email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

บังเอิญรัก - ตอนที่ 2 ชายแปลกหน้า

ชื่อตอน : บังเอิญรัก - ตอนที่ 2 ชายแปลกหน้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 27k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2563 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บังเอิญรัก - ตอนที่ 2 ชายแปลกหน้า
แบบอักษร

ตอนที่ 2 ชายแปลกหน้า 

“เย้! เสร็จสักที เห้ออออ” 

นิลผุดลุกขึ้นยืนพลางเหยียดแขนบิดขี้เกียจ ไล่ความเมื่อยขบตามร่างกาย หลังนั่งประจำห้องตรวจยิงยาวจนถึง 4 โมงเย็น  

กระเพาะส่งเสียงร้องโครกครากดังลั่น  วันนี้ทั้งวันมีเพียงชาเขียวและมัฟฟินช็อกโกแลตตกถึงท้องแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น 

มือเรียวกดเปิดหาพิกัดร้านอาหารที่ใกล้ที่สุดแล้วถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ มองความแดงเถือกที่ปรากฏบนหน้าจอแล้วถอดใจที่จะฝ่ารถติดไปหาอาหารมื้อเย็นแบบคนปกติทานทันที  

สงสัยวันนี้คงต้องฝากท้องไว้กับอาหารญี่ปุ่นเจ้าประจำอีกแล้วสินะ - -"  

“นิลกลับแล้วนะคะพี่ ๆ สวัสดีค่ะ” 

“กลับดี ๆ นะคะหมอนิล / บ๊ายบายค่าหมอนิล” 

นิลแวะอำลาพี่ ๆ พยาบาลที่มาขึ้นเวรบ่าย ก่อนจะพาร่างที่ใกล้พังเต็มที เดินลากขาออกไปจากบริเวณห้องตรวจด้วยท่าทีเหนื่อยล้า 

วันนี้เธอไม่ได้ขึ้นเวรก็จริง แต่ว่าเธอเหนื่อยล้าเกินกว่าจะหอบร่างเยิน ๆ กลับไปนอนบ้านที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลกว่า 20 กิโล ดังนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ คอนโดใหม่ที่เพิ่งเซ็นรับมานั่นเอง 

ตึก ตึก ตึก 

คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากันแน่น ใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง  

ตึก ตึก ตึก 

เธอเร่งฝีเท้ามากขึ้นพลางเหลียวหลังไปมองด้วยความไม่สบายใจอยู่หลายหน แม้จะมองไม่เห็นตัวบุคคล แต่เธอมั่นใจว่ากำลังมีใครบางคนแอบเดินตามเธออยู่ห่าง ๆ มาตั้งแต่เธอก้าวเท้าออกมาจากตัวตึก 

“แย่จริง! วันนี้ดันจอดรถไกลซะด้วย” 

นิลบ่นอุบกับตัวเอง มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนกดหาเบอร์ฟ้าใส เพื่อนสนิทที่ผันตัวไปเปิดคลินิกเสริมความงามของตัวเอง   

ตืดดดด ตืดดดด ตืดดดด 

รอจนสายตัดไปเอง อีกฝั่งก็ยังไม่มีการตอบรับใด ๆ 

นิลออกอาการลุกลีลุกลนอย่างปิดไม่มิด เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาดำวูบไหวที่อยู่ห่างออกไปอีก 3 ล็อคด้านหลัง  

มือเรียวกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น ยังคงไม่ละความพยายามที่จะกดติดต่อหาเพื่อนสาว ในขณะที่ขาเรียวยังก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ลดความเร็วลง 

“ว๊ายยยยยยย” 

พลั่ก! 

ร่างบางลื่นหงายหลังด้วยความไม่ทันระวัง เพราะมัวแต่เหลียวไปมองข้างหลัง ทำให้เธอไม่ทันสังเกตสิ่งที่กีดขวางอยู่  เผลอเหยียบกระป๋องน้ำอัดลมที่ถูกทิ้งแอ้งแม้งอยู่กลางลานจอดรถเข้าไปเต็มเท้า 

“ซี๊ดดด” 

นิลซี๊ดปากเบา ๆ ความเจ็บแล่นพล่านไปทั่วร่างจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ด้วยสถานการณ์คับขัน เธอจึงไม่มีเวลามานั่งโอดครวญหรือสำรวจร่างกายเท่าไหร่นัก  

เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นยืน กัดฟันข่มความเจ็บปวดที่ข้อศอกและสะโพกอวบ เร่งฝีเท้าก้าวไปข้างหน้าต่อด้วยความเร็วเท่าเดิม  

ดวงตากลมโตเป็นประกายฉายแววมีความหวัง เมื่อมองเห็นรถยนต์คันจิ๋วของตัวเองซึ่งจอดอยู่เกือบสุดอีกฟากของลานจอดรถ 

พรึ่บ! 

“กรี๊ดดดดดดดดด” 

จู่ ๆ ก็มีใครบางคนกระโดดเข้ามารวบตัวเธอไปกอด  

นิลหลับตาปี๋กรีดร้องด้วยความตกใจ สะบัดตัวออกห่างจากคนแปลกหน้า มือไม้ปัดป่ายไปรอบตัวโดยอัตโนมัติทันทีเพื่อป้องกันตัว  

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! 

“โอ๊ย! หยุดนะ!! ยัยหมอผี!!!! ” 

หมอผี? สรรพนามการเรียกที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เธอชะงักมือที่กำลังยื้อยุดกับคนตรงหน้าในทันที 

นิลค่อย ๆ เปิดเปลือกตามาหรี่มองเงาดำที่อยู่ตรงหน้า เธอถอนหายใจโล่งอกเมื่อพบว่าคนแปลกหน้าที่กระโดดมาขวางทางเมื่อครู่ คือ ‘คชา’ ผู้ชายปากปีจอที่เพิ่งเจอกันที่ร้านกาแฟเมื่อตอนเที่ยงนั่นเอง 

“โอ๊ยยย นี่นายแกล้งฉันเหรอ!! ว่างมากนักหรือไง!!!” 

นิลแผดเสียงใส่อย่างไม่สบอารมณ์ โมโหจนน้ำตาคลอเบ้า เมื่อคิดว่าเงาดำที่เดินตามเธอมาตลอดทางคือคชา  

การกระทำไร้สาระนี้ทำเอาเธอตกอกตกใจจนแทบเข่าอ่อน ช่วงนี้ยิ่งดูซีรีย์พวกฆาตรกรรมต่อเนื่อง คดีสืบสวนสอบสวนเยอะเสียด้วย 

คชาไม่ตอบแต่รั้งร่างบางเข้ามาใกล้ ตวัดแท่นแขนโอบรอบเอวคอดแน่น โน้มตัวเข้าไปกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู ทำทีเป็นสนิทสนมกับหญิงสาว ในขณะที่สายตาคมกริบจับจ้องไปยังเสาต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล 

“มีคนเดินตามเธอมาตั้งแต่ในตึกแล้ว ไม่รู้ตัวหรือไง ยัยโง่!” 

ใบหน้าชายหนุ่มเคร่งเครียดเสียจนนิลเชื่อสนิทใจ ว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นเป็นจริง เธอขยับกายเข้าไปใกล้ชายหนุ่มมากขึ้นจนแทบเกยคางบนไหล่กว้าง ก่อนจะเหลียวหลังกลับไปมองในทิศที่เคยเห็นเงาดำอย่างหวาดระแวง  

พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับส่วนปลายของรองเท้าหนังสีดำสนิทที่โผล่พ้นขอบเสาออกมา  

ใบหน้าหวานถอดสีซีดเผือกรีบหันกลับมาสบสายตาคม ดึงรั้งชายหนุ่มเข้ามาใกล้จนตัวติดกัน กระซิบกระซาบถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ  

“นาย ๆ ฉัน... ฉันเห็นรองเท้าที่เสา Row D มันใช่ ....ใช่ไหม?” 

คชามองข้ามไหล่ไปยังทิศทางที่หญิงสาวบอกแวบนึง แล้วพยักหน้าช้า ๆ แทนคำตอบ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง 

“มานี่  เดี๋ยวฉันไปส่ง” 

เดี๋ยว ๆ แล้วรถฉันล่ะ!?  

ยังไม่ทันได้ตอบรับอะไร คนปากเสียก็ฉุดกระชากลากเธอไปอีกทางอย่างรวดเร็ว  

“ดะ..เดี๋ยว!” 

นิลหันซ้ายหันขวา อ้าปากทักท้วงได้แค่คำเดียว ก็ถูกคชาจับยัดเข้าไปในรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่อีกใกล้ ๆ แถมยังปิดประตูใส่หน้าเสียงดัง 

ปัง! 

นี่! ฉันยังไม่ทันได้ตอบตกลงเลยไหมยะ ปัดโถ! 

นิลพ่นลมหายใจทำหน้าเซ็งกับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย แต่ถ้าให้เธอเดินกลับไปยังรถตัวเองที่จอดอยู่ Row E ตอนนี้ เธอก็คงไม่เอาเหมือนกัน  

เมื่อไม่มีทางเลือกเธอจึงจำต้องยอมติดรถคนปากเสียออกจากตึกไปก่อน เดี๋ยวไว้ไปลงที่หน้าโรงพยาบาลแล้วต่อแท็กซี่ก็แล้วกัน 

ดวงตากลมโตสอดส่ายไปในทิศที่เคยเห็นเงาดำอีกครั้ง ก่อนจะลอบถอนหายใจโล่งอกเมื่อไม่เห็นสิ่งผิดปกติอะไรอีกแล้ว 

“เป็นหมอประสาอะไร ถึงโง่ให้คนเดินตามมาจนจะถึงตัวอยู่แล้วหะ” 

คชามองสีหน้าที่ยังปรากฏร่องรอยความตื่นตระหนกของหมอสาวแล้วนึกเป็นห่วง แต่สิ่งที่พูดออกมากลับเป็นคำตำหนิเสียมากกว่าการปลอบใจไถ่ถาม  

“นี่!! ไม่ได้โง่ย่ะ”  

นิลตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่ ยกมือขึ้นกอดอกแล้วสะบัดหน้าใส่คนปากเสียอย่างแง่งอน พอมองไปยังสถานที่เกิดเหตุ เธอก็พูดความคิดในมุมของตัวเองออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง 

“วันนี้ฉันแค่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ก็ปกติเขาไม่เคยเข้ามาใกล้ขนาดนี้นี่นา” 

จริง ๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เพียงแต่วันนี้มันออกจะโชคร้ายไปเสียหน่อย ตรงที่เธอดันจอดรถไกลกว่าปกติ จนทำให้ชายแปลกหน้าคนนั้นมีโอกาสเข้าหาเธอได้ หากเมื่อครู่คนที่เข้ามาขวางไว้ไม่ใช่คชา เธอไม่อยากจะนึกภาพเลยว่า...เธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง 

คชาขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมอสาวเจอกับเหตุการณ์ทำนองนี้ ตั้งใจจะบ่นคนข้าง ๆ อีกสักชุดแต่สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับบาดแผลที่ข้อศอกเข้าเสียก่อน 

“เอาแขนมา” 

“หะ?” 

นิลมองหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาคำถาม สองแขนรีบตวัดโอบกอดตัวเองแน่น เหล่มองด้วยความไม่ไว้ใจเพราะคิดว่าชายหนุ่มจะทำตัวรุ่มร่ามกับเธออีกแล้ว 

คชาถอนหายใจพรืดใหญ่ ขี้เกียจพูดซ้ำสอง ถือวิสาสะกระตุกข้อมือเล็กให้หญิงสาวโน้มตัวเข้ามาใกล้  

“เธอเลือดออก” 

คชาเอ่ยเสียงเรียบ สำรวจบาดแผลที่ข้อศอกของเธอแล้วเงยขึ้นสบประสานสายตา 

นิลลอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อถูกดึงเข้าไปใกล้ชิดอีกแล้ว กลิ่นกายหอมสะอาดทำให้ใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ 

เธอกระแอมไอกลบเกลือนอาการผิดปกติของตัวเอง ชักสีหน้าหงุดหงิดใส่คชาพร้อมกับชักมือกลับ 

“ยุ่ง! ฉันไม่ตายเพราะแผลแค่นี้หรอกน่า” 

คชาหัวเราะเบา ๆ ขบขันหญิงสาวที่ทำฟอร์มใส่ทั้ง ๆ ที่แก้มนวลขึ้นสีแดงระเรื่อ มันฟ้องอยู่ชัดเจนว่าเธอกำลังเขินอาย  แววตาวูบไหวของคนตรงหน้ายิ่งกระตุ้นให้เขานึกอยากกลั่นแกล้งเธอมากขึ้นไปอีก 

“ตามใจ งั้นก็คาดเข็มขัดสิ” 

“นายส่งฉันที่หน้าโรงพยาบาลก็พอ เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับเองได้” 

“อย่าอวดดีได้ไหม  คาดเข็มขัดซะ หรือจะให้ฉันคาดให้” 

นิลหันขวับมองคนข้าง ๆ อย่างไม่ไว้ใจ พอสบกับสายตาเจ้าเล่ห์ที่ส่งมา ในหัวก็เผลอนึกถึงคำพูดและการกระทำรุ่มร่ามเมื่อตอนเที่ยงขึ้นมา มือเรียวจึงลนลานรีบกระชากเข็ดขัดนิรภัยมาคาดเอง 

กึกกึก กึกกึก 

แรงกระชากทำให้สายเข็มขัดนิรภัยล็อคและดึงมาได้แค่ครึ่งทาง มือเรียวกระตุกอีกซ้ำ ๆ ให้ความยาวเพียงพอที่จะเสียบลงหัวรับเข็มขัดนิรภัยแต่ก็ไม่ได้ผล 

คชาหัวเราะในลำคอ โน้มตัวเข้ามาใกล้หญิงสาวพลางวางมือทับลงบนหลังมือเรียวบีบเบา ๆ ให้เธอหยุดกระชากแล้วปล่อยเข็มขัดออก  

“นี่!!!” 

นิลหันขวับตั้งใจจะเอ็ดที่ชายหนุ่มทำตัวรุ่มร่ามกับเธออีกแล้ว พลันร่างบางก็แข็งทื่อหยุดทุกความเคลื่อนไหว ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อพบว่าใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้ เสียจนปลายจมูกเธอเกือบเฉียดไปโดนแก้มสากอยู่รอมร่อ  

คชาชำเลืองมองปฏิกิริยาแข็งเกร็งของหญิงสาว  ขบขันที่เธอตกใจเสียจนลืมหายใจ   

เขากระตุกยิ้มมุมปาก เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้หญิงสาว  ก่อนผละออกห่างด้วยสีหน้าปกติ 

“แก้มฉันนุ่มนะ ลองไหม?”   

ประโยคบอกเล่ามาพร้อมรอยยิ้มยียวน  

ฝัน?? ให้เธอจูบกับปูนซีเมนต์ยังดีซะกว่า เหอะ!! 

นิลกัดฟันกรอด ๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาเคยเอาเปรียบเธอที่โรงแรม Nava เมื่อเดือนก่อน  

เธอแยกเขี้ยวใส่คนปากเสีย แล้วสะบัดหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ไม่อยากตอบโต้อะไรต่อให้เสียอารมณ์ เพราะอย่างน้อยชายหนุ่มก็ยังมีแก่ใจยื่นมือเข้ามาช่วยเธอจากชายแปลกหน้า ถึงแม้จะเป็นแค่ความบังเอิญก็เถอะ! 

 

 

 

********** 

พี่คชาหรือเปล่า พี่คชาไม่น่ารักหรือเปล่า 5555555555 

ช่างแกล้ง ช่างหยอกจริงจริ้งงงงงง ได้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็เอาเนอะ 

ความคิดเห็น