ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทส่งท้าย

คำค้น : ฺBloodonhislips,สุภาพบุรุษแวมไพร์,แวมไพร์,นิยายวาย,PinkPen

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2563 17:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทส่งท้าย
แบบอักษร

 

บทส่งท้าย 

 

“ยองวอน วันนี้นายรีบกลับรึเปล่า พวกเราจะไปดื่มกันที่ผับตรงหัวมุมถนนน่ะ” รุ่นพี่ฮยองกวางยื่นหน้ามาถาม

 

“วันนี้ผมต้องไปรับยองแอที่โรงเรียนน่ะครับ อาทิตย์หน้าโรงเรียนหยุดทั้งอาทิตย์ เธอเลยจะกลับบ้านน่ะ” ยองวอนปฏิเสธพร้อมให้เหตุผล พูดจบก็ได้ยินเสียงฮยองกวางถอนหายใจยาว

 

“ไว้โอกาสหน้าผมไม่พลาดแน่ครับ”

 

“นายก็พูดแบบนี้ทุกที เอาเถอะ ยังไงก็ฝากบอกยองแอด้วยก็แล้วกันว่าพวกเราคิดถึง ถ้ามีโอกาสนายก็พายองแอมาเที่ยวบ้างสิ หัวหน้าไม่ว่าหรอก”

 

“ได้ครับ ไว้ผมจะลองชวนยองแอดู” ยองวอนยิ้มน้อยๆ อย่างเคย ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดโปรแกรมเขียนแบบทิ้งเอาไว้

 

“นี่ยองวอน”

 

เพล้ง!

 

“อ้าว โทษที” ฮยองกวางร้องบอกพลางผุดลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงมาที่โต๊ะทำงานของยองวอนในทันที

 

“ไม่เป็นไรครับพี่ ผมไม่ทันระวังเอง” ยองวอนเองก็รีบผุดลุกขึ้นยืนเช่นกัน

 

เมื่อครู่เขากำลังจะหยิบแก้วกาแฟที่รุ่นน้องชงมาให้ขึ้นจิบแก้ง่วงในยามบ่าย แต่ไม่ทันระวังและรีบร้อนที่จะหันไปมองฮยองกวางก็เลยกลายเป็นปัดแก้วกาแฟนั่นตกลงมาแตกที่พื้น

 

“ฉันว่าหน้านายซีดๆ นะ นั่งพักเถอะ เดี๋ยวฉันเก็บให้เอง”

 

“ไม่เป็นไรครับพี่ ผมเก็บเองดีกว่า”

 

ฟุ่บ!

 

“ยองวอน บ้าจริง มึนอามาช่วยหน่อยเร็ว ใครอยู่ใกล้ๆ มาช่วยที” ฮยองกวางตะโกนขอความช่วยเหลือ ทุกคนรอบข้างรีบกรูกันเข้ามาด้วยความห่วงใยจนยองวอนกลับรู้สึกเกรงใจ เขาแค่รู้สึกหน้ามืดเท่านั้น แต่ฮยองกวางกลับตกใจเสียจนคนอื่นเข้าใจว่าเขาอาการหนัก

 

“ใครเป็นอะไร”

 

“คุณชินซอง”

 

บ้าเอ๊ย จนได้สิน่า

 

ยองวอนนึกหงุดหงิดอยู่ในใจ ก่อนจะหน้าเจื่อนลงทันทีที่เห็นชินซองเดินแหวกเพื่อนร่วมงานของเขาเข้ามา

 

“เป็นอะไรยองวอน” ชินซองเอ่ยถามเสียงเข้ม

 

เวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ การวางตัวของเขามักแสดงออกในตำแหน่งประธานของชินกรุ๊ปเสมอ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยองวอนเองนั่นแหละที่เอ่ยขอให้เป็นอย่างนั้น ทั้งที่ชินซองอยากจะเปิดเผยสถานะที่แท้จริงเต็มแก่

 

นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเรื่องของเหตุผลที่ชินซองเซ็นสัญญากับบริษัทเล็กๆ ของเขาที่ยองวอนต้องการจะให้ทุกคนเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของผลงานที่เข้าตามากกว่าเรื่องของเหตุผลส่วนตัวด้วย สุดท้ายก็คือเรื่องของยองแอที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวแท้ๆ ของชินซอง นั่นทำให้ยองวอนไม่กล้าพอจะพาเธอมาทักทายทุกคนที่นี่ เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นๆ สงสัยจนอาจเกิดคำถามอะไรที่อาจทำให้เธอไม่สบายใจ

 

และทั้งหมดที่ว่ามานั้นทำให้ยองวอนกลายเป็นเพียงแค่พนักงานคนหนึ่งเมื่ออยู่ที่บริษัท ในขณะที่ชินซองคือท่านประธานที่น่าเกรงขาม ที่มักจะหาเรื่องมาป่วนให้ยองวอนเสียสมาธิในการทำงานอยู่บ่อยๆ ซึ่งครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่หน้ามืดนิดหน่อย”

 

“เพราะนายมัวแต่ทำงานจนลืมกินอาหารกลางวันรึเปล่า”

 

“เปล่าครับ” แม้จะไม่ได้โกหก แต่ยองวอนกลับตอบไม่เต็มเสียงเท่าไหร่นัก

 

“ยองวอนเพิ่งกลับมาจากทานข้าวกับพวกเราเองครับ เขากินไปตั้งเยอะ” ฮยองกวางรีบยกมือเป็นพยาน

 

“ใช่ค่ะ ช่วงนี้รุ่นพี่ยองวอนกินเก่งมากเลยนะคะ” ตามด้วยเสียงสนับสนุนจากรุ่นน้องที่รู้จัก ทำเอายองวอนรู้สึกอายขึ้นมาในฉับพลัน

 

“งั้นเหรอ ถ้างั้นฉันว่านายควรไปพักสักหน่อย แล้วก็หาเวลาว่างไปตรวจร่างกายบ้างนะยองวอน” ชินซองบอกเสียงเรียบ ทั้งที่เขาพอจะคาดเดาสาเหตุที่ทำให้ยองวอนหน้ามืดได้แล้ว

 

ท่าทางแวมไพร์ฝึกหัดอย่างยองวอนจะหักโหมเรื่องของความอดทนมากไปแน่ๆ

 

“ครับ แต่ตอนนี้ผมไม่เป็นไรแล้ว ผมว่าผม...”

 

“ไปพักที่ห้องพยาบาลก็แล้วกัน ไปสิ ฉันเดินไปส่ง คนอื่นๆ คงงานยุ่งกันหมด” ชินซองอาสาด้วยความเต็มใจ แต่สีหน้าที่แสดงออกมากลับยังคงเรียบเฉยจนยองวอนเองก็ดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ รู้แต่ว่านั่นน่าจะเป็นประโยคคำสั่งที่เขาไม่น่าจะปฏิเสธได้ และไม่ควรจะปฏิเสธด้วย

 

“เดี๋ยวผมไปส่งยองวอนเองก็ได้ครับท่านประธานฮัน ไม่รบกวนเวลาท่านประธานจะดีกว่า” ฮยองกวางรีบบอกด้วยความเกรงใจ

 

“นายไม่มีงานทำเหรอฮยองกวาง”

 

แต่คำถามของชินซองก็ทำให้เขาต้องเงียบลงพลางค่อยๆ ก้าวถอยหลังจากยองวอนช้าๆ เพื่อเปิดทางให้ชินซองเป็นคนพายองวอนไปที่ห้องพยาบาลด้วยตัวเอง

 

ชินซองเดินเข้าไปใกล้ยองวอนที่กำลังค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แต่ยังไม่ทันตั้งหลัก แขนข้างขวาของเขาก็ถูกชินซองจับยกขึ้นพาดบ่า หากแต่เมื่อยองวอนหันไปมองด้วยความตกใจชินซองกลับเมินหน้าหนี ทำเป็นมองตรงไปยังเบื้องหน้าแล้วพาเขาเดินผ่านสายตาของคนอื่นๆ ออกไปเงียบๆ

 

“นี่พี่จะบ้ารึไง เดี๋ยวคนอื่นๆ ก็สงสัยกันหมดหรอก” ยองวอนกระซิบกระซาบ เขาไม่ต้องการเป็นที่จับตามอง ไม่ต้องการโดดเด่นหรือมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น หรือถ้าให้พูดตรงๆ นั่นคือเขาอยากอยู่อย่างสงบ ไม่อย่างนั้นจะอ้อนวอนขอให้ชินซองปิดเรื่องทุกอย่างเอาไว้เป็นความลับเอาไว้ตั้งแต่แรกทำไมกัน

 

“ก็เรื่องของคนอื่นสิ” ชินซองบอกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอื้อมผลักประตูห้องประชุมที่กำลังจะเดินผ่านเข้าไป

 

“เข้าไปสิ”

 

“แต่นี่มันไม่ใช่ห้องพยาบาลสักหน่อยนี่ครับ”

 

ฟุ่บ!

 

พูดไม่ทันจบ ยองวอนก็ถลาเข้ามาด้านในก่อนที่ชินซองจะก้าวตามเข้ามา

 

ปัง!

 

เสียงประตูห้องประชุมถูกปิดลงก่อนจะถูกกดล็อกเอาไว้ในทันที

 

“พี่ชินซอง” ยองวอนเบิกตาโพลงพลางจ้องมองชินซองด้วยความตกใจ

 

“หิวไม่ใช่เหรอนายน่ะ” ชินซองแสร้งถามพลางยกมือขึ้นกอดอก ใช้สายคาคมเข้มจ้องมองใบหน้าและสบตายองวอนอย่างคาดคั้นเอาคำตอบที่แท้จริง

 

“เปล่าสักหน่อย ผมบอกแล้วไงว่าผมเพิ่งไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ที่ทำงานมา”

 

“ฉันไม่ได้หมายถึงอาหาร นายอย่าแกล้งโง่หน่อยเลยยองวอน”

 

“ก็...”

 

“ก็อะไร หิวก็บอกหิว โกหกแล้วนายอิ่มขึ้นมารึไง” น้ำเสียงของชินซองฉายชัดถึงความต้องการที่จะตำหนิ ทำเอายองวอนก้มหน้าหลบสายตาแทบไม่ทัน

 

แต่สุดท้ายแล้วใบหน้าซีดขาวของยองวอนก็ต้องเชิดขึ้นเมื่อถูกนิ้วมือเรียวยาวของชินซองดันปลายคางกลับขึ้นมา

 

“ว่าไง จะยอมรับได้รึยัง มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้”

 

“พี่ก็ ผมก็หิวนั่นแหละ แต่งานต้องทำนี่ แล้วพี่เองก็ต้องทำเหมือนกัน จะให้ผมทำยังไง ไหนพี่บอกให้ผมรู้จักควบคุมตัวเองไงล่ะ” ยองวอนเถียงเสียงอ่อย พยายามจะหันหน้าหนีสายตาคมปลาบของชินซองจนชินซองต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาจับล็อกใบหน้าของเขาเอาไว้

 

ไอเย็นจากฝ่ามือที่กำลังโอบประคองใบหน้าของยองวอนเอาไว้ทำให้ลำคอของเขาแห้งผากมากยิ่งขึ้น กลิ่นกายของชินซองในเวลานี้ที่พยายามจะเคลื่อนเข้ามาใกล้ราวกับต้องการจะแกล้งให้หมดความอดทน ยิ่งทำให้ยองวอนกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแรงจนได้เลือด

 

“เหอะ! นี่นายซื่อหรือโง่กันแน่ ถึงได้แยกระหว่างคำว่าควบคุมตัวเองกับฝืนตัวเองไม่ออกเนี่ย” ชินซองถามพลางส่ายหัวไปมา ใจหนึ่งก็สงสาร แต่อีกใจก็โมโหในความหัวรั้นของยองวอน

 

นี่ถ้าเขาไม่บังเอิญกำลังจะออกไปข้างนอกแล้วเดินผ่านไป ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบคำถามของคนอื่นๆ ว่ายังไงเหมือนกัน

 

พึ่บ!

 

“น่ะ นั่นพี่จะทำอะไร” ยองวอนรีบถามเมื่อเห็นว่าชินซองเพิ่งจะถอดเสื้อสูทออก มิหนำซ้ำตอนนี้ก็กำลังคลายเนกไทออกจากคอก่อนจะดึงมันออกทางเหนือหัวไปเสร็จสรรพ

 

“ก็ให้อาหารนายน่ะสิ”

 

“พี่!”

 

“ทำไม หรือนายจะปฏิเสธล่ะ อยากหิวตายรึไง” ชินซองแสร้งถาม มุมปากยกขึ้นยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดขาวอยู่เมื่อครู่เริ่มซับสีระเรื่อที่คาดว่าอีกไม่นานคงได้แดงเถือกไปทั้งหน้าแน่ๆ

 

“ผมไม่ตายอนาถแบบนั้นหรอกน่า เคยมีแวมไพร์ที่ไหนตายน่าเกลียดแบบนั้นรึไง” น้ำเสียงเบาลงแต่ก็ยังสรุปความหมายได้ว่าเถียงอยู่ดี

 

“นายอาจเป็นตัวแรกก็ได้ยองวอน”

 

ฟุ่บ!

 

ยองวอนสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกสะบัดออกจากร่างกายขาวซีดกำยำ แม้จะพยายามหันหน้าหนีหากแต่กลับกลืนน้ำลายเสียงดังจนน่าอาย

 

“ทะ ที่นี่มันห้องประชุมนะพี่”

 

“จะห้องอะไรฉันก็ไม่เกี่ยงหรอก เร็วสิ นายหิวจนมือไม้สั่นไปหมดแล้ว” ชินซองเย้าพลางก้าวเข้าไปประชิดร่างของยองวอนให้มากขึ้น ใช้เพียงกลิ่นและเสียงลมหายใจกระตุ้นเร้า เร่งให้อีกฝ่ายที่อ่อนหัดลงมือ

 

“ผะ...ผมแค่หิว ไม่เห็นพี่ต้องถอดเสื้อออกขนาดนี้เลย”

 

“อีกไม่กี่นาทีฉันกำลังจะถอดกางเกงด้วยน่ะ”

 

บ้าน่า! ยองวอนนึกหงุดหงิดตัวเองที่พยายามปฏิเสธ แต่ก้อนเนื้อในอกกลับเต้นเร่าๆ ตามอีกฝ่ายที่กำลังยั่วไปอย่างง่ายดาย

 

“ตกลงพี่หรือผมกันแน่ที่หิว”

 

“นาย ฉันไม่ได้หิว แต่ไม่ปฏิเสธว่าต้องการ”

 

คำว่าต้องการทำให้ยองวอนเผลอกัดริมฝีปากของตัวเองอีกครั้ง คมเขี้ยวที่โผล่พ้นเหงือกออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวฝังลงไปที่กลีบปากล่างซ้ำรอยแผลเดิมจนเลือดซึมออกมา และกลิ่นของมันก็ทำให้ชินซองหมดความอดทนลงได้อย่างง่ายดาย

 

ฉึก!

 

“พี่ชินซอง อื้อออ” ยองวอนร้องเรียกพลางพยายามดิ้น หากแต่ทำได้ไม่นาน เขาก็ฝืนตัวเองต่อไปไม่ไหว ก้มหน้าลงกัดเข้าที่ซอกคอของชินซองตอบแบบจมเขี้ยว

 

ฉึก!

 

ไม่กี่นาทีต่อมา ห้องประชุมที่ถูกล็อกก็กลับกลายเป็นสมรภูมิรักของทั้งคู่ไปอย่างไม่ยากเย็น หนึ่งคือแวมไพร์ผู้ช่ำชองทุกเรื่อง เรียกว่าเหนือกว่าอีกฝ่ายทุกด้านและมักเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างได้ดีเสมอ แต่กลับกลายเป็นยอมสูญสิ้นทุกอย่างเพื่อแวมไพร์ฝึกหัดที่อยู่ในอ้อมกอด

 

“นายยังตะกละเหมือนเดิม”

 

“พี่ก็ยังเก่งกามเหมือนเดิม”

 

“นายจะหมายถึงเก่งกาจรึเปล่า?”

 

“ไม่ล่ะ พี่น่ะเหมาะกับเก่งกามมากกว่า”

 

เสียงกระซิบหยอกเย้าดังแนบชิดใบหู ก่อนที่เสียงหัวเราะของทั้งคู่จะดังตามมา สลับกับเสียงของก้อนเนื้อในอกที่กำลังสูบฉีดเลือดในกายให้พลุ่งพล่าน เสียงของมันกระตุ้นเร้าให้ทั้งสองคนกอดกันแน่นขึ้น...ตราบนานเท่านาน

 

“ถ้ามีคะแนนสอบ นายคงเป็นแวมไพร์ฝึกหัดที่ได้คะแนนน้อยที่สุดเลยนะยองวอน”

 

“แสดงว่าแวมไพร์ฝึกสอนอย่างพี่สอนได้แย่มากไงครับ ถ้าหากผู้เรียนทำได้แย่มาก เราต้องมองย้อนกลับไปที่ผู้สอนนะ”

 

“เหอะ!”

 

“ผมให้โอกาสพี่สอนผมอีกรอบก็แล้วกัน คราวนี้ผมจะตั้งใจเรียนแล้วก็ตั้งใจฝึกอย่างดีเลย”

 

“นายอยากให้ฉันสอนอะไรล่ะ”

 

“อ่า ออนท็อปครับ ผมอยากอยู่ข้างบนบ้าง”

 

ฟุ่บ!

 

พูดจบยองวอนก็พลิกตัวเองขึ้นไปอยู่เหนือร่างของชินซองด้วยสีหน้าภูมิใจและหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ซึ่งสีหน้าของชินซองในเวลานี้ก็ดูอารมณ์ดีไม่ต่างกัน

 

“นายอย่าร้องเสียงดังก็แล้วกัน ที่นี่ห้องประชุม”

 

“พี่ชินซอง อื้อออ”

-THE END- 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว