facebook-icon

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่ผมเคยมีมันหายไปแล้วเมื่อเจอเขา มาเฟียฉายาเจ้าชายน้ำแข็ง ไม่สนใจใคร เอาแต่ใจ ถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ และผมก็กำลังหลงกลเขาเข้าอย่างจัง

ตอนที่ 9 : คู่ค้า หรือ คู่ขา

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 : คู่ค้า หรือ คู่ขา

คำค้น : #พิสูจน์ #คู่ค้า #คู่ขา #หมอกาย #ไทป์ #มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 64.7k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2563 20:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 : คู่ค้า หรือ คู่ขา
แบบอักษร

#กาย 

 

         ตื่นมาก็ต้องตกใจอีกแล้ว ไอบ้าไทป์มันนอนกอดผมอีกแล้ว แล้วผมก็เสือกนอนกอดมันด้วยเนี่ยสิ >_< มันมานอนกับผมตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย หลับเป็นตายเลยนะมัน  

        

         หลังจากที่เมื่อคืนผมมีปากเสียงกับไอบ้าไทป์ไป ผมก็เดินเข้าคอนโดมาอาบน้ำนอนเลย เพลียทั้งร่างกาย เพลียทั้งใจ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมผมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมผมถึงคิดมากกับคำพูดเหล่านั้นด้วย ที่สำคัญทำไมผมยังคงทนให้อยู่กับไอบ้าไทป์ 

 

         “มองขนาดนี้อยากได้อะไรบอกมา” ตื่นมาปุบก็กวนตีนปับ อารมเสีย 

 

         “ใครมอง ผมไม่ได้มองคุณสักหน่อย ผมแค่สงสัยว่าคุณมานอนที่นี่ได้ยังไง” ทำไมคำพูดมันไม่เหมือนกับที่คิดเลยวะ 

 

        “ทำไม? ฉันจะนอนห้องตัวเองไม่ได้หรือยังไง?” ตอบผมแล้วทำหน้ากวนบาทาอีกนะมัน ไม่อยากคุยด้วยละไม่ชนะสักที  

 

        “ปล่อยได้แล้วจะไปอาบน้ำ ผมมีงานต้องไปทำ อ่อคุณก็ด้วยไปทำงาน ป่านนี้บริษัทเจ๊งไปละมั้ง” ผมพูดบอกไอบ้าไทป์แกมประชด  

 

        “ใครให้ไป ฟอดดด)))” กูเกลียดหน้ามึนของมันโว้ย แล้วมึงจะมาหอมแก้มกูทำไมเนี่ย  

 

        “มันคืองาน คืออาชีพของผมไหมครับ ถ้าคุณว่างมากนักก็ไปทำงานของตัวเองไป” ผมพูดแค่นั้นแล้วรีบดิ้นจนหลุดออกจากอ้อมแขนของไอบ้าไทป์ได้ ผมเลยรีบคว้าผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องน้ำสิครับรออะไร หน้ากูแดงไปหมดละมั้ง เปลืองตัวฉิบหาย  

 

        ยังไงผมก็จะไปครับเพราะนี่มันคืออาชีพของผม ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มทรยศอาชีพของตัวเองบ่อยเกินไปละ เป็นเพราะไอบ้าไทป์คนเดียวเลยที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ แต่อย่าไปใส่ใจเลยกาย อย่าใส่ใจ ฟู่ๆ)))  

 

        ผมใช้เวลาอาบน้ำเพียงไม่นานเพราะอะไรนะหรอ หึ ก็เพราะกลัวไอบ้าไทป์จะทำอะไรแผลงๆอีกนะสิ  

 

         "แกร็ก)))" ผมเดินออกมาจากห้องน้ำก็ยังคงเห็นไอบ้าไทป์มันนอนอยู่ นี่มันไปอดหลับอดนอนมาจากไหนกันวะ  

 

         “จ้องฉันอีกแล้วนะ ระวังจะโดนจับกดแต่เช้านะ ลูกชายฉันมันเรียกร้องหาแม่ของมันอยู่” โอ้ยทำไมกูต้องมาเจอคนหื่นอย่างไอบ้าไทป์ด้วยวะเนี่ย 

 

         “ชิ...” สะบัดหน้าเป็นตุ๊ดเลยกูไอกาย เถียงกับไอบ้าไทป์ให้ตายก็ไม่มีวันที่จะชนะหรอก เผลอๆจะโดนมันพูดสวนกลับมาเจ็บแสบมากกว่าอีก  

 

         “เมินเก่งนะเรา เดี๋ยววันนี้ฉันจะไปส่งที่โรงพยาบาล แล้วก็ตอนเย็นฉันจะมารับ” สั่งเป็นพ่อกูอีกคนละมัน  

 

         “อืมรู้แล้ว ย้ำเพื่อ?” ผมตอบกวนตีนไอบ้าไทป์ไป ชอบสั่งผมยิ่งไม่ชอบให้ใครมาสั่งด้วย  

 

         “ย้ำเพื่อให้...’เมีย’ รู้ว่าห้ามขัดคำสั่งผัวเป็นอันขาด อ่อแล้วอย่าได้ให้ใครเข้ามาใกล้เชียวนะ ไม่งั้นตายทั้งคู่” ขู่เก่งกว่าหมาก็ไอบ้าไทป์เนี่ยแหละ  

 

         ผมไม่อยากตอบอะไรแล้วครับ คนแบบนี้ต่อปากต่อคำไปก็เหนื่อยเปล่า วันนี้ผมมีงานต้องทำเยอะแน่ไม่ได้เข้าไปทำตั้งหลายวัน และดีนะเพื่อนผมมันช่วยดูแล เพราะพวกผมสามคนช่วยกันบริหารเรียกง่ายๆคือผมเอาเพื่อนมาเป็นหุ้นส่วนด้วยกัน เจ๊งจะได้ไม่เสียดายเงินคนเดียว (ล้อเล่นนะครับ) 

 

         “อย่าดื้อให้มากนะนายอะ ฟอด))))” โดนอีกแล้วกู โดนแบบไม่ทันได้ตั้งตัวทุกทีสินะ 

 

         “ไอคนบ้า อุ้ย))” ผมหลุดด่าไอหมาบ้าไทป์ออกไป ซวยแล้วกู 

 

          “ปากดี อยากโดน....เหมือนวันนั้นอีกหรอหะ?....”ดูพูดจาเข้า จะเว้นคำเพื่อ เจ็บใจแค้นมาก อย่าให้ถึงตาผมบ้างนะ   

 

          “ผมไม่สนใจมันไอบ้าไทป์แล้ว ไปแต่งตัวดีกว่าป่านนี้เพื่อนของผมทั้งสองคนคงจะรอด่าตาเหลือกแล้วหละ 

 

         หลังจากที่ผมแต่งตัวเสร็จไอบ้าไทป์ก็เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี ผมเลยเลี่ยงการพูดกับมันโดยการออกไปข้างนอกดีกว่า...แต่ก้าวขายังไม่ทันจะถึงหน้าประตู... 

 

        “จะไปไหน? มาทำหน้าที่ของตัวเองก่อนสิ” มันพูดบ้าอะไรของมัน หน้าที่อะไรของมัน อ่อแล้วไอนิสัยที่ใส่ผ้าขนหนูแล้วเดินเปลือยท่อนบนแบบนี้คือผมต้องทำใจให้ชินใช่ไหมโอ้ย

 

        “จะให้ทำอะไรก็พูดมาผมหิว” อ้างๆไปก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อยไอบ้าไทป์มันก็คงจะเห็นใจเราบ้างหละ

 

        “หิวหรอ ? หิวมากหรือเปล่า? ถ้าหิวมากก็กินฉันแทนข้าวก่อนได้เลยนะ” ผ่าม! กายเอ้ยเจอแบบนี้บอกเลยว่าไปไม่เป็นเหมือนกัน 

 

        ในหัวคงจะคิดแต่เรื่องอุบาทว์นะไอบ้าไทป์เนี่ย แล้วเวลามันพูดกูก็เสือกเขินมันด้วยดีจริงๆ 

 

        “ขอโทษครับพอดีผมไม่ชอบกินเนื้อคนครับมันไม่อร่อย” กวนมากวนกลับครับหมั่นไส้โว้ยยย 

 

        “ฮ่า ฮ่า นายทำฉันอารมณ์ดีแต่เช้าเลยนะเนี่ย”เออที่กูพูดออกไปทั้งหมดนี่มึงคิดว่ากูพูดเล่นเอาฮาๆ ขำๆหรอ? 

 

        “ตลกหรอ? จะให้ผมทำอะไรก็บอกมา” ผมเริ่มอารมณ์เสียจริงๆแล้วนะครับ 

 

       “มาเช็ดหัวให้หน่อย พรึบ)) หมับ)))"

 

       “ไอบ้าไทป์ปาผ้าขนหนูใส่หน้าผมเต็มๆ อุตส่าห์จะใช้มือรับแล้วนะแต่ไม่ทันแล้ว โดนหน้ากูเต็มๆไอบ้าไทป์ (แค้น >_<) 

 

       “ให้ดีๆไม่ได้หรือยังไงกัน จะปามาทำไมเนี่ยหน้าผมไม่ใช่หัวคุณนะ” ยอกย้อนกลับไปบ้างดิ ยอมจนจะสติจะแตกอยู่แล้ว 

 

       “หึเช็ดไปอย่าพูดมาก” เกลียดเสีย ‘หึ’ ไอบ้าไทป์จริงๆ บอกผมพูดมากไม่ดูตัวของมันเองเลย 

 

        “อืมรู้แล้ว หันหัวมาดีๆครับ ผมเช็ดหัวคุณไม่ถนัด” ผมเอ่ยบอกไอบ้าไทป์ออกไป

 

        “ครับ )))” O_O นี่กูหูฝาดไปใช่ไหมไอบ้าไทป์มันพูดครับออกมา OMG กายรู้สึกไม่ชิน

 

         ผมไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป ได้แต่คิดว่าอะไรเข้าสิงมันวะให้พูดแบบนี้ เห้อเช็ดๆให้มันเสร็จๆไปสนใจอะไรวะกาย 

 

        ............

 

        ............

 

        “เช็ดเสร็จแล้ว คุณรีบไปแต่งตัวเลยนะเดี๋ยวผมไปทำงานสาย” 

 

         “รีบมากก็ไม่ต้องไปทำแล้ว อยู่ห้องเนี่ยแหละ” เห้อผมหละอยากจะบ้าตายกับไอคนแบบนี้ จะไม่ให้ไปทำงานอย่างเดียวเลยไอบ้าไทป์ มันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกูโว้ย

 

         “ไม่ไปได้ยังไง มันเป็นงานที่ผมรักนะ” คนบ้าอะไรเอาแต่ใจฉิบหาย

 

         “หึ” เกลียดเวลาไอบ้าไทป์ทำเสียงแบบนี้จังเลยวะไม่พูดด้วยจะดีที่สุด แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงพูดอะไรกันอีกเลย ผมกับไอบ้าไทป์แต่งตัวเสร็จก็ออกมาทำงานกันเลย 

 

        “อย่าไปไหนอีกนะถ้าไม่อยากโดนเหมือนวันนั้น” นั้นไง บอกแล้วขู่เก่งกว่าหมาก็ไอบ้าไทป์เนี่ยแหละ 

 

       “จะย้ำเพื่อ คุณพูดครั้งเดียวผมก็ฟังรู้เรื่องแล้วครับ” ผมไม่ได้จะขัดอะไรอยู่แล้วผมไม่อยากเจอหมาบ้าอาละวาดผมอีก

 

        “ดี” เอากับมันสิ จะมีใครจะกวนตีนได้เท่าไอบ้าไทป์อีกไหม 

 

        จบการสนทนากับไอบ้าไทป์ผมก็หันหน้าออกไปดูบรรยากาศข้างนอกดีกว่า ไม่อยากคุยกับคนบ้า 

 

        ...........

 

        ...........

 

       [โรงพยาบาล] 

 

       “ไปละนะ ขอบคุณนะที่มาส่งผม” ผมกล่าวขอบคุณไอบ้าไทป์ออกไป มันเป็นมารยาท

 

       “เดี๋ยว ก่อนไปต้องทำหน้าที่ของนายก่อน” หน้าที่ห่าเหวอะไรของมันอีก

 

       “หน้าที่อะไร?” ผมงงสิครับนอกจากการเป็นที่ระบายอารมณ์ให้ไอบ้าไทป์แล้ว ผมยังมีหน้าที่อื่นอีกหรอ

 

        “ตรงนี้” O_O 

 

        ไอบ้าไทป์มันจะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ มันจะให้ผมจุ๊บปากมัน ลูกน้องของมันก็อยู่ นี่มันจะไม่อายบ้างเลยหรือยังไงกัน 

 

       “คุณจะบ้าหรอ ลูกน้องคุณก็อยู่ไม่อายหรือยังไงกัน” เหลืออดเหลือทนจริงๆกับความด้านชา และความหนาของหน้าของมันต้องขนาดไหน มันถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้

 

        “อายทำไม! มากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว” ตอบหน้าตายมาก ถามกูสักคำไหมว่ากูอยากจะทำไหม 

 

        "จุ๊บ))" จะได้จบๆ

 

       "แกร็ก))" สุดท้ายผมก็ต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ไอบ้าไทป์ต้องการ เพราะถ้าไม่ทำมันก็ไม่ยอมไปทำงานแน่เขินโว้ย

 

        “ไปทำอะไรมาเพื่อนกายหน้าแดงเชียว? แล้วใครมาส่งครับวันนี้?” โผล่มาก็เจอหน้าเพื่อนรักของตัวเองเลย อะไรจะซวยขนาดนี้ ขี้เสือกด้วยนะพวกมัน

 

       “ไม่ได้ทำอะไรหนิ มึงเลิกสนใจเรื่องของคนอื่นสักทีไอปอนด์” 

 

       “เลิกไม่ได้ครับ เพราะเพื่อนปอนด์ต้องการคำอธิบายจากเพื่อนกายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ให้ฟังทั้งหมด ทุกเรื่อง!!  

 

        “เออ....เอออ กูบอกมึงแล้วมึงอย่าบอกใครนะ กูไม่อยากให้เป็นเรื่องกัน”  

      

       “เออพูดมาก่อนแล้วเดี๋ยวกูจะพิจารณาเอง” พูดเสียงเข้มมาแบบนี้ขนลุกครับ ทำไมไอปอนด์มันจริงจังขนาดนี้ 

 

       หลังจากนั้นผมก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนของผมฟัง มันทั้งด่า ทั้งแช่งไอบ้าไทป์สารพัด ฮ่า ฮ่า แต่สุดท้ายก็จบด้วยคำกวนตีน 

 

       “เพื่อนมีสามีอะดีแล้ว ไม่เหมาะกับการมีเมียหรอก” ดูปากเพื่อนผมครับ ตอนผมเล่านี่ด่าเค้า ว่าเค้าสารพัด  

 

       “เอาที่เพื่อนปอนด์สบายใจเลยกูไปทำงานได้หรือยัง ? เป็นหมอหรือเป็นนักสืบกันแน่เนี่ย” ผมโว้ยวายใส่ไอปอนด์ทันที  

 

       “ถ้าเรื่องของเพื่อนกาย เพื่อนปอนด์ขอเลือกเป็นนักสืบก็แล้วกันครับ” หมดคำจะพูดต่อ ไปทำงานดีกว่า 

 

       “เอาที่สบายใจเลยนะไอปอนด์ กูไปก่อนนะ คนไข้รอแย่แล้ว” ผมรีบเดินออกมาตรวจคนไข้อย่างไว ขืนอยู่ต่อมีหวังได้ถวายตีนให้เพื่อนผมแน่ ขี้เสือกกันดีนัก หวังว่าผมจะหลุดออกจากวังวนของคำว่าที่ระบายอารมณ์ให้ผู้ชายคนนี้เร็วๆก็แล้วกัน ผมจะได้ใช้ชีวิตอิสระเหมือนเดิม  

 

         ******************************* 

#ไทป์ 

 

       เช้านี้ผมตื่นมาก็เห็นร่างบางหน้าหงิดหน้างอมองหน้าผมอยู่ คงจะคิดว่าผมมานอนตรงนี้ได้ยังไง ผมเลยแกล้งไปหน่อย เวลาร่างบางทำหน้าเหวอผมว่ามันน่ารักดี  

 

       ร่างบางจะไปทำงานผมก็ไม่ขัดอะไรนะครับ แต่ก็ไม่อยากให้ทำงานเหมือนกันนะครับ การเป็นหมอไปด้วยแล้วก็เป็นผู้บริหารโรงพยาบาลไปด้วยอีกในเวลาเดียวกันน่าจะเหนื่อยน่าดู  

 

       วันนี้ผมมาส่งร่างบางที่โรงพยาบาลแล้วก็ไปทำงานต่อเลย ผมกะว่าวันนี้เที่ยงจะให้ลูกน้องมารับร่างบางไปกินข้าวด้วยกันสักหน่อย ว่าแล้วก็สั่งเลยดีกว่า  

 

       “อาเฉินวันนี้ตอนกลางวันแกไปรับหมอกายมากินข้าวกับฉันด้วยนะ” ผมสั่งลูกน้องออกไปทันที  

 

      “แต่นายน่าจะไม่ว่างแล้วหละครับ” อ่าวไอนี่ขัดผมจนได้  

 

       “แล้วทำไมกูถึงจะไม่ว่างวะ” ผมถามลูกน้องออกไปแบบหัวเสียมาก  

 

       “เมื่อกี้เลขานายไลน์มาบอกผมว่า ....คุณหนูปิงลูกค้าที่จะต่อสัญญาทำธุรกิจกับทางเราต่อ อยากเจอนายครับ” ผมหละเบื่อผู้หญิงพวกนี้จริงๆ อยากเจอผมหรืออยากนอนกับผมกันแน่  

 

       “หึ ได้นัดเธอได้เลย แต่เอาหมอกายไปด้วย” ผมนึกอะไรสนุกๆออกแล้ว (อย่าพึ่งด่ากันนะครับ)  

 

       “นายครับ เรื่องนี้มันไม่สนุกนะครับที่จะทำแบบนี้” ลูกน้องผมนี่มันเป็นอะไรเนี่ยขัดไปหมดเลย  

 

       “พูดมากให้ทำอะไรก็ทำ” ผมรู้ดีว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ 

 

        “แล้วนายจะเสียใจครับ” แช่งกูอีก นี่ไม่ติดว่ามันขับรถอยู่นะผมจะถวายตีนให้สักที  

 

        ............... 

 

        ............... 

 

       ตอนนี้ผมถึงหน้าบริษัทแล้ว วันนี้ผมต้องเคลียร์งานเยอะพอสมควรเพราะไม่ได้ทำมาสามวันตาย ผมไม่รอช้ารีบเข้าประจำที่ของตัวเองแล้วก็ลงมือเปิดแฟ้มเอกสารดูทันทีไม่อยากให้เสียเวลา  

 

        "ก็อก))) ก็อก))) ก็อก)))" 

 

        “ขออนุญาคะคุณไทป์ สาจะมาแจ้งคุณไทป์เรื่องการนัดทานข้าวกับคุณหนูปิงคะ”  

 

        “ว่ามา” ผมตอบกลับไปสั้นๆโดยที่มือ และตาของผมกำลังจ้องเอกสารอยู่  

 

        “คือคุณหนูปิงเธอบอกว่าจะมาหาคุณไทป์ที่บริษัทก่อนคะ เธออยากมาดูคุณไทป์ทำงานด้วย คุณไทป์จะสะดวกไหมคะ” ผู้หญิงคนนี้รุกแรงดีนะหึ  

 

         “อืม บอกเธอว่าแล้วแต่เธอเลย ส่วนฉันยังไงก็ได้” อยากอ่อยผมดีนัก  

 

         “ได้คะ” ลูกน้องผมคงจะงงปกติผมจะไม่ให้ใครเข้ามา รบกวนเวลาทำงาน เดี๋ยวได้รู้ว่าจะเป็นยังไงถ้าร่างบางมาเจอผมอยู่กับผู้หญิงคนนี้ ผมไม่ได้สนใจอะไรกับเรื่องนี้ ผมทำงานของผมต่อจนใกล้ถึงเวลาที่ร่างบางจะพักแล้ว ผมสั่งลูกน้องไปรับแล้วป่านนี้คงถึงละหละ  

 

        ถ้าถามผมว่ารู้ได้ยังไงว่าร่างบางว่างแล้ว ก็ถามลูกน้องเอาสิครับ ผมสั่งให้เฝ้าร่างบางตลอด เดี๋ยวจะมีเห็บหมัดจะมาเกาะแกะ ผมไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร แล้วก็ไม่อยากให้ใครมายุ่งกับของของผม  

 

        "ก็อก)))) ก็อก))) ขออนุญาคะคุณไทป์ ตอนนี้คุณหนูปิงมาถึงแล้วคะ” หึ มาถึงเร็วกว่าที่คิดแหะ ผู้หญิงแบบนี้นะหรอผมไม่เอามาทำแม่ของลูกหรอกครับ แค่ข้ามคืนก็น่าจะพอ  

 

        “อืมเชิญเข้ามาได้”  

 

        “สวัสดีคะไทป์” หืมผู้หญิงคนนี้โดยรวมแล้วถือว่าเด็ด ทุกอย่างที่อยู่บนตัวเธอเรียกได้ว่าเพอร์เฟค แต่สิ่งที่เธอไม่มีเหมือนร่างบางคือ....ความยาก (ผมไม่ได้ดูถูกผู้หญิงนะครับมันน่าคิดจริงๆ)  

 

         “สวัสดีครับคุณปิง เชิญนั่งก่อนครับ” ผมเชิญแขกนั่งเพราะให้ยืนนานกว่านี้ผมคงจะได้ฟัดเธอในห้องนี้แน่ ผมก็ผู้ชายคนหนึ่งเห็นเนื้อ นม ก็ต้องมีอารมณ์บ้างเป็นธรรมดา แต่ไม่คิดจะเอาหรอกนะครับ   

 

        “ขอบคุณคะ” เธอนั่งลงตามคำเชิญของผม แต่ผมไม่รู้คิดผิดหรือคิดถูกที่ให้เธอนั่ง ยิ่งกว่าเดิมอีก เมื่อไหร่ร่างบางจะมาสักทีวะ  

 

        “คุณปิงมีธุระอะไรจะคุยกับผมหรอครับ” ผมเริ่มสนทนาขึ้นทันทีไม่อยากคิดเรื่อง.....นาน  

 

         “คือปิงแค่อยากจะมากินข้าวกับไทป์ก็แค่นั้นแหละคะ อีกเรื่องคือปิงจะมาพูดเรื่องการต่อสัญญากับบริษัทของคุณต่อคะ” เอางานมาล่อผม หึฉลาดดีหนิ แต่คนอย่างเธอนะหรอจะทันคนอย่างผม  

 

        “ครับคุณปิง ถ้าคุณปิงสนใจที่จะต่อสัญญากับทางบริษัทของเรา ทางบริษัทของเราก็ยินดีและดีใจมากครับ” มีคู่ค้าที่เคยทำการค้าด้วยกันมาแล้วมันก็ดีสำหรับผม แต่แค่อย่ามาเรื่องมากกับผมก็พอ  

 

         “ปิงอยากต่อนานๆเลยนะคะ คืนนี้ถ้าคุณไม่ติดธุระอะไรเราไปต่อกันไหมคะ หมับ))” เดินมาหาผมไม่พอยังจะมานั่งบนตักของผมอีก แรงใช่เล่นเลยนะเนี่ย  

 

         “ขอโทษนะครับคุณปิง กรุณาลุกออกไปจากตักของผมด้วยนะครับ” ผมเผลอเล่นไปด้วยนิดเดียวกระโดดขึ้นตักขนาดนี้ ถ้าออกไปด้วยกันคืนนี้มีมันแน่  

 

         “ทำไมหละคะไทป์? คุณไม่ชอบแบบนี้หรอคะ จุ๊บ))” อ่อยขนาดนี้ ทนไว้ ทนไว้นะไอไทป์ 

 

         "แกร็ก))) เออ...ผมขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าคุณจะมีแขก ถ้าอย่างงั้นผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ” ร่างบางมาพอดีเลย มาช่วยชีวิตผมได้ทันเวลาพอดี 

 

         “ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันกับปิงกำลังจะไปทานข้าวกันพอดี ใช่ไหมครับคนสวย? อ่อแล้วนายก็ไปด้วยกันเนี่ยแหละ” ผมแกล้งพูดถามปิงหวานๆออกไป (กระดากปากตัวเองมาก)  

 

         “จุ๊บ)) ใช่คะไทป์ ว่าแต่ผู้ชายคนนี้เป็นใครหรอคะ?”  

 

         “เป็นคนสนิทของผมนะครับ” ผมตอบออกไปตอนนี้ดูท่าร่างบางจะโกรธผมแล้วนะครับ หน้าเริ่มบึ้งตึงแล้ว  

 

         “อ่อคะ สวัสดีคะคุณ......” 

    

          “ผมกายครับ” ร่างบางแนะนำตัวเอง แต่ดูหน้าของร่างบางแล้วเหมือนพร้อมจะฆ่าผมได้ทุกเมื่อเลย  

 

          “สวัสดีคะคุณกาย ฉันปิงนะคะเป็นคู่ค้ากับไทป์คะ เราไปทานข้าวด้วยกันได้นะคะไหนๆคุณกายก็มาหาไทป์แล้ว” เธอทำได้ดีมากที่พูดออกไปแบบนั้น  

 

          “คู่ค้าหรือคู่ขากันแน่หึ ผมไม่รบกวนเวลาแห่งความสุขของพวกคุณดีกว่าครับ อีกอย่างเดี๋ยวผมมีตรวจคนไข้ต่อตอนบ่าย” ร่างบางปฏิเสธออกมาทำให้ผมเริ่มหมดสนุกแล้วสิ 

 

          “ว้ายไทป์ ทำไมคนสนิทของคุณถึงพูดจาไม่น่ารักเลยคะไทป์ ถ้าเค้าไม่อยากไปกับเรางั้นเราไปกันสองคนก็ได้นะคะไทป์ แล้วเดี๋ยวเย็นนี้เราก็ไปต่อกันนะคะ นะคะไทป์” ผู้หญิงคนนี้ซบหน้าลงกับอกแกร่งของผมแล้วพูดขึ้น ผมไม่ได้สนใจที่ปิงพูดเท่าไหร่มัวแต่ตกใจคำพูดของร่างบางมากกว่า ผมไม่คิดว่าร่างบางจะพูดแบบนี้ออกมา 

 

         “จุ๊บ)) จุ๊บ)) ผมจับหน้าปิงหันมาจูบกับผมอย่างเร่าร้อน เพราะผมอยากรู้ว่าร่างบางจะทนเห็นผมทำแบบนี้ได้ไหม และนี่ก็คือข้อพิสูจน์อะไรบางอย่างที่ผมอยากจะรู้ 

 

         “อื้อ...อืม)) อ่าาาา ไทป์คะพอก่อนคะ ปิงอายคนสนิทของคุณอะไทป์” ปิงพูดขึ้นเมื่อผมปล่อยให้ปากของเธอเป็นอิสระ  

 

         “ไม่เห็นต้องอายเลยครับ เรามาต่อกันเถอะครับ จุ๊บ)) อืม)) จุ๊บ))) ” ผมเหลือบเห็นร่างบางเหมือนจะร้องไห้ผมคิดว่าผมคงต้องหยุดไว้แค่นี้แล้วหละ ตอนนี้ผมรู้คำตอบที่ผมอยากจะรู้แล้ว  

 

         “ถ้าคุณจะเรียกผมมาแล้วให้มาเห็นคุณทำอะไรกันแบบนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ มันเสียเวลา!” 

 

          "ปั้ง))" ร่างบางเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูห้องเสียงดังมาก คงจะโกรธผมน่าดู แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมรู้ว่าร่างบางไม่พอใจที่ผมทำแบบนี้  

 

          "ผล๊ะ))) ว้ายไทป์!! ทำไมคุณทำแบบนี้กับปิงคะ เมื่อกี้คุณยังจูบกับปิงอยู่เลยนะคะ” ปิงโวยวายขึ้นเมื่อผมพลักเธอออกจากตักของผม  

 

        “ผมขอโทษนะครับที่จูบคุณ ผมขอตัวก่อนนะครับพอดีมีธุระ” ผมไม่ชอบอะไรที่ได้มาง่ายๆแบบเธอหรอกครับ  

 

         “กรี๊ดดดไทป์ คุณจะมาพูดแบบนี้กับปิงไม่ได้นะคะ ถ้าคุณเดินออกไปปิงจะถือว่าเราไม่ใช่คู่ค้ากันอีก” เห้อขู่ผมหรอ? หึตามสบายเลยครับ ผมไม่เคยสนใจอยู่แล้ว ผมเบื่อคนที่เดินเข้ามาให้ผมเอาแล้วพอผมปฏิเสธก็จะเลิกลงทุนด้วยแบบนี้จัง  

 

        “ก็แล้วแต่คุณครับ การที่คุณเดินมาให้ท่าผมแล้วผมไม่เอามันทำให้คุณไม่พอใจ และจะยกเลิกการลงทุนกับบริษัทของผมผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ ยังไงมันไม่มีผลอะไรกับบริษัทของผมอยู่แล้ว เงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านขนหน้าแข้งของผมไม่ร่วงหรอก ผมยอมเสียเงินมากกว่านี้อีกถ้าผมได้รู้อะไรที่ผมอยากจะรู้ อ่ออีกอย่างคุณคิดดีๆก่อนนะครับก่อนที่จะตัดสินใจไม่ลงทุนต่อกับผม เพราะที่ผ่านมาคุณก็ได้กำไรจากผมไปไม่น้อยเลยนะครับ” ผมทิ้งท้ายให้เธอได้กรี๊ดหนักกว่าเดิม ใครจะยอมให้ผู้หญิงอย่างเธอมาขู่ง่ายๆแบบนี้กัน หึ  

 

         ผมเดินออกมาจากห้องก็เห็นอาเฉินมันวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาพอดี  

 

         “นายครับคุณกายเป็นอะไรครับ ร้องไห้กลับไปแล้ว ผมจะวิ่งตามไปก็ตามไปไม่ทัน” หึคงจะโกรธผมมากหละสิท่า  

 

         “อย่าถามมากตามไปโรงพยาบาลก็แล้วกัน” ผมไม่อยากพูดอะไรมากไปตามร่างบางดีกว่า  

 

         “ครับนาย” อาเฉินกับอาหยางไม่คิดจะถามผมต่อพวกมันสองคนรู้ดีว่าผมไม่อยากให้ใครมาเซ้าซี้ 

 

          อาหยางนี่มันรีบขับรถมากไปไหมหนิ สงสัยกลัวร่างบางจะหายไปหรือยังไงกัน.....ผมใช้เวลาไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล แต่ลูกน้องผมบอกว่าร่างบางยังไม่เข้ามาเลย ผมเลยนั่งรอร่างบางอยู่ในรถ 

 

          “นายครับ นายเล่นแรงไปแล้วนะครับ” เอาอีกละ นี่ใครเป็นเจ้านายมันสองคนกันแน่ 

 

          “ฉันเล่นอะไร” แกล้งทำมึนตอบมันสองคนไปครับ 

 

          “นายทำอะไรครับคุณกายถึงได้วิ่งออกไปแบบนั้นครับ”  

 

          “ฉันแค่จูบปิงโชว์คุณหมอคนดีของพวกแกสองคนเอง” ผมตอบไอลูกน้องทั้งสองคนออกไป  

 

          “หะนาย!/หะ อะไรนะครับนาย” จะตกใจอะไรขนาดนั้นกัน ผมก็แค่จูบลองใจเฉยๆไหม  

 

         “ตกใจอะไรกันนักหนาวะ ปกติกูไม่เห็นมึงสองคนจะสนใจใครเลยหนิ”  

 

          “แต่คุณกายแตกต่างจากคนอื่นครับ ซึ่งผมสองคนก็รู้ดีว่านายก็คิดเหมือนกัน ไม่อย่างงั้นนายไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่นอน” รู้ใจกูกันจังนะเรื่องแบบนี้อะ  

 

          ผมกับลูกน้องคุยกัน (เถียงกันสะมากกว่า) นานพอสมควร ไอคนที่ผมให้เฝ้าร่างบางก็รายงานมาว่าร่างบางยังไม่เข้ามาเลย นี่มันก็จะสามชั่วโมงแล้วนะ ไปไหนกันแน่ “อย่าให้จับได้นะ” 

 

         “อาเฉิน อาหยางมึงไปส่งกูที่คอนโดแล้วส่งคนออกตามหาหมอกายสิ ถ้าไม่ได้เรื่องกลับมาพวกมึงเจอดีแน่” ร่างบางไปไหนกันแน่นะ ผมชักจะใจคอไม่ดีแล้วนะเนี่ย  

 

        “ครับ ผมเตือนนายแล้ววมีวิธีหลายวิธีให้เลือกพิสูจน์แต่ไม่ทำ ดันมาทำวิธีนี้ระวังเถอะครับคุณกายหนีไปจริงๆแล้วนายจะเสียใจ” สาบานว่านี่คือคำพูดของลูกน้องผม มันทำอย่างกับผมเป็นลูกน้องมันเลยตอนนี้  

 

         ผมไม่รู้ว่าการพิสูจน์แบบนี้จะทำให้ร่างบางรู้สึกไม่ดีขนาดนี้ ถ้าลูกน้องผมตามหาร่างบางไม่เจอพวกมันได้เจอดีแน่ อีกอย่างผมไม่คิดจะเอาคู่ค้ามาเป็นคู่ขา...... 

 

         ‘การทำลายความรู้สึกของอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะคนที่ถูกกระทำมันเจ็บปวดกว่าคนที่เป็นฝ่ายกระทำเสมอ’ 

 

          ******************************* 

#คู่ค้า  

#คู่ขา 

#พิสูจน์ 

         **จูบคนอื่นโชว์ต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ไม่ต้องอยู่ด้วยแล้วหมอกาย ทิ้งแม่งให้อยู่คนเดียวไปเลยผู้ชายอะไร ไรท์หมดคำจะพูด**  

        **ขอโทษด้วยนะจ้าไรท์มาช้างานล้นมือจริงๆช่วงนี้แต่ไรท์จะพยายามมาให้ได้ทุกวันนะจ้าอย่าพึ่งทิ้งกันไปไหนนะจ้าถ้าชอบ อย่าลืกดถูกใจ คอมเม้น ติดตามเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะจ้า** 

    

 

         

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว