email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

ตอนที่ 3 สัมผัสวาบหวาม

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 สัมผัสวาบหวาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2563 01:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 สัมผัสวาบหวาม
แบบอักษร

ตอนที่ 3 สัมผัสวาบหวาม 

เมื่อเดินกลับมาถึงโต๊ะเธอก็พบว่าคชาได้ฟุบลงไปกับโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ส่วนเคทนั้นกำลังยืนเต้นอย่างสนุกสุดเหวี่ยงอยู่กับกลุ่มเพื่อนสาวที่เพิ่งตามมาทีหลัง

“นี่ฉันต้องแบกกลับบ้านอีกแล้วใช่ไหมเนี้ย”

มิรินพึมพำถามตัวเองแม้จะรู้คำตอบในใจเป็นอย่างดีอยู่แล้ว  เพราะส่วนใหญ่เวลาที่คชาเมาแล้วเธอมาด้วย เธอก็มักจะเป็นคนที่ต้องพาเขากลับไปส่งคอนโดเสมอ

@คอนโด N 

“เดินให้มันตรง ๆ หน่อยได้ไหม ตัวก็หนักเนี้ย เห็นใจคนแบกหน่อยสิ!!”

มิรินก่นด่าขณะประคองคนตัวใหญ่เข้าไปลิฟท์ของคอนโด ยังดีที่ตอนนี้เป็นเวลาตีสองกว่า ๆ ได้แล้ว ผู้คนจึงไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่

นี่ถ้าใครมาเห็นเข้าคงคิดว่าเธอมอมเหล้าผู้ชายแล้วพากลับห้องแน่ ๆ

หลังจากพาคนเมาขึ้นมาบนห้องอย่างทุลักทุเลได้แล้ว มิรินก็โยนร่างใหญ่ทิ้งลงบนเตียงอย่างไร้ความปราณี

เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ยืนเท้าเอวมองชายหนุ่มที่กำลังหลับสนิทอย่างหงุดหงิดใจ เธอถอนหายใจระบายความหงุดหงิดแล้วหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เขาสูงจนถึงหน้าอก

หมับ!

จังหวะดึงผ้าห่มอยู่นั้น จู่ ๆ ชายหนุ่มก็พลิกตัวมาคว้าแขนข้างนึงของเธอ ก่อนจะกระชากจนตัวเธอเสียหลักล้มลงไปนอนซบบนแผงอกกว้าง

น้ำหอมกลิ่นประจำทำให้เธอใจเต้นรัวขึ้นมาอีกแล้ว ซ้ำสองมือของชายหนุ่มยังกระชับกอดเข้ามาจนสองร่างแนบสนิทกัน

“ปะ ปล่อย ปล่อยฉันนะ”

มิรินร้องบอกสองมือพยายามดันอกของชายคนสนิทออกแต่ก็ไร้ผล

เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะตะโกนด่าแต่ก็ต้องชะงักตัวแข็งอยู่ท่านั้นเมื่อพบว่าหน้าเขาและเธออยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

เธอเม้มปากเล็กน้อยพลางใช้สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าเขาคล้ายกำลังเก็บภาพนี้ไว้ในใจ

"อืมม"

ชายหนุ่มครางเบา ๆ พลางปรือตาขึ้นมองหญิงสาวที่สองมือเขากำลังโอบกอดอยู่ ก่อนพึมพำออกมาแผ่วเบา

“ฉันชอบเธอ”

มิรินตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน  ก่อนจะเบิกตาโพลงและนอนนิ่งตัวแข็งทื่อเมื่อได้รับสัมผัสวาบหวามบริเวณริมฝีปากที่ตามมาอย่างกะทันหัน

ริมฝีปากนุ่มร้อนของอีกฝ่ายลูบไล้ไปมาบนริมฝีปากของเธอ  จากอ่อนโยนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังแทะเล็มเหยื่อ

เธอรู้สึกสมองเบลอจนคิดอะไรไม่ออก ใจอยากจะผลักเขาออกแต่สองมือกลับไร้เรี่ยวแรง  และปล่อยให้อีกฝ่ายควบคุมสัมผัสตามใจต้องการ

"อ๊ะ!"

มิรินร้องอู้อี้ในลำคอ รู้สึกเจ็บแปลบที่ริมฝีปากเมื่อถูกฟันคมขบกัด ทว่าเขายังคงไม่หยุดครอบครองจนเธอเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ

ปึก ปึก ปึก

เธอพยายามทุบหน้าอกชายหนุ่มประท้วง จนกระทั่งห้วงหายใจสุดท้ายเขาก็ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ

ชายหนุ่มซุกศีรษะเข้าที่ซอกคอของเธอ ก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ แล้วกลับเข้าสู่โหมดนอนหลับสนิทอีกครั้งได้อย่างหน้าตาเฉย

ในขณะที่มิรินนอนใจเต้นแรงระรัว สองมือยกขึ้นกุมแก้มร้อนผ่าวที่เธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังไม่หายไปหรือจากสัมผัสวบหวามเมื่อครู่กันแน่

บ้าจริง!

มิรินหันไปมองค้อนใส่คนข้าง ๆ ที่บัดนี้นอนนิ่งไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวของโลกภายนอกอีกต่อไป  ก่อนลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาเพื่อดึงสติตัวเอง

ดวงตากลมโตจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก  พลางใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามริมฝีปากบางที่มีรอยแผลบวมแดงเล็กน้อยจากการถูกขบกัด

‘ฉันชอบเธอ’ 

เธอมุ่นคิ้วเข้าหากันเมื่อนึกถึงประโยคที่ได้ยินมาจากปากของคนเมา

เธอ....เธอคนนั้นคือใครกันนะ?  

คือคนที่อยู่ในใจเขามาตลอดหลายปีที่ผ่านมาหรือเปล่า?

คือคนที่ทำให้เขาไม่เคยเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน?

“เหอะ!”

เธอแค่นยิ้มให้ตัวเองอย่างขมขื่น นึกสมเพชกับสถานะของตัวเอง ที่แม้จะอยู่ใกล้แค่ไหนแต่ก็เหมือนห่างไกลเหลือเกิน

@เช้าวันถัดมา 

"อืมม"

คชาหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง  พลางยกมือขึ้นกุมศีรษะที่ปวดหนึบ  ก่อนจะขยี้ผมเผ้าจนยุ่งเหยิง

เมื่อคืนเขาดื่มหนักจนจำอะไรไม่ได้เลย  ภาพครั้งสุดท้ายในความทรงจำคือกำลังนั่งมองน้องสาวเต้นกับเพื่อนของเธอในบาร์แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป

เขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อถูกความเจ็บปวดตรงเข้าแล่นงานที่ศีรษะ พลันก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนหน้าหลังหางตาเหลือบไปเห็นสิ่งที่วางอยู่บนหัวเตียง

‘แก้แฮงค์’

ลายมือยุกยิกที่แสนคุ้นตาถูกเขียนอยู่บนกระดาษโน้ตสีเหลืองสดใส  ข้าง ๆ กันคือน้ำแตงโมและโจ๊กที่ยังคงร้อนอยู่  ส่งกลิ่นหอมกรุ่นฟุ้งไปทั่วห้อง 

คชาฉีกยิ้มกว้าง แววตาละมุนขึ้นหลายส่วน ก่อนลงมือทานโจ๊กที่เธอเตรียมไว้ให้จนหมดชามอย่างอารมณ์ดี  เพราะความใส่ใจแบบนี้ข้างตัวเค้ามีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดพิมพ์ข้อความส่งไปหาหญิงสาวเจ้าของกระดาษโน้ตแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คงต้องตอบแทนความดีความชอบกันซักหน่อยแล้ว

ครืดครืด ครืดครืด

เสียงโทรศัพท์สั้นเตือนสั้น ๆ ปลุกให้มิรินตื่นขึ้นมา มือเล็กเอื้อมไปควานหาสิ่งรบกวนมาถือไว้แล้วกดเปิดข้อความออกอ่านทั้งที่ยังอยู่ในอาการสะลึมสะลือ

‘คชา : อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน’

มิรินมุ่นหัวคิ้วเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด  พลางอ่านข้อความทวนอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา 

ครึ่งชั่วโมง! บ้าไปแล้วแค่อาบน้ำแต่งตัวยังไม่พอเลย

มิรินรีบดีดตัวจากที่นอนอย่างรวดเร็ว  แต่ยังไม่ทันจะครบเวลาที่บอกดี เจ้าของข้อความก็ต่อสายเข้ามาตามจิกยิก ๆ

มิรินกรอกตามองบนแล้วกดรับสาย ตอบรับด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย

“จิกขนาดนี้ คิดว่าตัวเองเป็นไก่หรือไง”

(เปิดประตูที)

ห๊ะ! ประตู? มิรินถือสายค้างไว้พร้อมกับเดินไปเปิดประตูห้องด้วยความงุนงง แต่พบแค่ความว่างเปล่า

(ฉันล้อเล่น)

เสียงทะเล้นดังออกมาจากโทรศัพท์ แล้วตามด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น

“อยากตายหรือไง! ”

มิรินตะโกนใส่โทรศัพท์เสียงดังอย่างเหลืออด   ก่อนจะกดวางไปโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดอะไร

ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นมาจากทางหน้าประตู

“โอ๋ๆ หยอกเล่นเฉยๆนะ”

คชาทำสีหน้าทะเล้นรีบแทรกตัวเข้ามาในห้อง

มิรินส่งตาเขียวกลับไปให้  แล้วใช้ฝ่ามือฟาดชายคนสนิทไปหลายทีด้วยความหมั่นไส้

ชอบเหลือเกินเวลาได้กลั่นแกล้งเธอเนี้ย!

คชาหัวเราะร่า รีบเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือของหญิงสาวเป็นพัลวัน  แล้วยักคิ้วหลิ่วตาใส่หญิงสาวที่ยืนเท้าเอวชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษในขณะที่ปากก็ก่นด่าเขาไปด้วย

เขาชอบเวลาที่เธอทำหน้าดุใส่เขา เวลาแกล้งแล้วเธอทำหน้าหงิกใส่แบบนั้น  มันช่างดูน่ารักจริง ๆ

“อ่ะ ๆ เดี๋ยวพาไปกินปิ้งย่าง”

“คิดว่าเอาของกินมาล่อแล้วฉันจะหายโกรธหรือไง”  

“โอเคงั้นไม่ไป”

คชาพูดเสียงเรียบพร้อมกับหันหลังให้  แอบลอบยิ้มบาง ๆ ให้กับความปากแข็งของคนตรงหน้า ปากพูดเหมือนไม่อยากไปแต่แววตากลับวิบวับเสียจนปิดไม่มิด

“ไป!!”

สิ้นเสียงหวานใส คชาก็หันกลับมามองตามหลังหญิงสาวที่วิ่งแจ้นกลับเข้าห้องส่วนตัวด้วยแววตาขบขัน

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ปิ้งย่างยังคงเป็นอาหารที่สามารถเยียวยาทุกอย่างสำหรับเธอได้จริง ๆ

@ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง 

    ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงร้านอาหารร้านประจำ คชาเลือกสั่งชุดรวมเซตใหญ่ให้มิริน ส่วนตัวเองสั่งเนื้อเซตเล็กพร้อมผักเครื่องเคียง

ปกติเวลามาด้วยกันคชาจะเป็นคนปิ้งเนื้อให้มิรินกินจนอิ่มก่อนเสมอ  เขาชอบเวลาได้นั่งมองคนตรงหน้าเคี้ยวอาหารจนแก้มตุ่ย น่ารักเสียจนอยากยื่นมือไปหยิกแก้มขาวนั่นสักทีสองที

“คชา คชาจริง ๆด้วย”

เสียงหวานใสเอ่ยทัก พร้อมกับร่างบางที่ถลาเข้ามานั่งบนม้านั่งยาวตัวเดียวกันกับชายหนุ่ม สองมือกอดแขนอย่างสนิทสนม สีหน้าดีอกดีใจที่บังเอิญได้พบกัน

“ชะเอม”

คชาเอ่ยทักผู้มาใหม่ยิ้มให้ตามมารยาท พลันบรรยากาศบนโต๊ะก็รู้สึกร้อนระอุขึ้นมาแทบในทันทีที่หญิงสาวปรากฎตัว

“ฉันอิ่มพอดี ไปก่อนนะ”

มิรินเงยหน้ามาพูดสั้นๆ คว้ากระเป๋าเดินออกนอกร้านทันที

เธอไม่อาจแสร้งทำเป็นลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกินขึ้นได้ เธอทำใจไม่ได้ ยิ่งเห็นมันยิ่งตอกย้ำ ตอกย้ำว่าในอดีตเธอเคยทำพลาดมากมายขนาดไหน

แม้ตัวเธอจะคาดไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดจะลงเอยแบบนี้ก็ตาม นึกถึงจุดนี้เธอก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาในหัวใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่

แผลเก่าที่เคยปิดไว้ถูกสะกิดจนเกิดการอักเสบขึ้นมาอีกครั้ง

ความคิดเห็น