ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 22:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1
แบบอักษร

“แกอยู่ที่ไหน ตอนนี้ฉันมาที่บ้านแล้ว” น้ำเสียงที่เอ่ยผ่านโทรศัพท์บ่งบอกว่ากำลังไม่พอใจ มือที่คีบบุหรี่เขี่ยปลายที่ถูกเผาไหม้ออก พลางสูบอีกครั้งอย่างรำคาญใจ ชายหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งและกำลังโทรหาเจ้าของบ้านหลังนี้

“ขะ..ขุนถึงบ้านแล้วเหรอ”                       

“ใช่ แล้วแกอยู่ไหน เมื่อเช้าฉันโทรบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะมาหาแล้วคุยเรื่องหย่า”

ปลายสายกลืนน้ำลายลงคอ “ขุนเราน่าจะคิดอีกรอบนะ…พี่แมนคะคุยเสร็จหรือยังคะมาต่อกันเถอะค่ะ” หญิงสาวที่นอนรออยู่นานโอบกอดแมนด้วยเสียงกระเส่าแน่นอนว่าคนที่โทรหาได้ยินเต็มหู เขาไม่ได้โกรธที่อีกฝ่ายจะมีเมียน้อยแต่ที่โกรธคือนัดกันแล้วแต่กลับไม่มาทั้งยังมามัวเอากันอีก

“ฉันให้เวลาแกครึ่งชั่วโมงถ้ายังไม่โผล่หัวมาฉันจะฟ้องหย่าแล้วก็จะอัดแกด้วย”

ขุนวางสายลงทันที เขาทิ้งบุหรี่แล้วขยี้ทั้งยังกระทืบอีกหลายครั้งเมื่อจินตนาการว่าบุหรี่คือสามีของตนเอง แม่บ้านที่ยืนมองก็ได้แต่จับอกตัวเองอย่างสั่นกลัว

“เอ่อ..คุณขุนคะ นั่งก่อนนะคะ”

ขุนถอนหายใจแล้วนั่งลงบนโซฟา เขาอุตส่าห์ทิ้งงานในไร่ที่กำลังยุ่งเพราะนัดกับสามีไว้แต่สิ่งที่อีกฝ่ายทำมันโคตรหยามกัน ไม่มาตามนัดเพราะกำลังติดสัตว์! หากปู่ไม่แนะนำหลานชายของเพื่อนให้เพียงเพราะกลัวว่าขุนที่เป็นโอเมก้าจะใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในบั้นปลายชีวิตเขาคงไม่ต้องมาปวดหัวแบบนี้

แม้ขุนจะเป็นโอเมก้าแต่ร่างกายกลับไม่อ่อนแอ ไม่ถึงขนาดเรียกว่าตัวใหญ่แต่ก็สมส่วน มีกล้ามเนื้อพอสมควรเพราะออกกำลังกายและทำงานที่ต้องใช้แรงหากมองภายนอกหลายคนต้องคิดว่าเป็นอัลฟ่าอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้สามีตามกฎหมายจึงกลัวเขาและไม่กล้าที่จะฝืนให้ทำเรื่องบนเตียงแต่ถึงจะขอขุนก็ไม่ให้ ทั้งยังแยกกันอยู่ ดังนั้นไม่นานชีวิตคู่ก็จบลงทั้งที่แต่งงานได้ไม่กี่เดือน

ขุนเองก็ไม่ได้สนใจที่อีกฝ่ายนอกใจแต่ขยะแขยงที่จะใช้คำว่าสามีภรรยาร่วมกันดังนั้นเขาต้องการหย่า แต่มันกลับเลื่อนแล้วเลื่อนอีกไม่ยอมหย่าให้ และวันนี้เขาจะมาคุยก็ไม่อยู่บ้านแต่กลับไปเอากับผู้หญิงอื่นจะให้ขุนใจเย็นเป็นน้ำแข็งเหรอ ไม่มีทาง

ไม่นานหลังจากโทรไปก็ได้ยินเสียงรถยนต์ที่เข้ามาในบริเวณบ้าน ท่าทางอีกฝ่ายจะเร่งรีบน่าดู ไม่อย่างนั้นคงไม่มาเร็วขนาดนี้

“ขะ..ขุน”

เจ้าของใบหน้าหล่อหันไปมองอย่างไม่สบอารมณ์

“แกมาช้า”

“คือพี่…”

คนที่เป็นสามีเหงื่อตกแม้ขนาดตัวจะไม่ต่างกันและอีกฝ่ายเป็นเพียงโอเมก้าแต่แมนกลับกลัวขุน ไม่กล้าที่จะดูถูก คงเพราะรูปลักษณ์และรัศมีที่แผ่อำนาจบางอย่างที่น่ากลัว

“นั่ง”

“ครับๆ”

“แกจะหย่าให้ฉันเมื่อไร”

“ขุนเราจะหย่ากันจริงๆเหรอ เราน่าจะปรับความเข้าใจกันนะ”

“หึ แกพูดเหมือนแกอยากได้ฉันเป็นเมียนักหนา ทั้งที่เพิ่งไปเอากับคนอื่นมา”

คนฟังมือไม้สั่นอย่างเห็นได้ชัด ขุนวางเท้าลงบนโต๊ะแล้วพ่นควันบุหรี่ หากใครมองตอนนี้คงเหมือนเห็นฉากมาเฟียกำลังข่มขู่รีดไถชัดๆ

“พรุ่งนี้ไปหย่ากับฉัน”

“ดะ..เดี๋ยวก่อน”

ปัง!

“แกจะยื้ออะไรอีก!”

ส้นเท้าที่กระแทกลงบนโต๊ะและเสียงตะคอกทำให้แมนสะดุ้งแล้วรีบพยักหน้ารัวๆ

ขุนลุกยืน “ถ้าแกไม่ไปที่อำเภอล่ะก็…แกตาย”

เขาเดินออกไปทิ้งให้สามีแทบร้องไห้ด้วยความกลัว ที่จริงแมนไม่ได้อยากเป็นสามีของขุนสักนิดแต่เพราะถูกปู่บังคับให้แต่งงาน พอขอหย่าก็บอกยังไม่ถึงเวลา

แมนไม่รู้เลยว่าปู่กำลังรออะไร แต่ตอนนี้เขายื้อไม่ไหวแล้ว

ขุนคร่อมรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับไปยังไร่สุดเขตที่อยู่ในจังหวัดหนึ่งของประเทศไมลีมีเนื้อที่หลายร้อยไร่เรียกได้ว่ามีที่ดินมากมายจนหลายคนอิจฉาทั้งการส่งออกของไร่แห่งนี้ก็ต้นๆของจังหวัด โดยคนที่เป็นเจ้าของไร่ก็คือขุน ชายหนุ่มวัย25 แม้จะมีพี่ชายและน้องสาวแต่ทั้งสองต่างไม่อยากสานต่องานของปู่หันไปทำธุรกิจอย่างอื่นจนหมด ดังนั้นจึงไม่มีใครมาแย่งหากพวกนั้นไม่จนตรอกจริงๆ

เขากลับมาที่ไร่สุดเขตตอนเย็นขณะที่กำลังก้าวเท้าเข้าไปในบ้านเสียงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นเสียก่อน ดูชื่อที่ปรากฏเล็กน้อยแล้วกดรับสายทันที

“มีอะไรเล็ก”                                                                        

“เจ้านายครับ เสือครับ มีเสือ!”

เสียงปลายสายนั้นทั้งสั่นทั้งตื่นตระหนกจนขุนต้องนิ่วหน้า

“แกว่ายังไงนะ”

“เจอเสือครับ!”

เขาไม่ได้ตื่นตระหนกตามเพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ แม้ไร่จะอยู่บนเขาและใกล้ป่าแต่แถวนี้ไม่น่าจะมีเสือหรือจะบอกว่าไม่มีสัตว์ป่าเลยก็ว่าได้

“แกเห็นตัวมันงั้นเหรอ”

ปลายสายอึกอักครู่หนึ่งแล้วตอบกลับมา “เปล่าครับ”

ขุนถอนหายใจ “ฉันหักเงินเดือนแกดีไหมที่สร้างเรื่องให้ปวดหัวน่ะ”

“เปล่าๆ ครับ! ผมไม่ได้สร้างเรื่อง เจ้านายมาดูเองเลยครับพวกเราเจอรอยเล็บของมันตรงต้นไม้”

“แกแน่ใจนะว่าไม่ใช่รอยแมวมันฝนเล็บ”

“มะ..ไม่น่าใช่นะครับ เพราะมันลึกและใหญ่”

เล็กเริ่มหมดความมั่นใจเมื่อเจ้านายเริ่มหักล้างในสิ่งที่เขาคิด

“แล้วตอนนี้แกอยู่ตรงไหนของไร่”

“ไร่ที่สามครับ”

“รอที่นั่น”

ขุนกดวางสายแล้วขับรถกระบะคันเก่าที่ใกล้พังเต็มทนไปยังไร่ที่สามซึ่งอยู่ติดกับป่าดงดิบขนาดใหญ่ ระหว่างทางคิดไปต่างๆนาๆแต่ก็ส่ายหน้าไม่มีทางเป็นไปได้ เมื่อถึงที่หมายขุนรีบก้าวลงทันทีกวาดสายตามองเหล่าคนงานหลายสิบคนที่ยืนรออยู่ ไฟฉายถูกเปิดส่องเพราะตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว

“รอยเล็บอยู่ที่ไหน”

“ตรงนี้ครับเจ้านาย”

คนชื่อเล็กรีบนำทางและส่องไปยังต้นไม้ขนาดกลางต้นหนึ่ง ขุนนิ่วหน้าเมื่อเห็นรอยข่วนมันมีขนาดใหญ่พอสมควรทั้งยังลึก ขุนมองแล้วรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มคิดว่ามีสัตว์ร้ายเข้ามาในไร่จริงๆจะบอกว่าเป็นเล็บของเสือเขาอาจจะเชื่อแต่ว่ามันอยู่สูงเกินกว่าจะเป็นเสือ

“จะ..เจ้านายคิดว่าเป็นรอยเล็บของอะไรครับ” ใครคนหนึ่งเอ่ยถาม ทุกคนก็มองอย่างใจจดใจจ่อ

“ฉันไม่รู้…พวกแกเห็นร่องรอยอื่นบ้างหรือเปล่านอกจากรอยนี้”

“พวกเรายังไม่ได้ตรวจดูเลยครับ เพิ่งเห็นรอยเล็บแล้วโทรหาเจ้านายเลย”

“พวกแกแบ่งกันไปสำรวจซะ อาจมีรอยเท้าของมันอยู่”

“ครับๆ”

ขุนกอดอกแล้วมองรอยเล็บนี้อีกครั้ง รู้สึกหวั่นวิตกที่สัตว์ร้ายเข้ามาในไร่ดังนั้นเขาจึงกดโทรหาปู่ที่อยู่อีกจังหวัดทันทีเพื่อขอคำปรึกษา

“ปู่ ผมขุนเองนะครับ”

“เจ้าขุนจะโทรบอกข้าเรื่องหย่าอีกแล้วรึ ข้าไม่อนุญาตนะ”

ขุนแทบอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้ง เขารู้ว่าปู่รักตนมากแต่ความหัวแข็งก็ทำให้เขาเบื่อเช่นกันเรื่องอื่นขุนยอมได้แต่เรื่องที่จะใช้ชีวิตกับไอ้แมนต่อไปไม่มีทาง

“ปู่..ผมจะหย่ากับมันพรุ่งนี้แล้ว”

“ว่าไงนะ ห้ามหย่า ข้าไม่ยอมเด็ดขาดคุณมนตรีเป็นเพื่อนกับข้านะ เอ็งก็รู้หากหย่าขาดกันแล้วเราสองคนจะมองหน้ากันติดได้ยังไง”

“ปู่..ผมหย่ากับไอ้แมนนะครับ ส่วนปู่กับคุณมนตรีก็เป็นเพื่อนกันต่อไปสิครับ”

“ไม่ได้ๆ ข้าไม่ยอมห้ามหย่าเด็ดขาด!”

“ปู่…”

“ข้าอยากอุ้มเหลนไวๆเอ็งก็รู้ แล้วมาหย่าแบบนี้ข้าจะได้เห็นหน้าเหลนเมื่อไร”

ขุนพ่นลมหายใจ นี่ปู่จะให้เขาอุ้มท้องคลอดเด็กออกมาจริงเหรอ เขานึกสภาพตัวเองตอนท้องไม่ออกเลย ผู้ชายตัวใหญ่มีกล้ามจะให้ท้องเนี่ยนะ อีกอย่างขุนไม่ยอมที่จะอยู่ข้างล่างแน่นอน ถึงแม้เขาจะเป็นโอเมก้าแต่ประสบการณ์บนเตียงที่ผ่านมาคืออยู่ข้างบนมาตลอด ต่อให้อยู่ด้วยกันไปสิบปีเขาก็ไม่มีลูกแน่นอน

“ปู่ได้ข่าวว่าไม่ได้มีผมเป็นหลานแค่เพียงคนเดียวนะครับ หลานคนอื่นก็มีเหลนให้ปู่แล้วนี่”

“ไม่ๆ ข้าอยากอุ้มเหลนของเอ็ง ไม่อย่างนั้นข้าจะเจ็บปวดใจ”

“เอาแบบนี้ไหมปู่ เดี๋ยวผมหย่าแล้วจากนั้นก็ไปทำสาวท้องทันที ได้หลานสะใภ้ดีกว่าได้หลานเขยอีก”

“ไม่…นอกจากแมนแล้วปู่ไม่เอาคนอื่น ห้ามหย่าเด็ดขาด”

“เฮ้อ…” ขุนเสยผมอย่างเหนื่อยใจ หากใครมาเห็นตอนนี้คงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เสื้อคอกลมสีเทาแนบติดลำตัวเพราะเหงื่อที่มาจากความร้อนของอากาศ เส้นผมเปียกชื้นและมีหยดเหงื่อบางส่วนไหลจากใบหน้าลงมายังไหปลาร้า ดูแล้วช่างยั่วยวนหญิงสาวยิ่งนัก

ด้วยร่างกายที่ดูดีและความเซ็กซี่ในแบบของผู้ชายจึงทำให้หญิงสาวและชายหนุ่มโอเมก้าและเบต้าต่างยอมอยู่ใต้ร่างของเขา แม้กระทั่งอัลฟ่าบางส่วนก็ยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเป็นของชายคนนี้

“เอาล่ะปู่เรื่องนี้ไว้ก่อนพอดีผมมีเรื่องจะถาม” เขายื่นมือลูบรอยเล็บที่ต้นไม้เบาๆ

“ปู่บอกผมว่าชายป่าไม่มีสัตว์อาศัยอยู่นานแล้วใช่ไหมครับ”

“มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ”

“ผมเจอรอยเล็บที่ต้นไม้ มันใหญ่และลึกพอสมควร ตอนแรกคนงานบอกเป็นรอยเล็บเสือแต่ของเสือไม่น่าจะอยู่สูงขนาดนี้ ปู่พอจะรู้ไหม”

เฒ่าเขตนิ่วหน้าแปลกใจ “หรือจะมีสัตว์ร้ายหลงเข้ามา รีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยเรื่องจัดการค่อยเเจ้งหน่วยงานมาจับ อย่าทำอะไรเกินตัว”

ไม่ทันที่ขุนจะพูดตอบ เขาก็หนาวสันหลังรู้สึกว่าในมุมมืดมีบางอย่างกำลังเดินมาพร้อมความกดดัน

“ขุน หยุดพูดทำไม เกิดอะไรขึ้น”

ขุนไม่สนใจคำของปู่แล้วค่อยๆหันหลังไปมอง เขาเปิดแสงของโทรศัพท์เพื่อส่องก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ขนหนาสีดำ ยืนสองขาค่อยๆ เดินมาหาเขาช้าๆ เสียงคำรามของมันดังก้องทันทีเมื่อเห็นเขาพบตัว

“หมี..ไม่จริงน่า..”

เขาตกใจจนแทบจะเป็นลม ไม่ใช่ว่าจะแกล้งตายเหมือนในหนังแต่เขาจะหมดสติเพราะตกใจจริงๆ ที่จู่ๆก็เห็นหมีโผล่ออกมาจากความมืดและอีกนิดเดียวก็จะถึงตัวแล้ว มือรีบควานหาปืนแต่ก็จำได้ว่าอยู่ในรถ

เขาเดินถอยหลังพยายามตั้งสติ

“แกกล้ามากนะที่มาก่อเรื่องในไร่ฉัน”

ขุนพยายามทำใจดีสู้หมี แต่เขาไม่คิดว่าจะมีหมีตัวใหญ่ขนาดนี้มันตัวโตกว่าหมีทั่วไปมาก ยามมองเห็นเขี้ยวของมันก็ต้องกลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างยากเย็น มันแหลมคมจนสามารถกัดกระชากเหยื่อขาดวิ่นได้ทันที ทั้งกรงเล็บยังเป็นอาวุธที่ส่งพลังกว่ามีดเสียอีก

เขาค่อยๆ ถอยเท้าหนีเรื่อยๆแม้ปลายสายของโทรศัพท์จะพยายามเรียกอย่างร้อนรนแต่ขุนไม่มีเวลามาโทรคุยและต้องขว้างทิ้งเพราะเกะกะ

“โฮกกก” มันร้องคำรามแล้วกระโจนใส่เขาทันที วินาทีนี้สำหรับขุนแล้วเขาคิดว่าต้องตายอย่างแน่นอน ศพต้องอนาถหรือไม่ก็ถูกมันกินจนหมด

“ไอ้หมีเฮงซวย! ถ้าฉันตายแกก็ต้องตาย!” เขาไม่รอให้หมีกระโจนใส่ก็กระโดดกัดคอมันทันที ไม่ต้องพูดถึงเนื้อหนังเพราะเขาไม่สามารถกัดผ่านเส้นขนที่หนาไปได้ แต่ในเมื่อกัดไม่ได้จึงปล่อยหมัดซ้ายขวาใส่หน้าอย่างหนักหน่วง หมีมันอึ้งที่ขุนใจกล้าจนชะงักไปชั่วขณะจากนั้นจึงคำรามแล้วใช้ปากพุ่งมาจะงับแต่ขุนก็ดีดตัวหลบแล้วปีนไปกอดด้านหลังได้ทัน แม้ตัวขุนจะใหญ่แต่กลับคล่องแคล่วเหมือนลิง

ไม่เสียแรงที่ออกกำลังและมีวิชาต่อสู้ติดตัวไม่อย่างนั้นมีหรือที่คนธรรมดาจะสามารถทำได้ขนาดนี้ หมีพยายามจะใช้แขนทั้งสองมายังด้านหลังแต่ว่ามันเป็นแขนของหมีจึงเอื้อมยาก

ปึกๆๆ

“ฮะๆ ไอ้หมีโง่ ถ้าฉันมีปืนแกหัวกระจุยไปแล้ว!” ขุนหัวเราะหลังจากตบหัวหมีไปหลายที เขากำลังหาโอกาสกระโดดออกจากหลังของมันแล้ววิ่งหนี แต่ขณะนั้นเองเขาก็รู้สึกว่าตัวหมีมันเล็กลงทั้งขนก็เริ่มหายไป

“เฮ้ยอะไรวะเนี่ย” เขาตกตะลึงจนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ขณะกำลังจะกระโดดหนีแขนทั้งสองข้างของมันก็เอื้อมมาที่ด้านหลังแล้วจับเขาทุ่มข้ามไหล่ทันที

ตุบ!

“อึก!” ขุนจับหลังและหัวตัวเองที่เจ็บ แต่สายตาก็มองหมีที่ค่อยๆเดินมาแต่รูปลักษณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว

“ตัวห่าอะไรวะ”

เขาเบิกตากว้างเพราะหมีในตอนนี้มันมีขนาดตัวเท่าคนแล้ว ทั้งมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างจนคล้ายมนุษย์และในที่สุดมันก็กลายเป็น….

คน!

รูปร่างของมันแม้ไม่ได้ใหญ่โตเท่าหมีแต่ก็ถือว่ามีขนาดใหญ่พอสมควรเมื่อเทียบกับคนทั่วไป ใบหน้าของมันนิ่งเรียบแต่แววตาบ่งบอกว่ากำลังโกรธ

“อึก..แกเป็นตัวอะไรวะ”

คนตัวใหญ่ที่เปลือยเปล่าเดินมาหาขุนแล้วตอบเสียงนิ่งแต่ยิ้มเหี้ยม

“หมี”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว