Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP12 (รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2564 04:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP12 (รีไรท์)
แบบอักษร

 

วันต่อมา.....

 

ณ ห้องอาหาร 06:00

 

"เชี้ย! รู้แล้วลืมอะไร" ผมที่นั่งดื่มกาแฟกับกินแอปเปิ้ลอยู่ก็ได้ตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจ เพราะว่าอยู่ๆผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมอะไร ผมลืมจักรยานป้าแกไงครับ แล้วหลังจากที่เมื่อคืนผมกลับมาจากถนนคนเดิน ผมก็ได้เดินเข้ามาในบ้านโดยมีพี่การ์ดคนเดิมที่พาผมไปส่งที่โรงจอดรถของบ้านมาเป็นคนเปิดประตูให้ ไอ้ผมที่เข้าบ้านมาก็ไม่เห็นใครอยู่ในบ้านเลยครับ แถมป้าแกที่ให้ผมยืมจักรยานก็ไม่อยู่ ผมก็ไม่รู้ว่าพวกเขาหายไปไหนกันหมด ผมก็เลยเอาของไปเก็บไว้ที่ห้องครัว แล้วก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำเข้านอนเลย เพราะผมรู้สึกเหนื่อยมากๆเลยอะครับ

 

"คุณหนูเป็นอะไรคะ" ป้าแกที่ให้ผมยืมจักรยานก็ได้เดินเข้ามาถามผมด้วยน้ำเสียงสงสัย

 

"ป้าครับ ทำไมเมื่อเช้าป้าถึงไม่บอกผมล่ะครับ ว่ายังไม่ได้จักรยานคืน" ผมหันไปพูดกับป้าแกด้วยน้ำเสียงสงสัย

 

"ป้าคิดว่าคุณหนูยังใช้ไม่เสร็จ ป้าก็เลยไม่ได้ถามค่ะ" ป้าแกพูดตอบผมด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่โถ่ป้า ทำไมปล่อยให้ผมคิดตั้งนานวะ แล้วผมจะไปเอาจักรยานให้ป้าแกยังไงล่ะเนี่ย ถ้าผมขับรถไปก็ต้องมีใครสักคนไปกับผมด้วยหรือต้องมีใครไปส่งผมนั่นแหละครับ แถมตอนนี้ป๊ากับม๊าผมก็ยังไม่กลับมาตั้งแต่เมื่อวานเลย ส่วนพี่โซนก็ไปนอนที่คอนโดอีก แล้วผมรู้ได้ไงเหรอ ก็ถามป้าแม่บ้านตอนลงมาข้างล่างนั่นแหละครับ

 

"ผมใช้เสร็จแล้วครับ แต่ผมลืมไว้ที่สวนสาธารณะ"

 

"งั้นเดี๋ยวป้าไปบอกพวกลุงๆให้ไปเอามาก็ได้ค่ะ"

 

"ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมจะไปเอากลับมาเอง" ผมพูดบอกป้าแกด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะผมเป็นคนเอาไปก็ต้องรับผิดชอบสิ จะให้คนอื่นไปเอาแทนได้ยังไงกันล่ะครับ

 

"ถ้าอย่างงั้นก็ได้ค่ะ งั้นป้าขอตัวไปตามคุณชายรองก่อนนะคะ" ป้าแกพูดด้วยน้ำเสียงติดจะยิ้มๆพลางเดินออกไปจากบริเวณโต๊ะอาหาร แต่ไม่ได้การละ เดี๋ยวไอ้หน้าปลาทูมันจะลงมาแล้วครับ ผมเลยไม่รอช้ารีบหยิบแก้วกาแฟขึ้นดื่มอย่างรวดเร็วและหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายทันที

 

จากนั้นผมก็ได้เดินออกมาที่โรงจอดรถ ผมเห็นพี่การ์ดคนเมื่อวานกำลังยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของโรงจอดรถพร้อมกับการ์ดอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆพี่แก

 

"พี่ครับ พี่ว่างไหมครับ" ผมเดินเข้าไปหาพี่แกพลางพูดถามด้วยน้ำเสียงติดจะยิ้มๆ แต่พี่การ์ดแกยืนนิ่งมากอะครับ ผมไม่รู้ว่าพี่แกหลับในอยู่หรือเปล่า

 

"เอ่อ...คุณหนูมีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ" พี่การ์ดแกก้มหน้าลงมาพูดถามผมด้วยน้ำเสียงสงสัย แล้วทุกคนคิดดูดิ ขนาดการ์ดยังสูงกว่าผมอีกอะ ผมเห็นแบบนี้แล้วเหนื่อยใจเลยอะครับ

 

"พี่ชื่ออะไร" พี่ชื่ออะไร พี่ชอบทำท่าอย่างงี้ อย่างงี้ เอ้ย!....กูเล่นเชี้ยอะไรของกูเนี่ย มันใช่เวลาไหมห๊ะ?!!

 

"ผมชื่อวันครับ คุณหนูถามทำไมครับ หรือผมทำอะไรผิดหรือเปล่า" พี่การ์ดแกพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว แต่โอ้โห่ตอบอย่างเดียวก็ได้มั้งพ่อคุณ! ก็พี่การ์ดแกเล่นก้มให้ผมเก้าสิบองศาเลยอะครับ อะไรจะนับถือผมขนาดนั้นวะ

 

"เห้ยๆ พี่จะก้มทำไม ผมแค่จะถามชื่อ แล้วก็เลิกเรียกผมว่าคุณหนูได้แล้ว เรียกเซนเฉยๆก็ได้" ผมพูดบอกพี่การ์ดแกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แล้วผมว่าพี่การ์ดแกคงอายุพอๆกันกับร่างเก่าของผมแหละมั้งครับ

 

"ผมต้องขอโทษจริงๆครับ ผมทำอย่างที่คุณหนูบอกไม่ได้จริงๆ เพราะท่านสั่งไว้ว่าอย่าทำตัวสนิทสนมกับคุณหนูครับ" ห๊ะ?! ป๊าอีกแล้วเหรอวะ ถึงว่าทำไมพวกการ์ดไม่ค่อยกล้าเข้ามาหาผมเลย ที่แท้ก็เป็นเพราะป๊าแกนี่เอง

 

"ผมสั่ง พี่ก็ต้องทำ! " ผมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก แต่ผมเผลอทำเสียงตอนที่เป็นศูนย์ศูนย์หนึ่งไปซะได้ พี่การ์ดแกเลยมองผมอย่างหวาดกลัวปนอึ้งๆไปเลยอะครับ

 

"คะ...ครับคุณ...เอ่อ...เซน" พี่แกพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด

 

"ดีมาก แต่ไม่ต้องสุภาพมากก็ได้ ถ้าเรียกแทนตัวเองว่าพี่จะดีมากเลยครับ และที่ผมมาหาพี่เนี่ย เพื่อที่จะให้พี่ไปเอาจักรยานเป็นเพื่อนผมหน่อย....ตุ๊บๆ" ผมพูดพลางยื่นมือไปตบบ่าพี่แกอย่างเบาๆ และยิ่งคิดว่าอายุน่าจะพอๆกันแล้วด้วย ผมก็เลยอยากตีสนิทสักหน่อยอะ เผื่อผมจะได้ทำอะไรได้ง่ายๆหน่อยครับ อย่างเช่นออกไปข้างนอกตอนดึกๆไรงี้อะ

 

"เอ่อ...เซน พี่เพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ได้แค่ปีเดียว ท่านห้ามไว้ว่าถ้ายังไม่ได้อยู่ถึงสองปี ห้ามออกไปไหน จนกว่าท่านจะอนุญาต" พี่การ์ดแกพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล แต่ผมล่ะไม่อยากเชื่อเลยว่าที่นี่จะมีกฎแบบนี้ด้วยเหรอวะ จะบ้าไปแล้วมั้งครับ

 

"ไม่เป็นไรหรอก ถ้ามีอะไรเดี๋ยวผมคุยกับป๊าให้เอง" ผมเงยหน้าขึ้นไปพูดบอกพี่แกด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางเอามือตบที่หน้าอกของตัวเองอย่างหนักแน่น

 

"จะไม่เป็นไรจริงๆเหรอครับ" พี่แกพูดถามผมด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ

 

"จริงสิ....แล้วพี่ชื่ออะไรเหรอ" ผมพูดตอบพี่วันแกพลางกระดืบไปข้างๆ ที่มีพี่การ์ดอีกคนยืนอยู่ แถมพี่แกใส่แว่นตาดำยืนอยู่นิ่งๆด้วยละ ผมว่ามันต้องมีแอบหลับกันบ้างแหละครับ คนห่าอะไรจะยืนได้ทั้งวันทั้งคืนวะ

 

"ชื่อทูครับ คุณหนูมีอะไรกับผมหรือเปล่า" ห๊ะ?! พี่การ์ดแกชื่อทูจริงดิ แบบนี้มันก็เหมือนวันกับทูเลยอะดิ คนหนึ่งชื่อวันอีกคนชื่อทู อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้วะ

 

"แหมๆ พี่เป็นแฝดหรือพี่น้องกันเหรอ ชื่อแม่งอย่างได้อะ ฮ่าๆ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงติดจะขำๆพลางตบต้นขาตัวเองอย่างชอบใจ แล้วผมว่าพวกพี่แกต้องเกิดมาเป็นคู่หูกันแน่ๆเลยอะ ขนาดยืนยังยืนข้างกันเลย แถมชื่อก็ยังจะมาคล้ายกันอีกอะ

 

"ครับ พวกผมเป็นแฝดกัน" พี่วันพูดตอบผมด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่เห้ย! นี่เรื่องจริงดิ ผมแค่ถามเล่นๆเองนะเว้ย ไม่คิดว่าจะพีคขนาดนี้ แต่ทำไมหน้าตาพวกพี่แกไม่เห็นเหมือนกันเลยวะ พี่วันจะออกไปทางเข้มๆดูกวนๆ สีผิวแทน ตาสีฟ้าและมีผมสีดำ แต่พี่ทูออกไปทางฝรั่ง ดูนิ่งๆกวนๆ สุขุม ผิวขาว มีกล้ามโต ตาสีฟ้าและมีผมสีดำ

 

"เห้ยจริงดิพี่ ทำไมหน้าไม่เหมือนกันเลยวะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงตกใจพลางหันไปมองหน้าพี่วันกับหน้าพี่ทูอย่างสงสัย

 

"แฝดเทียมครับคุณหนู" พี่ทูหันมาพูดตอบผมด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

"พี่เรียกผมเซนเหมือนพี่วันก็ได้ แล้วใครเป็นพี่ใครเป็นน้องอะ" ผมหันไปพูดกับพี่ทูด้วยน้ำเสียงติดจะยิ้มๆ

 

"วันครับ ผมเป็นน้อง" พี่ทูพูดตอบผมอย่างนิ่งๆ

 

"อ๋อ...ป่ะ พี่ไปเอาจักรยานกันเถอะ" ผมพูดพลางเดินไปจับแขนพวกพี่แกพร้อมกับลากพวกพี่แกเข้ามาในโรงจอดรถทันที

 

"เอ่อ...เซน พี่ว่าให้ทูไปคนเดียวเถอะ มันอยู่ที่นี่นานกว่าพี่อีก" พี่วันแกหยุดเดินพลางพูดบอกผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

"ไม่เอา ไปหมดนี่แหละ คนเยอะสนุกดี" ผมหันไปพูดบอกพี่วันแกด้วยน้ำเสียงนิ่งๆพลางเดินไปที่ตู้กระจกอันเล็กที่แขวนอยู่บนกำแพง มันเป็นตู้เก็บกุญแจรถครับ ถ้าผมนับไม่ผิด มีกุญแจมากกว่ายี่สิบกว่าดอกมั้ง

 

"พี่เอาคันนี้ไปแล้วกัน...ป่ะ ไปกันเถอะ" ผมพูดพลางหยิบเอากุญแจรถบิ๊กไบค์คันหนึ่งยื่นไปให้พี่ทูแก

 

"ครับ" พี่ทูแกพูดพลางยื่นมือมารับกุญแจไปจากผม ผมพร้อมกับเดินไปคร่อมรถ แล้วก็หยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาสวมเข้าที่หัว

 

"มาเลยพี่วัน มาขับรถให้ผมด้วย" ผมพูดบอกพี่วันด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

"เอานี่ไอ้วัน" พี่ทูพูดพลางโยนหมวกกันน็อคมาให้พี่วันแก

 

หลังจากนั้นพวกผมก็พากันออกมาจากบ้าน โดยมีพี่วันเป็นคนขับรถให้ผม ส่วนผมก็นั่งซ้อนท้ายพี่วันแกอย่างสบายใจเฉิบ และพี่ทูก็ขับรถตามหลังพวกผมมาติดๆ จนตอนนี้พวกผมก็ได้มาถึงสวนสาธารณะแล้วครับ พวกผมขับรถหาจักรยานอยู่นาน สุดท้ายก็เจอ ดีนะที่มันยังอยู่ที่เดินไม่ได้โดนขโมยไปอย่างไร แสดงว่าที่นี่ไม่ค่อยมีโจรสินะ ไม่งั้นจักรยานป้าแม่บ้านคงหายไปนานแล้วแหละครับ

 

"ใครสักคนในระหว่างพวกพี่ ไปปั่นจักรยานกลับซะ" ผมพูดบอกพวกพี่แกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ส่วนผมก็อยากปั่นกลับไปอยู่หรอก แต่ความขี้เกียจของผมมันกำเริบไงครับและอีกอย่างผมไม่ค่อยถูกโฉลกกับสีเขียวด้วยอะ ผมไม่อยากดวงซวยอีกแล้ว

 

"ไอ้ทู มึงไปปั่นดิ" พี่วันแกหันไปพูดบอกพี่ทูด้วยน้ำเสียงดุๆ

 

"ไม่เอา มึงก็ไปปั่นเองดิว่ะ กูน้องมึงนะเว้ย" พี่ทูพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แถมผมก็รู้ด้วยว่าทำไมพวกพี่แกถึงเกี่ยงกัน ก็เพราะว่าไอ้จักรยานมันโคตรแบ๊วเลยไงครับ แล้วทุกคนลองคิดดูดิ ถ้าผู้ชายหล่อแฮนด์ซั่มมาดแมน มีร่างโคตรบึกบึนอย่างพวกพี่มันไปปั่นจักรยานน่ารักคิกขุแบบนั้น มันก็ยังไงอยู่น่ะผมว่า

 

"พวกพี่จะเกี่ยงกันอีกนานไหม จะใครก็เหมือนกันนั่นแหละ" ผมที่นั่งอยู่บนรถพลางเอาขาข้างหนึ่งขึ้นมาขัดตะหมาดไว้บนเบาะรถพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

 

"แล้วทำไมมึงไม่ปั่นกลับไปเองล่ะไอ้เซน" พี่ทูหันมาพูดถามผมด้วยน้ำเสียงสงสัย แต่ทำไมสรรพนามผมถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนั้นวะ เพราะเรื่องจักรยานคันเดียวเนี่ยนะ?!

 

"เออ ดูตัวมึงกับตัวพวกกูดิ ต่างกันมากอะ" ไอ้พี่วันพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

 

"โอ้โห่ อะไรวะ...คนที่พูดคุณหนูครับคุณหนูค้า ตอนนี้หายไปไหนแล้วเนี่ย" ผมพูดด้วยน้ำเสียงติดจะอึ้งๆ ก็ก่อนหน้านี้พวกพี่แกยังพูดสุภาพกับผมเชี้ยๆเลยอะ แล้วอะไรทำให้พวกพี่แกเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้วะ

 

"มึงบอกกูไม่ต้องสุภาพมากก็ได้...นี่ไง" พี่วันพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ แต่โอ๊ย! ผมหมายถึงเป็นกันเองเว้ย ไม่ใช่นักเลงจะตีกับเด็กแบบนี้ไอ้พี่วันบ้า!

 

"เฮ้อ~ แล้วแต่พี่เลย แต่ว่าพวกพี่อายุเท่าไหร่"

 

"พวกกูสามสิบสามปี ถามทำไมอะ" พี่วันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆปนสงสัย และเห็นไหมล่ะครับ ผมทายถูกด้วยว่าอายุน่าจะพอๆกัน พวกพี่แกห่างจากผมแค่สามปีเอง

 

"ผมสิบเจ็ดปี พวกลุงแก่กว่าผม เพราะงั้นสมควรทำครับ ผมฝากด้วยนะ....ไปละ บาย~" ผมพูดด้วยน้ำเสียงติดจะยิ้มๆพลางรีบใส่หมวกกันน็อกพร้อมกับสตาร์ทรถ แล้วบิดออกมาทันที ส่วนพวกพี่แกไม่ได้แดกผมหรอกครับ กวนตีนมา ผมก็กวนตีนกลับสิ ฮ่าๆ

 

ผมนี่สะใจโคตรเลยอะ ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกพี่แกใครจะเป็นคนปั่นกลับ คิดแล้วก็อดขำไม่ได้ ร่างถึกๆปั่นจักรยานสายน่ารักคิกขุ แค่นึกภาพก็ขำจนท้องแข็งแล้วอะครับ

 

ณ โรงเรียนอ.ท. 8:20

 

ซวย ซวย ซวยของแท้เลยครับ! ก็ผมมาสายไง เพราะไอ้พวกพี่การ์ดแม่งเลย ทำให้ผมมาสายเนี่ย แถมประตูใหญ่ก็ปิดไปแล้วด้วย ทางเดียวที่จะเข้าโรงเรียนได้ ก็คือประตูเล็ก แต่ถ้าเข้าประตูเล็กจะต้องเช็คชื่อมาสายด้วยครับ แล้วผมที่บอกว่าจะไม่มาสายอีก คงจะเข้าไปแบบปกติไม่ได้แล้วล่ะมั้ง

 

หลังจากที่คิดหาวิธีเข้าโรงเรียนอยู่นาน ตอนนี้ผมก็ได้เข้ามาในโรงเรียนได้เรียบร้อยแล้วละครับ เพราะใช้วิธีตอนที่ผมเป็นศูนย์ศูนย์หนึ่งนั่นแหละ วิธีของผมก็คือการปีนกำแพงไงครับ เป็นวิธีที่เท่ใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ ฮ่าๆ

 

"แฮ่กๆ แม่งโคตรเหนื่อย!" ผมพูดออกมาอย่างหอบๆ หลังจากที่ผมได้รีบวิ่งเข้ามาที่แถว

 

"เห้ย! กูคิดว่ามึงจะไม่มาซะอีก" ไอ้เชนที่ยืนอยู่ข้างหน้าผมก็ได้หันมาพูดด้วยน้ำเสียงติดจะตกใจ แต่เพื่อนเชนครับ อย่าเพิ่งพูดอะไรกับกูเลย กูเหนื่อยอยู่เว้ย!

 

"ขึ้นห้องค่อยคุยเว้ย" ผมเงยหน้าขึ้นไปพูดบอกมันด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

ณ ห้องเรียน

 

หลังจากที่พวกผมเข้าแถวกันเสร็จก็ได้พากันเดินขึ้นมาบนห้องเรียน

 

"ทำไมมึงถึงมาสายวะไอ้เซน" ไอ้กี้หันมาพูดถามผมด้วยน้ำเสียงสงสัยพลางวางคางไว้บนขอบพิงหลังของเก้าอี้

 

"กูไปทำธุระมานิดหน่อยว่ะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

"ธุระไรวะ" ไอ้กายหันมาพูดถามผมด้วยน้ำเสียงสงสัย แต่แล้วมันจะอะไรกับผมนักหนาเนี่ย ธุระก็ธุระสิว่ะ

 

"กูไปหาจักรยานมา แล้วไม่ต้องถามว่าจักรยานอะไร จักรยานก็คือจักรยาน" ผมรีบพูดอย่างตัดบท เพราะผมไม่ค่อยอยากเล่ารายละเอียดสักเท่าไหร่อะครับ

 

"เออ กูไม่ถามก็ได้ว่ะ...แม่ง!" ไอ้กายพูดอย่างหัวเสีย

 

"แต่กูมีอีกเรื่องที่จะถามมึง เมื่อวานมึงไปไหนมา" ไอ้ซันพูดถามผมด้วยน้ำเสียงกดดัน แล้วไอ้ซันมันรู้ได้ไงวะ ว่าผมไปไหนหรือไม่ได้ไปไหนมา ทำตัวอย่างกับสตอล์คเกอร์เลยเพื่อนผม

 

"ไปไหน....กูไม่ได้ไปไหน"

 

"แล้วในเพจ Cute Boy Thailand แม่งเชี้ยอะไรวะ" ไอ้ซันพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่อะไรอีกวะเนี่ย คิวท์บงคิวท์บอยอะไรของมันวะ ผมยังไม่ได้เช็คโซเชียลเลย มาแบบนี้ก็งงสิครับ

 

"มึงเอาไปดู แล้วให้คำอธิบายพวกกูมาซะ" ไอ้ซันพูดพลางยื่นโทรศัพท์ของมันมาให้ผม

 

Cute Boy_TL

ทุกคน!!! ชะนีตายอย่างสงบจ้ะ น้องแบล็คเด็ก จ.ท.กับน้องเซนเด็กอ.ท. ที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์อะไรเลย แต่คุณเอ้ย! เมื่อวานแอดไปเที่ยวถนนคนเดินกับเพื่อนก็ได้เห็นน้องแบล็คและก็น้องเซนอยู่ด้วยกันค่ะซิส ทำไมกันนะ เด็กจ.ท.กับเด็กอ.ท.ที่เป็นคู่อริกันตั้งแต่ชาติปางก่อนถึงมาออกเดทกันได้ล่ะคะเนี่ย พิงหัวกันเบาๆแบบนี้ หวานไม่แคร์ใครเลยจริงๆ ถ้าจะขนาดนี้คงไม่ใช่แค่คู่อริกันแล้วแหละค่ะ #ลายเซ็นนี้ขอ(ง)สีดำ ต้องมาแล้วละซิส~!!!

*แนบรูป*

ถูกใจ 984k คอมเมนต์ 58k แชร์ 3k ครั้ง

 

ผมที่ดูโพสต์เสร็จ ก็แทบช็อคเลยอะครับ ก็เพราะรูปที่แนบมาด้วยนี่แหละ มันเป็นรูปที่ผมกับไอ้หมีควายไปถนนคนเดินเมื่อวานนี้อะครับ แถมยังเป็นตอนที่ผมยืนสั่งอะไรอยู่ก็ไม่รู้ และในมือของผมได้มีใบเมนูอยู่ ส่วนไอ้หมีควายมันก็เอาแขนมาตั้งไว้บนหัวไหล่ของผมพร้อมกับมือมันที่วางอยู่บนหัวของผม พลางก้มหน้าลงมาอ่านเมนูที่ผมถืออยู่ด้วย แต่ผมนี่สิครับ ไปพิงหน้าอกมันซะงั้นอะ คือผมไปทำแบบนั้นตอนไหนวะ จำไม่เห็นได้เลยครับ!!!

 

"อธิบายมาซะ มึงไปกับมันได้ยังไง" ผมที่ยื่นโทรศัพท์ไปคืนไอ้ซันมัน ไอ้กี้มันก็ได้พูดถามผมด้วยน้ำเสียงกดดัน

 

"คือพวกกูแค่ไปเจอกันโดยบังเอิญเว้ย รูปเชี้ยนั่นก็มุมกล้องไง กูจะล้มแล้วมันเลยมาช่วยกูไว้ก็แค่นั้นเอง" โอ้โห่~ ผมนี่แถจนสีข้างถลอกหมดแล้วเว้ยเฮ้ย

 

"พ่อมึงสิ ใครเชื่อก็ควายแล้ว!" ไอ้กี้พูดใส่หน้าผมด้วยน้ำเสียงโมโห

 

"เฮ้อไอ้เซน มึงจะทำอะไรก็เรื่องของมึงเถอะ แต่เคลียร์กับเฮียบิ๊กเองก็แล้วกัน " ไอ้ซันมันพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

 

"เออๆ อาจารย์เข้าแล้ว เรียนเถอะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆอย่างตัดบทพร้อมกับอาจารย์แกที่เดินเข้ามาในห้อง แต่ทำไมมีแต่เรื่องวะเนี่ย จะให้ผมอยู่แบบสบายหน่อยก็ไม่ได้เลยหรือไงวะ?!

 

จากนั้นพวกผมก็นั่งเรียนกันจนมาถึงเวลาเลิกเรียนเลยครับ ตลอดทั้งวันไอ้เชนไม่คุยอะไรกับผมเลยอะ มันเอาแต่เงียบ ตอนพักเที่ยงมันก็ไม่มากินข้าวด้วย ผมถามมัน มันก็ตอบอย่างเดียวเลยว่ามีธุระนิดหน่อย แต่ผมมองแววตามันออกครับ ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ ในดวงตาของไอ้เชนมีแต่ความน้อยใจ สับสน และก็เศร้า จนผมกลัวเหลือเกินว่ามันจะคิดอย่างงั้นกับผม และผมขอร้องเถอะนะ อย่าให้มันเหมือนไอ้หน้าปลาทูอีกคนเลย เพราะตอนนี้ผมก็ปวดหัวมากพออยู่แล้ว

 

15:15

 

"งั้นกูกลับบ้านก่อนนะ เจอกันวันจันทร์นะเว้ย" พวกผมที่พากันเดินลงมาจากห้องเรียน ผมก็ได้หันไปพูดบอกพวกมันด้วยน้ำเสียงติดจะยิ้มๆพลางเดินออกมาทันที โดยที่ไม่รอให้พวกมันพูดอะไรเลย เพราะตอนนี้ผมเหนื่อยมากครับ แถมผมยังจอดรถไว้ข้างนอกโรงเรียนอีก ผมต้องรีบไปเอา เดี๋ยวรถผมหายทำไงล่ะ.....

 

ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่ง 15:45

 

ผมที่กลับมาถึงบ้านก็ได้ขับรถไปจอดไว้ที่โรงจอดรถพลางเดินเข้ามาในบ้าน แต่แล้วผมก็ต้องเอะใจ ก็เพราะว่ามีเสียงดังออกมาจากห้องนั่งเล่นไงครับ

 

"ทำไมมึงถึงกล้าขัดคำสั่งกู?!!" เสียงโหดเหี้ยมของป๊าผมที่กำลังตะโกนว้ากใส่พี่วัน ที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นห้อง แต่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?! หรือว่าจะเป็นเรื่องเมื่อเช้าเหรอ

 

"ป๊าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ผมตะโกนบอกป๊าแกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

"น้องเซนกลับมาแล้วเหรอลูก ม๊าไม่ได้เจอตั้งหนึ่งวัน มาให้ม๊ากอดหน่อยสิ" ผมที่เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ม๊าแกก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดจะยิ้มๆพลางเดินมาดึงผมเข้าไปสวมกอด

 

"ป๊าอย่าทำอะไรพี่เขาเลยนะ เมื่อเช้าผมสั่งให้พี่เขาไปช่วยผมหาจักรยานเองครับ" ผมผละออกจากม๊าแกพลางหัวหน้าไปประเชิญกับป๊าที่ตอนนี้กำลังยืนถือปืนอยู่ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ไม่อยากจะเชื่อเลย ผิดแค่นี้ ป๊าแกจะเล่นถึงตายเลยเหรอวะ?!

 

"มันขัดคำสั่งป๊า ใครที่ไม่ทำตามที่สั่ง มันก็ไม่สมควรที่จะอยู่!" ป๊าแกพูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม

 

"ถ้าป๊าทำอะไรพี่เขา ป๊าก็ทำผมไปด้วยอีกคนเลย เพราะนี่ก็เป็นความผิดของผมเหมือนกัน" ผมพูดพลางเดินไปนั่งลงข้างๆพี่วันแกพร้อมกับบีบน้ำตาให้ไหลออกมา แต่อั๊ยย่ะ! ผมนี่ก็แสดงเก่งเหมือนกันน่ะเนี่ย น่าจะไปเป็นดาราได้เลยอะ

 

"คุณคะ คุณทำลูกร้องไห้อีกแล้ว!" ม๊าแกหันไปพูดบอกป๊าด้วยน้ำเสียงติดจะดุๆ

 

"มึงโชคดีมากนะไอ้วัน ถ้ามึงทำผิดอีกละก็ มึงคงรู้ว่าจะเจอกับอะไร!!" ป๊าแกพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

 

ผมที่หันไปดูพี่วันแกว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ผมกลับเห็นแววตาที่ผิดหวังของพี่วัน และแววตาที่ไม่มีความเคารพอีกต่อไป.....เอาแล้วไง ป๊าผมทำให้ลูกน้องเกลียดแกไปอีกคนแล้วเนี่ย เพราะผมเห็นแววตาแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาอยู่ในร่างไอ้เซนแล้วละ แววตาของพวกพี่การ์ดหลายคนไม่มีความนับถือ แต่ยังคงรักป๊าผมอยู่ แถมไอ้พี่ทูที่ยืนอยู่ด้านหลังพี่ชายตัวเองก็ด้วยครับ ป๊าผมนี่ล่ะก็ ถ้าอยากจะเป็นบอสที่ดี ต้องเชื่อใจในตัวลูกน้องของตัวเองสิ เวลาพวกเขาทำอะไรผิดให้คุยกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่ทำผิดแล้วฆ่าทิ้งตลอด และอีกอย่างต้องทำให้พวกเขารู้ว่าคุณนั้นสามารถยืนเคียงข้างพวกเขาไปได้ตลอด ถึงคุณจะทำให้พวกเขากลัวคุณก็ตาม แต่ยังไงคุณก็ต้องทำให้พวกเขาเชื่อว่าคุณสามารถเชื่อใจและเข้าใจพวกเขาในเวลาเดียวกันได้ เพราะไม่อยากงั้นคุณจะไม่มีวันได้ความจริงใจและความเคารพนับถือจากพวกเขาแน่นอน เอาง่ายๆก็เหมือนกันกับเอาใจเขามาใส่ใจเรานั่นแหละครับ

 

"เซน แกลุกขึ้นมาได้แล้ว" ป๊าแกพูดบอกผมด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

"ไอ้ทู เอาพี่มึงออกไปให้พ้นๆหน้ากูซะ!" ป๊าแกที่พูดบอกผมเสร็จก็ได้หันไปพูดว้ากใส่พี่ทูด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม แต่ป๊าแกจะว้ากอะไรนักหนาเนี่ย ยืนอยู่กันแค่นี้ ว้ากซะผมคิดว่าสักวันคอป๊าแกต้องพังอะครับ

 

"ครับท่าน" พี่ทูพูดพลางก้มหัวให้ป๊าผมเล็กน้อย จากนั้นก็พาพี่วันที่สภาพสะบักสะบอมออกไปทันที แล้วก่อนที่ผมน่าจะมาถึงบ้าน พี่วันแกคงถูกซ้อมมานานเลยละมั้ง เดี๋ยวผมคงต้องไปขอโทษพี่วันแกสักหน่อยแล้วแหละครับ

 

"ป๊า ม๊า งั้นเซนขอตัวก่อนได้ไหมอะ เซนเหนื่อยมากเลย" ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และผมก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้นานๆด้วย ยิ่งตอนนี้ป๊าแกอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่

 

"โอเคจ้ะ" ม๊าแกพูดอย่างยิ้มๆ

 

"เซน พรุ่งนี้เพื่อนป๊าจะมาตอนบ่ายๆ แกเตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ เพราะตอนเย็นเราจะไปงานเลี้ยงกัน" ก่อนที่ผมกำลังจะเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น ป๊าแกก็ได้พูดบอกผมด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แล้วอะไรอีกวะเนี่ย ผมที่คิดไว้ว่าจะนอนตีพุงดูหนังการ์ตูนอยู่บ้านสักหน่อย แต่ก็เฮ้อ! อดเลยทีนี้

 

ไม่อยากจะเชื่อว่าคติประจำใจของผมจะดับสลายไปในพริบตาแบบนี้ ส่วนคติประจำใจตอนวันศุกร์ของผมก็คือ นอนตีห้าตื่นห้าโมงเย็นยังไงละครับ......

 

 

 

 

เป็นท่าที่เฮียแบล็คกับน้องเซนยืนนะจ๊ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว