละครับ แต่พี่วีเป็นเดินลงไปซื้อให้ ซึ่งผมก็ไม่ขัดเพราะตอนนั้นแม่ก็โทรเข้ามามาพอดี ตอนที่เดินลงจากรถคนมองเขากันใหญ่ แล้วตอนนี้ที่กำลังจะเดินมาที่รถคนก็มอง แถมยังมีเดินเข้าไปหาด้วย ก็พี่วีนี่เนอะ ถือถุงไส้กรอกอยู่ก็ต้องหยุดยืนให้แฟนคลับถ่ายรูป

มันอาจจะเพราะเวลาที่ผ่านไปนาน กับอาจจะเพราะตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ก็หล่อกันเยอะ ดูดีกันมาก จนกระแสของพี่วีหายไป มันเบาลงจนผมลืมไปว่าแฟนของผมคืออดีตเดือนมหาวิทยาลัย มันจะไม่หล่อขนาดนี้ไม่ได้หรอก มันมีแค่หล่อมากกว่านี้เท่านั้น

“โทษที น้องเขาขอถ่ายรูป หิวมากไหม?” ทันทีที่นั่งกับลงเบาะคนขับพี่วีก็ถามขึ้นพร้อมๆ กับยื่นไส้กรอกมาให้ผม

“ผมลืมไปเลยว่าพี่เคยเป็นเดือน” พูดไปงั้นแหละ ความจริงไม่ลืมหรอก ลืมก็บ้าแล้ว

“อ้าว...วันนี้กูหล่อล่ะสิ” นานหลายนาทีกว่าเขาจะทวงคำชมจากผม เพราะตั้งแต่อยู่ในห้องจนถึงตอนนี้พี่วีเพิ่งจะพูดคำนี้ออกมา และแน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม

“อือ หล่อ”

พี่วีจอดรถไว้ที่ลานจอดรถเหมือนที่เคยจอด ตอนเดินลงมาคนก็มองกันใหญ่ ไม่พอยกมือไหว้ด้วย แล้วเสียงทักทายพี่วีก็ดังมาเรื่อยๆ ส่วนเขาก็แค่พยักหน้าแล้วยิ้มกลับไปแค่นั้น ถ้าคนในคณะไม่รู้จักพี่วีนี่ก็ไม่ใช่คณะวิศวะแล้ว

“ถ่ายนอกรอบเหรอพี่?” พี่ปีสี่ทักพี่วี

“เออ มึงไปไหน ไม่เรียนเหรอ?”

“เรียนเสร็จแล้วพี่ พี่ถ่ายที่ไหนบ้าง” พี่เขาถามกลับ

“ก็เรื่อยๆ อะ ทั้งคณะนี่แหละ” พี่วีตอบ

“ถ่ายนานก็ได้สิเนอะ มีคนตามมาถ่ายด้วย” พี่เขาว่าแล้วสายตากรุ้มกริ่มมองมาที่ผม

“เออๆ มึงก็” พี่วีว่ากลับยิ้มๆ

“รอดูนะพี่”

“แม่งโคตรหล่อเลยว่ะ” เสียงครางดังขึ้นเบาๆ ตอนที่เราเดินเข้าไปใต้ตึก มันดังมาจากน้องคนที่จะมาเป็นช่างภาพแทนพี่ดิว กับเพื่อนอีกหนึ่งคนที่กำลังเช็กกล้อง

“ไอ้เหี้ย โคตรเหมาะสม” คำนี้ผมไม่เคยได้ยิน แต่พอได้ยินแล้วมันทำให้ต้องหันไปมองพี่วี บ้าน่า...ผมเนี่ยนะจะไปเทียบกับวี วิวิศน์ได้

“มึง...” พี่วีว่าออกมาแล้วมองหน้าน้องคนที่ถือกล้อง แล้วผมเลยหันมองตามก่อนจะเห็นว่าน้องมันหน้าคุ้นๆ

“สวัสดีครับพี่วีพี่มาร์ค ผมชื่อทิวไผ่ เป็นน้องชายของพี่ดิวที่จะมาถ่ายรูปให้พี่วันนี้ครับ”

“ทิวไผ่ ทิว...” ผมพยายามนึกในหัว เพราะชื่อมันคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยิน ตอนแรกถ้าแค่หน้าคุ้นมันก็ไม่อะไรหรอก แต่นี่ชื่อคุ้นด้วย ผมน่าจะเคยรู้จัก

“อะไรอีก เด็กเก่ามึง?” ผมส่ายหน้าปฏิเสธคนที่ถามเสียงเเข็ง ไม่ใช่เด็กเก่า จะมาเด็กเก่าอะไรแถวนี้ เข้าเรียนมาปีหนึ่งก็ชอบพี่บาร์ ต่อมาพี่วีก็มา...นั่นแหละ จะเอาอะไรหรือเอาเวลาที่ไหนไปมีเด็ก

“เสียใจนะเนี่ย ถึงจะไม่ใช่เด็กเก่าแต่เราก็เคยกินเหล้าด้วยกันนะครับ วันนั้นที่พี่เมาแล้วพี่ก็เพ้อหา...”

“พี่วี” เด็กตัวสูงอีกคนเอ่ยต่อจนจบ แล้วทิวไผ่ก็พยักหน้าขึ้นลง

“ยอมรับว่าชอบพี่ แต่ว่าวันนั้นพี่เพ้อถึงพี่วีหนักมาก”

“แล้วพี่วีก็มารับพี่ไป แบบกระชากออกจากตัวไอ้ทิวเลย”

“หลังจากวันนั้นพวกพี่ก็...”

“ดีกัน" เด็กมันเล่าออกมาเป็นเรื่องเป็นราว ประติดประต่อกันจนภาพในหัวของผมค่อยๆ ชัดเจน

“ทิวกับ…เวสป้า" ผมบอกเมื่อนึกอีกชื่อได้

“เชี่ย! พี่จำผมได้” เวสป้าบอกอย่างตื่นเต้น

“เล่า” เสียงนิ่งๆ จากคนที่ยืนอยู่ข้างผมดังขึ้น

“พี่วีจำไม่ได้เหรอ ตอนนั้นพี่แทบจะต่อยเพื่อนผมเลยนะ” เวสป้าว่า

“ตอนนี้ก็ต่อยได้” พี่วีตอบ

“วันนั้น...พี่วีมารับเหรอ” ผมถาม 

นึกถึงเมื่อไม่กี่ปีก่อน ตอนที่ผมทะเลาะกับพี่วี แต่ดันมีเรื่องให้ร่วมงานกัน พองานเสร็จเราไปดื่มต่อเพราะพี่ลี่ขอ แต่ตอนนั้นพี่มันมีผู้หญิงมาหา ผมเองก็มีทิวเดินมาหา แล้วเหมือนพี่วีจะออกไปกับผู้หญิงคนนั้น ผมเลยลุกไปหาทิว แล้วพี่วีกลับมารับผมไปได้ยังไง

“รับออกจากอกผมเลยแหละ”

“อกมึงอะไร กูเลิก วันนี้ไม่ถ่ายแล้ว” พี่วีว่า

“พี่วี...” ผมดึงแขนของอีกคนไว้ “มีเหตุผลหน่อย”

“อ้าว! ก็กูไม่ชอบมัน มันตามถ่ายรูปมึงตอนคุมว่ายน้ำด้วย ตอนเดินกับกูมันก็ถ่าย แล้วนี่มันยังเป็นคนที่มึงเคยจะ...”

“ก็ตอนนั้นพี่ไปกับผู้หญิงป้ะ” ผมถามกลับ

“กูประชด”

“ผมก็เหมือนกัน” ผมตอบกลับ ตอนนี้เราต่างคนต่างเริ่มจะร้อน ในส่วนของผมคืออยากอธิบาย แต่ของพี่วีนั้นคือโมโหล้วนๆ

“ถ้าพวกพี่จะใจเย็นๆ แล้ว...”

“ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นแหละแม่ง” พี่วีว่าแล้วหันหลังให้ผม ผมเลยถอยหายใจแล้วพยักหน้าให้น้องเขาเป็นเชิงว่ารอก่อน

“งั้นผมเช็กแสงรอ” ผมพยักหน้าตอบอีกครั้ง แล้วค่อยเดินไปหาพี่วี

“พี่วี...” ผมแตะแขนอีกคนเบาๆ “ใจเย็นยัง?”

“แม่ง กูไม่ชอบหน้ามัน” พี่มันว่าออกมาแบบนั้น ไม่ได้สะบัดแขนออกหรือเดินหนี แค่นี้ผมก็พอจะเข้าใจแล้วว่าพี่วีเย็นลงแล้ว

“เด็กมันยังเด็ก” ผมบอกกลับ

“มันชอบมึง”

“ผมไม่ชอบเด็ก พี่ก็รู้” ผมว่า ผมเคยบอกพี่วีไปแล้ว ว่าผมไม่ชอบคนที่อายุน้อยกว่า 

“รู้ แต่กู...”

“อย่าหัวร้อนสิ” ผมบอกแล้วขยับไปยืนตรงหน้า พี่วีเลยถอยหายใจออกมาแรงๆ

“วันนี้มึงหล่อมากด้วย” เขาว่าออกมาแบบนั้นให้ผมได้งง ผมหล่ออะไรพี่มันโคตรหล่อมากผมยังไม่หึงมากเลย

การถ่ายนอกรอบของพี่วี เริ่มที่พี่วีก่อน เป็นภาพเดี่ยวที่พี่ดิวสั่งมาว่าต้องถ่าย เขาจะเอาไปลงเพจด้วย ซึ่งเขาก็เลือกโลเคชันไว้แล้ว เป็นห้องเรียนของพี่วี แล้วก็เป็นในช็อป พี่วีเดินเข้าแบบไม่กลัวเลอะเลยสักนิด หยิบจับเครื่องมือมาโพสต์แบบธรรมชาติสุดๆ ผมทึ่งในความสามารถด้านนี้ของเขา แต่น่าแปลกที่เขาไม่อยากทำจริงจัง ผมคิดว่าการถ่ายแบบมันเหมาะกับเขา แต่ก็ดีแล้วแหละ แค่นี้คนก็รู้จักเยอะแล้ว มากกว่านี้ผมคงทนไม่ไหว

“โคตรดี” เวสป้าบอกอย่างเพ้อๆ เมื่อมองไปที่พี่วี

“ผมว่าตรงนี้เราน่าจะพอแล้ว พี่อยากได้อะไรเพิ่มไหมครับ” ทิวถาม 

“มึงเอากล้องฟิล์มมาใช่ไหม กูบอกดิวแล้ว” พี่วีถามทิว

“เอามาครับ พี่จะถ่ายเลยเหรอ?”

“เออ”

“เวส เอากล้องมา” แล้วเวสป้าก็ยื่นกล้องอีกตัวให้ทิว พี่วีเลยหันมามองผมก่อนจะกวักมือเรียก

“นั่งนี่” พี่มันบอกแล้วชี้ลงไปที่โซฟาเก่าๆ ตัวหนึ่ง ตัวที่ผมเห็นมันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนปีสาม

“ถ่ายคู่นะครับ” ทิวบอกแล้วพี่วีก็พยักหน้า คนหล่อไม่ได้โอบไม่ได้จับแต่เดินมานั่งที่พนักพิงโซฟา แล้วมองหน้าผม

“มองกล้องสิ” พี่วีว่าอย่างนั้นผมเลยหันมองกล้อง แต่ให้ตายเถอะมันต้องตลกมากแน่ๆ เพราะผมมองกล้องแต่พี่วีกลับมองผม

แชะ!

“อีกรูป...”

“รูปเดียวพอ” พี่วีว่าแล้วลุกออกไป

“ไอ้เชี่ย...กล้องฟิล์ม รูปเดียว กดครั้งเดียว” เวสป้ามองตามพี่วีแล้วพูดออกมา ส่วนทิวมองมาที่ผมแล้วยิ้มให้

“อือ ถ่ายกับคนเดียวด้วย”

“ยังไง” ผมถามน้อง

“เจ้บอกว่า อยากใช้กล้องฟิล์มถ่ายพี่วีมาก ใครขอถ่ายพี่มันก็ไม่เคยให้ถ่ายเพราะกลัวถ่ายพลาดแล้วรูปออกมาไม่ดี นี่เจ้งงมากว่าพี่วีให้เอากล้องฟิล์มมาทำไม ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันพิเศษยังไง” ทิวเล่าให้ผมกับเวสป้าฟัง แล้วเวสป้าก็เกิดคำถาม ในขณะที่ผมกำลังเกิดความเขิน

“ยังไงวะ”

“ก็เขาจะถ่ายกล้องฟิล์ม โลเดียว เทคเดียว กับแฟนของเขาคนเดียว”

ไอ้บ้าเอ๊ย! ถ้าไม่เขินก็ไม่ใช่คนแล้ว

แล้วมันก็เป็นอย่างทิวไผ่บอก พี่วีใช้กล้องถ่ายเดี่ยวไปหลายรูป แต่พอมาถึงรูปคู่ พี่มันกลับใช้กล้องฟิล์มถ่าย แล้วที่เดียว ก็ถ่ายแค่รูปเดียว พี่วีไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้บอกความหมายของการกระทำแบบนั้น แต่ผมที่รู้มาแล้วกลับเขินมากขึ้นเรื่อยๆ

“พี่จะไม่กอดกันหน่อยเหรอ?” ทิวถาม

“กอดทำไม แค่นี้พอ” พี่วีว่า แล้วยืนตัวตรง 

ตอนนี้เราอยู่ที่ป้ายหน้าภาควิชา ยืนตรงเหมือนเคารพธงชาติอยู่ตรงนี้ พี่วีอยู่ในครับส่วนผมใส่ชุดนักศึกษาถูกระเบียบ มองตรงไปที่กล้อง แบบที่ไม่ได้ยิ้มอะไรสักนิด 

“ถ่ายนะครับ”

“อือ”

แชะ! 

“เสร็จแล้วครับ”

“เดี๋ยว เอาโทรศัพท์กูถ่ายด้วย” พี่วีว่าแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ทิว

“แบบเดิมเลยเหรอครับ” ทิวถามเมื่อพี่วีกับผมไม่ขยับหรือเปลี่ยนท่า

“อือ”

ผมมองไปที่กล้องเหมือนเดิม ตอนนี้ชินแล้วแหละ แม้จะถ่ายแค่ไม่กี่รูปแต่ผมไม่ต้องทำอะไรมาก พี่วีสั่งให้ผมมองกล้อง มองกล้อง แล้วก็มองกล้องอยู่แบบนั้น จนหลังๆ ไม่ต้องสั่ง ผมรู้ตัวเอง

แชะ!

“ผมรู้แล้วทำไมพี่มาร์ครักพี่วีขนาดนั้น” น้องมันว่าตอนที่ยื่นโทรศัพท์คืนพี่วี

“หึ...มึงสิบคนก็ทำแบบกูไม่ได้หรอก” พี่วีว่ายิ้มๆ แต่น้ำเสียงแสดงออกถึงความมั่นใจทุกคำ

“วันนี้พอแค่นี้ใช่ไหมครับ”

“อือ”

“ขอบคุณที่ยอมให้ผมมาถ่ายพวกพี่นะครับ” ทิวว่าแล้วยิ้มให้ ผมเลยยิ้มตอบน้อง

“เออ ขอบใจเหมือนกันที่มาถ่ายให้” พี่วีบอกกลับ

“เดี๋ยวผมจะรีบล้างรูปเลย”

“เออ แล้วส่งมาให้กูก่อน ดิวจะลงเพจค่อยมาขอกู” พี่วีบอก

“ผมว่า ถ้าเจ้ล้างเองเจ้ต้องชิงลงก่อนว่ะ”

“มึงก็ล้างให้กูสิ เอากล้องให้มันไป รูปเดี่ยวอะไปเลือกเอา” พี่วีบอก

“ผมจะพยายามนะพี่ พี่ก็รู้ว่าเจ้ดิวเขาแบบ...”

“เออๆ ยังไงก็ขอบใจมาก”

“ครับผม ผมได้ค่าจ้างแล้วแหละ” ทิวบอก

“อะไร กูยังไม่ได้โอน”

“ได้รอยยิ้มพี่มาร์คมาแล้ว”

“ไอ้....เอากับกูอีกไหม?” พี่วีว่า แต่น้องมันกลับพากันวิ่งไปไกลแล้ว

“พี่อย่าไปดิ้นตามมันสิ” ผมบอก

“แล้วไปยิ้มให้มันตอนไหน”

“ยิ้มให้กล้อง” ผมยิ้มให้กล้อง แล้วคิดว่าเลนส์กล้องคือตาของพี่วี

“แม่ง...”

การมาถ่ายนอกรอบของพี่วี มีแต่พี่วีนั่นแหละที่หัวร้อนอยู่คนเดียว ทิวไผ่มันก็ถ่ายของมันตามที่พี่วีสั่งทุกอย่าง ส่วนเวสป้าก็ถือของช่วยแล้วเดินตามงกๆ คอยซับเหงื่อให้พี่วีไม่ขาด มีแค่พี่เขาที่มองน้องมันแบบน่ากลัว ไม่ใช่จะทำร้าย มันติดอยู่ระหว่างไม่ชอบใจ กับอะไรสักอย่างที่ผมไม่อยากจะเดา

“พี่จะหงุดหงิดทำไมเนี่ย” ผมว่าแล้วเลื่อนมือไปเร่งแอร์รถยนต์ รถตัวเองแต่พี่วีขับ

“มีคนมาชอบมึง กูก็ต้องหงุดหงิดอยู่แล้วไหม” พี่วีว่ากลับแล้วพิงหลังกับเบาะรถ

“พี่วี...”

“กูหงุดหงิดกูเองนี่แหละ ไม่ได้หงุดหงิดมึงหรอก” พี่วีบอกแล้วเอาโทรศัพท์ออกมาเช็กข้อความ ส่วนผมพอเห็นเขาทำอย่างนั้นก็เงียบแล้วยกโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเงียบ

ครืด~ ครืด~

ไม่กี่นาทีโทรศัพท์ผมก็สั่นพร้อมๆ กับแจ้งเตือนบอกว่าถูกกล่าวถึงในโพสต์โพสต์หนึ่ง ซึ่งดูจะถี่เกินไป ผมเลยกดเข้าไปดูโพสต์นั้น

โพสต์ของพี่วี

Vee Vivis 

2 min 

ปีสามคนนี้ก็ของพี่บัณฑิตไงครับ 

546 Like 19 Comment 58 Shared 

เป็นรูปของผมกับพี่วีที่เพิ่งถ่ายเมื่อกี้ ผมในชุดนักศึกษาที่มองกล้องด้วยหน้านิ่งๆ กับพี่วีในชุดครุยที่หันหน้าไปทางกล้อง แต่ตากลับมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ใครมองก็ต้องรู้ว่ารักผมมากแค่ไหน

“พี่วี...” ผมหันไปเรียกเขา แต่เขาก็แค่หันกลับมายิ้่มให้ผม

“กูนี่ก็รักมึงมากเนอะ...อื้อ!” พี่วีพูดยังไม่จบประโยคดี ผมก็ประกบปากลงไปที่ปากนุ่มๆ ของพี่เขาแล้ว ผมจูบพี่วีช้าๆ บดริมฝีปากเข้าหาเขาทีละน้อยเพื่อบอกเขาว่าผมเองก็รักเขามากเหมือนกัน ผมอาจจะพูดไม่เก่ง กว่าจะพูดก็ต้องหาเรื่องแกล้ง หาเรื่องบังคับ แต่ถึงไม่พูดผมก็รักพี่วี รักมาก มากเหมือนที่พี่วีรักผม หรืออาจจะรักมากกว่าที่พี่วีรักผมด้วยซ้ำ

“อืม...”

“อืมมม อือ” ผมค่อยๆ ผละออกแต่พี่วีกลับยึดคอผมไว้ ปากสวยนั่นขยับเข้ามาหาแล้วจูบมุมปากผมช้าๆ

“รัก ที่เป็นคนงี่เง่าไม่มีเหตุผลแบบนี้ก็เพราะว่ารัก” พี่วีบอกย้ำ ตาของเขาสบกับตาของผมและผมก็บอกทุกอย่างผ่านทางสายตา เหมือนที่เขาทำตอนถ่ายรูป

“รู้แล้ว...” ผมตอบกลับแล้วพี่วีก็เลิกคิ้วขึ้นสูง “รักเหมือนกัน”

ปากสวยกำลังขยับเข้ามาหาผม แต่ผมกลับดันพี่เขาไว้แล้วขยับตัวออกห่าง ไม่ได้....จูบอีกทีไม่ได้หรอก ถ้าจูบอีกมันต้องมากกว่านี้แน่ๆ แล้วมันมากกว่านี้ไม่ได้หรอก สถานที่ไม่เอื้ออำนวย

“ใจร้ายว่ะ” พี่วีว่าแล้วขยับกลับไปที่เบาะเหมือนเดิม

“จะอ่านคอมเมนต์” ผมตอบกลับ

“ทุกวันนี้ก็เซเลป เช็กคอมมงคอมเมนต์” พี่วีว่า

“ก็เขาพูดถึงผม” ถ้าไม่พูดถึง คงไม่เห็นหรอก ก็เล่นอัปเดทแต่ไม่แท็กแบบนี้

“กูไม่แท็ก กูอยากให้มึงรู้เอง” พี่วีบอกก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถออก 

“อือ"” ผมตอบรับเจตนาของเขา การกระทำที่มีความหมายทั้งหมด และคำพูดที่ย้ำความชัดเจนทั้งหมด มันทำให้ผมหลงรักพี่วีมากขึ้น

“ถ้ามีคอมเมนต์ด่ากู มึงด่าคืนให้ด้วย” พี่วีว่าติดตลก แต่ผมบอกเลยว่าถึงจะมีคนด่าผมก็ไม่กล้าด่าคืนให้หรอก เพราะคนแรกที่ด่าคือป้ารหัสของผม

Yiwaa : อวด! พวกมึงมันก็อวดกันตลอด 

ตุ๊ดซี่ที่นี่เรียนเครื่องกล : แจ้ง กูจะแจ้ง! 

Pond pawee : ปีสามคนนี้ชื่ออะไรนะ 

U unun : เปิดวาร์ปพี่ปีสามหน่อยค้าบบบ 

James อ่านว่าเจมส์ไม่ใช่จาเมส : อะนี่นะค้าบMasa Mark 

Pandora : หล่อ หล่อมากทั้งผัวทั้งเมีย 

ตีตี้ไม่ตีแต่เหล็ก : ไม่อยากอวยให้มันให้ได้ใจ แต่พ่อก็คือพ่อ 

Da Darika : วีหล่อมากกกกก 

Bar Sarawut : นิ่ง แต่ยิ่งใหญ่จริงว่ะ 

Yiwaa : มึงสอนน้องยังไงให้อวดขนาดนี้ Nnorthh 

Nnorthh : น้องเงียบอะ มีแต่เพื่อนมึงที่อวด 

Future Forfun : เพื่อนผมโดนบังคับป้ะพี่ Masa Mark 

คำผาน ที่บ้านมีโคมไฟใหญ่กว่ารถถัง : เก๊กเฉยๆ ถ้าไม่เก๊กเดี๋ยวเขารู้ว่าหลงมาก 

วินนี่ เดอะพูห์ : มาตอบประชาชนด้วยครับ Masa Mark 

ผมไม่ได้ตอบสักคอมเมนต์ในโพสต์ของพี่วี มันสนุกนั่นแหละที่เห็นพี่เขามาคอมเมนต์แบบนั้น อีกอย่างคอมเมนต์จากแฟนคลับหรือคนที่รู้จักพี่วีมันก็ไม่ได้มีคอมเมนต์เลวร้ายอะไรเลยสักนิด ติดจะชื่นชอบตอนที่พี่วีมีความรักกันทั้งนั้น เวลาเกือบสองปีมันทำให้พวกเขาค่อยๆ ยอมรับว่าคนที่มาอยู่ข้างๆ ผู้ชายที่ชื่อวี ไม่ใช่ผู้หญิงที่เพอร์เฟ็กต์อย่างพลอยนภัสแล้ว แต่เป็นผม ผู้ชายธรรมดาๆ แต่ว่ารักพี่วีมากๆ 

ผมกดบันทึกรูปที่พี่วีโพสต์ลงโทรศัพท์ แล้วหลังจากนั้นก็โพสต์มันลงที่หน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง ไม่ได้ตั้งใจจะใช้รูปซ้ำ ก็ในเมื่อมันมีรูปเดียว ไม่ใช่สิ…ในเมื่อพี่วีตั้งใจจะถ่ายแบบนี้เก็บไว้แค่รูปเดียว ผมก็ต้องใช้รูปนี้นั่นแหละ

Masa Mark  

Just now 

เป็นของพี่ตั้งแต่เฟรชชี่แล้วครับ 

23 Like 17 Comment 7 Shared  

วินนี่ เดอะพูห์ : แรงมาก 

คำผาน ที่บ้านมีโคมไฟใหญ่กว่ารถถัง : อู้วววว 

Yiwaa : ชนะเลิศค่ะบอกเลย 

TOSSAKAN : พี่บาร์ค้าบบบ Bar Sarawut 

Bar Sarawut : ไม้เรียวกูอยู่ไหน 

ตุ๊ดซี่ลี่นี่เรียนเครื่องกล : ชนะ  

ตีตี้ไม่ตีแต่เหล็ก : เต็มสิบไม่หักสักคะแนนค่ะ 

Pandora : น้องม้ากกกกก 

Future Forfun : เหลืออะไรให้คอมเมนต์อะ 

ก้อนขาวๆ แพรวพราวบนฟ้า : วิศวะนี่มันปังไม่หยุด ปังไม่หยุดจริงๆ 

คอมเมนต์ล่าสุดคือของพี่คณะแพทย์ ผมไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่รู้ว่าเป็นเพื่อนพวกพี่วี แล้วก็สนิทกับทศกัณฐ์มากๆ ผมกดล็อกโทรศัพท์แล้ววางมันลงที่ตัก ภายในรถยังเงียบ พี่วีก็ยังตั้งใจขับรถต่อ หันมามองผมบ้างแต่พอเขาเห็นรูปนั้นเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร คงคิดว่าเป็นโพสต์ของตัวเองสินะ แล้วผมก็จะไม่แท็กด้วยนะ ปล่อยให้รู้เองแบบที่พี่วีชอบทำนั่นแหละ 

มากแค่ไหนก็ให้เขามารับรู้เอง 

 

 

#กลรักรุ่นพี่2 

1/8/2020 

แรงมากกก ตอนนี้คือแรงมาก อวดแรงสุดๆ ไปเลย ทั้งอวด ทั้งหวง เลือกไม่ถูกแต่พ่อเขาก็ทำทั้งสองอย่าง หวงจนน้องทิวไม่กล้ากดชัตเตอร์ แต่ก็อวดแรงจนเพื่อนไม่มีอะไรจะคอมเมนต์ แต่ใดๆ ก็คือความหมายของการถ่ายรูปครั้งนี้ มันดีจังเลยค่ะคุณขา มันดีมากๆ ที่พิเศษขนาดนี้ แป้งไม่คิดว่าพ่อวีกับน้องมาร์คจะมีอะไรพิเศษมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่เขาสองคนก็ยังพิเศษกันได้ พิเศษมากมายจนคนแบบเรารู้สึกอิ่มฟูไปกับเขา ฮื้ออออ พ่อก็คือพ่ออะเนอะ 

Tweeter : @pflhzt 

Facebook : faddist 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว