facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 แพะรับบาป (5)

ชื่อตอน : บทที่ 3 แพะรับบาป (5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2562 18:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 แพะรับบาป (5)
แบบอักษร

ขวัญชีวาลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง ทำให้หญิงสาวลุกขึ้นตื่นด้วยความเคยชิน แต่วันนี้มันไม่เหมือนเดิมทุกวัน เพราะเธอถูกกักขังไม่ให้ออกไปไหน 

“จะทำยังไงดีขวัญ คิดสิคิด” ขวัญชีวาลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว และจำเป็นต้องใส่ชุดเดิมไปก่อน เนื่องจากไม่มีชุดให้เปลี่ยน แต่สิ่งที่ทำใหเธอรู้สึกเครียดคือการไม่ได้ไปทำงาน นั่นเท่ากับว่าเธอขาดรายได้ไปแล้วหนึ่งวัน และไม่รู้ว่าตอนนี้ป้ามาเรียจะรู้หรือเปล่าว่าเธออยู่ในนี้ ส่วนมือถือเครื่องน้อยของก็ถูกคนของแอรีสยึดไปตั้งแต่เมื่อคืน จนไม่สามารถติดต่อใครได้เลย 

“ข้าวนะครับ...” เสียงเข้มของใครบางคนทำให้ขวัญชีวารู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้างว่าเธอไม่ต้องอดตายแล้ว ถ้าผู้ชายคนนั้นใจร้ายถึงขนาดนั้นเขาก็ไม่ใช่คนแล้ว 

“ขอบคุณนะคะ” 

“ยังไงรีบกินหน่อยนะครับ ผมกลัวเจ้านายของผมจะมา” เมื่อลูกน้องของแอรีสพูดแบบนี้นั่นหมายความว่าอีตานั่นไม่ได้เห็นใจเธอเลยแม่แต่นิดเดียว แถมเขายังใจร้ายกับผู้หญิงอย่างเธอเลย 

“ค่ะ” อาหารง่ายๆ บนจานทำเอาน้ำย่อยในท้องของขวัญชีวาตีรวนไปหมด เนื่องจากเมื่อวานไม่มีอะไรตกถึงท้องของเธอเลย 

ขวัญชีวาลงมือทานอาหารที่ได้มาด้วยความหิว แต่เธอก็ไม่ได้กินมูมมาม เพราะอาจจะติดคอได้ จนฟิลิปป์เห็นแล้วอดอมยิ้มกับการกินของเธอไม่ได้  

“ขอบคุณนะคะที่เอาอาหารมาให้ฉัน ไม่อย่างนั้นฉันคงหิวตายแน่ๆ เลย” แม้เจ้านายของผู้ชายคนนี้จะใจร้ายมากแค่ไหน แต่อย่างน้อยลูกน้องก็ไม่ใจไม้ไส้ระดำกับเธอ 

“ผมขอถามคุณจริงๆ นะครับคุณขวัญชีวา” 

“เรียกขวัญเฉยๆ ก็ได้ค่ะ ขวัญไม่ถือ” ขวัญชีวาถือคติที่ว่าใครดีมาดีตอบ ใครร้ายมาร้ายตอบ 

“ครับคุณขวัญ ผมแค่อยากรู้ว่าเรื่องเมื่อคืนคุณเป็นคนทำหรือเปล่าครับ” ภ 

“ฉันขอพูดตรงนี้เลยนะคะว่าฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย และคิดว่าไม่มีเหตุผลจำเป็นอะไรที่ต้องทำเรื่องแบบนี้” ขวัญชีวายังคงยืนกรานว่าเธอไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องราวทั้งหมด มันต้องมีใครใส่ร้ายเธอเป็นแน่ 

“แต่จากหลักฐานระเบิดนั้นมันอยู่ในกระเป๋าของคุณนะครับ” 

“ฉันไม่ทราบหรอกค่ะว่ามันมากจากไหน ฉันมั่นใจว่าต้องมีใครใส่ร้ายฉันแน่ๆ” แม้ที่ผ่านมาเธอจะยอมคน แต่ครั้งนี้จะไม่ยอมให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้ปรักปรำเธอแบบนี้ 

“ถ้าคุณไม่ได้ทำ ผมก็หวัวว่าเจ้านายจะเข้าใจนะครับ ยังไงผมขอตัวก่อน” 

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉัน แม้มันจะไม่มาก แต่อย่างน้อยฉันก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ” ในน้ำเสียงของขวัญชีวามันเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณจริงๆ เธอไม่ได้เสแสร้ง ซึ่งฟิลิปป์สัมผัสมันได้ดี 

ฟิลิปป์เดินออกจากห้องที่ขังขวัญชีวาเอาไว้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะกลัวว่าเจ้านายจะทำร้ายคนผิด เขาเองก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ 

ร่างสูงใหญ่รุดหน้ามาที่ห้องที่เกิดเรื่องเมื่อคืนนี้ ก่อนจะไปสำรวจสภาพและกล้องวงจรปิด เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม แต่ในระหว่างที่ตนกำลังก้มมองหาหลักฐานอยู่นั้น เขาก็เห็นขาเรียวของใครบางคนที่เดินเข้ามาในห้อง 

ฟิลิปป์เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบกับร่างสูงปราดเปรียวอันคุ้นเคย และยังเป็นคนที่เขาไม่อยากจะเจอหน้าที่สุดในเวลานี้เลย 

“นายดูแลพี่แอรีสประสาอะไร ทำไมปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้” เสียงร้องแว๊ดๆ ของผู้หญิงที่เขารู้จักดีทำให้ฟิลิปป์ได้แต่นิ่งเงียบไม่โต้ตอบ “นี่!! อย่างมาทำหน้ามึนใส่ฉันแบบนี้นะ บอกมาว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง!!” 

ผู้หญิงตรงหน้าของเขาคือ ‘เฌอเบลล์ วอเรนตัน’ ลูกสาวคนเดียวของ ‘ลูอิส วอเรนตัน’ เจ้าพ่อการเงินที่ใหญ่ที่สุดในออเตรเลีย และเธอยังเป็นคุณหนูที่เอาแต่ใจและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร 

“ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้หรอกครับ” ฟิลิปป์บอกด้วยความสัตย์จริง อีกทั้งไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับคุณหนูตัวร้ายอย่างเธอ 

“ไม่อยากให้เกิดเหรอ ถ้าพี่แอรีสของฉันเป็นอะไรไป นายโดนฉันเล่นงานแน่!!” ท่าทีหยิ่งยโสของเฌอเบลล์ทำให้ฟิลิปป์รู้สึกเอือมระอา เพราะเขาพอรู้มาบ้างว่าแอรีสไม่มีความเสน่หาในตัวของผู้หญิงคนนี้เลย มีแต่เธอที่คอยวิ่งตามเจ้านายของเขาไม่เลิก 

“ครับ...” ฟิลิปป์ตอบเพียงสั้นๆ จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันที่เท้าใหญ่จะได้ก้าวออกไป ร่างเล็กของเฌอเบลล์ก็เดินมาขวางหน้าของเขาทันที พร้อมกับกางมือทั้งสองข้างเพื่อกันคนตัวใหญ่ให้เดินออกจากห้อง 

“นายยังไปไม่ได้นะ นายต้องตอบคำถามฉันก่อน” 

“ผมไม่มีคำตอบอะไร รบกวนคุณหนูหลีกทางให้ผมด้วย” ฟิลิปป์บอกอย่างเย็นชา จากนั้นก็ปลายตามองคนตัวเล็ก 

“อย่ามาเมินฉันนะ นายเป็นแค่ขี้ข้า ฉันถามอะไรต้องตอบ!!” คำพูดคำจาของเฌอเบลล์ทำให้ฟิลิปป์กำมือของตัวเองแน่นด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา แม้ภายในกำลังร้อนระอุก็ตาม 

“ผมไม่มีคำตอบอะไรให้คุณหนู รบกวนหลีกทางให้ผมด้วยครับ” ทุกคำพูดของผู้หญิงตรงหน้ามันมีแต่ถ้อยคำที่บั่นทอนความรู้สึกของเขา จนบางครั้งอยากจะสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้สำนึกบ้าง 

“ไม่! จนกว่านายจะบอกฉันว่าพี่แอรีสอยู่ไหน” เฌอเบลล์ตะโกนออกมาอย่างเอาแต่ใจ เพราะ ณ เวลานี้เธอต้องการเจอแอรีสมากที่สุด และต้องการรู้ว่าเขาปลอดภัย 

“ผมไม่ทราบครับ ท่านไม่ได้แจ้งเอาไว้” 

“อย่ามากวนฉันนะ นายตอบคำถามฉันมา...” สาวร่างเล็กเท้าเอวมองคนตัวโตกว่าด้วยสายตาข่ม แต่มีหรือที่คนอย่างฟิลิปป์จะยอม 

“ผมไม่มีอะไรจะบอกคุณหนู แล้วอีกอย่างผมไม่ได้ตัวติดกับเจ้านาย ผมจึงไม่รู้ว่าเจ้านายอยู่ไหน อีกอย่างการที่คุณหนูมาร้องแรกแหกกระเชอแบบนี้เจ้านายก็ไม่มีทางสนใจคุณหนูขึ้นมาหรอก” ฟิลิปป์บอกอย่างเหลืออด เพราะเขาไม่ชอบที่ผู้หญิงคนหนึ่งมาตะโกนปาวๆ ใส่หน้าของเขาเหมือนกัน 

“กรี๊ด! นายมีสิทธิ์อะไรมาด่าฉัน ไอ้ขี้ข้า!” มือบางของเฌอเบลล์ยกขึ้นเพื่อจะฟาดที่แก้มสาก แต่คนตัวโตเร็วกว่าจึงคว้ามือของเธอเอาไว้ได้ทัน จากนั้นเขาก็กำข้อมือเล็กเอาไว้แน่น พร้อมกับมองใบหน้าหวานด้วยสายตาขึงขัง และเดือดดาล จนขบกรามแกร่งจนเกิดเสียง 

“ผมเตือนคุณนะคุณหนูว่าอย่ามาทำร้ายร่างกายของผม ผมเป็นลูกน้องของเจ้านายคนเดียว ส่วนคุณก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบเหยียบย่ำคนอื่น!!” ว่าจบฟิลิปป์ก็ดันร่างเล็กของเฌอเบลล์ออกอย่างแรง เพราะอยู่ตรงนี้นานๆ เขาคงได้ประสาทตายเพราะผู้หญิงเอาแต่ใจคนนี้เป็นแน่ 

ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองคนที่กำลังเจ็บใจเพราะการกระทำของเขาแบบนี้ เธอทั้งโกรธ และรังเกียจลูกน้องของแอรีสคนนี้เหลือเกิน 

“กรี๊ด!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!” เฌอเบลล์กระแทกเท้าลงบนพื้นอย่างแรง เนื่องจากตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าหยามเธอขนาดนี้มาก่อน “ฉันจะฟ้องพี่แอรีสว่านายทำมารยาทแย่กับฉัน!!”  

 

______________________________________________________

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว