facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 แพะรับบาป (2)

ชื่อตอน : บทที่ 3 แพะรับบาป (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2562 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 แพะรับบาป (2)
แบบอักษร

“อย่าร้องโวยวายเลยครับ ถ้าเจ้านายโกรธขึ้นมาคุณจะเดือดร้อนนะ...” ฟิลิปป์บอกด้วยความหวังดี เพราะไม่อยากให้แอรีสอารมณ์เดือดดาลอีกครั้ง  

“ฉันไม่ได้ทำจริงๆ นะคะ ฉันแค่เป็นคนมาทำความสะอาดห้องของเจ้านายคุณเท่านั้นเอง” ใบหน้าหวานของขวัญชีวาแดงก่ำ ก่อนจะรู้สึกว่าขอบตาร้อนและกำลังจะมีน้ำตาไหลออกมา 

“ผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้นะครับ เรื่องนี้เอาไว้คุณอธิบายกับเจ้านายผมเถอะนะครับ” แม้จะรู้สึกสงสารผู้หญิงตรงหน้ามากแค่ไหนก็ตาม 

“ฉัน...” ขวัญชีวารู้สึกสิ้นหวังเหลือเกิน เพราะแค่ได้รู้จักแอรีสแบบผิวเผินก็พอจะรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้ร้ายกาจแค่ไหน 

“ขอให้โชคดีนะครับ...” 

ฟิลิปป์บอกก่อนจะเดินออกมาจากห้องที่ขังขวัญชีวาเอาไว้ และหวังว่าแอรีสจะมีเมตตากับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้บ้าง 

 

“เอาแม่นั่นไปขังไว้แล้วใช่ไหม”  

แอรีสกลับไปอาบน้ำแต่งตัว หลังจากที่ผ่านวินาทีความเป็นความตายมา เขาก็ให้คนไปเช็คกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าห้องของตนเอง ก่อนจะพบว่าคนที่เข้านอกออกในห้องของตนได้ก็มีเพียงขวัญชีวาเอานั้น 

“อยากจะรู้นักว่ายังจะปากแข็งอย่างนี้อยู่อีกไหม” หลักฐานทุกอย่างมันบ่งชี้ไปว่าคนที่เอาระเบิดมาวางไว้ในห้องของเขามีแค่ขวัญชีวาเท่านั้น 

“บางทีเธออาจจะไม่ได้ทำก็ได้นะครับ” ฟิลิปป์บอกจากความรู้สึกของตัวเอง เพราะท่าทางของหญิงสาวดูไม่เหมือนคนที่จะมาคิดร้ายกับแอรีสเลยสักนิดเดียว 

“พวกนางนกต่อมันก็ชอบมาในคราบของคนอ่อนแอทั้งนั้นแหละ นายอย่าไปเชื่อคนพวกนี้นักเลย อีกอย่างหลักฐานมันชี้ไปที่แม่นั่น ฉันเชื่อในหลักฐานเท่านั้น!!!” 

“ดูแม่นั่นให้ดีๆ ถ้าฉันจัดการเรื่องทางนี้เรียบร้อยแล้ว ฉันจะกลับมาจัดการเค้นความจริง” เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้มันเหมือนการเปิดสงครามกับเขา ในเมื่อไอ้สารเลวพวกนั้นอยากจะฆ่าเขา เขาเนี่ยแหละจะจัดการมันก่อนเลย 

แอรีสเข้ามาในห้องที่ตอนนี้เหลือเพียงเศษสากของสิ่งของ เขาเข้ามาเช็คเพื่อหาร่องรอยของระเบิดก่อนจะพบว่ามันน่าจะถูกซุกซ่อนในกระเป๋าอุปกรณ์ทำความสะอาดของขวัญชีวา หลักฐานทุกอย่างมันดูเหมือนจะบ่งชี้ไปที่เธอทุกประตู 

แล้วแบบนี้จะให้เขาเชื่อได้อย่างไรว่าผู้หญิงคนนี้ใสซื่อเหมือนหน้าตา 

 

             ขวัญชีวาเดินไปมาในห้องราวกับหนูติดจั่น เพราะกำลังคิดหาหนทางออกไปจากที่นี่ แต่ยังไม่ทันที่จะคิดอะไรไปมากกว่านี้ ประตูห้องของเธอก็เปิดออกทันที พร้อมกับร่างสูงที่น่าเกรงขามเดินเข้ามา 

             “คุณ...” 

             “ตกใจมากนักเหรอที่เห็นฉัน...กลับฉันรู้เหรอว่าเธอกำลังปกปิดอะไรอยู่” มุมปากของแอรีสยกขึ้น พร้อมมองสาวร่างเล็กอย่างมีเลศนัย  

             “ฉันไม่มีอะไรที่ต้องปกปิด และไม่ทำอะไรด้วย” สิ่งที่ขวัญชีวาพูดออกมามันคือเรื่องจริง และต่อให้เขาพยายามเค้นความจริงมากแค่ไหน คำตอบเดียวของเธอคือไม่รู้ 

             “อย่ามาตอแหล!!! หลักฐานขนาดนี้เธอยังมาปฏิเสธอีกเหรอ!!” แอรีสโยนภาพหลักฐานทุกอย่างใส่หน้าของขวัญชีวา จนขอบกระดาษมันบาดที่หน้าของหญิงสาวจนเกิดรอยแผลและมีเลือดที่ไหลออกมาทันที 

             “ก็ฉันไม่ได้ทำ...คุณจะให้ฉันยอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ได้ยังไง” ไม่เข้าใจว่าแอรีสต้องยัดเยียดข้อให้เธอแบบนี้ 

             “ฉันให้โอกาสเธอพูดอีกครั้งนะว่าจะยอมรับหรือไม่...” น้ำเสียงข่มขู่ของชายหนุ่มทำเอาขวัญชีวารู้สึกกลัว 

             “ไม่! ฉันจะไม่ยอมยอมรับผิดเด็ดขาด” 

             “ดี...งั้นต่อไปนี้ฉันจะเค้นความจริงจากปากของเธอด้วยตัวของฉันเอง อยากจะรู้นักว่าจะทนไปได้นานแค่ไหน!!! 

             “คะ...คุณจะทำอะไร” เสียงหวานถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะไม่รู้ว่าแอรีสคิดจะทำอะไรกันแน่ 

             “ทำอะไรอย่างนั้นเหรอ เธอคิดว่าฉันจะเอาเธอมานั่งๆ นอนๆ ห้องของฉันเล่นโดยที่ไม่ทำอะไรเลยหรือไง...” ในเมื่อหลักฐานทุกอย่างมันบ่งชี้ไปที่ขวัญชีวา แอรีสจึงไม่รอช้าให้ลูกน้องไปสืบประวัติของเธอ จนรับรู้ที่มาที่ไป และด้วยความที่ครอบครัวยากจนอาจจะเป็นเหตุให้หญิงสาวก่อเหตุนี้ขึ้นมาก็เป็นได้ 

             “อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ”  

             “เธอคงยังไม่รู้จักฉันสินะ...” มือหยาบจับปลายคางของขวัญชีวาเพื่อให้หญิงสาวหันหน้ามามองเขา จนทั้งสองเผชิญหน้ากัน ซึ่งหญิงสาวได้เห็นแววตาคมที่เชื่อว่าเธอคือคนร้าย 

             “ต่อให้คุณถามฉันอีกสักกี่ร้อยกี่พันครั้ง ฉันก็ไม่รู้เรื่องนี้” 

             “งั้นดูคลิปนี้ ดูด้วยสองตาของเธอขวัญชีวา” แอรีสดึงสาวร่างเล็กให้มามองกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งในห้องที่ยังไม่ได้พังเสียหายเหมือนตัวอื่นๆ และมันสามารถมองเห็นรอบๆ ห้องของเขาได้อย่างชัดเจน 

             ดวงตากลมโตมองหน้าจอมอนิเตอร์ และพบว่าในช่วงเวลานั้นมีเพียงเธอเท่านั้นที่เข้าไปในห้องของแอรีส และสักพักบางสิ่งบางอย่างในกระเป๋าที่บรรจุอุปกรณ์ทำความสะอาดก็ระเบิดออกมาด้วยแรงมหาศาล 

             “ฉัน...” ขวัญชีวาถึงกับอึ้ง ไม่แปลกใจว่าทำไมแอรีสถึงปักใจเชื่อว่าเป็นเธอนัก 

             “เห็นแล้วใช่ไหม แล้วอย่างนี้เธอจะแก้ตัวยังไง” 

             “ฉันไม่ได้ทำ ฉันว่าต้องมีคนใส่ร้ายฉันแน่ๆ ได้โปรดเถอะนะคะ เชื่อฉันเถอะ” แม้จะรู้ว่าได้ถูกต้อนจนมุม แต่ขวัญชีวาคิดว่าเธอจะต้องหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์ให้ได้ 

             “หึ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคนบงการเรื่องทั้งหมดเป็นใคร แต่มันก็ฉลาดดีนะที่เอาผู้หญิงที่ดูโง่ๆ อย่างเธอมาเป็นนางนกต่อ...” สายตาคมเข้มของแอรีสมองขวัญชีวาตั้งแต่หัวจรดเท้า จนหญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองเหมือนกำลังถูกคุกคามทางเพศอย่างบอกไม่ถูก 

             “อย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะ” แม้ชุดที่สวมใส่อยู่จะมิดชิด แต่การที่ถูกจับจ้องแบบนี้มันก็ทำเอาเธอประหม่าเหมือนกัน 

             “กลัวด้วยเหรอ คิดจะเป็นนางนกต่อให้มันใจกล้าๆ หน่อยสิ” ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้สาวร่างเล็ก จากนั้นก็รวบเอวบางของหญิงสาวเอาไว้ด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียว 

             “ยะ...อย่าทำอะไรบ้างๆ นะ”  

             “พวกมึงออกไปก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยกับแม่นี่ สอง...ต่อ...สอง” แอรีสเน้นคำหลัง จนคนฟังอดขนลุกไม่ได้ และยิ่งเหล่าชายฉกรรจ์ออกจากห้องนี้ไปแล้ว ทำเอาสาวร่างเล็กรู้สึกเย็นยะเยือกด้วยความกลัวทันที 

             “อย่าทำอะไรฉันนะ” ขวัญชีวาถอยร่นออกมา เพราะกำลังวิตกกังวลว่าชายร่างใหญ่จะทำมิดีมิร้ายกับเธอ และเธอไม่มีทางไว้ใจเขาเด็ดขาด 

             “ทำไม...กลัวเหรอ ละทีทำให้ฉันเกือบตายไม่เห็นเธอจะกลัวเลย” น้ำเสียงของแอรีสในเต็มไปด้วยความดุดัน ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้เป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตแบบนี้ 

             “อย่าฆ่าฉันเลยนะ ฉันไม่ได้ทำจริงๆ” มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้ชายตรงหน้า เพราะหวังให้เขาเห็นใจเธอบ้าง แต่เหมือนว่าการกระทำของเธอนั้นมันไม่เป็นผล 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว