email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 362

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2562 00:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11
แบบอักษร

"สูสองคนเป็นบ้าไปล่ะติ เว้าไปทั่วไปทีบ" เด็กสาวว่าให้เพื่อนทั้งสองอย่างเขินๆ ก็แน่ล่ะสิมันจะเป็นบุพเพบุพพาอะไรได้ล่ะ ก็เธอกับเขานั้นต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยก็ว่าได้ ถ้าในละครล่ะก็อาจจะใช่ แต่นี่มันชีวิตคนจริงๆ เพราะฉะนั้นคงไม่มีทางเป็นไปได้แน่แตนนึกถึงความเป็นจริงแล้วก็ได้แต่ปลงกับตัวเองอยู่เงียบๆ

"บ้าอิหยังในหนังในละครส่วนหนึ่งเขากะเอามาจากชีวิตจริงของคนคือกันนั่นล่ะอีแตน มึงบ่ฮู้ติ" ติ๋มพูดขึ้นก่อนที่จะทำท่าทางล้อเลียนเพื่อนสาวอย่างขำๆ และเห็นเป็นเรื่องสนุกมากกว่าที่จะคิดจริงจังอย่างที่พูดออกมา

"ฮอดคนที่เจ็ดแล้วอีแตนมึงเตียมโตหมาดคอเอาไว่ถ่าเลย" น้อยบอกเพื่อนเมื่อเห็นคนที่เจ็ดกำลังจะร้องจบในไม่ช้านี้แล้ว แตนเงยหน้าขึ้นมองไปที่เวทีที่อยู่ด้านหน้าอย่างตื่นเต้น ยิ่งคิวของเธอใกล้เข้ามาเท่าไหร่หัวใจดวงน้อยของเด็กสาวก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆไปเท่านั้น วันนี้และเวทีนี้จะเป็นเวทีประกวดร้องเพลงครั้งแรกในชีวิตของเธอ แตนพยายามรวบรวมสติอย่างเต็มที่ เด็กสาวยืนนิ่งๆแล้วหลับตาลงอย่างช้าๆเพื่อทำสมาธิให้คลายความตื่นเต้นและความกังวลต่างๆที่กำลังเป็นอยู่นี้ลงให้ได้ แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามสงบสติอารมณ์สักเท่าไหร่ก็ตามที แต่ก็ยังลดความตื่นเต้นลงไม่ได้มากมายนัก เด็กสาวเลยลืมตาขึ้นพร้อมกับสะบัดหน้าไปมาเล็กน้อยก่อนจะมีความรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองมาที่เธออยู่ในขณะนี้ และโดยไม่ได้มีความตั้งใจเลยสักนิดเมื่อเธอเฉมองไปที่ในซุ้มที่มีก้องเกียรติกับมะลินั่งอยู่ และก็เป็นอย่างที่รู้สึกได้เช่นนั้นจริงๆ เมื่อแตนนั้นเห็นว่าก้องเกียรตินั้นกำลังมองมาที่เธออยู่พอดีจริงๆ ชายหนุ่มส่งยิ้มมาให้เมื่อเห็นว่าแตนนั้นหันไปทางเขาพอดี ที่จริงแล้วก้องเกียรตินั้นแอบสังเกตดูเด็กสาวอยู่ตลอดเวลาอยู่ แล้วก็พอดีว่าเธอหันมองไปทางนั้นเข้าพอดี ชายหนุ่มจึงยิ้มส่งกำลังใจให้เธอกลับมา แต่แทนที่ว่าแตนจะมีกำลังใจมากขึ้นแต่กลับกลายเป็นว่าทำให้เธอประหม่ามากขึ้นไปอีกด้วยความเขินอายที่เห็นเขาส่งยิ้มแบบนั้นมาที่เธอ เด็กสาวยิ้มเขินๆกลับไปก่อนที่จะก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความขัดเขินและหวามไหวในใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต สิ้นเสียงเพลงของคนที่ร้องอยู่บนเวทีจบลง เสียงปรบมือและโห่ฮิ้วเพื่อให้กำลังใจกับคนที่ร้องก็ดังกึกก้องขึ้นอีกครั้ง แตนมองไปรอบๆตัวอย่างตื่นเต้นสุดๆ พลางคิดว่าถ้าเป็นเธอร้องแล้วจะมีใครมาปรบมือและโห่ร้องให้กำลังใจแบบนี้บ้างไหมนะนอกจากเพื่อนที่มาด้วยกันเพียงสองสามคนเท่านี้แล้ว

"เอาล่ะครับพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน นักร้องผู้เข้าแข่งคนที่เจ็ดได้ผ่านไปแล้วนะครับ ด้วยน้ำเสียงที่หวานฉ่ำไม่ต่างจากเสียงจริงเลยในเพลง ใสว่าสิบ่ถิ่มกันของก้อง ห้วยไร่ นักร้องขวัญใจมหาชนของเรา และต่อไปนี้ก็ถึงคิวของนักร้องท่านที่แปดแล้วนะครับ เธอคนนี้เป็นสาวน้อยหน้าหวานจากบ้านหนองเสือคนเก่งของจังหวัดเรานั่นเองนะครับ ขอเชิญทุกท่านพบกับ สกุณาผ่องใส ในเพลงกินข้าวหรือยัง ของต่ายอรทัยได้ณ บัดนี้เชิญคร้าบบบบ" พอสิ้นเสียงประกาศของโฆษก แตนก็เดินขึ้นไปบนเวทีตามที่ผู้จัดคิวจัดให้อยู่ข้างๆเวทีนั้นทันที เด็กสาวเดินมาหยุดอยู่ที่กลางเวทีแล้วยกมือไหว้ผู้ชมที่อยู่ทางด้านล่างแล้วยืนนิ่งรอดนตรีขึ้นทันทีด้วยจิตใจที่แน่วแน่

..ดนตรี....กินข้าวแล้วยังกำลังเฮ็ดหยังน้ออ้าย

คิดฮอดหลายๆหัวใจไห้โทรมาถาม

นับตั้งแต่อ้ายห่างมาไกลเพื่อหางานทำ

ซื้อบัตรเติมเงินประจำมือถือโทรตามถามใจ..

เสียงเพลงที่นุ่มนวลและอ่อนหวานนั้นดังกังวาลไปทั่วทั้งบริเวณงาน

ที่ด้านล่างอีกฝั่งหนึ่งของด้านหน้าเวที ต่อกับเพื่อนๆต่างก็ยืนมองขึ้นไปบนเวทีที่มีแตนกำลังร้องเพลงอยู่ ต่อมองดูพี่สาวของตนร้องเพลงอยู่อย่างอึ้งๆ เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแตนพี่สาวของเขาจะร้องเพลงได้ดีขนาดนี้ เพราะเคยเห็นแต่ขึ้นไปแหกปากตะโกนร้องแต่อยู่บนต้นมะขามของผู้ใหญ่สินบ้างเป็นครั้งคราวก็เท่านั้น

"บักต่อ เอื้อยมึงกะเข้าประกวดนำเขาคือกันแถมยังฮ้องได่ม่วนนำ" เพื่อนของต่อเอ่ยขึ้นอย่างทึ่งๆ เพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่สาวของเพื่อนจะร้องเพลงได้เพราะขนาดนี้

"เลากะอยากประกวดเล่นๆไปซื่อๆดอกบักเอ๊บเอ้ยยย ฮ้องพอซำนี่สิไปได่อิหยังหลาย"

"มันกะแมนยุผุอื่นเขาผุลางคนกะเสียงดีอิหลี แต่มึงสิเอาไปวัดกันบ่ได่ดอกพวกนั่นมันเป็นนักฮ้องเดินสายประกวดมานับบ่ถ่วนแล้ว เอื้อยแตนได่ซำนี่กะถือว่าดีหลายแล้ว" ต่อยืนนิ่งฟังคำพูดของเพื่อนก็คิดว่ามันก็จริงนั่นแหละ ส่วนพี่สาวของเขานั้นวันๆไม่ได้ออกไปไหนเลยนอกจากนากับบ้านเท่านั้นเอง เด็กหนุ่มคิดพลางเงยหน้าขึ้นมองไปที่เวทีขณะที่แตนเองนั้นก็ร้องเพลงจบลงพอดีเช่นเดียวกัน เด็กสาวยกมือขึ้นไหว้ลาอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะเดินลงจากเวทีพร้อมกับมีเสียงปรบมือให้จากคนดูที่อยู่ทางด้านล่างมากพอสมควรทีเดียว แตนเดินลงจากเวทีมาก็ตรงไปยังที่ๆเพื่อนๆของเธอกำลังยืนอยู่ทันที

"เยี่ยมไปเล้ยอีแตนมึงกะฮ้องม่วนปานนี่ตัวนิ" น้อยพูดขึ้นทันทีที่เพื่อนของตนเดินมาถึง

"อิหลีน่ะอีน้อยมะซางว่าแถะ" แตนยิ้มเขินๆกับคำชมนั้นของเพื่อน

"ม่วนอิหลีอีแตนแต่สิสู่ขะเจ่าได่บ่ดอกเผิ่นมีคนฮ้องม่วนๆหลายคนยุคือกัน" ติ๋มบอกเพื่อนตามที่ใจคิด

"สู่บ่ได่กะซางเถาะพวกนั่นขะเจ่าเป็นนักฮ้องเดินสายประกวดมานับฮ้อยฮ้านแล้วสิไปสู่เผิ่นได่จังได๋แค่ได่ฮ้องซำนี่กูกะพอใจแล้ว" แตนบอกเพื่อนทั้งสองยิ้มๆอย่างไม่คิดอะไรมาก เพราะเธอเองก็แค่อยากจะร้องเพลงเท่านั้น ไม่ได้อยากที่คิดจะประกวดประชันอะไรกับใครๆเขาอยู่แล้ว

"อีแตน อีน้อย .." เป็นเสียงของไผ่นั่นเองที่จู่ๆก็วิ่งหน้าตาตื่นมากับเพื่อนๆอีกสองคน

"อิหยังบักไผ่ มึงเป็นอิหยังจังแล่นตาสวดกันมาแบบนี่" แตนถามขึ้นอย่างตกใจไม่แพ้กัน

"กูๆๆเห็นคนตาย..?"

"หา! มึงเห็นคนตายติบักไผ่..

ความคิดเห็น