facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 คุณน่ารักที่สุดในโลกของผม (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 คุณน่ารักที่สุดในโลกของผม (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 10 เม.ย. 2563 18:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 คุณน่ารักที่สุดในโลกของผม (1/2)
แบบอักษร

บ้านที่กรุงเทพฯ ของเข็มทิศไม่ได้ใหญ่โตเหมือนบ้านโบราณที่จันทน์ผาจากมา แต่สำหรับคนไม่มีที่พึ่งไม่ว่าที่พักอาศัยจะใหญ่โตโอ่อ่าหรือเล็กอย่างกับรังหนู แค่มีคนซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจอยู่ด้วยก็เพียงพอแล้ว 

“บ้านเล็กหน่อยนะ”  

พรึ่บ! 

ม่านที่ปิดไว้ถูกคนเป็นเจ้าของบ้านเปิดออก เห็นเช่นนั้นจันทน์ผาจึงเข้าไปช่วย เมื่อม่านถูกเปิดออกทั้งหมดแสงแดดก็ส่องเข้ามาให้ทั้งบ้านสว่างขึ้น 

“บ้านเข็มทิศน่าอยู่มากเลย” เขาละสายตาจากสวนที่เหี่ยวแห้งมาบอกด้วยรอยยิ้มหวาน 

“ไม่ต้องมาเอาใจ” 

“ไม่ได้เอาใจน้า บ้านเข็มทิศน่าอยู่จริงๆ มีต้นไม้ มีดอกไม้ แล้วก็มีเข็มทิศด้วย” เจ้าของประโยคหวานหูยิ้มกว้างอีก เข็มทิศอยากคิดว่าอีกฝ่ายประจบแต่ทั้งสายตาใสซื่อและรอยยิ้มนั่นเป็นธรรมชาติเกินไปจนคิดเป็นอื่นไม่ได้ 

“เหนื่อยจะคุยด้วยแล้ว” 

“เข็มทิศไปพักผ่อนเถอะ จันทน์เองก็...” จันทน์ผาเองก็เหนื่อย อยากพักผ่อนเหมือนกัน เขาหันรีหันขวางเพื่อหาที่นอน เข็มทิศรู้ทันจึงพยักพเยิดให้เดินตามขึ้นบ้านมา 

“นอนห้องฉันก่อนก็ได้ เอาไว้มีแรงแล้วค่อยเก็บห้อง” เพราะว่าอยู่บ้านคนเดียวมาหลายปี ห้องนอนอื่นๆ จึงถูกปิดตายไม่ได้รับการดูแลมานานมากแล้ว 

“เก็บห้องเลยก็ได้นะ จันทน์ยังไหว” ปากบอกไหวแต่ลืมตาไม่ขึ้นแล้ว 

“พูดเองนะ” เข็มทิศว่าพลางหรี่ตามอง ที่จันทน์ผาพูดอย่างนั้นเพราะยังไม่เห็นสภาพห้องน่ะสิ รับรองว่าถ้าได้เห็นล่ะก็ไม่มีทางบอกว่าไหวแน่ 

“พูดเองสิ”  

“งั้นก็ได้” เข็มทิศไม่ขัดข้อง เขาเดินนำอีกฝ่ายไปยังห้องข้างๆ ตนซึ่งเป็นห้องที่จัดไว้สำหรับแขก เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ถูกโจมตีด้วยฝุ่นที่จับตัวกันอย่างหนาแน่นทั่วพื้นที่ 

“ไหวรึเปล่า” เจ้าของบ้านป้องปากถาม 

จันทน์ผาที่ยังคงปิดปากปิดจมูกด้วยมือทำเพียงพยักหน้ารับ ดวงตาเป็นประกายบอกให้รู้ว่าแค่นี้สบายมาก เพราะเมื่อเทียบกับฝุ่นในบ้านโบราณที่นี่น่ะขี้ปะติ๊วสุดๆ 

“แต่ฉันไม่ไหวอะจันทน์” 

“เข็มทิศไม่ต้องช่วย เดี๋ยวจันทน์จัดการเอง” 

“ไม่ได้จะช่วยแต่ขี้เกียจหาอุปกรณ์ให้ เอาไว้ค่อยทำวันหลังแล้วกัน” เข็มทิศบอกปัดเมื่อสำรวจห้องด้วยตาเปล่าแล้วมั่นใจว่าถ้าจะทำให้ห้องกลับมาสะอาดพร้อมอยู่คืนนี้คงไม่ได้นอนแน่ 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวจันทน์จัดการเอง เข็มทิศไปนอนเถอะ” จันทน์ผายิ้มอย่างแข็งขันเห็นเช่นนั้นคนเป็นเจ้าของบ้านก็ไม่อยากขัดใจ ทำได้เพียงส่ายหน้าแล้วบอกว่า... 

“นายนี่มันดื้อจริงๆ” 

คำว่าดื้อที่เข็มทิศทิ้งเอาไว้ทำให้เผลอนึกถึงคนที่ชอบเรียกเขาด้วยคำนี้บ่อยๆ  

เจ้าดื้ออย่างนั้น เจ้าดื้ออย่างนี้ แม้อยากเจอหน้าอีกสักครั้งแต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อเวลาผ่านมาเนิ่นนานขนาดนี้ พนาคงไปสวรรค์แล้ว 

จันทน์ผาเข้าใจดีว่าคนเราพบกันเพื่อจากแต่ถ้าได้บอกลากันก่อนจะแยกทางก็คงดี คิดเช่นนั้นก็นึกเสียใจที่ตอนนั้นไม่ได้บอกลากันดีๆ 

ทั้งที่คิดว่าทำความสะอาดห้องแค่นี้สบายมากแต่เอาเข้าจริง แค่กวาดหยากไย่ก็แทบหมดแรงเพราะอาการเมื่อยคอแล้ว ครั้นจะถอดใจก็กลัวจะเสียคำพูด อดคิดไม่ได้ว่าตอนร่างแข็งๆ เป็นหุ่นต่อให้นั่งรถนานแค่ไหนก็ไม่เมื่อยแท้ๆ แต่เมื่อกลับมามีชีวิตอีกครั้ง การนั่งรถช่างเป็นเรื่องที่ยากลำบากเหลือเกิน แต่ถามว่าอยากกลับไปเป็นหุ่นอีกไหม จันทน์ผาบอกเลยว่าขอตายซะยังจะดีกว่า 

 

หลังจากได้นอนหลับอาการเมื่อยขบจากการขับรถก็มลายหายไป 

ม่านหน้าต่างถูกลมพัดปลิวเป็นคลื่น เข็มทิศบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงก่อนจะลุกขึ้นมา เขามองไปรอบกายแล้วเผยยิ้มออกมา เมื่อพบว่าตัวเองได้กลับมาอยู่ที่บ้านแล้วจริงๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเวลาไม่กี่วันที่บ้านโบราณนั้นเหมือนฝันอันยาวนาน 

หรือว่าแค่ฝันไปจริงๆ 

อดคิดอย่างนั้นไม่ได้เมื่อทุกอย่างรอบกายยังคงเหมือนเดิม เว้นเสียแต่วันที่บนหน้าจอมือถือ 

เพื่อความมั่นใจเข็มทิศจึงตั้งใจเดินไปยังห้องข้างๆ ถ้าหากเจอจันทน์ผาก็จะได้มั่นใจได้ว่าเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดคือความจริง 

แอ๊ด... 

สงสัยคงต้องซ่อมประตูซักหน่อยแล้ว 

เข็มทิศมองสนิมที่เกาะบานพับก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อมองกลับมาแล้วพบว่าจันทน์ผานอนงอตัวคุดคู้อยู่ที่พื้นห้อง โดยข้างๆ ตัวมีถังน้ำกับไม้ถูพื้นวางเอาไว้ 

บอกแล้วว่าให้พักผ่อนก่อนแล้วค่อยทำความสะอาดวันนี้ก็ได้ แต่จันทน์ผาดื้อกว่าที่คิด เป็นไงล่ะ สภาพตอนนี้ดูไม่ได้เอาซะเลย 

“จันทน์ผา” เข็มทิศนั่งลงข้างๆ พร้อมกับสะกิดที่ต้นแขน 

เริ่มจากเรียกเบาๆ จนเขย่าแรงๆ อีกฝ่ายก็ทำเพียงครางอืออาในลำคอแล้วปัดมือออกเหมือนรำคาญแต่ไม่ยอมลืมตา 

“ลุกขึ้นไปนอนบนเตียงดีๆ เร็ว” 

“ไม่เอา จันทน์ยังง่วงอยู่เลย” คนถูกเรียกทำหน้างอแงพลางพลิกตัวหนี 

ท่าทางของอีกฝ่ายทำให้เข็มทิศอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา 

ก็ช่วยไม่ได้แล้วมั้ง 

โชคดีหน่อยที่เข็มทิศเป็นผู้ชายตัวใหญ่ และยิ่งโชคดีเข้าไปอีกเมื่อจันทน์ผาก็ไม่ได้ตัวโตมากเขาจึงสามารถอุ้มคนหลับขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนได้อย่างง่ายดาย 

สุดท้ายก็ต้องมานอนบนเตียงเขาอยู่ดี 

ผ้าห่มถูกเลิกขึ้นมาจากปลายเตียงแล้วคลุมร่างคนที่นอนหลับพริ้มเอาไว้ เข็มทิศปิดหน้าต่างไม่ให้แสงลอดเข้ามารบกวนก่อนจะออกจากห้องมา 

ตั้งใจว่าจะช่วยจัดการห้องให้จันทน์ผาต่อจากที่เจ้าตัวทำค้างไว้ แต่อย่างน้อยก่อนลงมือลงแรงก็ควรจะหาอะไรลงท้องเสียก่อน 

เพราะว่าไม่ได้อยู่บ้านหลายวัน ของสดจึงไม่มีเหลือ ขนมปังที่ซื้อไว้ก็หมดอายุไปแล้ว เขาโยนมันลงถังขยะก่อนคว้าจักรยานแม่บ้านสีชมพูหวานแหววที่ได้มาจากการจับของขวัญปีใหม่ปั่นออกไปที่หน้าปากซอยเพื่อซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ คิดว่าป้าหนูเล็กคนขายต้องดีใจมากแน่ที่ได้เจอเขาหลังจากหายหน้าหายตาไปหลายวัน 

“อ้าวเจ้าเข็มกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ” ป้าหนูเล็กที่เห็นหน้าคร่าตากันมาตั้งแต่เข็มทิศเป็นเด็กถามด้วยรอยยิ้มเมื่อเขาจอดจักรยานแล้วเดินเข้าไปหา  

ไม่ผิดไปจากที่คาด ป้าแกดูดีใจมากแทบจะโยนที่คีบปาท่องโก๋ทิ้งแล้ววิ่งเข้ามากอดกันเลยทีเดียว 

“กลับมาถึงเมื่อวานตอนเย็นป้า” 

“ที่เหนือต้องอากาศดีมากแน่เลยใช่มั้ย ไปจังหวัดอะไรมานะ” 

“ลำพูน แต่อากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอก ร้อนน้อยกว่ากรุงเทพฯ นิดหน่อยเองป้า” 

“อากาศที่ไหนจะร้อนเหมือนซ้อมตกนรกได้เท่ากรุงเทพฯ ล่ะ” ป้าเอ่ยทีเล่นทีจริงพลางหัวเราะเสียงดังอันเป็นเอกลักษณ์ 

“ไปลำพูนมาคงไม่หิ้วละอ่อนเหนือกลับมาด้วยหรอกใช่มั้ย” 

“แหมป้าก็พูดไป” ถ้าป้าหนูเล็กรู้ว่าคนที่เขาหิ้วมาเป็นหนุ่มน้อยแทนที่จะเป็นสาวเหนือล่ะก็ป้าต้องตกใจมากแน่ 

เข็มทิศช่วยหยิบถุงกระดาษส่งให้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อปาท่องโก๋ และช่วยคิดเงินเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ  

เรื่องที่เขาไปรับมรดกถูกเก็บไว้เป็นความลับ ตอนที่ฝากป้าหนูเล็กช่วยดูบ้านเขาก็บอกแค่ว่าจะไปเที่ยวพักผ่อน 

“เข็มซื้อแคบหมูกับน้ำพริกมาฝากด้วยนะ” 

เมื่อลูกค้าซาลงเข็มทิศจึงเดินกลับไปที่จักรยานแล้วหยิบของฝากออกมาจากตะกร้า ป้าแกขอบอกขอบใจยกใหญ่ก่อนจะยกปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ให้ฟรีๆ 

“หิ้วสาวกลับมาด้วยแน่ๆ” 

เมื่อเข็มทิศสั่งน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องจำนวน 2 ถุงป้าก็แซวให้เขาหัวเราะออกมาพลางโบกไม้โบกมือปฏิเสธ คิดว่าเห็นทีคงต้องบอกความจริงตั้งแต่วันนี้แล้ว 

“ไม่ใช่สาวที่ไหนหรอกป้า เพื่อนเข็มเป็นผู้ชาย เอาไว้ให้มันหายเหนื่อยก่อนแล้ววันหลังจะพามาแนะนำตัวนะ” 

 

ฮัดชิ้ว!! 

คนถูกพูดถึงจามเสียงดัง เพราะอาการคัดจมูกถึงแม้จะง่วงมากแต่ก็จำต้องตื่นขึ้นมา 

จันทน์ผามองซ้ายมองขวาในห้องมืดๆ ที่ไม่มีแสงสว่างใดลอดผ่าน คลำมือไปรอบกายก็พบเพียงเตียงนุ่มๆ ไม่ผิดแน่ ที่ถูกเข็มทิศอุ้มมาไม่ใช่แค่ความฝันจริงๆ ด้วย 

ว่าแต่เข็มทิศไปไหนซะแล้วล่ะ 

ปึก!! 

เพราะในห้องไม่มีแสงสว่างเลย ความไม่คุ้นเคยทำให้หัวเข่าของจันทน์ผาชนเข้ากับขอบโต๊ะอย่างจังขณะที่กำลังเดินคลำทางไปยังประตูห้อง 

เสียงร้องโอ้ยทำให้คนที่กำลังเทน้ำเต้าหู้ใส่แก้วหยุดชะงัก 

“จันทน์เป็นไร” เจ้าของชื่อพยายามลุกขึ้นเมื่อเสียงโหวกเหวกพร้อมกับเสียงฝีเท้าตึงๆ ดังขึ้นบันไดใกล้เข้ามา แต่เพราะเจ็บมากแม้พยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถพยุงตัวลุกขึ้นได้สุดท้ายจึงนั่งแหมะลงอย่างเดิม 

พรึ่บ!! 

ไฟทั้งห้องสว่างขึ้น 

ภาพตรงหน้าของเข็มทิศคือจันทน์ผาที่นั่งกุมหัวเข่าตัวเอง ใบหน้าบิดเบี้ยวเจียนจะร้องไห้ทำให้ชั่วแวบหนึ่งหัวใจของเขากระตุกวูบ พลางคิดว่าใบหน้ายามงอแงของเด็กนี่น่ารักจัง 

“นั่งทำอะไรตรงนั้น” เมื่อตั้งสติได้จึงนั่งลงข้างๆ แล้วถาม 

“ชนขอบโต๊ะ เจ็บมากเลย” ยิ่งตอนทำปากยื่นปากยาวยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ 

“ระวังหน่อยสิ” น่ารักแค่ไหนก็โดนดุอยู่ดี 

“ก็ห้องมันมืด” 

เข็มทิศพูดไม่ออกเลยเพราะเขาตั้งใจทำให้ห้องมืดเองเพื่ออีกฝ่ายจะได้ไม่ถูกแสงจากภายนอกรบกวน 

“จันทน์รู้นะว่าเข็มทิศปรารถนาดี ขอบคุณมากเลย คราวหน้าจันทน์จะระวังให้มากกว่านี้” จันทน์ผาว่าเมื่อเผลออ่านใจอีกฝ่ายผ่านการสบตา 

“ลุกไหวรึเปล่า” 

“เมื่อกี้ลองแล้วแต่ไม่ไหว”  

เช่นนั้นจึงไม่พ้นเข็มทิศที่ต้องช่วยพยุงลุกขึ้นแล้วพากลับไปนั่งบนเตียงตามเดิม 

“ขอบคุณนะเข็มทิศ” 

“ขอบคุณอะไรอีกล่ะ” เสียงของเข็มทิศติดรำคาญอยู่หน่อยๆ ให้คนฟังใจเสีย 

“ขอโทษที่ทำให้รำคาญ” 

“ไม่ได้รำคาญ แต่ไม่ต้องขอบคุณบ่อยๆ ก็ได้” 

“ถ้าอย่างนั้น...” 

มือข้างที่กำลังสำรวจหัวเข่าถูกกุมไว้ หัวใจของเข็มทิศแทบจะกระดอนออกมาเต้นข้างนอกเมื่อพบว่าสายตาที่จันทน์ผามองมายังตนนั้นหวานล้ำเพียงใด และยิ่งในยามที่อีกฝ่ายจรดริมฝีปากลงบนหลังมือแผ่วเบาเขาก็ยิ่งรู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนร่างกายจะระเบิดเดี๋ยวนี้ 

“ทำแบบนี้แทนคำขอบคุณได้มั้ย” 

“นายนี่มัน...” เข็มทิศนึกคำพูดไม่ออก เขาไม่อยากปฏิเสธสัมผัสนั้นเพราะมันทำให้รู้สึกดีมากๆ แต่ถ้าแสดงออกว่าชอบมันก็จะดูออกนอกหน้าเกินไป เช่นนั้นจึงพูดได้เพียงว่า “แล้วแต่ อยากทำอะไรก็ทำ” 

“เข็มทิศใจดีจังเลยน้า” 

“ไม่ต้องชมน่า” 

“เขินแล้วน่ารักมากเลย” 

“จันทน์ผา” 

“หือ” 

“อย่ามาชมว่าน่ารัก” 

“น่ารัก เข็มทิศน่ารักที่สุดในโลก” อย่างน้อยก็ในโลกของจันทน์ผาตอนนี้ 

“ถ้านายยังขืนชมฉันว่าน่ารักล่ะก็...” เข็มทิศเงยหน้ามองพลางชี้หน้าจันทน์ผาอย่างคาดโทษ ชั่วขณะที่สบตากัน อยู่ๆ จันทน์ผาก็เบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก 

“น้ำเต้าหู้ของผม อย่าเททิ้งนะเข็มทิศ” 

ตั้งแต่เจอหน้า เข็มทิศจำได้ขึ้นใจว่าตัวเองยังไม่เคยหลุดปากพูดถึงน้ำเต้าหู้เลย เขากำลังคิดว่าจะลงโทษอีกฝ่ายด้วยการเทน้ำเต้าหู้ของโปรดของจันทน์ผาทิ้ง แต่ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปอีกฝ่ายก็ชิงห้ามก่อนแล้ว 

“กลิ่นน้ำเต้าหู้มันแรงขนาดนั้นเชียว” 

“หืม” คนถูกถามมุ่นคิ้วทำหน้างง 

“ฉันจำได้ว่ายังไม่ได้พูดถึงน้ำเต้าหู้เลย” 

“พูดสิ เข็มทิศพูดนะ จำไม่ได้เหรอ” 

คนถูกจ้องตัวหดเหลือเท่ารูเข็มเมื่อถูกจับผิด จันทน์ผากำลังคิดว่าไม่น่าพลั้งปากพูดเรื่องที่อ่านได้จากความคิดของเข็มทิศเลย คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้ซะแล้ว เพราะถ้าอีกฝ่ายรู้ต้องกลัวแน่ๆ และสุดท้ายก็คงไม่พ้นเฉดหัวจันทน์ผาออกจากบ้าน 

แค่คิดว่าจะต้องเร่ร่อนอยู่ในที่ที่ไม่รู้จักแถมยังไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้เข็มทิศ จันทน์ผาก็กลัวแล้ว 

“ช่างเถอะ” 

สีหน้าหวาดหวั่นเหมือนกวางน้อยถูกล่าทำให้เข็มทิศเลิกซักไซ้ ถ้าสามารถอ่านใจได้จริง การอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ จันทน์ผาคงเปิดเผยมันออกมาให้เขารู้เอง แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรที่ต้องใส่ใจเลย 

ความคิดเห็น