email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 45

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 232

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2563 08:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 45
แบบอักษร

หลังเทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไป ภาวะทุกอย่างก็คืนสู่โหมดปกติ รวมทั้งที่หมู่บ้านหนองเสือของแตนก็ด้วยเช่นเดียวกัน หลังจากที่นายสนได้ตกลงเช่านาของมะลิเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น เขาก็ได้เริ่มลงมือทำประโยชน์จากที่ดินผืนดังกล่าวนั้นทันที โดยเริ่มจากการจ้างรถไถ มาไถฮุดนาเพื่อเตรียมดินก่อนเลยเป็นดันดับแรก เพราะที่นาเกือบๆสิบไร่นั้น ถ้าให้ควายอีหม่นช่วยไถให้ มันคงจะไม่ไหวเป็นแน่ แถมที่ตรงนั้นก็เป็นที่ติดดอนเสียด้วย ดินจึงแห้งและค่อยข้างแข็งมากทีเดียว

“แม่อีแตน ข่อยเข่าไปในบ้านจักคราวก่อนเด้อ” นายสนหันไปบอกกับเมีย ขณะที่นางเตี้ยเมียของเขานั้นกำลังนั่งจักตอกอยู่ที่แคร่ไม้ไผ่ ไต้ต้นขนุนข้างบ้านของเขานั่นเอง

“เอ้อ..เจ่าสิไปอิหยังล่ะ” แม้จะรับรู้แล้ว แต่ผู้เป็นเมียก็ยังอดถามต่อไม่ได้อยู่ดีนั่นเอง

“ไปเว่ารถไถบักไผ่มาไถนาไห่ นาดอนพ่อใหญ่กำนันกว้างเติบยุ อีหม่นคือสิไถบ่ไหวดอกคือ” นายสนบอกเสียงเนิบนาบ

“ถามราคามาไห่คักๆเด้อสั่น สิได่จ่งเงินไว่ไห่พอค่าไถเผิ่น” เตี้ยบอกอย่างรอบคอบไปตามนิสัย เหมือนที่เป็นอยู่เสมอมา

“เอ้อๆ ข่อยไปคราวเดียวเดี๋ยวกะมา” พูดจบนายสนก็เดินออกจากบ้านไป

ที่บ้านของกำนันสุข ในขณะนี้

“แล้วงายล่ะเบาะน้อเฮือนนิ” นายสนทักขึ้นขณะเดินเข้าไปหาป้าปุ้ย ที่กำลังนั่งกินหมากอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน

“แล้วๆไปใสมาล่ะพ่อสน” ป้าปุ้ยทักตอบ

“กะตั้งใจสิมาหนี่ล่ะ ว่าสิมาเว่ารถไถไปไถนาเทิ่งไห่แนสั่นดอก บักไผ่ยูบ่ล่ะป้าปุ้ย”

“มันยูโรงสีพุ้น ไปเว่ากับมันยุพุ้นโลดพ่อสน”

“ยูโรงสีพุ้นเบาะ โฮ้ดู๋คักอิหลีเนาะลูกชายหล่าเผิ่น กะซั่นข่อยสิยางไปหามันยุพุ้นก่อนเด้อสั่น”

“เอ้อๆ ไปๆมันยูหั่นล่ะบ่ไปใสดอก” ออกจากบ้านป้าปุ้ยมาไม่ไกลนัก ลัดจากดงกล้วยมาทางด้านหลังนั้นก็เป็นโรงสีของไผ่ ชึ่งทั้งบ้านและโรงสีเองนั้น ก็อยู่ในบริเวณรั้วรอบขอบเดียวกันนั่นเอง

“ไปใสมาอิพ่อ คึได่ยางมาฮอดหนี่” ไผ่ร้องถามขึ้นทันทีที่เห็นนายสนเดินเข้ามาในบริเวณโรงสีของเขา

“กะมาหามึงนั่นล่ะ ว่าสิมาเว่าไห่ไปไถฮุดนาไห่แนสั่นดอก”

“ครับๆ สิไห่ไปมื่อได๋ล่ะพ่อ” ไผ่ถามกลับอย่างกระตือรือร้น นั่นก็ทำไห้นายสนนั้นถึงกับยิ้มออกมาอย่างชอบใจ พลางคิดไปว่า พอพ่อใหญ่กำนันบ่ยูแล่ว มันกะไคขึ่นหลายเติบยุตั้วบักไผ่นิ

“ไปมื่อได๋กะไป กูบ่ฟ่าวคักดอก มึงว่างมื่อได๋กะไปมื่อนั่นล่ะ คนยังบ่ทันเอิ้นหลายติ”

“ยังบ่ทันมียุครับ กะฮอเกาะแล้วสงกราณต์มาบ่จักมื่อเนาะ เจ่าคึสิไถไวแถะสั่น” ไผ่ถามกลับสีหน้ายิ้มแย้ม

“กะไถไว่บัดท่าฝนมันมาไว กะสิได๋ว่านเข่าไว่ก่อน เผิ่นว่าปีนี่ฝนสิหน่อยว่ะซั่น บัดท่ามันมาไวไปไวมันสิบ่ได่เข่าได่น้ำนำเผิ่น”

“ครับๆ”

“มึงไถไร่ล่ะจักบาทล่ะหำ” นายสนถามขึ้น เพราะเมื่อก่อนนี้ทำแต่นาของตัวเอง ชึ่งก็มีไม่มากนัก ก็ใช้ควายของตังเองไถกันเอง ก็เลยไม่ค่อยรู้ราคานัก

“ไร่ล่ะสองร้อยครับ” ไผ่ตอบไปตามที่ป้าปุ้ยเคยบอกเอาไว้ เพราะนี่ก็เป็นปีแรกของการเริ่มต้นทำงานแทนพ่อกำนันของเขาเช่นเดียวกัน ซึ่งราคานี้นั่นก็ถือว่ายังถูกอยู่มากเพราะบางพื้นที่ หรือบางจังหวัดนั้นสองร้อยห้าสิบบาท ถึงสามร้อยบาทเข้าไปแล้วก็มี

“อื่อๆๆ จังซั่นล่ะสั่นน่ะ ขั่นมึงว่างมื่อได๋กะไปไห่แนเด้อ”

“ครับๆพ่อ เดี๋ยวมื่อสองมื่อนี่ล่ะ ไห่ข่อยเบิ่งรถก่อน ปีนี่ยังบ่ทันได่ลงนาไผยุบัดท่ารถมันบ่พร้อม แต่กี้แต่ก่อนข่อยกะบ่ค่อยได่เฮ็ดได่ซอยพ่อไหญ่เผิ่นปานได๋ ฮอเกาะได่เฮ็ดคักๆกะปีนี่ล่ะ ขั่นพร้อมมื่อได่ข่อยกะสิลงไห่โลดเด้อพ่อ”

“เอ้อๆๆ ตามแต่มึงนั่นล่ะโลด ไปก่อนเด้อสั่น”

“ครับพ่อ” แต่ในขณะที่นายสนกำลังจะเดินกลับบ้านนั้น ก็สวนทางกับทิดสักแล้วก็ตั้ม ที่กำลังเดินมาทำงานที่โรงสีอยู่พอดีเข้า จึงหยุดแวะทักทายกัน

“มาหยังพ่อลุง” ทิดสักทักขึ้นก่อนด้วยความสนิทสนม เพราะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วนั่นเอง

“มาเว่ารถไถไปไถนาไห่นี่ล่ะ เป็นจังได๋สั่นมึงไปใสมา”

“พาบักตั้มเอารถไปเติมน้ำมันมา เดี๋ยวสิออกไปแกเข่ามาสี”

“โฮ้! เอ๋าๆไปสั่นไปเฮา งานไผงานมัน กูกะสิลงท่งพุ้นคือกันนั่นล่ะ หมานๆเด้อมื่อนิ เมือก่อนเด้อ”

“ครับๆพ่อลุง” ..

ความคิดเห็น