ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย ตอนที่ 2/1

ชื่อตอน : กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย ตอนที่ 2/1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 62

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2563 09:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย ตอนที่ 2/1
แบบอักษร

กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย 

ซุ่ยหยิน (Mercury) : เขียน, ตูมหอม : แปล, illust : Leila 

เล่มเดียวจบ , มีจำหน่ายรูปแบบ E-book 

 

 

 

ตอนที่ 2/1 

[ต้นฉบับยังไม่ผ่านการพิสูจน์อักษร จึงอาจมีคำผิดปรากฏอยู่บ้าง]  

 

 

 

แค่นั่งก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้จะสายไม่กี่นาที แต่นี่คือการทำงานวันแรก เซี่ยฝานเทียนรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง ครั้นเห็นอาหารเช้าครบสำรับอยู่เบื้องหน้า อาการละอายใจที่ผุดขึ้นมาเมื่อกี้กลับเลือนรางจางหายไปหมดสิ้นอย่างรวดเร็ว 

จะทำอย่างไรได้ ก็เขาดันเป็นคนเห็นแก่กินมาแต่กำเนิด

“คุณเซี่ย ท่านนี้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ คุณชิวหยวนเสียง”

ก่อนที่เซี่ยฝานเทียนจะเริ่มปฏิบัติภารกิจกินไม่ยั้ง บัตเลอร์ก็หาจังหวะเหมาะๆ แนะนำทั้งสองให้รู้จักกันคร่าวๆ  

“สวัสดีครับ คุณชาย”

คนที่เอ่ยไม่รู้ว่าจะเรียกผู้ชายที่มีสีหน้าบอกบุญไม่รับซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้าของเขาว่าอย่างไรดี จึงตัดสินใจเรียกเหมือนคนในบ้านเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด 

ผู้ชายตรงหน้าเหลือบตาขึ้นมา แต่ไม่มีทีท่าว่าตอบรับคำทักหรือปฏิเสธมัน

“คุณชายครับ นี่คุณเซี่ย จากนี้ไปเขาจะเป็นเพื่อนทานอาหารของคุณชาย”

“อือ”

“ขออภัยครับ อาหารกลางวันจะทานที่บ้านไหมครับ”

“อือ”

“ขอบคุณครับ ทั้งสองท่านเชิญรับประทานอาหารตามสบายนะครับ ผมจะลงไปเตรียมการเรื่องอาหารกลางวันของคุณชายก่อน”

คุณเซินเปิ่นฉีอย่าทิ้งผมไป!!!

คุณชายมหาเศรษฐีเขาชอบพูดสั้นๆ กันรึไง ผมฟังไม่เข้าใจเลย!

เซี่ยฝานเทียนได้แต่บ่นอยู่ในใจ

ผู้ชายตรงหน้าคนนี้ออกอาการเหมือนจะไม่พอใจเขาเล็กน้อย เขายังไม่รู้สึกสนิทสนมสักนิดเลย ทำไมคุณบัตเลอร์มาทิ้งกันดื้อๆ แบบนี้ล่ะ ประหม่าจังเลยว้อย

 หลังจากบัตเลอร์เดินออกไปแล้ว เซี่ยฝานเทียนต้องทำใจดีสู้เสือ ใช้สมองเจ้าเล่ห์ของเขาพินิจพิเคราะห์เรื่องราวเมื่อตะกี้

บัตเลอร์คุยกับคุณชายด้วยภาษาจีนตลอด แสดงว่าบุคคลทั้งสองเป็นคนญี่ปุ่นที่มาอยู่ไต้หวันนานพอสมควรแล้ว ถึงได้พูดจีนคล่องแคล่ว ไหนๆ ก็ไม่มีอุปสรรคเรื่องการสื่อสารแล้ว เซี่ยฝานเทียนจึงวางใจไปได้เปลาะหนึ่ง 

เมื่อเห็นคุณชายเอียงหน้าออกไป ละสายตาจากอาหารแล้วมองออกนอกหน้าต่าง เขาพลันรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ แต่ท้องก็ดันร้องจ๊อกๆ ไม่หยุด ด้วยความหิว เขาจึงไม่สนใจคุณชายที่ไร้ความอยากอาหารคนนี้อีกต่อไป

จากนั้นน้ำเสียงระดับกลางก็เอ่ยคำว่า

“กินละนะ”

เสียงนี้ดึงดูดสายตาที่กำลังเหม่อคู่นั้นกลับมาทันใด บัดนี้เขากลับไม่รู้สึกแปลกตากับกิริยาท่าทางการรับประทานอาหารที่ถูกระเบียบแบบแผนของเซี่ยฝานเทียนแต่อย่างใด

ส้อมและมีดตัดลงบนอาหาร เสียงกระทบจานดังขึ้นมาแผ่วเบา กิริยาท่าทางตอนยื่นอาหารแต่ละอย่างเข้าปากช่างดูดี แต่ที่น่าดึงดูดที่สุดเห็นจะเป็นรอยยิ้มสะพรั่งบนใบหน้า มันอธิบายได้ดีกว่าคำพูดอื่นใดว่าคนคนนี้สำราญใจกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าเพียงใด แต่ละคำยื่นเข้าปากด้วยความเต็มใจ

อาหารที่อยู่ตรงหน้าหมดไปกว่าครึ่ง อาหารของผู้ชายทั้งสองแทบไม่มีอะไรแตกต่างกัน คุณชายถึงกับนั่งหน้านิ่วใส่จานอาหารเพราะเขาไม่สามารถเอาอาหารใส่ปากด้วยความเบิกบานใจเหมือนเซี่ยฝานเทียนได้

อีกประการก็คือ อาการที่ไม่สามารถเพลิดเพลินกับรสชาติอาหารอร่อยได้ก็เป็นมาหลายปีแล้ว เนื่องจากภาวะสุขภาพและงานที่รัดตัว แต่ก็พยายามกำหนดเวลารับประทานอาหารที่แน่นอนเพื่อให้ติดเป็นนิสัย เพื่อให้พอถึงเวลาอาหารแล้วจะรู้สึกหิวขึ้นมาบ้าง แต่กลับไม่เป็นผล ไม่ทำให้เขารู้สึกอยากกินอาหารชนิดใดเลย              

หลังจากถอนหายใจเบาๆ พลางเบนสายตาออกไปมองทิวทัศน์ด้านนอก สมองก็ครุ่นคิดอยู่กับการโปรโมทผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของบริษัท แม้ว่าคุณชายจะรู้สึกหมดหนทางกับอาการเบื่ออาหารของตัวเองเต็มที แต่ก็ชินเสียแล้ว ขณะที่เซี่ยฝานเทียนรู้สึกว่าตัวเองมาถูกที่ถูกทางที่สุด เพราะอาหารที่เสิร์ฟให้คุณชายแต่ละมื้อล้วนเลิศหรูอลังการทั้งสิ้น

ไข่ออมเล็ตสุกพอดี นุ่มลื่นในปาก มะเขือเทศก็อบได้ที่ เวลากินเข้าไปมีกลิ่นเกรียมนิดหน่อย หอมหวานฉ่ำ แม้แต่ชาดำร้อนก็อุณหภูมิพอเหมาะพอดี ส่งกลิ่นหอมกรุ่นสมกับเป็นชาที่ดื่มคู่อาหารเช้า 

แต่เซี่ยฝานเทียนก็ไม่ได้สำราญเริงใจไปกับอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว เขายังใส่ใจคอยสังเกตคุณชายผู้ร่วมโต๊ะอาหารที่เหมือนกับใจลอยอยู่ตลอด สรุปว่าในมื้อเช้า คุณชายรับประทานเพียงสลัดไม่กี่คำและชาดำหนึ่งถ้วย ที่เหลือไม่ถูกเตะต้องเลยสักนิด อาหารทุกอย่างยังวางอยู่เหมือนเดิม ไม่พร่องลงเลย    

เขาไม่หิวเหรอ หรือว่ากินอะไรรองท้องมาก่อนถึงได้กินไม่ลง

เมื่อเทียบกับคุณชายผู้เหม่อลอย เซี่ยฝานเทียนถือว่าเป็นผีตะกละมาเกิด ถึงได้ฟาดอาหารที่อยู่บนโต๊ะจนหมดเกลี้ยง เขาไม่มีโอกาสกินอาหารเช้าที่ยอดเยี่ยมแบบนี้มานานแล้ว หัวใจพองโตด้วยความสุขเหมือนได้แช่อยู่ในบ่อออนเซนระดับพรีเมี่ยม

หลังกินเสร็จทั้งสามมื้อของวัน เซี่ยฝานเทียนก็ลบความคิดก่อนหน้าออกจากสมอง

คุณชายผู้นี้ถ้าบอกว่าเขาเป็นโรคอะนอเร็กเซียน่าจะฟังดูดีกว่าบอกว่าเขากินขนมรองท้องมาก่อน เลยกินอาหารอื่นๆ ไม่ลงอีก วันนี้ทั้งวันยังไม่เห็นเขากินอะไรเลย จนช่วงอาหารเย็น บัตเลอร์ทนไม่ไหวเลยขอร้องให้เขารับประทานอะไรสักหน่อย เขาเลยกลั้นใจกินสปาเกตตีไม่กี่คำ  

สปาเกตตีเส้นดำผัดน้ำมันมะกอก พริก กระเทียม และอาหารทะเลรสชาติวิเศษสุดยอด สปาเกตตีเส้นดำอร่อยเหนียวนุ่มหนึบหนับ เพราะเป็นเส้นทำมือล้วนๆ อาหารทะเลก็ยิ่งสด รสชาติเทียบเคียงกับร้านอาหารระดับห้าดาวได้เลย

ขนาดอาหารเลิศรส คุณชายยังกินไม่ลงอีก แล้วอาหารประเภทไหนถึงจะกระตุ้นต่อมความอยากของคุณชายได้กันนะ     

นอกเหนือเวลารับประทานอาหารซึ่งเป็นเวลาทำงาน ช่วงอื่นๆ เขาก็ว่าง ว่างมากจนไม่รู้จะทำอะไรดี ช่วงเย็นจึงแว้บออกไปตระเวนหาซื้อเสบียงมากักตุน โดยได้ประมาณการระยะเวลาเดินทางไว้เรียบร้อย จากคฤหาสน์เข้าเมืองต้องใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 40 นาที      

คิดอยากรับงานสัมภาษณ์นอกสถานที่เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เหมือนกันนะ แต่ก็เกรงว่าจะไปกินอาหารกับคุณชายไม่ทัน เขาจึงตัดสินใจเก็บรวบรวมข้อมูลที่เคยเร่ร่อนนอกสถานที่ก่อนหน้านี้มาเขียนเป็นบันทึกการเดินทางเพื่อไม่ให้ว่างจนเกินไป

* * * * * 

 

วันถัดมา เขาตื่นตอนแปดโมงเช้า จากนั้นไปวิ่งในฟิตเนสหนึ่งชั่วโมง วิดพื้นอีกห้าสิบครั้ง แล้วก็ออกกำลังกายอื่นๆ เรื่อยเปื่อยเพื่อให้เหงื่อออก เพราะมีอาหารอร่อยอีกมากมายที่กำลังรอเขาลิ้มรสในวันต่อๆ ไป เขาจึงกลัวว่าหุ่นจะไม่ฟิตเพราะอาหารอร่อย

หลังออกกำลังกายเสร็จก็อาบน้ำ กลิ่นอายความสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วตัว วันนี้เขาให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ไปทำงานสายเด็ดขาด อาบน้ำแล้วก็ยังเหลือเวลาอีกเยอะ เขาเลยเดินดูรอบๆ บ้านเพื่อทำความคุ้นเคย

ห้องครัวเป็นจุดแรกที่เซี่ยฝานเทียนไปถึง คนในครัวตกอกตกใจเมื่อได้ยินเสียงผลักประตูเข้าไป ดวงตาทั้งห้าคู่จ้องมองมาที่เขาอย่างพร้อมเพรียงกัน ระหว่างที่จ้องกันอยู่ เซี่ยฝานเทียนจำอาจารย์ฮั่วเจิ้นฉี เชฟระดับแนวหน้าแห่งวงการอาหารจีนและลูกศิษย์อีกสี่คนได้แม่นยำ

ห้องครัวโอ่อ่าแบ่งเป็นสองโซน คือโซนเปียกกับแห้ง และยังมีห้องอาหารเล็กจุคนได้ประมาณสิบคนอยู่ด้านข้าง เป็นห้องกินอาหารของพนักงานที่ฝูเถียนเคยบอก

“มาทำอะไรที่นี่ หิวแล้วเหรอ”

ฝูเถียนที่มีผลไม้ในมือเดินเข้ามาในครัว พอเห็นภาพคนในครัวหลายคนกำลังยืนจ้องมองคนคนหนึ่งอยู่ก็เอ่ยถาม

“อาอี๋ฝูเถียน ผมแค่มาเดินเล่น”

“โอ๊ะ!”

เซี่ยฝานเทียนสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อน กางเกงขายาวสีน้ำตาลเข้ม แลดูสดใส เห็นแล้วสดชื่นเพลินตา หลังจากฝูเถียนชื่นชมตั้งแต่หัวจรดเท้า เจ้าตัวก็ได้แต่ยิ้มกริ่มพลางพูดว่า

“รีบมาทำความรู้จักกับเชฟใหญ่ของวันนี้ อาจารย์ฮั่วเจิ้นฉี เชฟผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจีน”          

“สวัสดีครับ อาจารย์ฮั่วเจิ้นฉี ผมได้ยินคนพูดถึงอาจารย์บ่อยๆ ครับ” 

“สวัสดี”

อาจารย์ฮั่วเข้าไปจับมือกับเซี่ยฝานเทียนตามมารยาท แล้วมองมาที่ฝูเถียน

“ท่านนี้คือ?”

“เป็นคนที่จะมาทานอาหารเป็นเพื่อนคุณชายค่ะ”

“อืม” สายตาแหลมคมทอแววว่าเข้าใจสถานการณ์ “รบกวนคุณช่วยดูแลด้วยนะ”

ทำไมต้องกล่าวคำว่า ‘รบกวนคุณช่วยดูแลด้วยนะ’ จู่ๆ ก็ได้ยินประโยคแบบนี้ เซี่ยฝานเทียนเลยรู้สึกงุนงง      

 “อาหารไม่ถูกปากก็บอกได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าสังเกตเห็นว่าคุณชายสนใจอาหารจานไหนเป็นพิเศษ ก็รบกวนคุณบอกพวกเราด้วย พวกเราจะได้บันทึกไว้” 

เมื่อได้ยินเช่นนี้จากปากอาจารย์ฮั่ว คนฉลาดอย่างเซี่ยฝานเทียนก็เริ่มเข้าใจว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ก็แค่ต้องการให้เขาสังเกตว่าคุณชายสนใจอาหารจานไหนเท่านั้นเอง

“ไม่มีปัญหาครับ ผมจะคอยสังเกตให้”

“ขอแค่คุณชายทานอาหารได้มากกว่าปกติก็พอ”

ฝูเถียนโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รอฟังเซี่ยฝานเทียนถามรายละเอียดอื่นๆ หันไปหยิบผลไม้มาล้าง

สักพักเสียงแจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้ามาก็ดังขึ้น ติ๊ด!

เซี่ยฝานเทียนได้รับแจ้งจากบัตเลอร์ว่า

 

เวลาอาหารเช้า 

10.30 น. 

เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง ทุกคนที่อยู่ในครัวเริ่มทุบขิง หั่นต้นหอม ต้ม ตุ๋น ผัด ทำงานกันอย่างชุลมุน รวมทั้งเมดก็ลงมาเตรียมเช็ดจาน ชาม ถ้วย อุปกรณ์รับประทานอาหารในครัวกันอย่างกระตือรือร้น

คฤหาสน์หลังนี้ทำให้เซี่ยฝานเทียนรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก ทุกคนเหมือนให้ความสำคัญกับอาหารการกินมากๆ ทุกมื้อจะต้องทำอาหารหลากเมนู หลายชนิด และทำอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด แต่ตัวคุณชายกลับมีท่าทางไม่แยแสอาหารชนิดใดเลย  

ต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างแน่ คิดว่าเขาต้องรู้เรื่องลับๆ ของบ้านหลังนี้ให้ได้ไม่ช้าก็เร็ว

ทุกคนยุ่งกันหมด ไม่เหมาะที่เขาจะรบกวน จึงเดินเล่นตามระเบียงทางเดินขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อชื่นชมภาพวาดเลื่องชื่อที่แขวนอยู่หลายภาพ

ตอนนี้เวลา 10.20 น.แล้ว และคุณชายชิวหยวนเสียงในชุดสูทมอร์นิ่งเดรสสีดำก็กำลังเดินลงมาชั้นหนึ่ง เกิดมาเป็นคุณชายใหญ่แต่กลับเป็นคนที่รักษาเวลาอย่างดียิ่ง จนเซี่ยฝานเทียนรู้สึกชื่นชมในใจ เขาทักทายคุณชายด้วยรอยยิ้มน้อยๆ โดยไม่ประหม่า

“มอร์นิ่งครับคุณชาย”

เมื่อได้ยินคำทักทายจากเซี่ยฝานเทียน ชิวหยวนเสียงจึงตอบกลับเบาๆ

“อือ” 

เขาเดินตามหลังคุณชายอย่างรู้กาลเทศะ ทั้งสองจึงเดินมาถึงห้องอาหารพร้อมกัน บัตเลอร์เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว

“มอร์นิ่งครับคุณชาย”

“มอร์นิ่ง” อีกฝ่ายทักกลับสั้นๆ

เมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว คุณชายก็หยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่านอย่างตั้งใจ

“มอร์นิ่งครับ คุณเซินเปิ่น”

“มอร์นิ่ง คุณเซี่ย”

“รู้สึกว่าเวลาพวกคุณเรียกผมว่า คุณเซี่ย มันฟังดูทางการเกินไป ถ้าไม่รังเกียจ เรียกผมว่า ฝานเทียน ก็ได้นะครับ”

บัตเลอร์เผยยิ้มอย่างเป็นมิตร

“คุณฝานเทียน เชิญนั่งครับ เริ่มรับประทานอาหารเช้ากันได้แล้ว”

เมื่อรอให้เซี่ยฝานเทียนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว อาหารเช้าก็ทยอยเสิร์ฟบนโต๊ะ มีข้าวต้มเม็ดฟูสวย ไข่เค็ม ถั่วลิสงเคี่ยว ผัดเกี่ยมฉ่าย ไชโป๊วผัด เนื้อหมูผัดผักกาดดอง เห็ดหอมผัดเผ็ดหน่อไม้ และหมูบะช่อทรงเครื่อง ทั้งหมดนี้บ่งบอกว่าเป็นข้าวต้มกุ๊ยตำรับแต้จิ๋ว 

อาจเป็นเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงปลายฤดูร้อนส่งผลให้เกิดอาการไม่อยากอาหาร พลอยทำให้คุณชายไม่อยากกินอะไรเลย ข้าวต้มจึงเป็นอาหารที่สบายท้อง เป็นเรื่องยากที่เชฟต้องเอาใจใส่ทุกรายละเอียดเพื่อคุณชาย 

เมื่อยกถ้วยข้าวที่ไอร้อนลอยโขมงขึ้นมา เซี่ยฝานเทียนก็พบว่าเครื่องใช้ต่างๆ บนโต๊ะอาหารทำอย่างประณีตไร้ที่ติ ลวดลายดอกซากุระที่ขอบถ้วยดินเผาพรรณนาถึงบรรยากาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิไว้อย่างสวยงาม เมื่อมาอยู่ในอุ้งมือก็นำความรู้สึกเย็นสบายมาให้ แม้ไม่เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ใส่อาหาร แต่ก็รู้ได้ว่าเครื่องใช้เหล่านี้คุณภาพไม่เลว เมื่อเป่าระบายความร้อนจากข้าวต้มในถ้วยที่ยกขึ้นเบื้องหน้าแล้ว ก็หยิบตะเกียบขึ้นมากวนเม็ดข้าวแล้วสูดซู้ดเข้าปากหนึ่งคำด้วยเสียงแผ่วเบา ดึงดูดให้คุณชายวางหนังสือพิมพ์แล้วหันมามองทันที เมื่อได้รสสัมผัสของข้าวต้มและกับข้าวที่คีบใส่ปากไปหนึ่งคำ รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจก็เบ่งบานอยู่บนใบหน้า

ข้าวต้มให้รสสัมผัสดีเลิศ หอมหวานและมีฟักทองผสมอยู่ด้วย ช่วงนี้เป็นฤดูฟักทองออกผลพอดี การนำข้าวกับฟักทองมาตุ๋นรวมกันในหม้อดินจะทำให้ข้าวต้มอ่อนนุ่มและฟักทองนิ่มกำลังดี จึงได้รสชาติยอดเยี่ยมแบบนี้ กับข้าวต่างๆ ก็กินแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น ผักดองชนิดต่างๆ ทำเองกับมือ จึงมีความหอมเป็นธรรมชาติ เมื่อรับประทานเข้าไปก็รู้สึกได้ว่าไร้สารเคมีปรุงแต่งใดๆ ทุกสำรับดูเหมือนเรียบง่าย แต่ถ้าจะทำให้อร่อยนั้นเป็นเรื่องยาก อาหารมื้อนี้ทำให้เซี่ยฝานเทียนรู้สึกชื่นชมฝีมือการปรุงของเชฟใหญ่ฮั่วเจิ้นฉีเป็นอย่างมาก      

เมื่อเห็นเซี่ยฝานเทียนหยิบตะเกียบคีบเห็ดหอมผัดเผ็ดหน่อไม้ ตามด้วยเนื้อหมูผัดผักกาดดองเพื่อกินกับข้าวต้มอย่างสำราญใจ ก็ทำให้คุณชายเริ่มรู้สึกสนใจข้าวต้มที่ดูแสนธรรมดาแต่มีไอร้อนลอยฉุยอยู่ตรงหน้าขึ้นมาแล้วสิ เขาจึงพับหนังสือพิมพ์วางไว้ข้างตัว จากนั้นก็ยกถ้วยข้าวขึ้นมาซดหนึ่งคำ สีหน้าเรียบเฉย แล้วหยิบตะเกียบคีบกับข้าวใส่ปากหลายคำทีเดียว

เมื่อบัตเลอร์เห็นคุณชายรับประทานได้หลายคำก็แสดงสีหน้าดีใจออกมา แต่เกรงว่าจะรบกวนตอนคุณชายทานอาหาร จึงถอยออกไปจากห้องอาหารอย่างเงียบๆ

 ขณะที่ข้าวต้มยังเหลือตั้งครึ่งถ้วย แต่คุณชายกลับรู้สึกว่ากลืนอาหารไม่ลงแล้ว อาการเบื่ออาหารกลับมากวนใจอีกครั้ง จึงเอียงหน้าเอามือเท้าคางมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างเหมือนเดิม รอจนเซี่ยฝานเทียนกินเสร็จ คุณชายจึงบอกบัตเลอร์ให้เรียกคนขับรถเพื่อเตรียมรถขับไปส่งที่บริษัท

…   

หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เซี่ยฝานเทียนก็ลงไปที่ครัวเพื่อจะขอบคุณอาจารย์ฮั่วที่ทำข้าวต้มได้แสนอร่อย

ครั้นมาถึงห้องครัวก็ได้ยินบรรดาเมดซุบซิบนินทาอย่างเมามัน พอผลักประตูครัวเข้าไปก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนเช่นเดิม ทุกคนเผยรอยยิ้มบนใบหน้า เขาจึงอดเอ่ยถามไม่ได้

“ดีใจเรื่องอะไรกันครับ”      

“อุ๊ย! คุณเซี่ย วันนี้คุณชายทานข้าวต้มไปตั้งครึ่งถ้วย แล้วก็แตะกับข้าวเกือบทุกอย่าง ถือว่ายังพอมีความอยากอาหารขึ้นมาบ้าง”

เมดชื่อหลิงกล่าวอย่างดีใจ 

“อาจเป็นเพราะคุณเซี่ยก็ได้นะ”

เมดแซ่จางพูดอย่างตื่นเต้น

“เงียบกันได้แล้วทุกคน อย่าทำให้คุณเซี่ยประหม่าสิ”

ฝูเถียนสั่งให้ทุกคนเงียบ แต่ยังเผยรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความดีใจ

“คุณเซี่ยมาที่ห้องครัว มีอะไรให้รับใช้คะ”

แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์มากนัก แต่ไว้มีโอกาสค่อยถามอย่างละเอียดอีกทีก็แล้วกัน

“ผมจะมาขอบคุณอาจารย์ฮั่วที่ทำอาหารได้อร่อยมากครับ”

“ไม่ต้องเกรงใจ”

ใบหน้าเคร่งขรึมเผยรอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้เห็น อาจารย์ฮั่วนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องครัว ในมือถือถ้วยชา ดูเหมือนเป็นเวลาพัก  

“ไม่รบกวนทุกคนแล้วครับ ขออภัยด้วยครับ”

มีคนเยอะในห้องครัว เซี่ยฝานเทียนจึงขอตัวออกมาก่อน

“พ่อหนุ่มคนนี้นิสัยไม่เลว มีมารยาทด้วย”

เมื่อได้ยินคำชมจากอาจารย์ฮั่ว ฝูเถียนก็พยักหน้ารับแสดงความเห็นด้วย

“นิสัยดีทีเดียวค่ะ หวังว่าเขาจะไม่เหมือนหลายๆ คนก่อนหน้านี้ ที่ถูกคุณชายไล่ตะเพิดไป”  

ออกจากห้องครัวไม่ทันไร เซี่ยฝานเทียนก็ได้รับข้อความจากบัตเลอร์

 

อาหารกลางวันที่สำนักงานใหญ่ 

13.00 น. 

 

สำนักงานใหญ่อยู่ที่ไหน เขาเก็บความสงสัยเอาไว้ ครั้นเห็นบัตเลอร์ที่ห้องอาหารใหญ่จึงเข้าไปถาม

“คุณเซินเปิ่นฉี ขอถามหน่อยครับว่าสำนักงานใหญ่ไปยังไง ขอที่อยู่หน่อยได้ไหมครับ”

“เดินทางด้วยรถยนต์ก็ประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนจะออกไปให้คุณไปรอที่หน้าประตูได้เลย จะมีคนขับรถไปส่งครับ”

“โอเค รับทราบครับ”

หมดความสงสัยทันที เมื่อไปถึงที่นัดหมายแล้ว ก็จะรู้เองว่าเป็นบริษัทอะไร      

“ไปกลับก็เสียเวลานิดหน่อย ก่อนเวลาอาฟเตอร์นูนที คุณสามารถไปเดินเล่นในเมืองฆ่าเวลาได้ ผมจะส่งข้อความไปแจ้งสถานที่นัดหมายก่อนล่วงหน้า คุณจะได้ไปพบคุณชายแล้วทานอาหารกลางวันด้วยกัน ส่วนช่วงเย็นคุณชายต้องไปงานเลี้ยง แต่ยังไม่รู้ว่าจะสั่งให้คุณไปทานกับท่านด้วยไหม แล้วผมจะโทร.แจ้งคุณอีกที” 

หลังรับคำสั่งจากเซินเปิ่นฉี เซี่ยฝานเทียนก็เดินกลับห้องแล้วหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาเปิดดู จากนั้นเอื้อมมือไปหยิบหนังสืออีกสองเล่มขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา เป็นหนังสือที่ซื้อไว้นานแล้ว แต่ไม่มีเวลาอ่านเพราะงานยุ่ง ตอนนี้ก็สามารถอ่านไปเรื่อยๆ จนจบ

 

#กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย 

 

ความคิดเห็น