email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 27

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 303

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2563 18:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 27
แบบอักษร

"สวัสดีค่าผุหมวด.." แตนเอ่ยทักขึ้นก่อนทันทีเมื่อเห็นว่าก้องเกียรตินั้นจอดรถมอเตอร์ไซด์ไว้ที่ข้างต้นเสาบ้านเรียบร้อยแล้วและเดินเข้ามาหาเธอ

"ฮื่อสวัสดีแตน แต่ต่อไปเธอไม่ต้องไหว้ฉันทุกครั้งที่เจอแล้วก็ได้นะ เพราะตอนนี้เราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนกันแล้ว แต่เป็น..?" ชายหนุ่มทำเป็นพูดทิ้งท้ายเอาไว้แบบนั้นแล้วทำเป็นยิ้มกรุ้มกริ่มใส่เธออย่างล้อๆ ทำเอาแตนถึงกับเขินไปเลยก่อนที่จะเฉพูดไปอย่างอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตน

"เว่าไป.. กะผุหมวดเป็นผุใหญ่แล้วข่อยยังเป็นเด็กน้อยยุเด้"

"ไม่เป็นไรหรอกฉันไม่ถือ อ่ะ!ฉันยกให้เธอเป็นกำนันก็แล้วกันจะได้ใหญ่หน่อยฮ่าๆๆๆ"

"เว่าไป บ่อยากใหญ่ดอกเดี๋ยวสิเฒ่าไว แฮะๆๆ" แตนว่าให้ขำๆก่อนที่จะเดินนำเขาไปหาพ่อของเธอที่กำลังนั่งสานแหอยู่ที่แคร่ใต้ต้นขนุนข้างบ้าน

"สวัสดีครับคุณลุง" ก้องเกียรติเอ่ยทักขึ้นก่อนพร้อมกับยกมือไหว้พ่อของ(ว่าที่ อิอิ)แฟนสาวอย่างอ่อนน้อมซึ่งนายสนที่เริ่มจะคุ้นเคยกับการมาของก้องเกียรติที่พักนี้นั้นชักจะได้เห็นหน้าเห็นตาอยู่บ่อยๆแล้วก็ไหว้ตอบพร้อมกับทักขึ้นด้วยว่า

"สวัสดีครับผุหมวด ไปจังได๋มาจังได๋คือได่มาฮอดพี่น้อครับ"

"อ้อ..ก็ไม่มีอะไรหรอกครับลุงสน พอดีว่าผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะเข้ามาหาน่ะครับ เดี๋ยววันสองวันนี้ผมก็มีธุระต้องเข้ากรุงเทพด้วย"

"เจ่าสิไปกรุงเทพติ๊ผุหมวด" แตนถามขึ้นอย่างตื่นเต้นเมื่อเอ่ยถึงกรุงเทพ เมืองหลวงที่ใครๆก็ว่าศิวิไลนักหนานั้น

"ใช่จ๊ะ ฉันมีธุระต้องเข้าไปอบรมที่กรมกับเพื่อนๆที่สภ.อีกสองนายน่ะ" นายสนมองออกว่านายตำรวจหนุ่มนั้นคงตั้งใจที่จะมาหาแตนลูกสาวของเขาเป็นแน่ เขาจึงขอตัวออกไปจากตรงนั้นทำนั่นทำนี่อยู่ห่างๆเพื่อปล่อยให้หนุ่มสาวได้พูดคุยกันตามสบายเพียงลำพังได้

"แตนอยากได้อะไรล่ะเดี๋ยวฉันจะหาซื้อมาฝาก..ว่าไงอยากได้อะไรไหม?"

"กะบ่ฮู้คือกัน บ่เป็นหยังดอกค่าผุหมวดข่อยบ่อยากได่อิหยังดอก"

"จริงหรือว้า!แต่ว่าฉันอยากจะซื้อให้นี่นา เอ้า!ให้เวลาคิดสามนาทีว่าอยากจะได้อะไร ติ๊กต๊อกๆๆๆๆๆ"

"ฮ่ะๆๆๆๆๆเจ่ากะดายข่อยบ่จักสิเอาอิหยังดอก ซื่อมากะเปลืองเงินเปลืองคำซือๆ แต่ขอไห่ผุหมวดไปดีมาดีบ่เป็นอิหยังกะพอแล้ว" แตนบอกเขินๆในตอนท้ายด้วยความเป็นห่วงเล็กๆ ก้องเกียรติมองสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้ายิ้มๆ ความอ่อนโยนและไร้เดียงสาแบบนี้ช่างน่ารักน่ามองเสียเหลือเกินสำหรับเขา ที่เคยเจอแต่ผู้หญิงที่รู้เยอะและกร้านโลกเกินไปมามากมายแบบสาวชาวกรุง

"นี่เธอเป็นห่วงฉันด้วยหรือ" เขาแกล้งเย้าเล่นทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว

"หือ..?ไผว่ากะเว่าไปชั่นล่ะ เว่าซือๆตำรวจสิจับติ๊"

"ฮ่าๆๆๆๆรู้หรอกน่าว่าห่วงน่ะทำเป็นฟอร์มไปได้ฮ่าๆๆๆ" ก้องเกียรติหัวเราะชอบใจกับคำพูดคำจาแบบเด็กๆของเธอ จนสาวน้อยต้องมองค้อนเข้าให้ด้วยความเขินอาย ก่อนที่จะทันมองเห็นต่อกับเอ๊บสองเพื่อนซี้เดินเข้ามาในบ้านพอดีจึงเอ่ยขึ้นว่า

"มื่ออืนเด็กน้อยสองคนนั่นสิไปเฮ็ดงานยูในเมืองแล้ว ขั่นบ่ยากหลายข่อยกะฝากผุหมวดแหนมเบิ่งไห่นำแนเด้อค่า ผุเจ่ายุใกล้นั่น" แตนถือโอกาสฝากฝังให้ก้องเกียรตินั้นช่วยดูแลน้องๆให้เธอด้วย เพราะว่าตั้งแต่เล็กจนโตมาต่อนั้นยังไม่เคยออกจากบ้านไปทำงานอะไรที่ไหนมาก่อนเลยนั่นจึงทำให้เด็กสาวนึกเป็นห่วงน้องชายอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

"อะไรนะ ไปทำงานที่อู่ซ่อมรถในเมืองน่ะหรือ"

"แมนค่า อ้ายป๋องเผิ่นมาเว้าไว่ เผิ่นว่าร้านซ่อมที่มูเผิ่นไปเฮ็ดยุกำลังขาดคนเขาขอไห่เผิ่นซอยหาเด็กน้อยไห่" จากคำบอกเล่าของแตนนั้นทำให้ก้องเกียรตินั้นมีความกังวลอยู่ไม่น้อยเลย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจคุยเรื่องนี้กับนายสนพ่อของเด็กสาวดู โดยมีต่อกับเอ๊บร่วมนั่งฟังอยู่ด้วย

"คุณลุงครับคือ..?ผมก็ไม่แน่ใจว่าควรจะพูดดีไหมแต่ว่า ผมไม่ค่อยสบายใจนักที่รู้ว่าต่อกับเพื่อนจะไปทำงานที่อู่ซ่อมรถนั่น"

"เป็นหยังครับผุหมวด มีเรื่องมีราวอิหยังกันติ๊ รึว่ามีอิหยังหม่องได๋บ่ดีติ๊ครับ" นายสนถามขึ้นอย่างสนใจใคร่รู้ ก็ถ้าเขาไม่อยากจะให้เด็กๆไปทำ เขาก็คงจะมีเหตุผลมากพอสิถึงได้พูดแบบนี้ออกมา

"คือว่า..เด็กที่เป็นลูกจ้างอยู่ที่อู่นี้ เขากำลังมีคดีเรื่องยาเสพติดอยู่นะครับ แล้วทางเจ้าหน้าที่เขาก็กำลังขยายผลอยู่ ผมเกรงว่าถ้าต่อกับเอ๊บไปทำงานที่นั่น เด็กอาจจะมีปัญหาขึ้นมาทีหลังก็ได้นะครับ" คำบอกเล่าจากก้องเกียรตินั้นทำเอาทุกคนนั้นตกใจกันมาก ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดต่อไปอีกว่า

"คือ..ผมก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวพันไปถึงใครอย่างไรบ้างนะครับ เพราะว่าตอนนี้นั้นเด็กก็ยังโดนคุมประพฤติอยู่เพราะว่าเขาขอประกันตัวออกมาทำงานต่อแล้วเข้ารายงานตัวตามกำหนดเอา คือผมคิดว่าเรื่องพวกนี้เราถอยออกห่างจะดีกว่านะครับ เพราะไม่รู้ว่าเขาไปรับยามาจากใครที่ไหนและยังไง แต่ถ้าหากว่าอยากจะออกไปทำงานกันจริงๆแล้วล่ะก็เดี๋ยวผมจะช่วยดูๆงานให้ ในตัวเมืองของเราก็ออกจะกว้างขวางอยู่มากคงหาไม่ยากนักหรอก หรือว่าคุณลุงคิดว่าอย่างไรครับ" ชายหนุ่มขันอาสาขึ้นอย่างแข็งขัน

"แบบนั่นกะสิเป็นการรบกวนเวลาของผุหมวดเกินไปยุ ผมกะเกรงใจแฮงยุ ว่าจังได๋ล่ะสูบักเอ๊บยังอยากสิไปเฮ็ดงานนำเขายุคือเก่าบ่ อย่าเพิ่งเลยบักหล่าขั่นเป็นแบบนี่สูสิเฮ็ดไห่พ่อกับแม่เป็นห่วงนำเด้" นายสนหันไปถามเด็กๆ ซึ่งก้องเกียรตินั้นก็พอจะมองออกอยู่ว่าเอ๊บนั้นยังคงอยากจะไปทำอยู่ คงจะเป็นเพราะว่าเด็กน้อยนั้นชอบรถมอเตอร์ไซค์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั่นเอง ก่อนกลับจึงกำชับกับต่อว่าให้คอยดูแลและใส่ใจต่อเพื่อนของเขาให้มากๆหน่อยเพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน

เย็นวันหนึ่งไผ่พร้อมกับเพื่อนๆของเขากำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ที่แคร่หน้าบ้านของเลื่อนโดยมีเบียร์อยู่ในมือที่ไผ่ซื้อมาฝากเพื่อนๆเพียงคนล่ะกระป๋องเท่านั้น เพราะพวกเขาตั้งวงจับกลุ่มคุยกันเล่นตามประสาเพื่อนๆเท่านั้น ป๋องเดินผ่านมาพอดีจึงแวะเข้าไปคุยด้วยตามประสาคนที่คุ้นเคยกันอยู่

"เป็นจังได๋สู เด็กน้อยมูนิเฮ็ดอิหยังยู"

"มันสิมีอิหยังมันกะพากันจุ้มหัวกันยูซือๆนี่แหล่ว" เป็นเสียงของแม่ของเลื่อนนั่นเองที่ตอบออกมาจากในบ้านขณะที่กำลังนั่งกินหมากอยู่พร้อมกับหลานสาวตัวน้อยที่นั่งเล่นอยู่ข้างๆด้วย

"ฮ่าๆๆๆเป็นจังชั่นเบาะสูแมนคือความยายเผิ่นวานั่นเบาะฮ่าๆๆๆ" ป๋องหัวเราะชอบอกชอบใจที่เห็นพวกหนุ่มๆนั้นโดนยายสังข์ว่าเข้าให้

"ล่ะเจ่าเด้ ไปใสมาอ้ายป๋องคือย่างมาตะทางนั่น" เลื่อนเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีโดยไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของยายสังข์แม่ของเขาเลยแม้แต่น้อย

"ไปบ้านบักเอ๊บมา" ป๋องตอบเนือยๆตามแบบฉบับของเขาที่ไม่ได้จริงจังกับอะไรมากมายนัก

"เจ่าไปอิหยังบ้านบักเอ๊บนั่น" ปื๊ดถามขึ้นบ้างด้วยความอยากรู้ตามประสา

"ไปเว่าเรื่องชวนมันไปเฮ็ดงานซ่อมมอไซค์ในเมือง เทือแรกกะว่าสิไปยุแต่ตอนนี้พ่อมันว่าบ่อยากไห่ไปวาซั่น"

"เป็นอิหยังเผิ่นจังบ่อยากไห่มันไป" ไผ่ถามขึ้นบ้าง

"เลาว่ายุกับรถกับรามันอันตรายพะนะ มันกะเลยบ่ได่ไปซ้ำ"

"พวกผุเฒ่ากะเป็นแบบนี่ล่ะ ย้านไปเหมิ๊ดดดดดอิหยังกะดาย ตะว่าเป็นจังได๋อ้ายป๋องงานซ่อมรถนั่นเงินเดือนหลายบ่" ปื๊ดถามขึ้นอย่างสนใจ

"กูกะบ่ฮู้คือกัน บักปอบมึง!เขากะสิเบิ่งงานสะก่อนนั่นตั่ว ว่าเป็นหน่อยเป็นหลายมาซำได๋แล้วสิ้นเดือนเขาจังสิตั้งเงินเดือนไห่ อยากเฮ็ดบ่ล่ะพวกสูนั่นขั่นอยากเฮ็ดกะบอกมากูสิได่พาไป"

"ข่อยกะอยากเฮ็ดยุนั่นแหล่วขั่นเงินดีนั่น แต่บักไผ่นั่นไห่มันไปเป็นเฒ่าแก่ล่ะสิคือยุ เป็นลูกน้องเผิ่นทรงมันบ่ไห่ดอกฮ่าๆๆๆๆ" ปื๊ดแซวเพื่อนขำๆแต่เลื่อนนั้นกลับคิดไปอีกอย่างจึงเอ่ยขึ้นมาบ้าง

"คือยุกูว่า เปิดโลดไผ่เดี๋ยวกูมาซอย บ่เป็นกะไปเฮียนเอา" ไผ่มองเพื่อนคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยจึงไม่มีใครรู้เลยว่าความจริงแล้วเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่..

ความคิดเห็น