email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 36

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 380

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 เม.ย. 2563 06:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 36
แบบอักษร

“ขั่นข่อยเฮ็ดแนวได๋กะเฮ็ดนำเลยเด้อ ขั่นสิไห่สาธยายนั่นข่อยกะเว่าบ่ถืกดอกเบิ่งเอาโลด” 

“จ๊ะ จ้า นำเลยโลด” ก้องเกียรติพูดล้อๆอย่างอารมณ์ดี 

“กะซั่นกะมะย่าวโลดเฮา ล่ะวังหัวโป้ตีนนำแนล่ะเดี๋ยวสิหาว่าสวยบ่เตือนบ่ได่เด้อสิบอกไห่ฮ่าๆๆๆ” แตนเตือนขึ้นพร้อมกับหัวเราะขำขันสนุกไป ความสุขสดชื่นนั้นอบอวนไปทั่วทั้งทุ่งนาในยามหน้าแล้งผืนน้อยนี้ หรือแม้แต่แสงแดดที่แผดจ้ายามบ่ายแก่ๆที่ร้อนระอุนั้นก็ยังน่ารื่นรมย์อยู่ดีในยามที่หัวใจของผู้คนรู้สึกอบอุ่นเช่นนี้ นายสนหยุดมือที่กำลังถือจอบที่กำลังเกลี่ยดินอยู่ที่ขอบสระไว้ ก่อนที่จะหันมองมาทางลูกสาวของตนที่ตอนนี้นั้นกำลังมีหนุ่มหน้ามนคนเมืองกรุงมาช่วยงานอยู่ข้างๆกับแม่ของเธอ แล้วยิ้มออกมาด้วยความพอใจเพราะอย่างน้อยนี่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า หนุ่มชาวกรุงคนนี้ไม่ใช่คนหยิบโหย่งที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อนั่นเอง ส่วนแพงนั้นพอวันเวลาผ่านไป เธอก็เริ่มที่จะกล้าเข้าหาไผ่มากขึ้นเรื่อยๆด้วยความรักที่มีจนล้นอก แล้วอีกอย่างหนึ่งนั้นในตอนนี้ไผ่เองก็ไม่ใช่เด็กขี้ยาที่เอกมะเหรกเกเรในสายตาของใครๆอย่างเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว เพราะเขาเป็นถึงลูกชายของอดีตกำนันผู้มั่งคั่งที่มีสมบัติมากมายที่พ่อของเขานั้นทิ้งเอาไว้ให้และนั่นก็เป็นแรงจูงใจที่ดีเลยทีเดียวสำหรับเธอ บ่ายวันหนึ่งแพงไปแหย่ไข่มดแดงกับแม่และน้องของเธอที่สวนมาได้มากอยู่ เธอจึงจัดแจงแบ่งเอามาให้กับป้าปุ้ยส่วนหนึ่งเพื่อหวังทำคะแนนจากแม่ของหนุ่มคนที่เธอแอบรักอยู่นั่นเอง 

“ขอบใจเด้ออิหล่า โฮ้!คือแบ่งมาไห่หลายแท่ได่หลายเติบยุติ๊ล่ะ” ป้าปุ้ยถามขึ้นขณะที่เอื้อมมือไปรับชามไข่มดแดงมาจากมือของเด็กสาว 

“จ้าป้า ได่มาหลายเติบยุ ไปแหย่ยุสวนบักม่วงยายสังข์พุ้นล่ะมีตะฮังใหญ่ๆหลายคักยุจ้า” เด็กสาวตอบพร้อมกับยิ้มกว้างให้ ก่อนที่จะเดินเลยไปหาไผ่ที่กำลังนั่งเขียนอะไรบางอย่างหยุกหยิกๆอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือเก่าของกำนันสุขพ่อของเขาพร้อมกับทักขึ้นว่า 

“เฮ็ดอิหยังยุไผ่..?” 

“เฮ็ดบันซี” ไผ่ตอบสั้นๆแบบไม่ได้ใส่ใจนักสายตายังคงจับจ้องอยู่กับสิ่งที่ทำอยู่โดยไม่ยอมหันหน้ามาทางสาวเจ้าเลยแม้แต่น้อย 

“เฮ็ดบันซีๆ อิหยังของมึง” แพงถามกลับงงๆเพราะไม่คิดว่าคนที่ขี้เกียจเรียนหนังสือมาแต่ไหนแต่ไรอย่างไผ่นั้นจะมาทำอะไรที่เกี่ยวกับบัญชีได้ ซึ่งไผ่เองก็ขี้เกียจที่จะต่อปากต่อคำกับเพื่อนสาวจึงได้แต่นิ่งเฉยเสีย 

“บันซีค่าไช่จายทัวไปนั่นล่ะ ตะก่อนนิพ่อใหญ่เผิ่นกะเฮ็ดมาเรื่อย ป้ากะเลยบอกไห่มันเฮ็ดต่อกะซั่นสิบ่ฮู้จักหัวจักหางว่าอันได๋เข่าอันได๋ออก” ป้าปุ้ยตอบแทนให้เพราะเห็นว่าลูกชายนั้นไม่ใช่คนที่ชอบพูดชอบคุยมากนัก แต่ในเมื่อแม่สาวน้อยนั้นแสดงน้ำใจเอาของมาให้ถึงที่บ้านขนาดนี้แกก็เลยแสดงน้ำใจตอบแทนให้บ้าง 

“หือ..ลุงกำนันนิรอบคอบดีคักเนาะยาย” 

“เหมิดทอนั่นล่ะเลานั่น คักคือหยังนิตั่วแมนแท่เรื่องเงินเรื่องคำนิบ่ต้องห่วงเลยเถาะฮึๆๆ” ป้าปุ้ยบอกก่อนที่จะอดยิ้มขำออกมาไม่ได้เมื่อนึกไปถึงสามีผู้ร่วงลับไปแล้วของแก และขณะที่ทั้งสามคนกำลังคุยกันอยู่นั้นเสียงรถยนต์ของมะลิที่เธอขับออกไปทำงานอยู่ทุกวันก็ดังแว่วมาพร้อมกับตัวรถที่ค่อยๆวิ่งเข้ามาจอดที่ไนบริเวณบ้านอย่างช้าๆก่อนที่เจ้าของรถจะเปิดประตูลงมาแล้วเดินหน้างอเข้ามาในบ้าน 

“เอื้อยมะลิคือกลับมาไวแทะมื่อนิ” แพงเอ่ยทักขึ้นแต่มะลินั้นหาได้สนใจไม่หล่อนเดินหน้ายุ่งเลยขึ้นข้างบนบ้านไปเลยโดยไม่ยอมทักทายใครๆเลยแม้แต่คำเดียว ไผ่มองตามหลังของพี่สาวไปเงียบๆโดยไม่ได้ปริปากคำใดๆออกมาเลยเช่นเดียวกัน หลังจากมื้อเย็นผ่านไปป้าปุ้ยสังเกตเห็นว่าลูกสาวของแกยังคงหน้างออยู่ไม่เลิก จึงเดินเข้ามาคุยด้วยๆความเป็นห่วง 

“เป็นอิหยังหือ.. แม่คึเห็นหน่างอตั้งตะตอนแลงผุ่นแล่วมีอิหยังกะเว่าไห่แม่ฟังเบิ่งกันน่ะ” 

“บ่มีหยังดอกข่อยเบื่อๆกะเลยอารมณ์บ่ค่อยดี” 

“ห่วย!บ่ฮันเฒ่าฮันแก่คึสิจ่มเบื่อแล้วหั่นบาดนิฮึๆๆๆ” ป้าปุ้ยพูดแหย่ขึ้นขำๆ จนมะลิที่ทนความอึดอัดกับสิ่งที่อยู่ในใจต่อไปอีกไม่ไหวจึงหลุดพูดออกมา 

“ข่อยเบื่ออิตาดำรงค์อิแม่” 

“หือปลัดดำรงติ เป็นหยังเลาเฮ็ดอิหยังไห่ติ” 

“เลามาเจ๊าะแจ๊ะวุ่นวายนำข่อย เฮ็ดไห่มูยุที่เฮ็ดงานนำกันเขาเอาข่อยไปเว่าพื่นไปทั่ว ข่อยล่ะซังคักคนอิหยังหน่าด้านหน่ามึน” 

“ปลัดดำรงเลากะมีเมียแล่ว เป็นหยังจังมาวุ่นวายนำมึงอีก อย่าไปยุ่งเกี่ยวนำเลาแท่ๆเด้อมันสิเฮ็ดไห่เฮามีตะเสียกับเสียเด้ ขั่นเฮาบ่สนใจซะอย่างดนไปเดี๋ยวเลากะสิซาไปเองหั่นล่ะ” 

“มันเป็นจังซั่นกะฮองไคล่ะ ซุมื่อนิยางตำกันข่อยกะบ่อยากถามยุซังหลาย” มะลิบ่นเสียยืดยาวด้วยความฮึดฮัดขัดใจ ก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงถามป้าปุ้ยขึ้นว่า 

“เอ้อ! อิแม่ข่อยว่าอีแพงมันสิมักบักไผ่บอเจ่าวา เบิ่งทรงแล่วเป็นซิดลิดแสดแลดจังได๋ดอก” 

“หืออีแพงนั่นติ๊ มื่อนี่มันกะเอาไข่มดแดงมาไห่ตั่ว เว่าเรื่องนิสัยมันกะไคแนยุ แต่กะบ่คือดอกไฮนาสาโทอิหยังกะบ่มีมันบ่สมบักไผ่ดอก ขั่นคือจังครูบุญตากะไคแนมีงานมีการดีจักนอยหน่าตากะงานไคแนยุ อีแพงนั่นบ่คือดอก” 

“ครูบุญตาติ๊ เขาสิเอามันบ่ล่ะ เขาเป็นครูเป็นคันผุ่นสิไห่เขามาเฮ็ดไฮเฮ็ดนาเขามะสิเอาเจ่ากะดาย” มะลิแย้งขึ้นเพราะพอจะมองออกว่าบุญตานั้นก็นิสัยไม่เบาเลยทีเดียวจากที่ได้คุยๆกันมา 

“แมนวาบักไผ่มันสิบ่มียศมีบั้งนำเขาตะมันกะพอมีพอกินยุ มีหยังบ่สมมึงกะยะดูถูกน้องจะของหลาย” 

“อันนั้นข่อยกะบ่วาดอก แต่เจ่ากะเบิ่งมันติ๊ล่ะปานนี่กะบ่มีผุสาวนำมูเขายุบ่แมนมันเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วไปล่ะเบาะหั่น” 

“ไผเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วเดียวนิ” ไผ่ที่ทันเดินเข้ามาได้ยินแม่กับพี่สาวเม้าส์ถึงเขาอยู่พอดีเอ่ยขึ้นขำๆ ก่อนที่จะเดินเลยไปหยิบกระติกน้ำในตู้เย็นมาเทใส่แก้วดื่ม 

“มึงนั่นล่ะบักตุ๊ดซี่ฮ่าๆๆๆๆ” มะลิหันมาว่าให้พร้อมกับหัวเราะชอบใจ พอได้แกล้งน้องชายหน่อยก็ทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว 

“เป็นกะสิเป็นหยัง ขั่นมันบ่ไปเฮ็ดไห่ไผเดือดฮ้อน เป็นยุพอไผพอมันตั่ว” ไผ่ว่าคืนอย่างไม่ยอมแพ้ แต่พอมะลิจะอ้าปากว่าคืนบ้างป้าปุ้ยก็เข้าห้ามทัพขึ้นก่อน เพราะถ้าสองคนพี่น้องนี้คุยกันทีไรเป็นต้องขัดคำกันทุกทีไป พร้อมกับหันไปว่าให้ไผ่ขึ้นว่า 

“พอๆๆๆเว่าไปทัวทีบทัวแดนเด้อมึงนั่นกูแฮงมีลูกชายยุผุเดียวนึง” 

“โอ้ย!ยาย สมัยนี่นั่นผุญิงผุชายกะบ่ต่างกันดอกเจ่ากะดายยะสิยึดติดหลายซุมแซงกะยังมีอีกเป็นปุ้มยุบ่ต้องย้านสกุลกุดดอก มึงบ่อยากได่เมียเบาะบักอันนิกะดายขั่นมักไผกะบอกเผิ่นถ่ำแมะ ไห่เผิ่นไปขอไห่โลดเป็นหยังเฮ็ดไห่พ่อไห่แม่เป็นห่วงนำมันบาปเด้อมึงกูสิบอกไห่” มะลิบอกแม่ก่อนที่จะหันไปว่าให้น้องชายทีเล่นทีจริงอย่างนึกสนุกอยู่ไม่เลิก แต่เจ้าน้องชายตัวแสบกับตอบกลับมาแต่เพียงสั้นๆว่า 

“สิไห่ไปขอผุได๋ บ่มีผุสิไห่ขอดอก” พูดจบก็เดินขึ้นห้องไปทันที 

“บักเซ่อเอ้ย! มึงบ่หามันสิได่ติ” มะลิได้แต่บ่นตามหลังน้องชายไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไรได้ ไผ่เดินเข้ามาในห้องก่อนที่จะล้มตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผากพร้อมกับบ่นพึมพรำออกมาว่า 

“สิไห่ไปขอได่จังได๋..? กะเขามีผุบ่าวไปแล้ว” ก่อนที่จะหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน แล้วก็หลับไปในที่สุด 

หลายวันต่อมาก้องเกียรติขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาหาป้าปุ้ยถึงที่บ้าน เพื่อแจ้งข่าวให้ทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจับคนร้ายที่ลอบยิงกำนันสุขได้แล้วและตอนนี้ก็กำลังฝากขังอยู่ที่โรงพัก โดยเบื้องต้นนั้นหนึ่งในสองของคนร้ายที่ไปยิงในวันนั้นได้สารภาพออกมาจนหมดแล้วว่าเป็นการยิงผิดตัว เนื่องด้วยรถที่กำนันสุขขี่ไปในวันนั้นๆ ทั้งสีและยี่ห้อของรถนั้นเป็นแบบเดียวกันกับรถของคนที่เป็นเป้าหมายพอดีนั้นเอง และด้วยความที่รถก็ไม่ค่อยได้ล้างสักเท่าไหร่เลขทะเบียนท้ายรถก็เลยมองเห็นไม่ชัดนักอีกด้วย 

“โอ๊ย!เนาะสู ฮอดวางฮอดคราวอิหลีพ่อใหญ่เอ้ย!เจ่ากะดาย” ป้าปุ้ยถึงกลับโอดครวญออกมาอย่างแสนเสียดายและเสียใจเป็นที่สุด เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจากนายตำรวจหนุ่มจบลง ไผ่เองก็ได้แต่ยืนซึมอยู่อย่างนั้นเพราะพูดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ เพราะคิดว่าคงจะเป็นคราวเคราะห์ของพ่อกำนันแล้วจริงๆนั่นเอง.. 

ความคิดเห็น