email-icon facebook-icon

ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : บทที่4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2562 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่4
แบบอักษร

บทที่4

 

เซญ่าพามิเรียมกลับมาที่คอนโดมีเนียมของพวกเธอ โดยมีพี่ยามเป็นคนที่คุ้นเคยช่วยอุ้มมิเรียมมาส่งในห้อง เมื่อหัวถึงหมอนร่างบางก็เลื้อยนอนไม่นิ่ง

“อื้อ…เจ้าชายของเรียม”

เธอเพ้อฝันเรียกหาแต่พ่อเทพบุตรในคราบเจ้าชายแห่งเมืองอันลึกลับ ผู้ชายคนนั้นที่อยู่ในนิมิตรตัวเอง ในภาพเขาขี่ม้าขาวมาช่วยเธอจากโจรที่เข้ามาลวนลามหวังขืนใจ

“เฮ้อ! ครั้งเดียวจริง ๆ”

เธอเข็ดที่จะพาเพื่อนท่องราตรี สภาพมิเรียมค่อนข้างแย่ไม่คิดว่าเพื่อนเธอจะเมามายที่สำคัญยังเลื้อยเก่งเกือบตกเตียงนอนกว่าจะเช็ดตัวเปลี่ยนชุดได้เล่นเอาเธอเหนื่อยจนเหงื่อออกชุ่มหน้า

“เจ้าชาย…”มิเรียมครางเรียก

“ฝันดีนะมิเรียม”

เซญ่าจุมพิตที่หน้าผากของเพื่อนที่แสนรักและหวงบออกฝันดีแล้วกดปิดไฟในห้องนอน กลับออกมาหย่อนกายนอนที่โซฟาใหญ่ หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อมีการแจ้งเตือนจากไลน์

‘เรื่องเพื่อนพี่ เซญ่าไม่ต้องห่วงนะ ฝันดีครับ’

“พี่คราม”

รอยยิ้มหวานเผยขึ้นเมื่ออ่านข้อความที่ถูกส่งมา แก้มเธอร้อนผะ…ผ่าวยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มที่แก้มทั้งสองข้าง

“ฝากขอโทษแทนมิเรียมด้วยนะคะพี่คราม ฝันดีค่ะ”เธอส่งข้อความตอบกลับไป สักพักครามก็ตอบกลับมาอีกครั้ง

‘ทำไมถึงยังไม่นอน’

“คิดมากอยู่ค่ะ รู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนเจอเรื่องแย่ๆ”

‘ไม่โทษตัวเองนะ นอนเถอะครับ’เธออ่านแต่ไม่ได้ตอบกลับชายหนุ่ม

“ใจเต้นแรงจัง”มือบางยกขึ้นมากุมหน้าอกด้านซ้าย มันเต้นแรงจนเธอได้ยินเสียงชัดเจน ภาพในมโนนึกฉายภาพย้อนไปตอนที่เธอเดินส่วนกับเขา

ชายหนุ่มคนนั้นที่เข้ามาทักทายและแสดงออกชัดเจนว่าสนใจตัวเธอ เซญ่าไม่อยากคาดหวังว่าผู้ชายที่เจอในผับจะจริงใจซะทุกคน เรื่องพวกนี้เธอพอรู้มาบ้างไม่เคยประมาทหรือเชื่อใจไว้ใจใครง่ายๆ แต่สำหรับครามนั้น เขากลับมีอิทธิพลต่อต่อมความรู้สึกเธอเหลือเกิน

แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องนอนขนาดกลาง มิเรียมเริ่มรู้สึกตัวขยับกายบิดขี้เกียจงัวเงียค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมามอง ภาพแรกที่เห็นนั้นคือเพดานห้องนอนที่คุ้นเคย ก่อนจะเบิกตากว้างโตดีดร่างตัวเองลุกนั่ง

“อื้อ ปวดหัวจัง”

รู้สึกหนักที่ศีรษะโลกยังคงเอียง เธอกำลังงุนงงว่ามาอยู่ที่ห้องนอนได้ยังไงก็เมื่อตอนดึกเธอนั่งดื่มน้ำสีสวยอยู่นี่หน่า

“ตื่นละเหรอ ปวดหัวไหม”

เซญ่าเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารมื้อสาย ในถาดยังมียาและของทานแก้แฮงติดเข้ามาด้วย

“เซทุบหัวเราใช่ไหม ปวดสุดๆ เลย”

คนที่เพิ่งตื่นครวญครางหาสาเหตุอาการที่ว่านี้ พอส่างเมาก็กลับจำอะไรไม่ได้เลย เซญ่าส่ายศีรษะพลางหย่อนสะโพกนั่งลงบนเตียง

“ขอโทษนะมิเรียม”

สีหน้าแววตาของเซญ่าเล่นเอาเธอขมวดคิ้ว ขอโทษเธอเรื่องไหนยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ เพื่อนเธอเปล่าทำอะไรผิดสักหน่อย

“โอเคไหมเนี่ย เซขอโทษเราเรื่องไหน”

“ก็เมื่อคืนเซปล่อยให้เรียม…”

เธอเล่าให้เพื่อนฟังเมื่อฟังจบเธอก็ต้องเบิกตาโพลง อ้าปากค้างอยู่กลางเวหาโดยไม่นึกว่าตัวเองจะหลุดโลก ยังสร้างวีรกรรมอันน่าอับอายขายขี้หน้าคนอื่นอีก อายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

“น่าอายจริงเลย นี่เรียมทำอะไรลงไปนะ”

เธอยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง กัดฟันกรอดที่เมื่อคืนสร้างวีรกรรมไว้อย่างแสบสัน ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายที่จะนึกถึงใบหน้าอันหล่อเหลาของพ่อเทพบุตรคนนั้น

“มีอีกเรื่องนะเรียม”

คนตัวเล็กหน้าหงิกคิดว่ายังไม่หมดอีกเหรอ แต่ลึกๆไม่แน่ใจว่าตัวเองทำอะไรน่าเกลียดไปบ้าง คราวนี้มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดไว้

เซญ่าเล่าถึงตอนที่มิเรียมถูกพาตัวมาด้านนอกโดยเป็นฝีมือของเบสอดีตแฟนเก่าเธอนั่นเอง มันใช้ยาสกปรกหวังทำลายชีวิตหญิงสาว โชคดีที่เจอพลเมืองดีซะก่อนเธอถึงได้รอดพ้นจากคนสารเลว

“เราไม่เอามันไว้แน่”มิเรียมถึงกับส่างทันทีจากที่ปวดหัวโลกเอียงกลับสว่างหายเป็นปลิดทิ้ง

“เรียม”

“โอ๊ย เจ็บจัง”

เซญ่าตกใจที่เพื่อนร้องเสียงหลง เธอแตะไปที่ปลีน่องเพื่อนปรากฎว่ามันเกิดมีรอยเขียวช้ำขึ้นเด่นชัด สีของมันเริ่มเขียวแกมม่วง

“ไปโดนไรมาเนี่ย”เซญ่าอุทานรีบหากล่องยามาทาแผลช้ำนั้น มิเรียมที่นั่งเอ๋อนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ผู้ชายคนนั้น คนเมื่อคืน”มือเซญ่าชะงักมองหน้าเพื่อนที่ทำเหมือนครุ่นคิดบางสิ่ง

“เสี่ยชลน่ะเหรอ”เซญ่าถาม คิ้วเรียวขมวดชิดกันระคนแปลกใจในคำถาม

“ใครคือเสี่ยชล?”มิเรียมเอียงคอถามเซญ่า เพราะที่เธอถามถึงนั้นคือพ่อเทพบุตรหน้านิ่งที่เธอเจอในผับเมื่อคืน

“คนที่ช่วยเรียมจากพี่เบสไง”เซญ่าพูด

“ที่เรียมอ้วกใส่น่ะเหรอ?”

คนถามยังมีสีหน้าเอ๋อคล้ายกับว่านึกอยู่ว่าตัวเองอ้วกใส่คนที่ช่วย หรืออ้วกใส่พ่อเทพบุตรนั่นแต่คนหลังนี่ มิเรียมคิดว่าไม่มีทางเป็นเขาแน่

“…….”

เซญ่าพยักหน้าทายาให้เพื่อนต่อ ส่วนแผลที่เกิดขึ้นคงเป็นตอนที่ถูกเสี่ยชลเหวี่ยง นึกถึงละพาลหัวเสียขึ้นมาเสียดื้อๆ

เธอไม่ได้บอกมิเรียมว่าใครช่วย แต่ก็ไม่ได้คิดจะปิดบังแต่แรกแล้ว อันที่จริงก็ไม่ได้อยากพูดบอกนักหรอก เพราะเซญ่าไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าคนที่มิเรียมอ้วกใส่คือผู้มีอิทธิพล เซญ่าพะวงแต่ครามเพื่อนสนิทเสี่ยชลย้ำว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ขอให้เธอและเพื่อนสบายใจได้

ตกบ่าย ณ คอนโดหรู…

มิเรียมพยายามทบทวนความจำแต่ก็นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก

“อย่าบอกนะว่าเรียมยังไม่เลิกคิดถึงหน้าคนนั้นอีก”

เซญ่าพูดเมื่อเห็นแววตาของมิเรียมหรี่ลงอย่างแคลงใจอะไรบางอย่าง

“เรื่องเมื่อคืน มันธรรมดาซะที่ไหน”

เธอคิดมากเรื่องผู้ชายคนนั้น เอาง่ายๆเธออยากพบเจอเขาอีกครั้ง คนที่ทำให้ใจเธอไม่เหงาและตื่นเต้นตลอดเวลา

“เรียมชอบเขาจริงเหรอ”

“เทพบุตรนะ ไม่ใช่เสี่ยชลคนนั้น”เธอรีบพูด

“ก็คนเดียวกัน ผู้ชายคนที่เรียมนั่งจ้อง ชื่อเสี่ยชลเพื่อนพี่ครามเอง”

“จริงเหรอเซญ่า”

ได้ยินอย่างนั้นถึงกับตาโตเขยิบกายเข้ามาใกล้เพื่อน ให้คนที่เห็นเหตุการณ์เล่าเรื่องเมื่อคืนซ้ำ เธออยากรู้ว่าคนชื่อเสี่ยชลปกป้องเธอยังไง พ่อเทพบุตรสุดหล่อคนนั้นคนที่ช่วยเธอจากแฟนเก่าหื่นกาม

หลายวันถัดมา…

ความสัมพันธ์ระหว่างเซญ่ากับครามยังไม่มีความคืบหน้าอะไร ทั้งคู่ยังอยู่ในสถานะคนคุยแก้เหงา หรือที่เรียกอีกอย่างว่าเพื่อนคุยคลายความเหงาเท่านั้น

“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย โทรมาตอแยอยู่ได้”

เป็นอีกวันที่มิเรียมหัวเสีย นายเบสโทรมาต่อแยขอร้องให้หญิงสาวกลับมาหาเจ้าของ มิเรียมน่ะทำใจง่ายหายเศร้าไวกว่าที่เบสคิดไว้ซะอีก ตรงกันข้ามกับอีกคนทุกอย่าง เขาพยายามตามง้อขอเธอคืนดี

เบสกลายเป็นคนที่อาลัยอาวรณ์มิเรียมแทน เขาอยากกลับเข้ามามีบทบาทในชีวิตมิเรียม ที่ในวันนี้เขายังมีแรงมีลมหายใจ คือข้างในของเบสสั่งให้รอมิเรียม เผื่อวันพรุ่งนี้เธอจะกลับมารักเขา และเผื่อวันพรุ่งนี้เขากับเธอจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

“ยังไม่ยอมจบอีกหรือเนี่ย”

“ก็ใช่น่ะสิ เรียมว่าจะเปลี่ยนเบอร์หนีซะเลย”พูดพลางหยิบขนมเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

วันก่อนเธอไปโวยวายที่คณะ ด่ากราดใส่เบสชุดใหญ่ ป่าวประกาศอีกด้วยว่าผู้ชายคนนี้หวังจะเคลมเธอในผับ แน่นอนว่าเบสค่อนข้างอับอาย ทว่าความใจกล้าหน้าด้านทำให้เขานั้นเดินหน้าขอสานรักเธออีก และไม่แคร์สายตานักศึกษาคนอื่นจะมองเขายังไง

“โอ๊ยเมื่อยชะมัด กว่าจะจบคลาส”

มิเรียมถอนหายใจยาวเหยียดเมื่อคลาสเรียนรอบเช้าสิ้นสุดลง วันนี้อารมณ์ของเธอไม่ค่อยจะคงที่ หงุดหงิดแทบจะตลอดเวลา หญิงสาวเดินตามเพื่อนออกไปก่อนจะชะกงักหยุดมองรอบ ๆ

“หยุดทำไมเรียม”

“รู้สึกเหมือนมีคนเดินตามน่ะ”

พลางหันมองทางซ้ายและขวา แต่กลับไม่เจอใครที่น่าสงสัย เธอคงหวาดระแวงจนเกินเหตุ ระแวงว่านายเบสจะสะกดตามรอยเธอกับเพื่อน ก่อนจะหันหน้ากลับมาแล้วเดินต่อ

“เรียมขับกลับคอนโดก่อนนะ”เซญ่ายื่นกุญแจรถยนต์ให้เพื่อน มิเรียมหน้าเคร่งมองเซญ่าอย่างสงสัย

“แล้วเซจะไปไหนอ่ะ”

“ร้านสักน่ะ อยากไปเติมลายตรงหลัง”

นี่เป็นอีกสิ่งที่มิเรียมไม่เคยสัมผัสนั้นคือเรื่องลวดลายบนแผ่นหลังและตามร่างกาย เซญ่าเธอชอบงานศิลปะบนเรือนร่าง ฝันอยากมีร้านสักเล็กๆเป็นของตัวเอง ที่เรียนบัญชีก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุระกิจในอนาคตของเธอด้วย

“ไปด้วยนะ เรียมอยากเห็นบรรยากาศในร้าน”

“ไม่ได้ เดี๋ยวแม่เรียมก็เอ็ดเราหรอก”

“อย่าเอาแม่เรามาอ้างเซญ่า…”มิเรียมกดเสียงต่ำ ไม่ค่อยอยากเชื่อ

“มันนานนะ”

เซญ่าพูดบอกเพราะมิเรียมไม่ชอบงานสัก ชอบบ่นว่าทำนานทั้งๆที่ไม่เคยลอง งานศิลปะที่ไหนเขาทำเสร็จภายในเวลาที่ตัวเองกำหนดได้ เพื่อนเธอไม่ชอบรอใครนานๆ

“ก็รอได้น่า นะๆเค้าสัญญาจะเป็นเด็กดี”ทำเสียงออดอ้อนจนเซญ่าใจอ่อนพาเธอมาที่ร้านสักด้วย

“อยู่ไกลไหม”เมื่อขับรถออกจากมหาวิทยาลัยมาได้สักพัก คนขี้สงสัยก็เอ่ยถามอย่างคนชอบเสือก

“ไม่ไกลหรอก สิบนาทีก็ถึง”เซญ่าตอบมองทางด้านหน้า และถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

“ที่นี่เหรอ”

“ใช่แล้ว เปิดใหม่ด้วยนะ”

เซญ่าพูดพร้อมกับชะลอความเร็วขับรถเคลื่อนมาจอดที่หน้าร้านสัก สองสาวลงจากรถมาหยุดยืนตรงหน้าทางเข้าร้าน เซญ่าหยิบมือถือส่วนตัวขึ้นมากดเบอร์โทรหาคนที่นัด ไม่นานปลายสายก็กดรับ

“อยู่หน้าร้านแล้วนะคะพี่”

ปลายสายบอกให้เข้ามาด้านในได้เลยเพราะตอนนี้ไม่มีคิวสัก อันที่จริงเซญ่ามาเพราะคำชวนของคราม เขาบอกว่าที่นี่ช่างสักฝีมือดีหลายคนโดยเฉพาะเขา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว