facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 คุณโชคชะตาปรานีกันหน่อย (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 คุณโชคชะตาปรานีกันหน่อย (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2563 11:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 คุณโชคชะตาปรานีกันหน่อย (1/2)
แบบอักษร

ตึก ตึก ตึก! 

เสียงฝีเท้าของคนที่กำลังวิ่งอย่างเร่งรีบดังประสานกับเสียงสวบสาบของใบไม้แห้งซึ่งถูกเหยียบย่ำท่ามกลางม่านหมอกหนา ที่ไม่ว่าจะพยายามเพ่งมองเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเจ้าของเสียงที่ยังคงแว่วดัง 

เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหายใจหอบเหนื่อย 

ใคร? 

เข็มทิศนึกสงสัย เขาอ้าปากถามแต่ไม่มีเสียงใดดังลอดออกมาราวกับว่าเขาถูกหมอกหนากลืนเอาไว้ทั้งตัวจนไม่สามารถขยับกาย เปล่งเสียง หรือแม้กระทั่งมองเห็นได้ ประสาทสัมผัสเดียวที่ยังทำงานคือหู ซึ่งได้ยินทุกความเคลื่อนไหวตรงหน้า 

'คุณ' 

เขาพยายามเรียกเจ้าของเสียงหายใจหอบนั้นอีกครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรต่างไปจากเดิม เช่นนั้นความพยายามจึงจบลง เข็มทิศยกธงขาวยอมแพ้ เขานิ่งเงียบเงี่ยหูฟังเสียงปริศนาอย่างตั้งใจอีกครั้ง 

ตุบ! 

คราวนี้เขาสัมผัสได้ถึงร่างหนึ่งที่ล้มลงจนความชื้นของหยาดเหงื่อบริเวณแผ่นหลังแนบกับหน้าแข้งของตนที่วันนี้สวมกางเกงขาสั้น ร่างกายของคนคนนั้นสั่นระริกราวกับกำลังตกอยู่ในความหวาดกลัว 

เข็มทิศก้มตัวลงพร้อมกับยื่นมือออกไปหวังสัมผัสแม้ว่าจะมองไม่เห็นเขาคนนั้นก็ตาม 

โครม!!! 

เสียงกระถางต้นไม้ที่ตั้งอยู่ในสวนหล่นลงทำให้คนที่เผลอหลับอยู่บนโซฟาตั้งแต่เมื่อคืนสะดุ้งตื่น เขามองไปยังต้นเสียงเห็นแมวสีส้มตัวอวบอ้วนกำลังนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นหญ้าแห้งๆ มันจ้องมองเขาพร้อมกับร้องเหมียวๆ แต่น่าเสียดายที่ความน่ารักของเจ้าเหมียวไม่น่าสนใจเท่ากับความฝันซ้ำซาก 3 วันติดนี้เลย 

หัวใจของเข็มทิศเต้นแรงเหมือนตอนฝันถึงเรื่องนี้ครั้งแรก 

ความชื้นของเหงื่อที่แนบกับหน้าแข้งของเขายังคงชัดเจนราวกับว่าเรื่องเมื่อครู่เกิดขึ้นจริงๆ และเขาเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ 

         

บนตึกในย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร 

เรื่องราวในฝันถูกลืมเลือนไปชั่วขณะเมื่อเข็มทิศกำลังนั่งเผชิญหน้าอยู่กับหัวหน้างานผู้มากด้วยประสบการณ์ ปกติแล้วชายหนุ่มทำงานที่ห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก แต่เมื่อวานช่วงบ่ายเขากลับได้รับโทรศัพท์เรียกตัวเข้าพบด่วน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเหตุผลของการถูกเรียกตัวครั้งนี้คืออะไร ภายในห้องประชุมเล็กอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดแม้จะมีชายหนุ่มนั่งอยู่เพียงแค่สองคนก็ตาม คนเป็นลูกน้องกำมือแล้วคลายออกอย่างเป็นกังวล 

“เดือนที่สองแล้วนะเข็ม” 

นั่นไงล่ะ เข็มทิศคิดอยู่แล้วว่าเพราะเรื่องยอดขายที่ลดลงจนน่าใจหายนี้แน่ๆ เขาจึงถูกเรียกตัวเข้าพบด่วน เห็นทีคนไม่เล่นหวยอย่างเขาคงต้องลองอุดหนุนล็อตเตอรีหน้าห้างซักใบสองใบซะแล้ว 

“หัวหน้าก็รู้นี่ครับว่าที่ยอดขายมันลดลงเป็นเพราะเซลล์ไม่ยอมสั่งสินค้า ตอนนี้ของที่ขายได้ก็มีแต่สินค้าตกรุ่น แถมราคายังแพงกว่าตลาดอีก” 

“ก็เพราะ...” 

“สินค้าเราคุณภาพดีกว่าแบรนด์อื่น” เข็มทิศดักคออย่างรู้ทัน เพราะเรื่องนี้เขาฟังจนเบื่อและรู้ซึ้งดี แต่ในยุคที่คู่แข่งผุดตัวขึ้นเป็นดอกเห็ดแถมยังขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าเกือบเท่าตัว ทางแบรนด์สินค้าที่เขาขายอยู่ก็ควรที่จะปรับตัวด้วยเหมือนกัน 

และแม้ว่าจะคิดอย่างนั้น แต่เข็มทิศซึ่งเป็นเพียงพนักงานปลายแถวก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในบริษัทใหญ่ได้อยู่แล้ว 

เช่นนั้นซองขาวสภาพซองพับครึ่ง ที่เขาเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนจึงถูกล้วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะคลี่มันออกแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้า 

“ใจเย็นน่าเข็มทิศ” คนเป็นหัวหน้าใช้นิ้วดันซองใบลาออกกลับไปพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเมื่อครู่ 

“ผมคิดมาดีแล้วครับ” เข็มทิศเอ่ยอย่างใจเย็น 

“หัวหน้ารู้ดีกว่าใครว่าที่พวกเราอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อนก็เพราะค่าคอมมิชชั่นจากการขายของ แต่ถ้าไม่มีของให้ขายพวกเราจะเอาเงินที่ไหนใช้ครับ ลำพังเงินเดือนจากค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 กว่าบาทมันไม่พอยาไส้หรอก” 

“ในเมื่อคุณตัดสินใจอย่างนั้น งั้นช่วยบอกความจริงมาหน่อยสิว่าถูกบริษัทไหนดึงตัวไป” 

“ผมครับ” เข็มทิศยิ้มเหมือนกำลังภาคภูมิใจในตัวเอง  

“ผมตัดสินใจดึงตัวเองออกมาเอง ส่วนเรื่องหักเงินลาออกไม่แจ้งล่วงหน้า เชิญหัวหน้าหักได้ตามสบายเลยครับ พอดีว่าผมไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน” 

รอยยิ้มของเข็มทิศที่ทิ้งเอาไว้ก่อนออกจากห้องเต็มไปด้วยความพออกพอใจ เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองเพิ่งก้าวข้ามแม่น้ำที่มีกระแสน้ำเชี่ยวกราดมาได้อย่างปลอดภัย แม้ไม่รู้ว่าเส้นทางต่อจากนี้จะต้องเจอกับอะไรอีกบ้างแต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ขอซึมซับความโล่งใจนี้ไว้ให้เต็มปอดซะก่อน 

 

การตกงานก็ไม่แย่ เช้าวันทำงานที่ไม่ต้องตื่นไปทำงานรู้สึกสดชื่นกว่าปกติทั้งที่อากาศเช้านี้ยังร้อนฉ่าไม่สร่างซา 

แสงแดดเจิดจ้าสาดเข้าบ้านผ่านหน้าต่างหลังจากเข็มทิศเปิดม่านให้อากาศถ่ายเท 

ครั้งแรกในรอบหลายปีที่สำรวจบ้านตัวเองอย่างจริงจัง 

ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิมเหมือนตอนที่พ่อกับแม่ยังมีชีวิต เข็มทิศเพิ่งตระหนักตอนนี้เองว่าเขามันบ้างานเกินไปจนไม่ใส่ใจรอบตัวเลย จากที่เมื่อก่อนสังสรรค์กับเพื่อนบ่อยๆ หลังจากทำงานเขาก็เริ่มปฏิเสธคำชวนด้วยเหตุผลว่า 

‘ทำงานเหนื่อยมาก อยากพักผ่อน’ 

เข็มทิศทิ้งตัวลงบนโซฟา คว้ารีโมตขึ้นมาเปิดทีวีที่เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าดูมันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ อีกมือกดโทรออกหาเพื่อนสนิท รอสายแค่วินาทีเดียวอีกฝ่ายก็รับ เสียงจอแจทำให้ได้ยินเสียงเพื่อนไม่ชัดนัก 

“ไอ้นนท์มึงอยู่ไหน” 

“รถเมล์ดิวะ กูกำลังไปทำงานเนี่ยมึงมีไร” 

‘ทำงาน’ เข็มทิศทวนคำของเพื่อนในใจ ทั้งที่เพิ่งตกงานวันแรกแท้ๆ แต่กลับลืมไปซะสนิทเลยว่าวันนี้คนมีงานมีการทำเขาต้องไปทำงานกัน 

“กูตกงานว่ะ ว่างๆ มาแดกเหล้าบ้านกู” 

“ได้ๆ มึงชวนในไลน์กลุ่มเลย รับรองไอ้พวกนั้นยกพวกไปซื้อเหล้าเตรียมไว้ตั้งแต่คืนนี้แน่ แม่งไอ้เหี้ย เบรกขนาดนี้มึงไม่บิดกุญแจดับเครื่องไปเลยวะ” เสียงนนท์สบถอย่างหัวเสียงดังขึ้นก่อนสายจะถูกตัดไป หากเดาเอาจากบริบทอีกฝ่ายคงกำลังอยู่บนรถเมล์และเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นบนถนนแน่ๆ 

เข็มทิศทิ้งข้อความไว้ในกลุ่มไลน์ตามคำแนะนำของนนท์ก่อนจะทอดกายนอนเหยียดลงบนโซฟาแล้วหลับตาลง ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าวันนี้จะพักผ่อนด้วยการงีบหลับทั้งวัน 

และทันทีที่เข้าสู่ห้วงนิทราเข็มทิศก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางม่านหมอกหนาอีกครั้ง 

“ขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลย” เด็กหนุ่มคนนั้นยังคงพิงขาของเขาเหมือนกับครั้งก่อนที่ฝัน ร่างนั้นสั่นสะท้านเหมือนลูกนกที่กำลังหนาวเหน็บ 

“พวกวิปริตอย่างแกอยู่ไปก็รกโลกเปล่าๆ” เสียงปริศนานั้นแหบพร่าและแห้งเหือด 

“ถ้าแกฆ่าฉันแกได้ตกนรกแน่”  

เข็มทิศอดคิดไม่ได้ว่าช่างเป็นคำขู่ที่ไร้เดียงสาซะจริง และดูเหมือนว่าเสียงที่เดาว่าน่าจะเป็นชายแก่ในม่านหมอกนั้นก็คงคิดเหมือนกันมันจึงหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ 

“ฉันไม่มีวันตายหรอกไอ้หนู คนอย่างฉันน่ะเป็นอมตะรู้ไว้ซะ ฮ่าๆๆๆ” 

เสียงหัวเราะนั้นชั่วร้ายและดังกังวานเหมือนตัวโกงในหนังพ่อมด 7.5 ภาค มันดังมากซะจนเข็มทิศสะดุ้งตื่นขึ้นมา 

เขาขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสียเพราะถูกรบกวนการพักผ่อนด้วยฝันบ้าบอนั่น เมื่อลองทบทวนดูว่าพักนี้ตัวเองดูละครน้ำเน่าบ้างไหมก็พบว่าไม่เลย เพราะเขาน่ะใช้เวลาทั้งหมดของทุกวันไปกับการทำงานและนอนพักผ่อนเท่านั้นเอง 

ผลของการเป็นคนว่างงานนั้นทำให้ชายหนุ่มที่แทบไม่ได้ใส่ใจบ้านตัวเองนักกลับกลายเป็นคนขยันรื้อเอาผ้าทุกอย่างออกมาซักจนแทบไม่มีที่ให้ตาก จัดการภายในบ้านจนสะอาดทุกซอกทุกมุม หลังจากนั้นก็ออกมาจัดการกับบริเวณรอบบ้านซึ่งไม่เหลือเค้าความสวยงามของสวนดอกไม้ที่แม่รักนักหนาเลย เขาจึงเริ่มต้นโดยการขับรถไปซื้อต้นไม้ดอกไม้ร้านประจำ เอาดอกไม้มาลงปลูก จัดสวนอย่างเอาใจใส่จนสุดท้าย สวนที่ก่อนหน้าที่รกร้างกลายเป็นสวนสวยเหมือนตอนที่แม่เขายังอยู่แล้ว  

ระยะเวลาผ่านไป 1 เดือนกับการว่างงานของเข็มทิศ ความฝันประหลาดยังคงแวะเวียนเข้ามาให้เห็นยามหลับอยู่เนืองๆ แต่เขาก็ไม่ได้จดจ่อกับมันเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะทุ่มเทแรงกายทั้งหมดเพื่อการจัดสวนให้สวยงามเหมือนตอนที่แม่ยังมีชีวิต มันเลยไม่มีผลกับการใช้ชีวิตของเขา 

ในเช้าวันใหม่ม่านสีขาวในห้องรับแขกถูกเปิดออกกว้างให้เห็นสวนสวยที่เขาจัดเองกับมือ ไม่รู้ว่าดอกไม้ที่ซื้อมาจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนเพราะแต่ไหนแต่ไรแล้วที่เข็มทิศปลูกต้นไม้ไม่ขึ้นเลย แม่บอกว่าเขามือร้อน ภาพในความทรงจำที่ย้อนกลับมาทำให้ชายหนุ่มเจ้าของบ้านยิ้มกว้าง ถ้าแม่ผู้เสียชีวิตไปแล้วกำลังมองเขาจากที่ไหนซักแห่งท่านต้องภูมิใจมากแน่ที่เขากลับมาดูแลเอาใจใส่สวนอีกครั้ง 

ชื่นชมสวนดอกไม้ฝีมือตัวเองจนพอใจก็กลับมานั่งลงบนโซฟา เปิดทีวีอย่างเช่นทุกวันจนเกือบเป็นกิจวัตรพลางคิดว่าวันนี้จะทำอะไรดีแต่กลับพบว่าไม่มีอะไรให้เขาทำแล้ว 

เข็มทิศเข้าไปเช็กข้อความในกลุ่มไลน์แต่ก็พบกับความผิดหวังเมื่อวันนัดรวมตัวปาร์ตี้ยังไม่ได้ข้อสรุปและดูเหมือนว่าการรวมตัวกันไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนในอดีตแล้ว 

ตอนเด็กไม่เห็นจะมีใครเตือนเลยว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่การเจอเพื่อนจะเป็นเรื่องยาก จงเตรียมตัวตั้งรับมันให้ดี 

ก็ได้...ในเมื่อการสังสรรค์หาความสุขกับเพื่อนมันยากนักเข็มทิศจึงตัดสินใจว่าเขาจะออกไปเที่ยวสนุกคนเดียวจนหนำใจแล้วค่อยกลับมาคิดเรื่องชีวิตการทำงานต่อ 

ในเช้าวันที่อากาศค่อนข้างดี หลังจากแต่งตัวเสร็จเขาคว้ากุญแจรถแล้วขับออกไปเพื่อไปเช็กสภาพรถที่ศูนย์ แต่ขับมาได้ยังไม่ถึงครึ่งทางรถยนต์อายุการใช้งาน 5 ปียังผ่อนไม่หมดก็ดับลง 

ซวยที่สุดในรอบเดือน 

เข็มทิศถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายหลังจากวางสายจากช่าง 

ในรถก็ร้อน ข้างนอกก็ร้อน ใจก็ร้อน ขณะกำลังใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อโทรศัพท์ก็ดังขึ้น 

เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอไม่คุ้นเคย เขาลังเลที่จะรับอย่างนึกกลัวว่าจะเป็นสายโทรมาขายประกันที่โทรมาหาเขาไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งที่บอกว่ากำลังตกงานก็ยังจะพยายามขาย ไม่ใช่ไม่เข้าใจเพราะเขาเองก็เคยทำงานด้านการขายเหมือนกัน แต่เมื่อลูกค้าไม่ต้องการ การตามตื๊อไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเพราะมันจะทำให้อีกฝ่ายอึดอัดและมองสินค้าของเราติดลบไปเลย 

ขณะครุ่นคิดอย่างลังเลสายก็ถูกตัดไปแต่แค่เพียงเสี้ยววินาทีโทรศัพท์ในมือก็ดังขึ้นมาอีก คราวนี้เข็มทิศไม่ลังเลอีกแล้ว 

“ไม่ซื้อครับ” 

อีกฝ่ายไม่โต้ตอบ เข็มทิศรอชั่วครู่พลางคิดว่าถ้าหากไม่มีเสียงตอบรับใดเขาจะเป็นฝ่ายวางสายเอง 

“คุณเข็มทิศ ธายุกรรึเปล่าครับ” เสียงอีกฝ่ายดูมีอายุประมาณหนึ่ง เข็มทิศนึกในใจและเตรียมตั้งรับเพราะคิดว่าตนน่าจะเจอนักขายผู้มากประสบการณ์เข้าให้แล้ว 

“ผมกำลังตกงาน ไม่มีปัญญาจ่ายเบี้ยประกันหรอก” 

“ผมชัชชนเป็นทนายความครับ ไม่ได้ขายประกัน” 

เข็มทิศร้องอ้าวและตกใจในเวลาเดียวกัน 

“ผมกำลังคุยกับคุณเข็มทิศ ธายุกรรึเปล่าครับ” ชื่อและนามสกุลจริงที่ถูกเรียกซ้ำทำให้เข็มทิศลังเลเล็กน้อยว่าควรตอบอย่างไรดี ในหัวของเขาคิดไปต่างๆ นานา แน่นอนว่า 90% คือเรื่องไม่ดีอย่างเช่นเขาไปทำเรื่องผิดกฎหมายเอาไว้โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่าทนายถึงได้โทรมาตามตัว 

นิ่งคิดอยู่ชั่วครู่จึงตัดสินใจตอบกลับไปด้วยเสียงขึงขังทั้งที่ในใจไขว้เขว 

“มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับคุณทนาย” 

“คุณตาของคุณเข็มทิศเสียแล้วนะครับ” ในน้ำเสียงจริงจังเจือด้วยความเศร้าโศกต่างจากหลานแท้ๆ ที่กำลังสับสนไม่รู้ว่าตนต้องรู้สึกอย่างไร 

เป็นเพราะว่าความสัมพันธ์ของแม่กับตาไม่ค่อยดี ตั้งแต่ลืมตาดูโลกเข็มทิศจึงไม่เคยข้องเกี่ยวกับญาติฝั่งแม่เลย เขาไม่เคยเห็นหน้าคุณตาด้วยซ้ำ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฝั่งโน้นเลยแม้แต่น้อย 

“อ่า ครับ” 

“คุณเข็มทิศคงตกใจใช่มั้ยครับที่อยู่ๆ คนของคุณตาก็โทรมาทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยติดต่อกันเลยซักครั้ง” 

เข็มทิศเผลอพยักหน้ารับ 

“ผมโทรมาแจ้งเรื่องเปิดพินัยกรรม คุณเข็มทิศสะดวกขึ้นมาบ้านคุณตาเมื่อไหร่แจ้งผมตอนนี้เลยได้มั้ย” 

“หืม ทำไมผมต้องไป” แม่เคยเล่าว่าคุณตาประกาศตัดพ่อตัดลูกตั้งแต่ท่านท้องเขาแล้วหนีตามพ่อมาแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดที่เขาต้องไปที่นั่นเลยไม่ใช่เหรอ 

“คุณเข็มทิศต้องมาครับ ถ้าคุณไม่มาผมก็เปิดพินัยกรรมไม่ได้”  

“ท่านเขียนถึงผมไว้ด้วยเหรอครับ” 

“คุณต้องมาฟังด้วยตัวเองครับ ว่าแต่คุณเข็มทิศสะดวกมั้ยครับ ถ้าติดเรื่องค่าเดินทาง...” 

“รถผมอยู่ที่อู่ไม่รู้จะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ เอาไว้ได้วันเวลาที่แน่นอนแล้วจะโทรแจ้งคุณทนายอีกที” ไม่ต่างจากการบอกว่าขอเวลาคิดอีกซักนิด และคุณทนายก็เข้าใจเพราะเขาเองก็ทึ่งมากเหมือนกันตอนที่คุณตาเขียนยกมรดกให้กับหลานชายที่ไม่เคยเจอหน้าซักครั้ง 

“ทุกคนรอคุณเข็มทิศอยู่นะครับ” 

“งั้นช่วยรอต่ออีกหน่อยนะครับ” 

สายถูกตัดไปแล้วแต่เข็มทิศยังคงจ้องโทรศัพท์มือถือไม่วางตา อยู่ๆ ก็มีทนายความโทรมาให้ไปรับมรดก เขารู้สึกราวกับว่ากำลังฝันแต่แดดที่แผดเผาจนแสบผิวก็ทำให้ตระหนักได้ว่านี่คือความจริง 

มันบ้ามากเลยว่าไหม 

เรื่องราวในความฝันที่เหมือนกับนิยายแฟนตาซีถูกแทนที่ด้วยประโยค  

“ทุกคนรอคุณเข็มทิศอยู่นะครับ” ของคุณทนายที่ทิ้งเอาไว้อย่างมีความหวังก่อนจะวางสาย 

เข็มทิศนอนครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่หลายวันจนแผนเที่ยวฉบับคนโสดถูกลืมเลือน 

ตั้งแต่เด็กจนโตเข็มทิศไม่เคยได้พบญาติฝั่งแม่เลยซักครั้ง มิหนำซ้ำยังได้ยินเรื่องความขัดแย้งของแม่กับตามาไม่น้อย เขาจึงค่อนข้างคิดหนักกับเรื่องมรดกที่คุณตาจะมอบให้หลังสิ้นลม 

ว่าแต่ว่าหนี้สินเนี่ยมันมอบเป็นมรดกได้มั้ยนะ 

แต่คุณตาคงไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกมั้ง 

เข็มทิศทะเลาะกับตัวเองเป็นเวลานาน กระทั่งได้รับโทรศัพท์จากคุณทนายอีกครั้งเขาจึงมอบข้อสรุปให้กับตัวเอง เก็บกระเป๋าซึ่งมีสัมภาระอยู่ไม่มากแล้วบึ่งรถไปบ้านเกิดของแม่ทันที 

ความคิดเห็น