ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน - 70% -

ชื่อตอน : อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน - 70% -

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2563 13:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน - 70% -
แบบอักษร

“ผมส่งแค่นี้นะ วันนี้ผมต้องอยู่เวรน่ะ เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะพาไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าอร่อย” พูดจบเขาก็แค่นยิ้มใส่ต่อตระการที่ดูเหมือนความอดทนจะหมดลงแล้ว และกำลังเดินอาดๆ เข้ามา 

“นั่นพี่ชายเพื่อนของแก้วรึเปล่า ที่เขาเคยมาหาแก้วน่ะ” หมอวรัถทำท่าพยักพเยิดไปทางชายหนุ่มท่าทางยียวน ทำหน้าตาไม่รับแขกเดินเข้ามาใกล้ แก้วกานดาหันหลังไปมองทันทีแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะไม่คิดว่าเขาจะมาเร็วขนาดนี้ 

“จะกลับรึยังแก้ว พี่มารับกลับบ้าน” ต่อตระการจงใจพูดให้หมอหนุ่มตรงหน้ารับรู้ความสัมพันธ์ของตนกับหญิงสาวว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่คนรู้จักกันธรรมดา ทว่านายแพทย์หนุ่มดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเท่าไรนัก 

“บ้านอยู่ใกล้กันหรือครับเนี่ย ดีเลยครับแก้วจะได้ไม่ต้องกลับบ้านคนเดียว ผมฝากแก้วด้วยก็แล้วกันนะครับ... ผมไปก่อนนะแก้ว” 

หมอวรัถยิ้มให้หญิงสาวก่อนจะเลยมายิ้มใส่ตาให้ต่อตระการด้วย แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ยิ้มตอบก็ตาม จากนั้นจึงเดินห่างออกไป แต่ก็ยังไม่วายหันมาแค่นยิ้มใส่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ แก้วกานดา 

เขาไม่สนใจหรอกว่าสองคนนี้จะมีความสัมพันธ์กันในลักษณะไหน แต่ถ้าแก้วกานดาบอกว่าไม่ใช่คนรัก ก็แปลว่าทั้งคู่น่าจะแค่ตกลงคบหากันในระดับหนึ่งแต่ไม่คิดเปิดเผย ซึ่งอีกไม่นานหรอก เขาเชื่อว่าเขาสามารถทำให้แก้วกานดาเปลี่ยนใจจากผู้ชายคนนั้นแล้วหันมาหาเขาได้แน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้น อย่าหวังเลยว่าเขาจะปล่อยมือ 

“สนิทกันจังเลยนะกับไอ้หมอนั่นน่ะ” ต่อตระการกระชากเสียงอย่างไม่พอใจ เมื่อครู่เขาอยากจะโต้ตอบกลับไปด้วยซ้ำว่าไม่ใช่แค่บ้านใกล้ แต่เขากับแก้วกานดาอยู่ด้วยกันฉันผัวเมียเลยต่างหาก ทว่าเขากลับไม่สามารถพูดออกไปได้เพราะที่นี่เป็นที่ทำงานของแก้วกานดา หากมีคนอื่นมาได้ยินเข้าเธอจะเสียหาย และอาจจะถูกเอาไปพูดกันปากต่อปาก เขาจึงจำต้องเงียบปากไว้แม้ว่าจะรู้สึกอยากเข้าไปชกหน้าหล่อๆ ของไอ้หมอนั่นให้หน้าแหกเย็บสักสิบเข็มก็ตาม 

“ก็ทำงานด้วยกันนี่คะ” แก้วกานดาพูดแค่นั้นแล้วก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก ดูเหมือนต่อตระการจะอารมณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไร เธอจึงไม่อยากจะต่อปากต่อคำอะไรกับมากเขามากนัก กว่าสองเดือนที่อยู่ร่วมกันมา ทำให้เธอรู้ว่าเขาค่อนข้างมีอารมณ์ศิลปินพอสมควร และเธอก็เรียนรู้ได้ว่าเวลาไหนควรเข้าหา และเวลาไหนควรปล่อยให้เขาอยู่เงียบๆ คนเดียว 

เมื่อเข้ามานั่งในรถได้ ชายหนุ่มกระชากรถออกไปจากลานจอดรถด้วยความรวดเร็วจนหญิงสาวตกใจร้องขึ้นมาเบาๆ นัยน์ตาสวยปนเศร้าลอบมองเขาอย่างหวาดๆ หากแต่ไม่กล้าปริปากโวยวาย 

“ยืนทำอะไรอยู่กับมันตั้งนานสองนาน แล้วไปยืนให้มันลูบผมทำไม” ต่อตระการระเบิดเสียงใส่ทันทีเพราะเป็นคนไม่ชอบเก็บอะไรไว้นาน อะไรที่เขาไม่ชอบไม่พอใจเขาก็จะพูดบอกออกไปตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม 

“หา! ลูบผม... อ๋อ... คุณหมอบอกมีสก๊อตเทปติดผมแก้วน่ะ เขาเลยเอาออกให้” แก้วกานดาตอบเขาไปตามตรง แต่คนฟังกลับทำท่าแค่นยิ้มพร้อมกับทำเสียงขึ้นจมูก 

“เฮอะ! สก๊อตเทปติดผม” ไอ้ตอแหลเอ๊ย... ประโยคหลังเขาก่นด่าอยู่ในใจเพียงลำพัง ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าไอ้หมอหน้าหล่อคนนั้นคิดอย่างไรกับแก้วกานดา ยิ่งแสดงออกมาอย่างนี้เขาถือว่าเป็นการแสดงเจตนาประกาศสงครามจะมาแย่งเธอไปจากเขาอย่างชัดเจน 

“พี่ต่อเป็นอะไรคะ อารมณ์เสียอะไรมา” แก้วกานดาใช้น้ำเย็นเข้าลูบ มือวางแปะที่ต้นขาเขาแล้วบีบเบาๆ อย่างเอาอกเอาใจ ชายหนุ่มคว้ามือเธอมาสอดประสานกับมือของเขาไว้ก่อนจะยกขึ้นจูบหนักๆ ที่หลังมือของเธอ 

“ไม่มีอะไร ก็แค่ไม่ชอบที่แก้วไปสนิทกับมัน ห่างๆ มันหน่อยได้ไหม ขอเขาย้ายแผนกได้รึเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงห้วนด้วยความไม่พอใจ เขาเองก็ไม่อยากงี่เง่ากับเรื่องพวกนี้แต่มันก็อดไม่ได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน ปกติแล้วเขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน รู้แต่ว่าหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นผู้ชายอื่นมายุ่งวุ่นวายกับเธอ ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่ต้นตระกูลขับรถมาส่งเธอที่คอนโดฯ เมื่อครั้งที่แก้วกานดาไปรับประทานมื้อเย็นตามคำเชิญของมารดาเขา 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ต่อ แก้วคุยกับเขาก็เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น” 

แก้วกานดาเอ่ยเสียงหวาน กระชับมือที่เกาะกุมกันแน่นกับเขาเป็นการยืนยันคำพูดของตัวเองซึ่งชายหนุ่มก็บีบตอบกลับมา พลางระบายลมหายใจเพื่อคลายความร้อนรุ่มที่ปะทุอยู่ในอกจนแทบระเบิดให้เบาบางลง 

เมื่อมาถึงคอนโดฯ ต่อตระการเปิดกระโปรงหลังรถแล้วหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังที่เขาขนซื้อมาจากแผนกขายเครื่องมือช่าง และของสดจากซุปเปอร์มาร์เก็ตออกมา แก้วกานดาเห็นเข้าก็ทำตาโตเดินเข้าไปจะช่วยแบ่งของจากเขามาถือบ้าง 

“โอ้โห... ขนซื้ออะไรมาเยอะแยะคะเนี่ย มาค่ะ แก้วช่วย” 

“เอาถุงนี้ไปละกัน เบาสุดแล้วจะได้ไม่หนัก... ก็พวกเครื่องมือช่างน่ะแหละ ซื้อมาเก็บเอาไว้เผื่อเวลามีอะไรเสียจะได้ซ่อมเลย หลอดไฟสำรองที่ห้องก็ไม่มี ถ้าหากฟิวส์ขาด หรือหลอดมันหมดอายุการใช้งานขึ้นมาเราจะได้เอาเปลี่ยนได้ทันที ส่วนถุงนี้...” ชายหนุ่มพูดพลางชูถุงของสดที่เขาขนซื้อมาให้หญิงสาวดู 

“เดี๋ยวเย็นนี้เราทำสปาเก็ตตี้เนื้อสับกัน ทำสูตรพี่รับรองว่าอร่อยแน่นอนคอนเฟิร์ม ถ้าแก้วไม่เติมอีกจานพี่ให้เตะเลย” ต่อตระการทำท่ากระหยิ่มยิ้มย่องด้วยมั่นใจในฝีมือทำอาหารของตนมาก ทำเอาหญิงสาวหัวเราะคิก 

“งั้นแก้วยอมไม่เติมค่ะ ต่อให้อร่อยแค่ไหนก็เถอะ จะได้เตะพี่ต่อ” 

แก้วกานดาพูดไปหัวเราะไประหว่างที่เดินเข้าไปในลิฟต์ หญิงสาวกดปุ่มชั้นของตัวเองแล้วรอลิฟต์ปิด ชายหนุ่มจึงยื่นหน้าเข้าไปจู่โจมที่แก้มนวลนั้น 

“โธ่... ใจคอจะเตะพี่ได้ลงคอเชียวหรือแก้วจ๋า ไม่รักพี่แล้วหรือ” ร่างสูงดันหญิงสาวจนชิดกับผนังลิฟต์แล้วตรงเข้าขบเม้มที่ซอกคอหอมกรุ่นนั้นเบาๆ จนแก้วกานดาหัวเราะร่วน มือผลักอกเขาเป็นพัลวัน 

“คิกๆ พอแล้วค่ะพี่ต่อลิฟต์จะเปิดแล้วนะคะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้า” โดนปรามเข้าไปอย่างนั้น เขาจึงหยุดแกล้งทันที เมื่อลิฟต์เปิดออก ทั้งคู่ก็เดินตามกันมาจนถึงหน้าห้อง ต่อตระการจึงเปรยขึ้นเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน 

“คนอื่นจะเห็นก็ช่างปะไร แถวนี้เขารู้กันหมดแล้วว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน ถ้าเขาจะเอาไปพูดเขาก็คงจะพูดแบบอิจฉานิดๆ นั่นแหละว่า ต๊าย! ดูสิเธอผัวเมียคู่นี้เขาหยอกกันน่ารักดีเนอะ” 

ต่อตระการดัดเสียงแหลมเล็กเลียนแบบหญิงสาววัยสี่สิบต้นๆ ที่อยู่ห้องเยื้องๆ กัน ซึ่งพวกหล่อนมักจะชอบจับกลุ่มเมาท์เรื่องของชาวบ้านทุกครั้งเวลาที่เขาบังเอิญได้อาศัยลิฟต์ตัวเดียวกันขึ้นมา และเขาก็รู้ด้วยว่าเรื่องของเขาและแก้วกานดาก็คงไม่แคล้วเป็นหัวข้อข่าวให้พวกหล่อนเอาไปคุยกันสนุกปาก 

แก้วกานดาหน้าร้อนวูบกับคำว่า “ผัวเมีย” ที่ต่อตระการใช้ พักหลังมานี้รู้สึกว่าเขามักจะพูดคำนี้บ่อยเหลือเกิน แต่เธอก็ไม่ชินที่จะฟังสักที รู้สึกแปลกๆ จั๊กจี้ในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก 

ทันทีที่เข้ามาในห้อง ต่อตระการก็ถอดรองเท้าแล้วเดินดุ่มๆ เอาของทั้งหมดไปวางไว้บนเคาน์เตอร์ครัว แก้วกานดาเดินตามเข้ามาแล้วปิดประตูห้อง เก็บรองเท้าขึ้นชั้นวางเรียบร้อยก็เดินเข้าไปวางกระเป๋าในห้องนอน เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองแล้วออกมาช่วยเขาในครัว 

“มีอะไรให้แก้วช่วยไหมคะ” แก้วกานดาเมียงมองไปที่หน้าเคาน์เตอร์ครัวซึ่งชายหนุ่มกำลังลงมือหั่นหอมหัวใหญ่อยู่ เขาหันมายิ้มให้ก่อนจะหันมาทั้งตัวแล้วกางแขนออกกว้าง 

“ถอดเสื้อให้พี่หน่อยสิ มือเลอะแล้วน่ะ” 

หญิงสาวยิ้มแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ ลงมือปลดกระดุมเสื้อเขาทีละเม็ดๆ จนหมดแล้วถอดเสื้อออกให้เขา ใบหน้าคมเข้มก้มลงมากดจมูกที่แก้มเนียนฟอดใหญ่แทนคำขอบคุณ ก่อนจะหันไปจัดการกับหอมหัวใหญ่ตรงหน้าพลางบอกถึงสิ่งที่เธอพอจะช่วยเขาได้ 

“แก้วเอาเส้นสปาเก็ตตี้ใส่น้ำตั้งไฟเลยนะ ใส่เกลือลงไปสักช้อนด้วยจ้ะ” 

หญิงสาวรับคำแล้วลงมือทำตามที่เขาบอกทันที อาหารประเภทนี้เธอไม่ค่อยสันทัดเท่าไรนัก ถนัดแต่อาหารไทยมากกว่าในขณะที่เขานั้นจะถนัดกับอาหารฝรั่งพวกนี้ 

“เสร็จแล้วก็ไปนั่งดูทีวีเย็นๆ เถอะ เดี๋ยวพี่ทำเสร็จแล้วจะยกไปให้กินถึงที่เลย” ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้ 

“ให้แก้วช่วยดีกว่าไหมคะ จะได้เสร็จเร็วๆ ไง” แก้วกานดาบอกอย่างเกรงใจ เขาจึงสำทับไปอีกที 

“เถอะน่า... แก้วทำให้พี่กินตั้งหลายครั้งแล้ว พี่ก็อยากทำให้แก้วกินบ้างสิ ทำไม... แค่อยากจะทำกับข้าวให้เมียกินนี่ถือเป็นเรื่องแปลกมากเลยใช่ไหม ยังไม่ไปอีก เดี๋ยวก็จับกินตรงครัวนี่เลยดีไหมเนี่ย” 

ชายหนุ่มขู่ฟ่อ แก้วกานดาจึงหัวเราะคิกคักออกไปนั่งดูโทรทัศน์ที่ห้องรับแขก ก่อนจะส่งเสียงไปแซวเขาเป็นระยะๆ 

“ต้องทำให้อร่อยนะคะ ไม่งั้นโดนเตะไม่รู้ด้วย” เสียงหวานๆ ของเธอทำเอาพ่อครัวจำเป็นอดยิ้มออกมาไม่ได้ 

“ถ้าจะเตะพี่ต้องเตะที่หน้านะ แล้วก็ต้องใช้ปากเตะด้วยห้ามใช้ส่วนอื่น” ต่อตระการยื่นหน้ามาต่อปากต่อคำจากในครัวก่อนจะผลุบเข้าไปง่วนอยู่ที่หน้าเตาตามเดิม 

 

*********************************************** 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว