facebook-icon

ในเมื่อลูกชายตัวเล็กของเขาดันมาเรียกผมว่า 'หม่าม้า' งั้นไหนๆ ก็ต้องตายอยู่แล้ว ขอลองจีบยากูซ่าตัวพ่อดูสักครั้งก่อนตายแล้วกัน!

ตอนที่ 2-7 ความอิจฉาของโซจูหนึ่งขวด

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-7 ความอิจฉาของโซจูหนึ่งขวด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.8k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2562 22:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-7 ความอิจฉาของโซจูหนึ่งขวด
แบบอักษร

“ชิมิสึ... สินะ รู้หรือเปล่าว่าไดกิเป็นยากูซ่า”

จินเปเอ่ยถามมินจุนโดยตรงด้วยท่าทางการพูดที่ไม่เข้ากับเจ้าตัว

“ท่านตา!”

“แกอยู่เงียบๆ”

เป็นครั้งแรกที่มินจุนจ้องมองใบหน้าของชายชราโดยตรงเช่นกัน สีหน้าการปราดมองไดกิแสดงความหลักแหลมคล้ายไม่ยอมให้โกหก

“ค่ะ”

“ไดกิน่ะ แตกต่างจากยากูซ่าทั่วไป เขาเป็นผู้นำของกลุ่มอุเอยามะที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว ความรับผิดชอบของเขาก็คือตำแหน่งบอส เข้าใจความหมายไหม”

“ค่ะ ทราบค่ะ”

“รักเขารึ”

“ท่านตา!”

และอีกครั้งที่ไดกิเรียกจินเปเสียงดัง แววตาที่มีออร่าแตกต่างกันสองคู่กำลังต่อสู้ฟาดฟันอยู่กลางอากาศราวกับได้ยินเสียงดอกไม้ไฟดัง ‘เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ’

แต่มินจุนกลับรู้สึกสงบขึ้น ทั้งๆ ที่ตัวเองถนัดปั้นแต่งคำโกหก แต่ตอนนี้กลับเลือกจะตอบอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีคำโกหกสักคำเดียว

“หนูเป็นคนขี้กลัวมากค่ะ ไส้เดือนก็จับไม่ได้ แค่เห็นเลือดก็หมดแรงจนแทบเป็นลมแล้ว แต่หนูก็คิดว่าตัวเองมีความกล้ามากพอจะไปยืนขวางหน้าพวกเขา ถ้าหากมีใครคิดจะมาทำร้ายโทมะกับไดกิ”

คนที่ตกใจกับคำตอบของร่างบางมากกว่าใครก็คือไดกิ ชายหนุ่มจดจ้องใบหน้าด้านข้างแสนงดงามเหมือนเข้าใจถึงความจริงใจในคำพูดทุกคำ

จินเปเองก็มองด้วยแววตาคมกริบ ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วหัวเราะฮ่าๆ

“รู้สึกอย่างไรบ้าง”

มินจุนเพิ่งจะเข้าใจคำถามคาดไม่ถึงของอีกฝ่ายหลังจากดื่มชาเข้าไปจึงแย้มยิ้มออกมา

“หวานมากเลยค่ะ”

 

ไดกิไม่ห่างออกจากข้างกายมินจุนตามที่สัญญาไว้ ถึงแม้จะเป็นงานเลี้ยงวันเกิดของตัวเอง แต่จินเปก็บอกว่างานฉลองแบบนี้ไม่เหมาะกับนิสัยตนจึงขอรับแค่คำอวยพร จากนั้นก็พาโทมะที่โบกไม้โบกมือให้พร้อมพูดว่า “หม่าม้า เจอกังน้า” ออกจากห้องจัดงานเลี้ยงไป

สาวสวยระดับนักแสดงในชุดกิโมโนเดินผ่านหน้ามินจุนและทักทายกันผ่านสายตาเท่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไดกิหรือเปล่า ถึงไม่มีใครเข้ามาพูดคุยกับเขาสักคน กลุ่มผู้บริหารที่มีอายุก็เดินเข้ามาทักทายไดกิบ้างเป็นครั้งคราว แต่ร่างสูงก็ทำเพียงแค่พยักหน้าตอบกลับสั้นๆ จนทำให้คนพวกนั้นได้แต่มองมินจุนอย่างนึกเสียดายและเดินกลับไปเท่านั้น

ระหว่างที่แก้วไวน์ในมืออีกฝ่ายหมดไปหลายแก้ว มินจุนเพียงแค่ถือแก้วไวน์ขาวยกขึ้นแตะริมฝีปากแล้วเอาลงเฉยๆ ไม่คิดแม้แต่จะดื่มลิ้มรสสักอึก

“ดื่มสักแก้วก็ได้ ถ้ามั่นใจว่าตัวเองจะไม่กลายเป็นไอ้ขี้เมา”

“อะ... ไอ้ขี้เมาเหรอ ทำไมถึงพูดแบบนั้... ไม่สิ มาพูดอะไรตอนนี้คะ!”

“ต่อหน้าฉัน พูดสบายๆ เถอะ ว่าแต่คิดอะไรอยู่ล่ะ”

ไดกิมองมินจุน ก่อนจะยกมือลูบใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อเบาๆ เสียงเอะอะโวยวายของผู้คนดังผ่านแก้วหูไปหมด ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก ทว่า ไดกิ บอสหนุ่มแสนเย็นชาและโหดร้ายของกลุ่มอูเอยามะกลับยืนลูบแก้มหญิงสาวคนหนึ่ง มันเป็นภาพที่ไม่ใช่ว่าจะพบเห็นได้ง่ายๆ ทุกคนจึงไม่คิดจะหันหน้าหนี แต่จ้องมองด้วยสีหน้าประหลาดใจ แน่นอนว่าไม่ได้ยินบทสนทนาของพวกเขา แต่...

“ตอนนั้นก็ไม่เลวอยู่นะ...”

“หนวกหูครับ ผมจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ บลาๆๆ ไม่ฟัง ไม่ๆ ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น”

“รู้แล้ว งั้นก็ดื่มสักแก้วสิ”

“ไม่ได้ครับ”

“ทำไม”

มินจุนมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง แล้วกระซิบกระซาบเสียงเบาแค่พอให้อีกฝ่ายได้ยิน

“...เวลาไปเข้าห้องน้ำมันลำบากนี่ครับ ตอนอยู่บ้านก็ไม่ได้กินน้ำเลยสักอึก”

ร่างสูงจึงหัวเราะเบาๆ หลังได้ยินคำตอบ จากนั้นก็ดึงแก้มนุ่ม

“ดื่มๆ ไปเถอะ ที่นี่มีห้องที่ฉันเคยใช้อยู่เหมือนกัน”

“ไม่เอาครับ รู้ไหมว่าชุดนี้มันลำบากแค่ไหน แค่หายใจยังยากเลย”

ขณะนั้น ฮาคุโตะก็เดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบบางอย่างข้างหูเจ้านาย ไดกิจึงขยับตัวพร้อมพึมพำว่า “คงช่วยไม่ได้” ก่อนจะเหลือบมองมินจุนด้วยสีหน้าเหมือนไม่อยากไปเท่าไรนัก

“ฉันคงต้องขอตัวสักครู่”

“ไปไหนเหรอครับ”

อ้าว... จะปล่อยเราไว้คนเดียวแบบนี้ไม่ได้นะ มินจุนรู้สึกกลัวขึ้นมาในทันที พงกผู้ชายมันก็แค่ผู้ชายแหละ แต่สายตาของพวกผู้หญิงนี่สิ ไม่ต่างอะไรกับไฮยีน่าเลยจนทำให้เขาหวาดกลัวขึ้นมา ทุกคนเหมือนกำลังเฝ้ารอให้ไดกิออกไปจากตรงนี้ เป็นบรรยากาศคล้ายจะไม่ยอมเสียโอกาสนี้ไปแม้แต่วินาทีเดียว

“แค่แป๊บเดียว ผู้บริหารตั้งแต่รุ่นท่านตามาหา ทั้งๆ ที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ฉันต้องไปทักทายเขา เดี๋ยวกลับมา”

“เข้าใจแล้วครับ ผมจะรอที่นี่นะครับ”

“อืม อิสึกิ นายอยู่นี่ด้วย”

“ครับ”

มินจุนไล่สายตามองตามคนที่เดินหายไป เขารู้สึกกระวนกระวาย กระสับกระส่ายเหมือนลูกหมารอเจ้าของ

“ทำไมยังไม่กลับมาอีก”

“เพิ่งไปยังไม่ถึงหนึ่งนาทีเลยนะครับ”

อิสึกิพูดต่อว่าอย่ากังวลเพราะเขาเองก็อยู่ตรงนี้ พลางขยับเดินเข้าไปใกล้มินจุนอีกหนึ่งก้าว

“ยังไม่มาอีกเหรอครับ”

“นี่กำลังล้อผมเล่นอยู่หรือเปล่าครับ”

“ผมดูเหมือนล้อเล่นเหรอครับ?!”

ร่างบางรู้สึกราวกับว่าหนึ่งนาทียาวนานเหมือนหนึ่งชั่วโมง เอาแต่มองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายเดินหายไปตลอดเวลา ไม่สามารถปล่อยวางความกังวลใจได้เลย

 

“ว้าว! ในที่สุดก็อยู่คนเดียวแล้ว”

แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางด้านหลัง มินจุนเกือบหงายหลังตึงทั้งๆ ที่สวมชุดกิโมโน ถ้าเกิดหงายหลังไปจริงๆ คงน่าดูชมมากแน่นอน...

แม้จะไม่ได้อยู่ในสถานที่จัดพิธี แต่ชายหนุ่มเจ้าของภาพลักษณ์สง่างามพอๆ กับชุดทักซิโดสีขาว และเนคไทผีเสื้อสีเงินก็ปรากฎตัวขึ้นเฉียดแผ่นหลังของเขาราวกับโอบกอดอย่างไม่ได้ตั้งใจ สีหน้าของอิสึกิตอนเห็นอีกฝ่ายแข็งตึงขึ้นมาราวกับท่อนไม้ จากนั้นก็ก้าวขึ้นมายืนบังอยู่ด้านหน้าของมินจุน พร้อมกับก้มศีรษะให้เก้าสิบองศา

“โอ้ อิสึกิ ไม่เจอกันนานเลยนะ ท่าทางบอสจะดูแลดีนายนะเนี่ย หลบไป”

ถึงจะยิ้มแย้มเอ่ยทักทาย ทว่าคนมาใหม่ก็ไม่ได้หันมองทางอิสึกิเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว ก่อนจะจบประโยคด้วยการออกคำสั่งอย่างเย็นชา อิสึกิรับรู้ แต่ก็ไม่คิดจะขยับตัวออกจากด้านหน้าของมินจุนเลย ยังยืนนิ่งรับสายตาคมกริบราวกับมีดของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น

ชายหนุ่มส่งสายตา คนอย่างนายคิดว่าจะทำอะไรได้! ออกไป ก่อนจะยื่นมือผ่านข้างตัวอิสึกิไปแย่งแก้วไวน์จากมือมินจุน

“อิสึกิ ไวน์ของพี่สะใภ้เริ่มอุ่นแล้วนะ ไปเอาแก้วใหม่มา ของฉันด้วย”

แต่อิสึกิไม่มีความคิดจะหลีกทาง เขาจึงไม่ขยับตัวไปไหน จนกระทั่งสายตาของอีกฝ่ายเริ่มอันตรายยิ่งขึ้น มินจุนเลยกลัวว่าหากเอาแต่ยืนดูเฉยๆ แบบนี้ อิสึกิอาจจะบาดเจ็บได้ก็เลยเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดแทน

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ไปเอาไวน์มาให้เขาเถอะ”

อิสึกิลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับ ”ถ้าอย่างนั้นผมจะรีบมานะครับ” แล้วเดินออกไป

“ฉันชื่ออูเอยามะ ไทจิ คุณคือ... ชิมิสึ ยูริอะใช่ไหม เรียกว่ายูริอะจังก็คงได้เนอะ”

‘อ๋อ หมอนี่คือคนที่กินไม่เลือกคนนั้นนั่นเอง ไอ้เวรเอ๊ย! ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ดีกว่า’

“ยูริอะจัง!”

ไทจิเรียกมินจุนอย่างสนิทสนมคลายรู้จักกันมาเป็นสิบๆ ปี ‘...จังเนี่ยนะ ไอ้จังอาจี[1]! ออกไปเลยนะ’ ทว่าอีกฝ่ายจะเรียกอย่างไร เขาก็ทำเพียงมองเฉยๆ โดยไม่โต้ตอบใดๆ

“โทมะถามหาอยู่ตรงทางเดินน่ะ บอกให้ฉันไปเรียกหม่าม้าให้หน่อย”

“โทมะเหรอคะ แปลกจัง เขาน่าจะอยู่กับท่านทวดนะ”

พอมินจุนได้ยินว่าโทมะเรียกหาก็ตกใจพร้อมจ้องหน้าอีกฝ่าย

“ก็ไม่ใช่ว่าออกมาเพราะคิดถึงหม่าม้าหรอกเหรอ”

และพอคิดว่าถ้าหากเป็นโทมะ มันก็อาจจะเป็นแบบนั้นได้ ร่างบางจึงเริ่มเป็นห่วงขึ้นมาทันที เพราะนี่ก็สองทุ่มกว่าแล้ว โทมะต้องเข้านอนตอนสามทุ่ม อาจจะเริ่มง่วงนอนเลยออกมาตามหาเขา ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจ

“อยู่ตรงไหนคะ”

ไทจิชี้ไปยังทางเดินยาวด้านใน มินจุนเลยรีบวิ่งไปตรงนั้นด้วยความเร็วเท่าที่ตัวเองจะทำได้ขณะสวมกิโมโน เมื่อค่อยๆ ทิ้งระยะห่างออกมาและห่างไกลจากเสียงของผู้คน ถึงได้รู้ตัวว่าโดนหลอกเสียแล้ว

“หลอกฉันสินะคะ”

มินจุนมองไทจิด้วยความเย็นชาอย่างถึงที่สุด

“ตรงนั้นมันคุยกันลำบากน่ะ”

“ฉันจะกลับค่ะ”

แต่เมื่อเขาก้าวเดินผ่านหน้าอีกฝ่าย ไทจิกลับคว้าแขนเรียวเล็กไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล จนมินจุนไม่สามารถสะบัดออกได้

 

[1] จังอาจี หนึ่งในเครื่องเคียงเกาหลี กระเทียม แตงกวา หัวไชเท้า นำมาดองกับเกลือ หรือน้ำปลา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว