ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กลับบ้าน - 100% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2563 21:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กลับบ้าน - 100% -
แบบอักษร

เวลาแต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทว่าคนที่นั่งเฝ้าก็รออย่างใจเย็น ตาคมเหลือบมองตัวเลขบนแผงหน้าปัดอยู่บ่อยครั้ง มันเลยเวลาที่แก้วกานดาจะออกจากบ้านมาได้ชั่วโมงกว่าแล้ว แต่กลับไม่เห็นแม้เงาของหญิงสาว ต่อตระการนึกอยากเดินขึ้นไปดูบนห้องเสียให้รู้แล้วรู้รอดเพราะเกรงว่าแก้วกานดาจะป่วย หรือเป็นอะไรขึ้นมา แต่ถ้าหากเขาขึ้นไปตอนนี้จริงๆ มีหวังแก้วกานดาคงได้ป่วยหนักยิ่งกว่าเดิมหากเห็นหน้าเขา 

“หรือวันนี้เป็นวันหยุดของแก้ว หรือว่าเข้าเวรดึก” 

ชายหนุ่มหาข้อสันนิษฐานไปเรื่อย ตัดสินใจว่าเขาจะรออยู่จนถึงเก้าโมงเช้า หากยังไม่เห็นแก้วกานดาเดินออกมาเขาก็คงต้องรีบไปทำงานก่อน แล้วช่วงเย็นค่อยมาดูอีกรอบ 

  

ต่อตระการเดินเข้าออฟฟิศมาด้วยใบหน้าที่มีแต่ร่องรอยของความกังวล ยังไม่ทันที่เขาจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ประตูห้องทำงานของเขาก็เปิดผลัวะออกมาพร้อมกับร่างโปร่งระหงของวิวัลลาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง 

“ต่อไปไหนมาถึงไม่กลับไปนอนที่ห้องเลยตั้งสามคืน วิอยู่คนเดียวเหงาแค่ไหนต่อไม่รู้หรือไง โทร.หาก็ไม่เคยได้เพราะต่อปิดโทรศัพท์ตลอด” 

วิวัลลาเผลอตัวขึ้นเสียงใส่ชายหนุ่มอย่างลืมตัว เพราะความเครียดและความกดดันที่เริ่มบีบอัดเข้ามาเรื่อยๆ อีกทั้งฮอร์โมนจากสภาวะตั้งครรภ์อ่อนๆ จึงทำให้เธอเสียความควบคุมตนเอง 

ต่อตระการระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักใจ เขาจ้องหน้าผู้หญิงซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยหลงรักอย่างหัวปักหัวปำ และคิดแบบนั้นเรื่อยมาตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนที่อยู่กับแก้วกานดาก็ตาม จนเพิ่งมารู้หัวใจตัวเองแน่ชัดในตอนที่แก้วกานดาบอกเลิกกับเขาแล้วเขารู้สึกเหมือนหัวใจยังคงถูกทิ้งไว้กับอีกฝ่าย ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าความรู้สึกที่เขามีให้วิวัลลาเหลือไว้เพียงแค่คำว่า “เพื่อน” เท่านั้น 

“ผมไปนอนที่บ้านมา” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ พลางเอื้อมมือไปกดปุ่มเปิดคอมพิวเตอร์ตรงหน้า 

“โกหก! ต่อโกหกวิ ต่อไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านหรอก แต่ต่อไปนอนที่อื่นใช่ไหม ตอบมาสิตอบมา!” วิวัลลาคาดคั้นเขาด้วยน้ำเสียงติดสะอื้นเล็กน้อย พักนี้หญิงสาวรู้ตัวเองดีว่าอารมณ์กำลังแปรปรวนอย่างหนัก ทั้งที่พยายามเก็บกักอารมณ์กราดเกรี้ยวเอาไว้อย่างสุดความสามารถแล้ว ทว่าพอถึงเวลาเข้าจริงๆ เธอกลับควบคุมมันไม่ได้เลย 

“วิครับ” ต่อตระการเรียกเธอเสียงอ่อน เขาพยายามใจเย็นอย่างที่สุดแล้วที่จะไม่ต่ออารมณ์ฉุนเฉียวกับเธอ เพราะเขาเข้าใจดีว่าวิวัลลาเพิ่งเลิกกับแฟนหนุ่มมา ความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งโดดเดี่ยวจึงอาจจะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งเขาเองก็ไม่ได้กลับไปนอนที่คอนโดฯ เลย จึงอาจจะทำให้เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ แต่เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องพูดคุยกับวิวัลลาให้เด็ดขาด 

ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น และถูกเปิดออกอย่างเร็วด้วยฝีมือของประธานบริษัท คนเข้ามาใหม่นั้นผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นวิวัลลายืนทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่หน้าโต๊ะของน้องชาย 

“ขอโทษที... ต่อ ถ้านายว่างแล้วเข้าไปหาฉันที่ห้องด้วย ประชุมกันหน่อยเรื่องโครงการที่เราคุยกันเมื่อเช้า” ต้นตระกูลพูดจบก็เดินออกจากห้องไป ต่อตระการจึงลุกขึ้นทันทีพร้อมบอกหญิงสาวตรงหน้า 

“เดี๋ยวผมขอประชุมกับพี่ต้นก่อน เสร็จแล้วเราค่อยคุยกันนะวิ” 

ชายหนุ่มคว้าปากกา สมุดโน้ตมาถือไว้สำหรับจดรายละเอียดเกี่ยวกับงาน แล้วพยักหน้าเพื่อชวนให้วิวัลลาเดินออกจากห้องพร้อมกัน วิวัลลาสะบัดหน้าพรืดก่อนจะเดินนำกลับไปยังโต๊ะประจำของตัวเอง ในขณะที่ต่อตระการนั้นเดินเข้าห้องของประธานบริษัท 

ต่อตระการทิ้งตัวลงนั่งอย่างแรงบนโซฟาตัวยาวพร้อมกับถอนหายใจออกมาเสียงดังอย่างไม่เกรงใจเจ้าของห้อง ต้นตระกูลยกยิ้มที่มุมปาก เขาถือโน้ตบุ๊กเดินมานั่งบนโซฟาอีกตัวพร้อมกับจัดวางคอมพิวเตอร์เพื่อให้มองเห็นหน้าจอกันได้ทั้งสองคน 

“เครียดอะไรนักหนาวะ เห็นตั้งแต่วันที่เมาเป็นหมากลับมาบ้านแล้ว” ต้นตระกูลเย้าน้องชาย แต่คนฟังกลับยักไหล่ยักคิ้วอย่างยียวนก่อนตอบติดขำ 

“เครียดสิวะ ดันเกิดมาหน้าตาดี” ฟังน้องชายตอบเขาก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา 

“หึ... แล้วเป็นยังไงบ้าง แกกับน้องแก้วน่ะ” ต้นตระกูลถามไปตาก็มองหน้าจอไป จึงไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าของน้องชายตอนนี้ที่มีแววสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย 

“ฉันกับแก้ว แกหมายถึงอะไรวะต้น” 

ต่อตระการมองหน้าพี่ชาย ไม่แน่ใจกับคำถามสักเท่าไร เนื่องจากไม่รู้ว่าต้นตระกูลรู้เรื่องระหว่างเขากับแก้วกานดาได้อย่างไร และรู้มานานแค่ไหนแล้ว 

“ก็แกคบกันอยู่กับน้องแก้วไม่ใช่หรือ ไม่ต้องมาปฏิเสธฉันรู้ฉันเห็นก็แล้วกัน” พอพี่ชายพูดดักคอไว้อย่างนั้น ต่อตระการจึงทำเพียงพยักหน้าช้าๆ ตามองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายในขณะที่กำลังพูดถึงผู้หญิงที่เขาเพิ่งรู้ว่ารัก 

“ใช่... ฉันเคยคบกับแก้ว แต่ตอนนี้เลิกแล้ว เพิ่งเลิกกันวันที่ฉันเมากลับบ้านนั่นแหละ” 

“อ้าว... ทำไมวะ ขอโทษที ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องส่วนตัวของแกหรอกนะ แต่เมื่อก่อนฉันเห็นแกคลั่งน้องแก้วจะตาย อะไรๆ ก็น้องแก้ว เวลาเขามาติวหนังสือที่บ้านทีไร แกก็เอาแต่คอยป้วนเปี้ยนแกล้งเขาอยู่ตลอดเวลา จนเขากลับไปอยู่ต่างจังหวัดนั่นแหละแกถึงซึมไปพักใหญ่ เห็นเขาลงมาทำงานที่กรุงเทพฯ คราวนี้ฉันก็นึกว่าแกจะลงเอยกับเขาแล้วเสียอีก แล้วทำไมจู่ๆ มาเลิกกันได้วะ อย่าบอกนะว่าเพราะวิ” 

ต้นตระกูลพูดยาวเหยียด แต่คนฟังตอนนี้ทำหน้านิ่งไปราวกับกำลังพาตัวเองนึกย้อนไปถึงสมัยเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่เขาเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ และแก้วกานดายังเป็นเพียงเด็กสาววัยมัธยมปลาย 

“ตอนที่วิเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ๆ แกยังตื่นเต้นแทบตาย เอาแต่พูดอยู่นั่นแหละว่าเออีคนใหม่หน้าเหมือนน้องแก้ว แกจำได้รึเปล่า” 

ต่อตระการนั่งเอาศอกเท้าไว้กับหน้าขายกมือขึ้นกุมศีรษะระหว่างที่ฟังพี่ชายพูด เขาถอนหายใจออกมายาวเหยียด และสบถอะไรบางอย่างพึมพำอยู่คนเดียว 

...จำได้สิ ทำไมเขาจะจำไม่ได้ สมัยก่อนเขาไม่กล้ายอมรับกับตัวเองว่าแอบชอบเพื่อนของน้องสาวเข้าให้แล้ว นั่นก็เพราะแก้วกานดาอยู่มัธยมปลายในขณะที่เขานั้นเพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี จำได้ว่าตอนนั้นกำลังลังเลว่าจะจีบดีหรือไม่ แต่อีกใจก็ไม่กล้าเดินหน้าเต็มร้อยเพราะแก้วกานดาเจอหน้าเขาทีไรเป็นต้องหลบตลอด แต่พอลับหลังกลับแอบมองเขาตลอดเวลา และทุกครั้งเวลาที่เขาหันไปมองสบตาเธอตรงๆ แก้วกานดามักจะเป็นฝ่ายหลบตาเขาก่อนทุกทีไปพร้อมกับรีบเดินหนี เขาจึงต้องพาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆ เธอแทน 

ดังนั้น ทุกครั้งที่แก้วกานดามาที่บ้านเขาจึงต้องหาเรื่องไปวนเวียนอยู่ใกล้กับเธอตลอด เด็กสาวที่แสนเรียบร้อยนุ่มนิ่มขี้อาย และมีรอยยิ้มหวานหยดจนสะกดใจของเขาทุกครั้งยามที่ได้มอง น่าเสียดายที่พอเขาตัดสินใจว่าจะลองเดินหน้าจีบดูสักตั้ง เขากลับได้รู้ข่าวว่าเธอไปเรียนมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่เสียแล้ว กอปรกับเขาเองก็ต้องทำงานรับผิดชอบกิจการของครอบครัวจึงทำให้ล้มเลิกความคิดเรื่องการจีบแก้วกานดาไป หนำซ้ำช่วงนั้นยังเป็นช่วงที่วิวัลลาเข้ามาสมัครงานในบริษัทพอดี ความที่วิวัลลาละม้ายคล้ายกับแก้วกานดา บวกกับความสนิทสนมชิดเชื้อที่ต้องทำงานร่วมกันมาตลอดหลายปีมานี้ ความผูกพันที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจึงทำให้เขาตกหลุมรักวิวัลลาไปโดยปริยาย 

และพอเขาอกหักจากวิวัลลา แก้วกานดาก็เดินกลับเข้ามาในชีวิตของเขาอีกครั้งหนึ่ง ความผูกพันลึกซึ้งที่ก่อเกิดขึ้นระหว่างกันอย่างรวดเร็วนั้น ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าเขารักเธอหรือเปล่า แต่ที่เขารู้แน่ๆ คือเขาไม่รู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องของวิวัลลาอีกต่อไปแล้ว กระนั้นความรู้สึกที่เขามีให้แก้วกานดาก็ยังคงคลุมเครืออยู่ในหัวใจ จนกระทั่งวันที่เธอเดินจากเขาไป เขาถึงได้รู้ว่าวันนั้นเธอได้เอาหัวใจของเขาไปด้วย 

“ฉันพลาดแล้วว่ะต้น ทำไงดีวะเนี่ย” ต่อตระการแหงนหน้าให้ต้นคอพาดกับพนักโซฟา ตามองเพดานอย่างเลื่อนลอย ความรู้สึกนึกคิดลอยไปหาหญิงสาวคนที่กำลังอยู่ในห้วงคำนึงของเขาตอนนี้ 

“อย่าบอกนะว่าแกตกลงคบกับวิเขาแล้วน่ะ น้องแก้วถึงได้ขอเลิกกับแก” ต้นตระกูลนั่งกอดอกมองหน้าน้องชายที่นั่งทำหน้าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก 

“พูดตรงๆ ก็ยังหรอก ฉันยังไม่ได้ตกลงคบกับวิเป็นเรื่องเป็นราว เพียงแต่ตอนนี้เขาเพิ่งเลิกกับแฟน เขาบอกไม่อยากอยู่คนเดียวเพราะอยู่แล้วฟุ้งซ่านเอาแต่ร้องไห้กินไม่ได้นอนไม่หลับเลยมาขออยู่ที่คอนโดฯ ฉันชั่วคราวน่ะ ฉันเห็นว่าไหนๆ ก็เคยคบกันมาก่อน และตอนที่เลิกกันไปฉันกับเขาก็คุยกันได้แบบเพื่อนเหมือนเดิมแล้วก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก เลยให้เขามาพักอยู่ด้วยชั่วคราวสักอาทิตย์สองอาทิตย์จนกว่าเขาจะดีขึ้น” 

“แกนี่น้า...เรื่องอื่นกลับรู้ดีไปเสียหมดแต่เรื่องหัวใจตัวเองกลับไม่เคยมองเห็น” ต้นตระกูลพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปชงกาแฟที่ด้านนอก ปล่อยให้คนมองไม่เห็นหัวใจตัวเองได้ใช้เวลาทบทวนความรู้สึกอยู่เพียงลำพังสักพัก 

 

************************************************* 

 

บทหน้า จะเป็นการอ่านแบบหยอดเหรียญแล้วนะคะเริ่มพรุ่งนี้ค่ะ หรือถ้าใครสะดวกอีบุ๊กก็โหลดได้เลยที่ meb จ้า 

มีทั้งแบบเล่มเดี่ยวและแพ็คคู่กับ "ทอรักข้างใจ" ค่ะ ซื้อแพ็คคู่จะถูกกว่าด้วยแหละ  

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ 

^^ 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว