ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 เจ้าสาวกะทันหันมาพร้อมกับคำสัญญา

ชื่อตอน : บทที่ 5 เจ้าสาวกะทันหันมาพร้อมกับคำสัญญา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2564 17:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 เจ้าสาวกะทันหันมาพร้อมกับคำสัญญา
แบบอักษร

“ชายน่านหมายความว่ายังไงลูก” หม่อมราชวงศ์เพียงฟ้าถึงกับขมวดคิ้วอย่างสงสัยกับคำของบุตรชาย ซึ่งไม่ต่างกับหม่อมเจ้ารพีพัฒน์ และหม่อมหลวงเพชรเลยสักนิดที่หันไปมองราชนิกุลหนุ่มเป็นตาเดียวกัน 

“นั่นสิครับคุณชาย จะมาเปลี่ยนตัวเจ้าสาวได้อย่างไรกัน ก็ในเมื่อเจ้าสาวของงานนี้ก็คือลูกสาวผม” หม่อมหลวงเพชรเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจในตัวราชนิกุลหนุ่ม 

“ก็ที่น้องพลอยหนีงานแต่งไปแบบนี้ เพราะไม่ได้อยากเป็นเจ้าสาวนี่ครับคุณอา หากน้องพลอยอยากจะแต่งงานจริงๆ เธอคงไม่หนีไปแบบนี้หรอกครับ แต่เอาเถอะครับเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วจะให้ยกเลิกงานก็คงจะดูไม่ดีต่อทั้งสองราชสกุล และถ้าไม่อยากให้งานในวันนี้ล่มไม่เป็นท่าก็ต้องหาเจ้าสาวคนใหม่แทนครับ” 

หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเอนหลังพิงกับพนักพิงโซฟาตัวหรูพร้อมกับเอ่ยบอกด้วยท่าทีไม่เดือดเนื้อร้อนใจ 

“ไม่ได้นะครับคุณชาย ผมไม่ยอมที่จะให้ใครมาแต่งงานแทนลูกสาวของผมแน่ๆ ตอนนี้เรายังพอมี...” 

“แล้วชายน่านจะให้ใครเป็นเจ้าสาวแทนล่ะลูก” 

ทว่าไม่ทันที่หม่อมหลวงเพชรจะได้เอ่ยจบ เสียงของหม่อมราชวงศ์เพียงฟ้าก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน เธอรู้สึกไม่พอใจหม่อมหลวงเพชรเล็กน้อยที่เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วยังจะดื้อดึงยื้อเวลาต่อไปอีก หากจะต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวของบุตรชายจริงๆ เธอก็ยอม แต่จะไม่ยอมให้บุตรชายเพียงคนเดียวมาเสียเกียรติ เพราะโดนเจ้าสาวหนีงานแต่งแน่ๆ 

“แต่ผม...” หม่อมหลวงเพชรหน้าเสียที่ถูกราชนิกุลหญิงเพียงคนเดียวในห้องนี้เอ่ยตัดบท แต่อย่างไรเขาก็ไม่ยอมให้ใครมาแทนที่บุตรสาวเขาได้เช่นกัน 

“เอาเถอะครับ เรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้ว เราควรจะให้เจ้าตัวเขาได้ตัดสินใจเองบ้าง พวกเราบังคับเขามากพอแล้ว” 

คราวนี้พระสุรเสียงของหม่อมเจ้ารพีพัฒน์ ชายสูงศักดิ์ที่สุดในที่นี้ และน่าเกรงขามคนหนึ่งที่นั่งเงียบมาตลอดตรัสขึ้น คำสั่งของชายผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ทำให้ไม่มีผู้ใดเอ่ยแย้งได้อีก 

การกระทำของผู้เป็นบิดาทำให้หม่อมราชวงศ์น่านฟ้ายกยิ้มออกมาบางๆ ให้คนเป็นบิดาที่เข้าใจในสิ่งที่ตนทำ เขาถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจพลางหันหน้าไปจ้องมองดวงหน้าหวานที่ยังเต็มไปด้วยน้ำตา แต่อาการสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นไห้หายไปแล้ว 

“ตอนนี้ผมไม่เห็นใครจะเหมาะสมไปมากกว่าเธอครับ…มะลิเธอช่วยฉันได้หรือเปล่า” 

สิ้นเสียงของหม่อมราชวงศ์น่านฟ้าต่างทำให้ทุกคนในห้องถึงกับตะลึงงันกับคำบอกกล่าวของราชนิกุลหนุ่ม มีเพียงหม่อมเจ้ารพีพัฒน์เท่านั้นที่ทรงแย้มพระโอษฐ์กับคำพูดของบุตรชาย ทุกคนต่างไม่คิดว่าราชนิกุลหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์เทียบเท่าเขาเลยสักนิดเดียวมาเป็นเจ้าสาวแทนพลอยนภัส เกียรติบวร 

และนั่นก็ทำให้เจ้าของชื่อถึงกับดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากบางสวยเผยอออกมาเล็กน้อยอย่างไม่เชื่อหูตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นจ้องมองดวงตาคมกริบที่นัยน์ตาแฝงไปด้วยความอ้อนวอนจ้องมาที่เธอเช่นเดียวกัน ใบหน้าหวานส่ายปฏิเสธรัวๆ อย่างไม่เห็นด้วยกับราชนิกุลหนุ่มทันที 

“จะบ้าหรือเปล่าคุณชาย! คุณชายจะแต่งงานกับเด็กนี้แทนลูกสาวผมได้ยังไง” 

หม่อมหลวงเพชรถึงกับลุกขึ้นยืนชี้นิ้วไปที่หญิงสาวร่างบางลูกสาวแม่บ้านพลางตะเบ็งเสียงถามราชนิกุลหนุ่มอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ตนได้ยิน 

“เราไม่มีเวลาจะหาใครมาแทนน้องพลอยในเวลานี้ได้อีกแล้วครับ หากคุณอาห่วงเรื่องสินสอด ผมจะยกส่วนนี้ให้ และคุณอาไม่ต้องถามผมนะครับว่าทำไมผมถึงยกให้...” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแฝงไปด้วยความเคร่งขรึมน่าเกรงขาม สายตาคมมองใบหน้าตึงเครียดของคนที่เขาเรียกว่าอาอย่างต้องการสื่อความหมายในคำกล่าวที่แฝงอยู่ในนั้น 

หม่อมหลวงเพชรหายใจแรงๆ ออกมาด้วยความโกรธราชนิกุลหนุ่มถึงกับลมหายใจสะดุดกับคำบอกกล่าวเมื่อสักครู่นี้ เขากลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นสายตาคมกริบนิ่งเรียบน่าเกรงขามและดุดัน เป็นต่อของราชนิกุลหนุ่มรุ่นลูกแล้วทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้โซฟาตัวสวยอย่างคนหมดแรงพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมขมับของตัวเองไว้อย่างอับจนหนทาง 

การกระทำของหม่อมหลวงเพชรและคำลั่นวาจาที่แอบแฝงอะไรบางอย่างของบุตรชายเพียงคนเดียวทำให้หม่อมราชวงศ์เพียงฟ้าหันไปมองหน้าสามีด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงใดๆ ส่วนหม่อมเจ้ารพีพัฒน์ทำเพียงแค่ส่ายพระพักตร์เบาๆ และยกพระกรโอบไหล่พระชายาคนสวยไว้อย่างปลอบขวัญกับเรื่องที่กำลังเผชิญ 

“งั้นผมขอคุยกับมะลิเป็นการส่วนตัวสักครู่นะครับ…มะลิออกไปคุยกับฉันข้างนอกหน่อยสิ” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเอ่ยออกมาเมื่อเห็นท่าทีของหม่อมหลวงเพชรอ่อนลงแล้ว ก่อนจะหันมาเอ่ยบอกแกมบังคับกับหญิงสาวที่มีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด 

มาริสาที่นั่งอยู่ข้างๆ กับป้าน้อม แม่บ้านอีกคนถึงกับมีสีหน้าลำบากใจ เมื่อเห็นอาการตึงเครียดของผู้มีพระคุณ เธอหันไปมองป้าน้อมที่นั่งข้างๆ อย่างขอความคิดเห็นว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี แต่ป้าน้อมทำเพียงแค่พยักหน้าให้เธอตามราชนิกุลหนุ่มไปเท่านั้นไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา มาริสากลืนก้อนความหนักใจลงไปในลำคอระหง แล้วค่อยๆ ลุกคนยืนเดินตามหลังชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ที่เดินออกไปก่อนแล้ว 

บริเวณหลังตึกใหญ่ของวังเกียรติบวรซึ่งเป็นที่ค่อนข้างลับตาผู้คน หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าที่อยู่ในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์พร้อมเข้าพิธีวิวาห์ยืนกอดอกจ้องมองร่างบางที่เดินตามมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะปล่อยแขนลงแนบลำตัวพลางถอนหายใจออกมากับเรื่องวุ่นวายที่เกิดในวันนี้ 

“ก็อย่างที่ฉันบอกไปนั่นแหละ ตอนนี้ฉันหาใครมาแทนพลอยไม่ได้แล้วนอกจากเธอ” 

คำเอ่ยของราชนิกุลหนุ่มทำให้มาริสามีสีหน้าอยากจะร้องไห้ออกมาเสียดื้อๆ เพราะก่อนหน้านี้ที่เธอได้บอกเรื่องการหายตัวไปของพลอยนภัสกับหม่อมหลวงเพชรทำให้เธอโดนต่อว่าต่อขานไม่น้อยเลยทีเดียว หากเธอยอมตกลงที่จะแต่งงานแทนพลอยนภัส เธอและมารดาจะมองหน้าผู้มีพระคุณที่ให้ที่พักพิงเธอได้อย่างไร 

“พลอยได้เล่าเรื่องฉันกับเขาให้เธอฟังหรือเปล่า” 

หญิงสาวนิ่งงันจึงทำให้ราชนิกุลหนุ่มต้องเอ่ยถามถึงความสัมพันธ์ของเขา และพลอยนภัสแทน หากเธอรู้เรื่องนี้เขาจะได้ย่นระยะเวลาการเจรจาลง และเมื่อเอ่ยถามจบหญิงสาวก็พยักหน้ารับเบาๆ 

“ถ้าเธออยากให้ช่วยพลอยให้ได้อยู่กับคนที่เขารักและเคารพการตัดสินใจของพลอย เธอก็ต้องรับข้อเสนอของฉัน” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้ายังคงเอ่ยเสนอหนทางให้หญิงสาวยอมตอบตกลง 

“ข้อเสนออะไรคะ” มาริสาขมวดคิ้ว เอ่ยถามราชนิกุลหนุ่มด้วยความสงสัยว่าเขาจะเสนออะไรให้กับเธอ 

“ฉันอยากให้เธอแต่งงานแทนน้องพลอย เพื่อแลกกับค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้แม่เธอ แม่เธอจะได้ผ่าตัดในโรงพยาบาล โดยทีมแพทย์ที่ดีที่สุด” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเอ่ยเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่จี้จุด และสามารถให้หญิงสาวตอบตกลงได้ง่ายๆ อย่างเป็นต่อ 

มาริสาถึงกับนิ่งไป เมื่อเขาเอาชีวิตมารดาของเธอมาเป็นข้อแลกเปลี่ยน ความคิดที่ว่าอย่างไรก็จะปฏิเสธหัวชนฝาเมื่อครู่ถูกความสับสนเข้ามาแทนที่ ตอนนี้เธอกำลังลำบากใจที่จะเอ่ยปฏิเสธ เพราะข้อเสนอของราชนิกุลหนุ่มมีมารดาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เธอจ้องมองสบสายตาคมกริบสีนิลน่าเกรงขามด้วยแววตาสับสนจนคนที่เสนอข้อแลกเปลี่ยนเห็นได้ชัดเจน 

“ฉันอยากให้ผู้ใหญ่เลิกบังคับฉันกับพลอยแต่งงานกันสักที พลอยเองที่เลือกจะหนีไปก็คงเพราะอยากจบปัญหาที่ยืดเยื้อมานานนี้เหมือนกัน ฉันเองก็สงสารพลอยและหมอขุนพล รุ่นน้องของฉันไม่น้อยที่ต้องลำบากใจกับสถานะแบบนี้ หากเธอไม่อยากจะช่วยฉันกับพลอย เธอก็น่าจะเห็นด้วยกับข้อเสนอที่ฉันยื่นให้นะ อย่างน้อยๆ แม่ของเธอก็จะได้เข้ารับการรักษาที่ดีกว่าเดิม ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอลำบากใจ ฉันเองก็ลำบากใจไม่น้อยไปกว่าเธอเลย” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเกริ่นออกมาอย่างโน้มน้าวใจหญิงสาวที่มีสีหน้าลำบากใจให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

มาริสาได้ฟังราชนิกุลหนุ่มว่าก็เริ่มคล้อยตาม เมื่อคืนเธอเห็นหญิงสาวผู้มีพระคุณ ร้องไห้ปานจะขาดใจก็ยิ่งสงสาร อีกทั้งยังมีข้อเสนอที่เกี่ยวกับมารดาผู้เป็นที่รักสุดหัวใจของเธอเพียงหนึ่งเดียวด้วยแล้วยิ่งเกิดอาการลังเลเข้าไปใหญ่ แต่ก็ยังคงติดตรงใบหน้าเครียดขรึมของหม่อมหลวงเพชรก่อนหน้านี้ยังฉายเข้ามาในควาคิดของเธอทำให้เลือกไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี 

“ช่างเถอะ ถ้าคำขอของฉันมันทำให้เธอลำบากใจ ฉันก็ขอโทษแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะไปบอกให้ผู้ใหญ่เลื่อนงานออกไปก่อนจนกว่าจะตามตัวพลอยเจอก็แล้วกัน” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ว่าจบก็เดินผ่านหญิงสาวตัวเล็กเพื่อจะไปบอกผู้ใหญ่เลื่อนงานแต่งออกไปอย่างที่บอก 

“เดี๋ยวค่ะ! ถ้ามะลิตกลง เราจะแต่งงานกันแค่ในนามใช่ไหมคะ แล้วแม่ของมะลิจะได้รับการรักษาทันทีเลยหรือเปล่า” มาริสารีบหันหลังร้องเรียกราชนิกุลหนุ่มที่ยังเดินออกไปไม่ไกล สาวเท้ามาหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูงโปร่งจนเธอต้องเงยหน้าเพื่อจะได้มองใบหน้าหล่อคมได้ชัดเจน 

เสียงหวานของหญิงสาวร้องเรียกขึ้นทำให้หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าหยุดเดิน ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจกับแผนกระตุ้นหญิงสาวเมื่อสักครู่ได้ผล ก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบขรึมเช่นเดิม เมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ดวงตากลมโตใสแป๋วมองเขาอย่างน่าเอ็นดู 

“ใช่ เราจะแต่งงานกันแค่ในนามจนกว่าจะตามหาพลอยเจอ และแม่ของเธอจะได้รับการรักษาทันทีหลังจากพิธีวันนี้เสร็จสิ้น” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเอ่ยยืนยันกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น 

“จนกว่าเราจะตามหาคุณพลอยเจอ ต้องใช้เวลานานแค่ไหนคะ” มาริสายังคงสงสัยกับระยะเวลาที่ระบุไม่ชัดเจนของราชนิกุลหนุ่ม 

“ไม่รู้สิ อาจจะแค่หนึ่งเดือน หนึ่งปี หรือห้าปีก็ได้” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเอ่ยออกมาด้วยท่าทีไม่ยี่หระกับเรื่องนี้ แต่หญิงสาวอีกคนนี้สิถึงกับนิ่วหน้าไปเลยหลังจากได้ฟังระยะเวลาอันแสนยาวนานนี้ 

“เอาเป็นว่าตอนนี้เราต้องจัดการพิธีในวันนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เรื่องพลอยฉันจะหาทางติดต่อพลอยให้เร็วที่สุด สรุปเธอตกลงใช่ไหม ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเอ่ยบอก แล้วถามคำตอบของหญิงสาวอีกครั้งพลางจ้องดูเวลาที่นาฬิกาเรือนสวยที่ข้อมือ 

“เฮ้อ! ตกลงค่ะ” 

มาริสาถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างยอมรับในสิ่งที่ตนตัดสินใจ สิ่งที่เธอเลือกไม่ใช่แค่ต้องการช่วยผู้มีพระคุณอย่างพลอยนภัส แต่หมายถึงมารดาของเธอที่จะได้รับการรักษาที่ดีกว่าอีกด้วย 

หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าแอบลอบยิ้มพึงพอใจกับคำตอบของหญิงสาวก่อนจะคว้าข้อมือเล็กให้เดินตามกลับไปยังห้องรับรองที่ออกมาไม่นานแล้ว โดยมีเจ้าสาวคนใหม่เดินตามมาเงียบๆ 

“เดี๋ยวนมทิพย์พาเธอขึ้นไปแต่งตัวเลยนะครับ แล้วกำชับช่างให้จัดการแต่งตัวเจ้าสาวของผมให้ทันตามฤกษ์ด้วยนะครับ” 

เมื่อเปิดประตูห้องรับรองเข้ามาราชนิกุลหนุ่มก็ออกแรงผลักหญิงสาวเบาๆ ให้แม่นมของพลอยนภัสพาหญิงสาวไปแต่งตัวให้เร็วที่สุด 

ทุกคนในห้องต่างจ้องมองหนุ่มสาวที่เดินเคียงคู่กันเข้ามาในห้องเป็นตาเดียวกัน ก่อนทุกอย่างจะถูกไขกระจ่างเมื่อราชนิกุลหนุ่มเอ่ยบอกให้หัวหน้าแม่บ้านพาหญิงสาวร่างบางที่หลบอยู่หลังของเขาไปแต่งตัว และสร้างความไม่พอใจให้กับหม่อมหลวงเพชรเป็นอย่างมาก แต่เขาทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กัดฟันกรอดระบายความโกรธเคือง 

“ฮึ ลูกชายคุณหญิงเข้าใจเลือกลูกสะใภ้ให้คุณหญิงนะ” หม่อมเจ้ารพีพัฒน์ทรงแย้มพระสรวลแล้วรับสั่งกับพระชายาที่ยกมือกุมขมับอยู่กับเหตุการณ์ที่ตั้งรับไม่ทันก่อนจะหันไปมองบุตรชายด้วยสายพระเนตรอ่อนโยน 

  

  

ห้องโถงขนาดใหญ่ของวังเกียรติบวรมีแขกรับเชิญมากมายนั่งกันอยู่ที่เก้าอี้ที่ทางทีมงานมืออาชีพจัดไว้ให้ บริเวณด้านในสุดของห้องมีเวทีเล็กๆ ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม หม่อมเจ้ารพีพัฒน์ และหม่อมราชวงศ์เพียงฟ้านั่งอยู่ทางด้านขวามือ ส่วนด้านซ้ายมือเป็นหม่อมหลวงเพชรที่นั่งหน้ายุ่งอย่างคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในตอนนี้ โดยที่พื้นมีเจ้าบ่าวอย่างหม่อมราชวงศ์น่านฟ้านั่งอยู่ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ 

ไม่นานเสียงฮือฮาของแขกในงานก็ดังขึ้นพร้อมกับหันหน้ามาซุบซิบนินทากันยกใหญ่เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดไทยศิวาลัยสีขาวงาช้างพอดีตัว ที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีตสวยงามขลับให้หญิงสาวร่างเล็กใบหน้าหวานที่แต่งแต้มให้ดูสวยหวานน่ารักราวตุ๊กตาเข้าไปอีก ผมที่แสกกลางจับม้วนเป็นเกลียวรอบข้างแล้วถูกรวบรวมกันเป็นหางม้าอยู่ด้านหลังปักด้วยมาลัยมะลิซีกคู่กับปิ่นปักผมสีเงิน ค่อยๆ เดินเข้ามาในงานพิธีโดยมีป้าทิพย์ประคองเข้ามา และแน่นอนว่าเสียงฮือฮาของแขกนั้นมาจากการที่เจ้าสาวของงานนี้ไม่ใช่พลอยนภัส เกียรติบวรอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่กลับเป็นหญิงสาวที่พวกเขาในงานไม่มีใครรู้จัก 

แขกที่ถูกเชิญมาร่วมงานต่างตกตะลึงงัน ไม่เว้นแม้แต่เหล่าคนใช้และคนงานในวังที่แอบดูอยู่ข้างๆ ห้องโถง พิกุลมองไปที่หญิงสาวในชุดไทยนั้นก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ที่เห็นลูกสาวของตนเดินขึ้นไปบนเวที และนั่งลงข้างๆ ราชนิกุลหนุ่มด้วยความงุนงง 

“นี่มันอะไรกัน น้องมะลิทำไมถึงแต่งชุดนั้น แล้วคุณพลอยล่ะ” ชายหนุ่มหนึ่งในคนงานเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย ทำให้เหล่าคนใช้ต่างพยักหน้าเห็นด้วย 

“น้าพิกุลรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่าจ๊ะ” หญิงสาวคนใช้อีกคนเอ่ยถามพิกุลที่นิ่งเงียบจ้องมองไปที่ลูกสาวของตนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันมาส่ายหน้าเบาๆ ให้เหล่าคนใช้ 

“นี่ๆ พวกเอ็ง รีบๆ ไปจัดการข้าวของเร็วๆ เลย เดี๋ยวจะไม่ทันการเอา ส่วนแม่พิกุลอยู่คุยกับฉันก่อน” 

น้อมที่ถูกหัวหน้าแม่บ้านอย่างทิพย์ให้มาแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นกับพิกุลเอ่ยไล่เหล่าคนใช้ที่มุงดูพิธีอยู่ให้ไปเตรียมของในครัว เมื่อเหล่าบรรดาคนใช้ออกไปจนหมดแล้วก็เหลือแต่พิกุล 

“ไม่ต้องสงสัยหรอกแม่พิกุล อย่างที่รู้กันนั่นแหละ เราหาคุณพลอยเธอไม่เจอ คุณชายน่านฟ้าเธอเลยต้องหาเจ้าสาวมาแต่งงานแทน เฮ้อ แต่กว่าเรื่องจะเป็นอย่างที่เห็นก็มีปากเสียงกันนิดหน่อยน่ะ”  

แม่บ้านอายุมากกว่าเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าหนักใจ และเห็นใจ ไม่รู้ว่าจากนี้จะอยู่วังเกียรติบวรต่อไปอีกได้หรือเปล่า หากเจ้านายของพวกเธอไม่พอใจกับสิ่งที่มาริสาเลือก 

คำตอบของน้อมช่วยคลายความสงสัยของพิกุลให้แปรเปลี่ยนเป็นความกังวลใจขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกสาวจะต้องโทษใครดี อีกทั้งยังเป็นกังวลใจว่าจะถูกไล่ออกจากวังนี้หรือเปล่า 

ส่วนทางด้านพิธีในห้องโถงทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นจนมาถึงขั้นตอนการจดทะเบียนสมรส โดยตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ เบื้องหน้าคือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับเกียรติมาเป็นคนเซ็นลงนามให้คู่บ่าวสาว มาริสามีสีหน้าลำบากใจจ้องมองแผ่นกระดาษเหลี่ยมตรงหน้า แล้วหันกลับไปมองราชนิกุลหนุ่มอย่างคนจะร้องไห้ 

“ต้องถึงขั้นจดทะเบียนสมรสเลยเหรอคะคุณชาย” มาริสาเอี้ยวตัวเข้าไปกระซิบกระซาบถามราชนิกุลหนุ่มน้ำเสียงอ้อมแอ้ม 

“ก็ตามพิธีการถูกวางไว้แบบนี้นี่ อีกอย่างถ้าเธอจดทะเบียนสมรสกับฉัน ฉันกับพลอยจะได้ไม่ถูกบังคับอีก” 

ราชนิกุลหนุ่มหันมาเอ่ยตอบเจ้าสาวแสนสวยของเขาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกับกริยาน่าขันของหญิงสาวก่อนจะเอื้อมมือใหญ่มาจับกุมมือเล็กข้างซ้ายที่ตอนนี้บนนิ้วนางมีแหวนเพชรประจำราชสกุลหิรัณวัฒนาสวมใส่อยู่ ซึ่งมีลักษณะเดียวกับแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขาเช่นกัน 

มาริสาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เธอเงยหน้าขึ้นหันไปสบตากับมารดาที่มองอยู่ไกลๆ ด้วยน้ำตาเอ่อคลอ ตอนนี้อยากลุกขึ้นไปกอดมารดาที่สุดแต่ก็ทำไม่ได้ แล้วหันกลับมาจ้องกระดาษสี่เหลี่ยมทั้งสองใบตรงหน้าที่เขียนหัวกระดาษว่า  

“ใบสำคัญการสมรส” ก่อนจะตัดสินใจยกปากกาขึ้นจรดลายมือของตัวเองลงไป 

การกระทำของเธอสร้างรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าหล่อคมของหม่อมราชวงศ์น่านฟ้าได้ไม่น้อย ก่อนที่เขาจะเซ็นชื่อของตัวเองลงไปด้วยต่อจากหญิงสาวโดยไม่มีท่าทีลังเลอะไรทั้งสิ้น 

“ผมยินดีกับคุณชายและคุณมาริสาด้วยนะครับ ตอนนี้ทั้งสองเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วครับ”  

เจ้าหน้าที่เอ่ยขึ้นเมื่อการจดทะเบียนของเจ้าบ่าวเจ้าสาวสิ้นสุดลง 

แม้ตลอดงานพิธีการจะสร้างความไม่พอใจให้กับหม่อมหลวงเพชรเป็นอย่างมากก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรไม่ดีออกมาเลย หากแต่ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวได้ดีอีกด้วย และทั้งหมดก็อยู่ในสายตาของพิกุลที่เฝ้าดูลูกสาวด้วยความรักอย่างเป็นห่วง และเธอเองยังไม่มีโอกาสที่จะได้คุยกับลูกสาวของเธอเช่นเดียวกัน 

 

***************** 

วาดฝันแห่งรัก 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว