email-icon facebook-icon

ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2562 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

บทนำ 

ภายในสนามที่มีเสียงเพลงดังกระหึ่มมีรถมากมายหลายคันจอดเรียงรายรอบสนามแข่ง เมื่อศักดิ์ศรีถูกท้าทาย และฝีมือในการซิ่งถูกผลักดันไปถึงขีดสุดโดยมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้รับตำแหน่งผู้ชนะ 

“อีกสิบนาทีจะได้เวลาลงสนามแล้ว นักแข่งทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อมด้วยครับ”

เสียงกรรมการยืนตรงกลางป่าวประกาศ เงื่อนไขในเกมแข่งวันนี้ไม่ใช่ธรรมดา ซึ่งเกมนี้นอกจากจะเดิมพันด้วยเงินจำนวนหลายหลักแล้ว พวกเขายังเดิมพันด้วยผู้หญิง ถ้าชนะก็แค่เลือกว่าจะเอาเงินหรือผู้หญิง และสาวข้างกายของแต่ละคนนั้น ระดับพริตตี้คิวทอง เน็ตไอดอลชื่อดัง นางแบบดังหุ่นสวยหน้าอกอวบอั๋น ล้วนน่าสนใจมากพอที่พวกเขาจะเสี่ยงและรับคำท้าในการแข่งครั้งนี้ 

“ไอ้ชล อย่าประมาทพวกมัน” 

“ระดับเสี่ยชล ไม่เคยกลัว”เสี่ยชลเพื่อนสนิทของครามบอกก่อนจะเดินไปจูบคู่ควงที่หน้าหวานของตนเอง 

“แน่ใจนะว่าชลจะไม่แพ้”ร่างบางสวยเอ่ยปากบอกแฟนหนุ่ม หล่อนทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ 

“แนนไม่เชื่อใจชล?” 

“ทำไมต้องพนันเรื่องผู้หญิงด้วย 

“อย่ากลัวเลยน่า”

เขาพูดอย่างไม่ยีหระ อันที่จริงแนนนี่ไม่ได้พะวงเรื่องที่ชายหนุ่มจะแข่งแพ้ สิ่งที่หล่อนคิดไม่ตกนั้นคืออีกฝ่ายต่างหาก อดีตคนรักเก่ามาขอท้าท้ายความเร็วกับแฟนคนปัจจุบัน จุดประสงค์หลักมันคืออะไรกันแน่ หล่อนกับเอริคจบไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ 

“แต่เอริค...”เขายกมือมาทาบปากบาง 

“มันจะไม่มีทางได้ตัวแนนคืน”เสี่ยชลพูดให้เธอผ่อนคลายความกังวล แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ถนัดในเรื่องแข่งรถก็ตาม 

“ต้องชนะนะ” 

“รับปากจะต้องชนะ” 

“ค่ะ”

พูดเสร็จประกบริมฝีปากของชายหนุ่ม และเขาก็จูบตอบกลับทันที สายตาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามจ้องมายังเขาเขม็ง แม้จะมืดก็เถอะแต่แสงไฟมันก็สลัว 

“มิเรียมไปกันเหอะ” 

“ดูนั่นสิเซญ่า”นิ้วเรียวชี้ไปยังหญิงชายคู่หนึ่งที่โอบกอดยืนจูบไม่แคร์สายตาใคร มันทำให้อารมณ์เจ้าหล่อนกำเริบ 

“ตาดีตลอด ไม่มองให้เจ็บสิ เร็วใกล้ได้เวลาแข่งละ” 

“ผู้หญิงคนนั้น” 

“แนนนี่ แฟนเสี่ยชล”

เซญ่าเอ่ยขึ้นในทันที มิเรียมรู้สึกไม่ชอบผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ชายหนุ่ม เจอเมื่อไหร่อาการหึงหวงมักจะทำงานเสมอ 

“สักวันเหอะ ข้างกายเสี่ยชลต้องเป็นฉัน”แววตามาดมั่นว่าสักวันเธอจะทำให้ชายหนุ่มสนใจให้ได้ 

“ด้วยการไปแย่งเขามาน่ะเหรอ?” 

“เราไม่ใช่คนประเภทนั้น”มิเรียมแย้งขึ้นมา 

“อย่าทำเด็ดขาดนะมิเรียม” 

“รู้หรอกน่า แย่งเขามาจะภูมิใจอะไร” 

“งั้นไปกัน เดี๋ยวไม่ทันนะ”เซญ่าพูดพลางดึงมือเพื่อนสนิทให้เดินตามเจ้าของ 

“ดะ...เดี๋ยว”เธอว่าพลางรั้งข้อมือฉุดให้เซญ่าหยุดก้าว 

“อะไรอีก” เซญ่าถามพลางมองตามเพื่อน “เขาจูบกันจะมองให้เจ็บทำไม” 

“ก็...”เธอสงบสติอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ 

“หยุดก็ แล้วเดินตามฉันมา” 

“ก็ได้”มิเรียมยอมเดินตามเพื่อนมานั่งประจำที่เพื่อมองดูการแข่งขันที่จะเริ่มในอีกไม่กี่นาที 

“พร้อม”กรรมการหันมาถามทั้งสองฝั่งที่เร่งเครื่องข่มกันอย่างไม่มีใครเกรงใคร และการแข่งขันก็เริ่มต้นเมื่อสัญญาณดังขึ้น 

“ไป!!”สิ้นเสียงประกาศจากลำโพงขนาดใหญ่ทั่วทั้งสนามแข่งรถ อันขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของกรุงเทพมหานคร 

แสงสีสาดเมื่อรถเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว รถแข่งก็เริ่มออกจากจุดสตาร์ททันทีด้วยความแรงแทบจะพร้อมกัน 

หมอกควันสีขาวขุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว ผู้คนในสนามต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ประสานกับเสียงโห่ร้องดีใจ

ภายในสนามแข่งไม่ต่างจากสถานบันเทิงของนักเสี่ยงโชคทั้งหลายที่มารวมตัวกัน พวกเขาพร้อมจะเดิมพันกันด้วยเงินตราจำนวนมหาศาล 

“เก่งจริงก็ตามกูมา”

ริมฝีปากหนาสีแดงออกคล้ำนิดๆแบบคนดูดบุหรี่จัดกำลังเม้มปากด้วยความเคยชิน ดวงตาคมมองกระจกด้านข้างก็เห็นรถคู่แข่งขับมาเหมือนจะแซง 

“คิดว่ามึงจะแซงกูได้งั้นสิ”เขาเร่งเครื่องให้แรงจนทิ้งระยะห่างพอควร อีกคันพยายามจะเร่งมาให้ทัน 

“เสี่ยชล! สู้ๆ”

หญิงสาวเสียงแหลมที่เชียร์อยู่ข้างริมสนามกรีดร้องอย่างลุ้นระทึก หล่อนกลัวว่าชายหนุ่มจะพ่ายแพ้ต่อการแข่งขันในครั้งนี้ ในใจลึกๆ ก็มั่นใจว่ายังไงเสี่ยชลคนนี้ต้องชนะ 

“มิเรียม เก็บอาการหน่อยได้ไหม” 

“เก็บไม่ได้แล้วตอนนี้ เสี่ยชล สู้ๆ”เจ้าหล่อนก็ยังส่งเสียงร้องเชียร์ลั่น 

“โธ่!เพื่อน” 

“ไม่เห็นเสี่ยชลแข่งหรือไง”มิเรียมหญิงสาวร่างบางตะโกนสนทนาอยู่กับเพื่อนในวัยเดียวกัน 

“ตาเราไม่ได้บอด แต่ดูรอบๆ ตัวซิ” 

“ใครสนกันล่ะ”หล่อนพูดแต่สายตาจับจ้องมองรถยนต์เสี่ยชลที่ขับอยู่กลางสนามใหญ่

“มิเรียม” 

“อย่าเพิ่งขัดจังหวะได้ไหมเซญ่า” 

“นั่งลงดีๆ เชื่อเรานะ” 

“ไม่เอา ทำไมต้องนั่งล่ะ” 

“ก็ดูเองสิ”

มิเรียมผันร่างมองทางด้านหลังที่มีกลุ่มชายวัยรุ่นที่พิศมายังทางเธอและเพื่อน หล่อนชักสีหน้าไม่พอใจ สาเหตุมาจากเธอยืนไม่ติดเก้าอี้ อีกทั้งยังตะโกนส่งเสียงโวกเวกลั่นจนคนแถวนั้นหันมามองตาเดียว

ไอ้ลำพังแค่เสียงไม่เท่าไหร่หรอก ชุดที่สวมใส่มานี่สิมันล่อเป้าสายตาของเพศตรงข้ามซะขนาดนั้น หญิงสาวเดินตรงไปยังพวกเขาแล้วเอ่ยขึ้นว่า 

“มองทำไมคะ”

เพียงแค่คนตัวเล็กเอ่ยปากชายหนุ่มกลุ่มนั้นรีบลุกหนีทันที เธอจัดการปัญหาเล็กๆได้ภายในไม่กี่นาที ก่อนรีบหันมาลุ้นผลการแข่งขันต่อ 

“มิเรียม นั่งเหอะนะ” 

“นั่งเชียร์จะไปมันส์อะไร ดูนั่น เสี่ยจะเข้าเส้นชัยแล้ว”

เจ้าหล่อนหาได้ฟังที่เพื่อนบอกไม่ แววตาของมิเรียมจดจ่ออยู่ที่รถแข่งคันนั้น สายตาของมิเรียมมองยังทีวีดิจิตอล มีแวบหนึ่งที่เธอเห็นรถของเสี่ยชลเกือบถไหลตกเส้นทาง จนมันหวาดเสียวทุกครั้งที่รถเบียดกัน

บรึ่น บรึ่น เสี่ยชลเร่งเครื่องเต็มกำลังเมื่อใกล้ถึงเส้นชัย ชายหนุ่มยังคงมองกระจกด้านข้างเสมอ รถของเอริคกำลังจะแซงตีคู่ขึ้นมาทัน 

“อย่างมึงจะชนะกูเหรอวะไอ้เสี่ยชล”

เอริคเหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยันเร่งความเร็วคิดจะแซงคันข้างหน้า แต่ก็กลับทำในสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายแข่งต่อไม่ได้ เขาเบียดรถแข่งของเสี่ยชลให้เสียหลัก 

เอียด! เสียงล้อบดไปตามทางอย่างเสียหลักแต่ยังดีที่เสี่ยชลมีสติ ประคองรถให้กลับเข้ามาในเส้นทางได้อีก 

“ไอ้ขี้โกง มึง”เสี่ยชลกัดปากแน่น เริ่งเครื่องตามประกบคันข้างหน้าก่อนมันจะเข้าเส้นชัย 

“แน่จริงก็ตามมา”

เอริคท้าทายเสี่ยชลที่เร่งเครื่องจะแซงรถของเขา มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก คนไม่เก่งและชำนาญเรื่องแข่งรถ จะมาชนะมืออาชีพอย่างเขาได้เยี่ยงไร 

ฟิวส์!! 

“ไอ้เชี่ยชล มึง”

ไม่รู้เพราะว่ามัวแต่ประมาทหรือเปล่าถึงทำให้รถของเสี่ยชลขับแซงเขาไปจนเกือบจะถึงเส้นชัย และการแข่งขันก็ใกล้สิ้นสุดลงเมื่อรถของเอริคตามมาประกบกับรถของเสี่ยชล เขาขับกระแทกรถของเสี่ยชลจนเสียหลักก่อนจะเข้าเส้นชัยมานั้นเอง 

“และผู้ชนะคือ...เอริค”

เจ้าของชื่อตะโกนลั่นที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ ลงจากรถโบกไม้โบกมือให้กับข้างสนามหลังกรรมการประกาศชื่อ และรถของเสี่ยชลก็ขับเข้าเส้นชัยในเวลาต่อมา

 “fuck you”เสี่ยชลถูกนายเอริคยกนิ้วใส่ที่พ่ายแพ้ต่อตนเอง เสี่ยชลข่มใจไม่ให้เดือดดาลเดินหนีอริคนนั้นทันที

ท่ามกลางหมู่คนมากมายที่เดินกันขวักไขว่อยู่รายรอบตัว หลังจากผลการแข่งขันสิ้นสุดลง เหล่าผู้คนต่างเริ่มทยอยพากันกลับที่พัก แต่ทว่ากลับมีเพียงชายหนุ่มคนเดียวที่ดึงดูดสายตาหวานของฉันนั้นมองด้วยความสนใจ 

ฉันยืนมองผู้ชายที่ตัวเองสนใจอยู่ด้านบน เขาชื่อเสี่ยชลเป็นคนดังในย่านนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก เขาดูโดดเด่นกว่าผู้คนนับร้อยที่เดินผ่านไปมา รูปร่างส่วนสูงเกินร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร และด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นนั้น ทำให้คนมองนิ่งต้องมนต์สะกด ยิ่งได้สบกับดวงตาคมใต้เรียวคิ้วเข้มหน้าโก่งรับกับจมูกโด่งคมสันด้วยแล้ว ยิ่งหลงใหลชวนเคลิ้มอย่างไม่ละสายตาไปไหนได้ 

“คนเริ่มทยอยหมดแล้ว เรากลับบ้านกัน” 

“เดี๋ยวเซญ่า”

ฉันร้องบอกเพื่อนให้ชะงักขา เพราะฉันยังไม่อยากกลับบ้านในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเวลามันจะใกล้เที่ยงคืนแล้วก็ตามที ทว่ามันมีสิ่งที่สำคัญมากกว่ากลับบ้านซะอีก 

“มิเรียมจะไปไหน” 

“ไปรอเราที่รถ เสร็จธุระจะตามไป”

แค่นั้นฉันก็ก้าวขายาวๆ วิ่งมาหาผู้ชายคนหนึ่งที่เขากำลังจะเดินเข้าไปในห้องพักสำหรับนักแข่ง ฉันเห็นอาการของเสี่ยชลแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ เมื่อก้าวขามาหยุดอยู่หน้าห้องก็ต้องชะงักมือที่ยกขึ้นมาหวังจะเคาะพลันมีเสียงบทสนทนาของคนด้านในดังขัดเสียก่อน 

“มึงโอเคไหมไอ้ชล” 

“เสียคนรัก ใครจะโอเคได้”

ฟังจากน้ำเสียงที่เขาตอบเพื่อนแล้วดูรู้เลยว่า เสี่ยชลกำลังเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องแฟนได้ เธอชื่อแนนนี่ ตอนนี้ขึ้นรถไปกับผู้ชายที่แข่งชนะซะแล้ว เพราะตอนฉันวิ่งมาสายตาเหลือบเห็นว่าเขาเดินโอบเอวเธอขึ้นรถยนต์ส่วนตัวไป 

“แนนไม่ได้รักมึงชล” 

“คราม!”เสี่ยชลกระแทกเสียง 

“แววตาของแนนไม่เห็นจะเศร้าที่ต้องไปอยู่กับเอริค” 

“........”

เสี่ยชลไม่ได้พูดอะไรอีกจนกระทั่งเสียงเปิดประตูดัง ฉันจึงรีบวิ่งเข้ามาหลบอยู่ที่ห้องน้ำก่อน ชะโงกหน้าส่องดูว่าใครที่ออกมา 

“เสี่ยชล รอก่อน”ฉันรีบวิ่งหวังจะให้ทันผู้ชายที่สนใจ เสี่ยชลกำลังจะเปิดประตูรถ ฉันเลยวิ่งไปหาอย่างไม่ลังเล 

“เชี่ย! อะไรของเธอเนี่ย”การเจอกันในระยะประชิดครั้งแรกค่อนข้างไม่สวยงามเลย ดันวิ่งแล้วเบรกขาตัวเองไม่อยู่พุ่งชนหลังของเขาเต็มแรง 

“เอ่อ สวัสดีค่ะ คือฉันชื่อมิเรียม” 

“แล้วไงวะ?”นัยน์ตาสีดำสนิทบ่งบอกเพียงความเย็นชา เพียงแค่ปรายตามองก็สามารถทำให้รู้สึกถึงความกดดันได้ไม่ยาก ฉันกำลังเกร็งกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย 

“ยัยบื้อ ถามไม่ได้ยินหรือไง”เสียงนั้นทำให้หลุดจากภวังค์ความคิดนั่น 

“เสี่ยชลไม่ต้องเสียใจนะ ยังมีมิเรียมอยู่ทั้งคน” 

“ไอ้เอริคส่งเธอมาเยาะเย้ยฉันงั้นสิ” 

“เปล่าค่ะ มิเรียมมาเอง”ฉันรีบแจ้งความจำนงค์ให้เสี่ยชลฟัง เดี๋ยวจะถูกเข้าใจผิดคิดว่าฉันคือคนที่นายเอริคอะไรนั่นส่งมา 

“เฮอะ!คงบ้าความหล่อฉันสินะ” 

“หล่อใช่ค่ะ แต่มิเรียมจะจีบเสี่ยชล”เจ้าของชื่อดูจะตกใจมากที่เจอฉันรุกหนักขนาดนี้ คือฉันอยากได้เสี่ยชลมาเป็นผัว 

“ไม่ชอบ” 

“เอ๋?” 

“อย่างเธอไม่ใช่สำหรับฉันหรอก เลิกฝันซะ”

ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยมาสักครู่ไม่รู้สึกจุกสักนิด ฉันยังคงยืนยิ้มร่าไม่ยอมแพ้ต่อคำห้ามปรามนั้น 

“ยิ้มอะไรของเธอ ยัยน่ารำคาญ” 

“ให้ค่ะ”

ฉันยืนบางอย่างส่งให้เสี่ยชล เขาขมวดคิ้วเป็นปมไม่ยอมรับมันสักที ฉันเลยถือวิสาสะยัดมันใส่มือของเขา 

“ไม่เอา”เขาดันคืนมา 

“ต้องเอาค่ะ มิเรียมอยากให้เอา” 

“ก็บอกไม่เอาไงวะ พูดไม่รู้เรื่อง” 

“เอาเถอะนะ มิเรียมเต็มใจให้เอาจริงๆ”ฉันยังคงพยายามยัดเยียดของให้เสี่ยชล ทว่าเขากลับจะไม่รับท่าเดียว 

“ตื้อจริงๆ”เขาเกาหัวอย่างไม่สบอารมณ์ 

“เอาแค่นี้เอง เสี่ยชลจะตายหรือไง” 

“ยัยนี่ กล้าดียังไงมาพูดจากับคนอย่างฉัน” 

“ขอโทษค่ะ รับเถอะนะคะ”

ฉันขมวดคิ้วกับเสียงที่อ่อนหงอยคล้ายรู้สึกผิดที่ไม่ระวังคำพูดจา ทว่าฉันยังมีความพยายามที่จะให้เขาเอา หมายถึงเอาของฝากที่ถือติดมือมาด้วย ไม่ได้สื่อถึงเอาอย่างอื่น

“ยุ่งว่ะ”เขาขมวดคิ้วดุแต่ถอนหายใจอย่างเนือยๆ 

“ทานแล้วอารมณ์จะดีนะ”เสี่ยชลเลิกคิ้วมองฉันที่ทำดื้อจะต่อรองกับผู้ใหญ่ 

“เธอนี่แม่งดื้อจริงๆ” 

“มิเรียมดื้อใช่ไหม?”แถมฉันยังรู้ตัวเองอีก 

“เออ โคตรๆ”

เขาไม่ปฏิเสธแต่น่าแปลกใจ แววตาของเสี่ยชลมีแววหม่นวูบประหลาด ในดวงตาที่บ่งบอกว่ากำลังรู้สึกแย่กับเรื่องบางอย่างไว้ 

“เสี่ยชลคะ มิเรียมจะกลับบ้านแล้วนะ” 

“เรื่องของเธอ ไม่เห็นเกี่ยวกับฉัน”

ว่าจบเขาก็เปิดประตูติดเครื่องยนต์เร่งเครื่องสุดกำลัง ฉันยืนมองรถที่เคลื่อนห่างจนลับตา หมุนตัวกลับมาที่รถของเพื่อน 

“นั่นถุง เซญ่าจอดก่อน” 

“จอดทำไม อีกนิดก็ถึงบ้านแล้ว” 

“เราบอกให้จอดไง จอดๆ”

เซญ่าชะลอความเร็วตบไฟเลี้ยวจอดข้างทาง ฉันรีบวิ่งลงจากรถปรี่ไปหาถุงใบนั้นที่ฉันใส่ของมา ฉันจำมันได้แม่นว่าในนั้นมีอะไรอยู่ 

“อะไรเนี่ย คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ”

มันคือถุงขนมที่ฉันเพิ่งจะยัดเยียดให้เสี่ยชล แต่เขากลับทิ้งมันลงข้างทางอย่างไม่ใยดี ขนมแสนอร่อยที่น่าจะช่วยให้เขาอารมณ์ถูกทิ้งอย่างไร้ค่า รู้สึกหน่วงที่ก้อนเนื้อด้านซ้ายชะมัดเลย ฉันเดินคอตกกลับขึ้นมานานั่งในรถ โดยไม่พูดอะไรสักคำกระทั่งมาถึงบ้านตัวเอง 

“มิเรียม” 

“อื้อ เรียกทำไม” 

“ไหวไหมเนี่ย” 

“ไหวสิ แค่นี้เองชิวๆ”

ฉันฉีกยิ้มกว้างส่งให้เซญ่าก่อนจะขึ้นชั้นบนเข้าห้องนอนตัวเองไป ส่วนเซญ่าก็พักอยู่ห้องถัดไป ที่พูดว่าไหวนั้นก็ไม่ใช่เรื่องจริงหรอก มันค่อนข้างอธิบายยากนิดหน่อย 

ฉันชื่อมิเรียม อายุ 23 ปี ทำงานเป็นพนักงานธนาคาร มีเพื่อนคนเดียวชื่อเซญ่า ชื่อออกลูกครึ่งแต่มันคือคนไทย ฉันกับเซญ่าเราเจอกันในรั้วมหาลัย คุยกันถูกคอเลยได้ซี้อย่างที่เห็น

ฉันพักอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับเซญ่ามาตั้งแต่เรียนจบจนกระกระทั่งทำงาน พื้นเพฉันคือคนขอนแก่นพ่อแม่อยู่ที่นี่เหมือนกัน แต่ฉันอยากออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ท่านไม่ขัดข้องแต่มีข้อแม้ว่าวันหยุดต้องไปค้างที่บ้าน 

“เดี๋ยวมิเรียม” 

“ว่าไงคะคุณ”ฉันฉีกยิ้มถามเพื่อน 

“จะออกไปไหน” 

“หาเสี่ยชล” 

“ไปหาผู้ชายเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย”

เซญ่าส่ายหัวราวกับรำคาญที่ฉันบอกว่าจะไปหาเสี่ยชล ไม่สนหรอกใครก็ขัดความตั้งใจของมิเรียมคนนี้ไม่ได้ทั้งนั้น 

“ก็อยากคุยกับคนที่ชอบ มันผิดตรงไหน” 

“ทักก่อนมันผิด” 

“ไม่ผิด”ฉันเถียงเซญ่า 

“ตัวเองคือผู้หญิงนะมิเรียม” 

“นี่เซญ่า อยากคุยกับเขาเราก็ต้องกล้าไหม ไม่เห็นต้องคิดอะไรมาก” 

“กับบางคนเขาอาจไม่ชอบก็ได้นะเรียม” 

“สมัยไหนแล้ว เราอยากคุยกับเสี่ยชลก็ต้องกล้า การที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายทักไปก่อนหรือตามจีบผู้ชายก่อนก็ไม่ได้ดูแย่ แต่มันแสดงถึงความกล้าที่จะเปิดเผยตัวเอง ดีไม่ดี ผู้ชายอย่างเสี่ยชลอาจจะชอบก็เป็นได้”

ฉันร่ายยาวคราวนี้เซญ่าไม่ตอบอะไร คงเห็นถึงความมุ่งมั่นที่เพื่อนคนนี้จะมีแฟน แค่คิดก็ละลายแล้วอ่ะ 

“ขอให้สมหวังนะคะคุณเรียม” 

“มันต้องสมหวังสิ ไปนะ” 

ฉันหอมแก้มเซญ่าอย่างคนอารมณ์ดี ตรงดิ่งมาที่รถยนต์ส่วนตัวติดเครื่องยนต์มุ่งหน้าไปยังร้านของเสี่ยชล

ตอนนี้ขาทั้งสองก็หยุดยืนหน้าร้านของเสี่ยชล ฉันน่ะมาที่นี่บ่อยหรือจะพูดว่ามาเจอเสี่ยชลที่นี่ครั้งแรกก็ใช่นะ ไม่ใช่สินั่นมันคือครั้งที่สองต่างหากล่ะ รู้ไหมว่ามันทำให้ฉันนึกถึงในวันนั้น...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว