facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 สารภาพ (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 สารภาพ (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 18:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 สารภาพ (2/2)
แบบอักษร

“มะ...มันคืออะไร” 

“ยาถอนพิษ พักผ่อนเพียงไม่นานเจ้าก็จะดีขึ้น” 

“ไหนมีอาบอกว่ามีแค่ที่หน่วยรบไม่ใช่เหรอ” นี่ฉันไม่ต้องตายแล้วใช่ไหม? 

“ข้าเป็นนักรบ เจ้าลืมไปแล้วหรือไง การเข้าออกหน่วยรบไม่ใช่เรื่องยากสำหรับข้า” 

“แสดงว่าคุณรู้ว่าต้องใช้มันกับฉันงั้นเหรอ” มันแปลว่าเขารู้ว่ายังไงฉันก็ไม่ตายสินะ...อยู่ๆ ความอับอายก็คืบคลานเข้ามาสู่ฉัน... 

“ข้าต้องรู้สิ ในเมื่อดาร์กเนสเดินทางมาโลกตามสัญญาณของข้า เขาก็ต้องเจอเจ้าและเจ้าต้องได้รับพิษของเขาแน่ มันคือเรื่องพื้นฐานง่ายๆ ” 

“พื้นฐานง่ายๆ เหรอ? แล้วการป้อนยาที่คุณเพิ่งทำกับฉัน มันเป็นเรื่องพื้นฐานด้วยหรือเปล่า?” ฉันเชิดหน้าเลิกคิ้วถามเขาอย่างท้าทาย แน่นอนว่าพยายามกลบเกลื่อนความอับอายที่เพิ่งสารภาพว่าชอบเขาไป 

“ใช่” คลาวด์ตอบสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน 

“คำตอบสั้นไปปะ” ฉันเงยหน้าจ้องเขา แต่เขาไม่ตอบ ยื่นมือมาดึงตัวฉันไปอุ้มแล้วกระโดดลงจากดาดฟ้าไปที่ระเบียงห้องของเขาซึ่งมีวีลแชร์รออยู่ 

“เจ้าอยู่ด้านนอกนี้ก่อน ในห้องยังมีพิษหลงเหลืออยู่” เขาบอกขณะที่วางฉันลงบนวีลแชร์ก่อนจะเข้าไปในห้อง แต่ไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมมีอา 

“ดาร์กเนสล่ะ เขาตายแล้วใช่ไหม” ฉันถามพวกเขาทั้งสองคน 

“ยัง” คลาวด์ตอบ 

“บอกนางสิว่าเจ้าปล่อยให้เขารอด” มีอาประชดประชันใส่คลาวด์ 

“หมายความว่ายังไง” 

“ข้าฆ่าเขาไม่ได้ หากดาร์กเนสตาย ข้าจะกลายเป็นกบฏทันที” 

“พูดอย่างกับว่าเจ้าจะยังกลับไปเฮอร์เมติกแล้วทำราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นได้อย่างนั้นแหละ” มีอามีท่าทางไม่พอใจคลาวด์อย่างมากที่ปล่อยให้ดาร์กเนสรอด 

“อิมมอร์ทัลไม่ไว้ใจข้าถึงได้ส่งดาร์กเนสมา เรื่องนี้ข้าไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่การที่นางแอบทำเรื่องนี้อย่างลับๆ วางกับดักให้เจ้ามาหาข้าเพื่อสืบว่าข้าอยู่ที่ใด ข้าต้องรู้ให้ได้ว่านางทำเช่นนี้เพื่อสิ่งใด” 

“อิมมอร์ทัลต้องการให้ดาร์กเนสพาตัวฉันไป แล้วเขาก็พูดถึงเซียร์” ฉันว่า คลาวด์และมีอาหันมามองฉันก่อนที่ทั้งสองจะหันไปสบตาอย่างรู้กัน 

“ข้าบอกเจ้าหลายคราแล้วคลาวด์ว่าอิมมอร์ทัลเกี่ยวข้องกับการเป็นกบฏของเซียร์ แต่เจ้าก็ไม่เชื่อข้า” 

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อเจ้า แต่หากไม่มีหลักฐานข้าไม่อาจสรุปอะไรได้ทั้งนั้น” 

“อิมมอร์ทัลส่งเซียร์มาดาวโลกทั้งๆ ที่เราต่างรู้อยู่แล้วว่าดาวโลกไม่อาจทำสงครามหรือแม้แต่ส่งเสริมเฮอร์เมติกได้ เจ้ายังคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติอีกเหรอ อีกอย่างนางเองไม่ใช่หรือไงที่ส่งเจ้ามาจับเซียร์ทั้งๆ ที่รู้อีกเช่นกันว่าเจ้าทั้งสองเป็นมิตรแท้ซึ่งกันและกัน” มีอาหัวเสียหนักกว่าเก่า 

“ทั้งหมดคือความผิดของข้า” คลาวด์นิ่งไป ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าเขาเป็นคนจับตัวเซียร์ไปให้อิมมอร์ทัลฆ่า 

“เพราะความภักดีของเจ้ามีมากเกินไปเจ้าถึงไม่คิดตั้งคำถามเลยสักครั้งว่าคำสั่งของอิมมอร์ทัลเป็นเรื่องดีหรือไม่” 

“พวกคุณเลิกเถียงกันสักที...ตอนนี้ดาร์กเนสอยู่ที่ไหน แล้วพวกคุณจะแน่ใจได้ยังไงว่าถ้าเขารอดไปได้แล้วจะไม่กลับมาพาตัวฉันไปอีก” ฉันขี้เกียจจะฟังปัญหาของมิตรแท้จากต่างดาวแล้ว ยิ่งฟังก็ยิ่งปวดประสาท 

“เขาไปแล้ว ข้าพาเขาไปส่งที่ยานก่อนจะกลับมาที่นี่” มีอาตอบ 

“จะบ้ากันใหญ่แล้ว! คลาวด์ปล่อยให้ดาร์กเนสรอดส่วนคุณก็พาเขาไปส่ง พวกคุณคิดอะไรกันอยู่เนี่ย!” คราวนี้เป็นฉันเองที่โมโห 

“ข้าไม่มีทางเลือก หากจับดาร์กเนสขังไว้เจ้าก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ หรือหากขังไว้ที่อื่นบนโลกพิษของเขาก็ฆ่ามนุษย์ผู้อื่นอยู่ดี” คลาวด์ตอบ 

“เราเอาเขาไปขังไว้ที่ที่ไม่มีคนไม่ได้เหรอ อย่างขั้วโลกเหนือที่พวกคุณไปจอดยานไง เอากรงไปขังเขาไว้…ฉันแค่คิดว่าเราไม่ควรปล่อยเขาไปเลย พวกคุณคิดอะไรกัน ปล่อยเขาไปได้ยังไง?” ฉันล่ะหมดคำจะพูดเลยจริงๆ… 

“นี่! เจ้าคิดว่าพวกเราโง่กว่าเจ้าหรือไง! ขังดาร์กเนสไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเจ้ายังไม่รู้ก็ว่ารู้ไว้ซะว่าไม่มีวัตถุใดบนโลกมนุษย์ที่พวกเราทำลายมันไม่ได้!” มีอาถลึงตาใส่ฉัน แล้วภาพตอนที่คลาวด์แหกกรงขังมาช่วยฉันที่สถานีตำรวจก็เด้งขึ้นมาในหัวทันที 

“ข้าจะพาเจ้าเข้าไปพัก” คลาวด์พูดขึ้นก่อนที่เขาจะเข็นวีลแชร์พาฉันเข้าไปในห้อง 

สภาพห้องคือแบบ...ในส่วนของห้องนั่งเล่นคือพังยับไม่เหลือชิ้นดี เฟอร์นิเจอร์คงเหลือไว้เพียงเศษไม้และปุยนุ่น ผนังห้องแตกจนกลายเป็นซากปรักหักพัง ยาวไปถึงห้องนอนที่มีแค่เตียงเท่านั้นที่ไม่พัง โชคดีที่อย่างน้อยฉันก็ยังมีที่นอน แต่...สิ่งที่ไม่ควรเกิดที่สุดได้เกิดขึ้นคือ...ประตูห้องน้ำหายไปแล้ว! 

“นี่พวกคุณพังกันยันประตูห้องน้ำเลยเหรอ” ฉันหันไปถามคลาวด์ 

“มันก็พังทั้งหมดไม่ใช่หรือไง” 

“แต่คุณควรเหลือประตูห้องน้ำไว้ให้ฉันสักหน่อย แล้วแบบนี้ฉันจะเข้าห้องน้ำยังไง” 

“เจ้าก็เข้าเช่นเดิม ร่างกายของเจ้าไม่ได้น่ามองนักหรอก” เอาล่ะ...สงครามประสาทได้เริ่มขึ้นอีกแล้ว! 

“เหรอ! ร่างกายฉันไม่น่ามอง แต่ปากฉันน่าจูบใช่ไหมล่ะ!” ศึกนี้ฉันต้องชนะเท่านั้น 

“ข้าไม่ได้จุมพิตเจ้า” เขาโกหกได้...มีอาบอกแล้วว่าเขาโกหกได้ 

“คุณโกหก” 

“ข้าไม่เคยโกหก” 

“นั่นก็ยิ่งโกหกใหญ่เลย ฉันรู้แล้วว่าต่อให้เป็นต่างดาวหรือมาจากโลกหน้าก็พูดโกหกได้กันทั้งนั้น อย่าว่าแต่มนุษย์โลกเลย” ฉันหรี่ตาจับผิดเขา 

“...” แล้วเขาก็เงียบ...ฮ่าๆ ฉันว่าแล้วว่าเขาต้องโกหกจริงๆ 

“ยอมรับเถอะว่าคุณจูบฉัน” ฉันยิ้ม 

“ข้ายอมรับ...ว่าข้าเคยโกหกเจ้า แต่ข้าไม่ได้จุมพิตเจ้า ยาถอนพิษนั่นหากโดนอากาศแล้วมันจะละลาย หากเจ้าไม่เชื่อก็ไปถามมีอาเอาเอง แล้วหากเจ้าคิดว่าการจุมพิตกันเป็นเรื่องสำคัญ ข้าก็จะบอกเจ้าว่ามันไม่มีผลอะไรต่อความรู้สึกข้า ถ้าเจ้ายังไม่เชื่ออีกข้าก็จะจุมพิตมีอาให้เจ้าดู” 

“ก็แปลว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉัน...ใช่ไหม” 

ฉันเจ็บ...พอได้ยินคำตอบเขาก็ทำให้รู้สึกโง่เง่าและอับอายมาก 

“อย่างที่เจ้ารู้ว่าความรักเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับข้า” 

“อืม...เจ็บดี แต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะฉันก็เป็นแค่คนที่กุมความลับที่คุณอยากรู้เอาไว้เท่านั้นเอง” 

“หากคิดแบบนั้นแล้วเจ้าจะสบายใจก็เอาเถอะ แต่หากมีสิ่งหนึ่งที่ข้าจะช่วยเจ้าได้คือ...อย่ามีใจต่อข้าเลยเพราะมันจะทำให้เจ้าเจ็บปวด ไม่ใช่ว่าเพราะข้ารักเจ้าไม่ได้ เหตุผลของมันมีเพียงเพราะข้ารู้ว่าความรักคือจุดกำเนิดของความทรมานและมันไม่มีที่สิ้นสุด” 

“นั่นมันเรื่องของคุณ! ความรู้สึกฉัน ฉันจัดการเองได้ จะรักจะชอบใครมันก็เรื่องของฉัน หรือต่อให้ต้องเสียใจจนตายคุณก็ไม่ต้องยุ่ง! ออกไปได้แล้วฉันจะนอน!” 

คลาวด์มองฉันนิ่งก่อนจะออกไปจากห้อง น้ำตาฉันไหลออกมาทันทีที่เขาไป เจ็บจัง...เจ็บกว่าการได้รับพิษจากดาร์กเนสเสียอีก ทั้งๆ ที่เขาก็น่าจะรู้ว่าฉันทรมานเพราะเขาไม่รับคำสารภาพเขาก็ยังทำ ฉันไม่ได้ทรมานเพราะความรักเสียหน่อย! ฉันทรมานเพราะเขาไม่รัก...ความรักไม่ผิด และถ้าจะต้องโทษใครจริงๆ ฉันอาจจะต้องโทษตัวเองที่โง่งมไปรักเขา…คนที่ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าความรักคืออะไร! 

*** 

 

ขั้วโลกเหนือ 

ณ จุดจอดยานของมีอา คลาวด์มาส่งเธอกลับดาวเฮอร์เมติก เขาห่วงข้าวผัดแต่ได้ตั้งสัญญาณคุ้มกันเธอไว้แล้ว จึงมาส่งมีอาได้ 

“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าที่นี่ไม่มีหน่วยซุ่มโจมตี” มีอายิ้มให้คลาวด์ 

“ข้าอยากมาเห็นให้แน่ใจ หากอิมมอร์ทัลคิดโจมตีเจ้า ข้าคงไม่เหลือมิตรแท้อีก” 

“ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก เจ้าก็รู้ว่าข้าคือความเสื่อมเสียที่คงกระพันที่สุดในดาวเรานะ” มีอาหัวเราะออกมา เพราะเธอไม่เข้าร่วมกับอิมมอร์ทัล อีกทั้งยังมีสายพันธุ์ครึ่งมนุษย์ เธอจึงได้ชื่อว่าเป็นความเสื่อมเสียของดาวเฮอร์เมติก 

หลายร้อยปีก่อนสายพันธุ์ครึ่งมนุษย์ถูกโจมตีจนล้มตายกันนับล้าน ต่อมาบ้างล้มตายจากการมีอายุขัย บ้างหายสาบสูญ หากไม่ได้เข้าร่วมหน่วยรบสายพันธุ์ครึ่งมนุษย์เป็นเพียงสายพันธุ์เดียวที่ไม่ได้รับอนุญาตให้บำเพ็ญภาวนา เนื่องจากถูกจัดเป็นชนชั้นระดับล่าง จนสุดท้ายความตาย โรคภัย คร่าชีวิตสายพันธุ์ครึ่งมนุษย์ไปเกือบหมดเหลือเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่ขอลี้ภัยไปดาวอื่น ส่วนในเฮอร์เมติกเหลือเพียงมีอาผู้ฉลาดปราดเปรื่องที่เอาชีวิตรอดและได้โอกาสบำเพ็ญภาวนาจากการคิดค้นยารักษาอาการติดเชื้อจากดาวอื่นๆ ให้กับหน่วยรบได้...นับว่าเธอคือข้อยกเว้น 

“หากเซียร์ยังอยู่ เจ้าคงไม่ต้องลำบากเช่นนี้” คลาวด์เอ่ย เพราะเซียร์เคยเป็นผู้ได้รับการยกเว้นจากอิมมอร์ทัลเช่นเดียวกับมีอาเนื่องจากเซียร์เก่งกาจในการสอดแนมที่สุดในเฮอร์เมติก 

“เลิกโทษตัวเองคลาวด์ รีบไปได้แล้ว เดี๋ยวมนุษย์เจ้าปัญหานั่นตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเจ้าจะร้องไห้ออกมาอีก” 

“ข้าเป็นสาเหตุให้นางต้องเสียน้ำตาอยู่เสมอ” 

“เจ้าเปลี่ยนไปมากเลยนะคลาวด์” มีอามองคลาวด์ออกทุกท่าที เพราะเธอกับเขาอยู่ร่วมเคียงข้างกันมานาน 

“ข้าไม่เปลี่ยนไปหรอกมีอา” 

“เปลี่ยนสิ...เพียงแต่เจ้าไม่รู้ตัวเอง หากเป็นเมื่อก่อนเจ้าไม่มีทางช่วยเหลือมนุษย์หรอก อย่าว่าแต่ฝืนคำสั่งของอิมมอร์ทัลเลย เจ้าทำร้ายดาร์กเนสจนเกือบตายเพราะต้องการปกป้องข้าวผัด เจ้ารอฟังข่าวจากอิมมอร์ทัลได้เลย เมื่อไหร่ที่ดาร์กเนสบอกเรื่องข้าวผัด เมื่อนั้นหายนะได้เกิดขึ้นอีกครั้งแน่...แต่รู้อะไรหรือไม่คลาวด์...ต่อให้เจ้าจะต้องกลายเป็นกบฏอันดับหนึ่งของเฮอร์เมติก เจ้าก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องข้าวผัดอยู่ดี แต่จะเพราะอะไรเจ้าต้องไปคิดเอาเอง ข้าเพียงแต่กลัวว่าในที่สุดแล้วเจ้าอาจจะต้องพบจุดจบแบบเดียวกับเซียร์” 

“เจ้าหมายความว่ายังไง” คลาวด์ไม่เข้าใจในสิ่งที่มีอาพูด 

“วันหนึ่งเจ้าจะได้รู้เอง เพราะต่อให้ข้าพูดออกไปตอนนี้เจ้าก็คงไม่เชื่ออยู่ดี...ไปซะ ไปหามนุษย์ตัวน้อยของเจ้าได้แล้ว” มีอาพูดจบก็ขึ้นยานไปทันที... 

คลาวด์มองดูยานของมีอาพุ่งทะยานออกไปเหนือท้องฟ้า ยังคงนึกถึงคำพูดของเธอ เขาจะมีจุดจบแบบเซียร์ได้ยังไง...แล้วเซียร์มีจุดจบแบบไหน ในเมื่อสุดท้ายแล้วมันก็แค่ความตายเท่านั้น...แต่เหนือสิ่งอื่นใด คลาวด์เพิ่งได้ตระหนักว่าที่ผ่านมาเขาทำเรื่องอันตรายมากมายเพื่อช่วยข้าวผัดจริงๆ 

“นั่นเพราะนางคือกุญแจสำคัญที่เซียร์ทิ้งไว้” เขาเอ่ยออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพุ่งตัวขึ้นกลางอากาศ ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจเดียวเขาก็มายืนที่ปลายเตียงนอนของข้าวผัด ร่างสูงยืนมองหญิงสาวผู้หลับใหลนั้นนิ่งงัน...มองอยู่อย่างนั้นจนพระอาทิตย์ขึ้นต้อนรับวันใหม่... 

               

“อื้อ...” 

เสียงคนเพิ่งตื่นชูมือขึ้นบิดขี้เกียจทั้งๆ ที่ยังหลับตา ไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนจับจ้องอยู่ มือบางที่หลังจากบิดขี้เกียจเสร็จก็เริ่มคลำๆ ไปที่โต๊ะหัวเตียง พอเจอถุงขนมก็คว้ามันแกะแล้วหยิบเข้าปากเคี้ยว 

“เจ้ารู้สึกหิวได้ยังไงในเมื่อยังหลับตาอยู่แบบนั้น” คลาวด์ขมวดคิ้วถามเพราะอดจะสงสัยไม่ได้ 

“คุณ!” ข้าวผัดลืมตาเบิกโตมองคลาวด์ที่ปลายเตียง ทิ้งถุงขนมอย่างรวดเร็ว 

“รู้สึกดีขึ้นหรือยัง ยังมีความเจ็บปวดอยู่หรือไม่” ร่างสูงเอ่ยถามขณะที่เดินเข้าไปนั่งด้านข้างหญิงสาว 

“อ่านใจฉันดูสิ ว่าฉันเจ็บตรงไหน” ความประชดประชันคือทักษะที่ติดตัวข้าวผัดมาตั้งแต่เกิด 

“เจ้าหายดีแล้ว” คลาวด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง 

“ฉันว่าสกิลอ่านใจคุณทำงานผิดปกติแล้วล่ะ เพราะฉันยังป่วยอยู่ ป่วยที่ใจอะ” 

“ข้าจะออกไปหาอาหารให้เจ้า ดูเหมือนว่าอาหารที่มีอยู่มันจะหมดอายุแล้ว” 

“นี่คุณได้ฟังที่ฉันพูดบ้างหรือเปล่า!” เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบสนองต่อคำพูดเธอ ข้าวผัดจึงเริ่มโมโห 

“ข้าฟัง แต่จะให้ตอบเจ้าสิ่งใด ในเมื่อเจ้าเอาแต่พูดคำประชดประชันแล้วข้าก็ไม่ชอบจะต่อปากต่อคำกับเจ้า” 

“เพราะงั้นเลยทำเมินฉันสินะ” 

“เราต้องย้ายที่อยู่ รีบทำธุระในห้องน้ำ รีบกิน เราจะไปจากที่นี่” คลาวด์ยังคงเพิกเฉยต่อข้าวผัด 

“ฉันไม่อยากย้ายที่อยู่ ถ้าแม่ออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับมาอยู่ที่บ้านฉันก็อยากจะอยู่กับแม่” 

“มารดาเจ้าจะไม่กลับไปอยู่ที่บ้านเจ้า ข้าคุยกับนางแล้ว นางมีที่หนึ่งที่สามารถไปอยู่ได้แล้ว แต่เจ้าจะไปอยู่กับนางไม่ได้” ข้าวผัดรู้เรื่องนี้ดี เพราะเธอยังคงเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตายอยู่ 

“ฉันรู้ แต่อย่างน้อยฉันก็ควรได้อยู่ใกล้ๆ แม่ หรือให้ฉันไปเจอแม่บ้างไม่ได้หรือไง” 

“ข้าจะพาเจ้าไปคืนนี้” เขารับปาก ที่จริงก็เคยสัญญากับเธอไว้แล้ว 

“ขอบคุณนะที่อย่างน้อยก็ยังเข้าใจว่าฉันอยากเจอแม่...” คำขอบคุณยังคงแฝงด้วยน้ำเสียงประชด 

               

เนื่องจากสภาพห้องไม่เอื้ออำนวย ข้าวผัดจำต้องกินข้าวบนวีลแชร์ วันทั้งวันเธอทำเพียงนั่งๆ นอนๆ เพราะยังงอนเขาจนไม่อยากจะคุยด้วย อีกทั้งข้าวของพังจนไม่มีกิจกรรมอะไรให้เธอทำได้เลย ขณะที่คลาวด์ขลุกตัวอยู่แต่ในห้องสื่อสาร วางแผนเรื่องอิมมอร์ทัลกับมีอาจนตกดึก 

“พร้อมหรือยัง” คลาวด์เดินเข้ามาถามข้าวผัดที่นอนหายใจทิ้งอยู่บนเตียง 

“นึกว่าจะไม่ออกมาแล้วซะอีก” 

“เจ้าโกรธที่ข้าไม่รักเจ้าขนาดนั้นเลยหรือไง” แล้วเขาก็เริ่มทนไม่ไหว เมื่อตลอดวันเจอแต่คำประชดประชันจากเธอ 

“ฉันโกรธตัวเองที่ชอบคุณ ถ้าทำได้ก็อยากจะเลิกชอบ” ถามตรงก็ตอบตรง 

“รักง่ายๆ ก็เลิกรักอย่างง่ายๆ แบบนี้น่ะหรือที่มนุษย์โลกทำกัน” 

“ไม่มีรักง่ายๆ หรอกคุณมนุษย์ต่างดาว กว่าจะรักอะมันต้องใช้ความรู้สึกเยอะมากๆ พอไม่ถูกรักกลับมันเลยเจ็บมากๆ พอเจ็บบ่อยๆ ก็จะค่อยๆ ชิน พอชินก็จะเลิกรัก...เข้าใจปะ!” 

“แล้วเจ้าเริ่มชินหรือยัง” เขาถามเพราะอยากรู้จริงๆ 

“เหอะ! เหลือเชื่อเลย...ถ้าอยากให้ฉันชินคุณก็ทำให้ฉันเจ็บบ่อยๆ สิ” ทว่าข้าวผัดเข้าใจคำถามของเขาผิดไปมาก 

“ข้าไม่เคยคิดอยากจะทำให้เจ้าเจ็บ” 

“แต่ก็ไม่รักฉันไง...เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ พาฉันไปหาแม่สักที ฉันพร้อมมากแล้ว!” 

คลาวด์ตรงเข้าไปช้อนตัวข้าวผัดมาอุ้มโดยปราศจากคำพูดใดๆ หญิงสาวส่งมือขึ้นคล้องคอเขา ใบหน้าสวยจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของเขานิ่ง แล้วหัวใจดวงน้อยๆ ก็เริ่มเต้นแรงเมื่อปรายตาลงมองริมฝีปากแดงของคลาวด์ 

“คุณเคยจูบใครมาก่อนหรือเปล่า” เพราะไม่อาจห้ามใจไม่ให้รู้ได้ เธอจึงถามคำถามนั้นออกไป ทำราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีความรู้สึกขุ่นเคืองต่อเขาเลยสักนิด 

“เคย” เขาตอบสั้นๆ 

“ทำไมถึงเคย ไหนว่าไม่เคยรักใครไง” 

“จูบก็คือจูบ ไม่เกี่ยวกับความรัก ข้าว่าเรื่องนี้มนุษย์ธรรมดาก็รู้ได้ไม่ยาก” 

“แต่ฉันน่ะ ไม่ยอมจูบใครง่ายๆ หรอกถ้าไม่ได้รัก ไม่เหมือนคุณแค่จะป้อนยาก็ต้องมาจูบกัน จูบทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันจะต้องชอบคุณมากขึ้น จูบทั้งๆ ที่รู้ว่ามันคือจูบแรกของฉัน จูบทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันจะคิดถึงแต่มันทั้งคืนจนนอนไม่หลับ...” 

“แต่ข้าก็เห็นว่าเจ้าหลับได้ดี” 

“น่ารำคาญ! เมื่อไหร่จะเลิกทำให้ฉันกลายเป็นคนโง่เง่าสักที!” 

“ฮะๆ เจ้าทำตัวเจ้าเองมาตลอด” คลาวด์เผยรอยยิ้มและหัวเราะออกมา ทำเอาข้าวผัดอึ้งเล็กน้อย 

“คุณยิ้ม...แถมยังหัวเราะ ดูท่าคุณจะชอบใจเวลาฉันดูโง่เนอะ” 

“อื้ม...ข้าชอบ...” เขายังคงยิ้มและตอบออกไปอย่างไม่รู้ตัว 

“หืม?” 

“ข้า...ข้าหมายถึงชอบที่เจ้าทำตัวโง่น่ะ” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว