email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คุณแม่มือใหม่

ชื่อตอน : คุณแม่มือใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2562 05:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คุณแม่มือใหม่
แบบอักษร

 

 

"ฝ้ายซักผ้าด้วยอะไรอะลูกหอมไปถึงต้นซอยเลย" ป้าต่ายทักสกาวใจที่กำลังยืนตากผ้าอยู่หน้าบ้าน ซึ่งเธอต้องคอยระวังพวกฝุ่นละอองไม่ให้เกาะผ้า ให้โดนแดดนิดๆ ก็ต้องรีบเก็บเข้ามาตากต่อหลังบ้าน 

"น้ำยาซักผ้าเด็กจ้าป้า ฝ้ายใช้ผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่มธรรมดามันเหม็นเวียนหัวจ้ะ ตั้งแต่มีลูกได้กลิ่นแล้วจะอาเจียนตลอดเลย พอมาใช้ของเด็กแล้วสดชื่นดีจ้ะ" สกาวใจพูดไปดมผ้าที่ผ่านการปั่นแห้งจากเครื่องซักผ้ามาแล้ว กลิ่นน้ำยาซักผ้าเด็กหอมละมุนละไมจริงๆ

"เออ หอมดี สดชื่นนะ" ป้าต่ายเดินเข้ามาใกล้ๆ และก้มหน้าดมด้วย

"ป้าต่ายจ๋า วานก่อนคุณปราณีที่เป็นเจ้าของร้านขายวัสดุก่อสร้างให้เงินฝ้ายมาด้วยแหละจ้ะ" 

"คุณเหมยอะเหรอ คุณเขาใจดีนะฝ้าย โชคดีแล้วฝ้ายที่เจอคนดีๆ ป้าจำได้ว่าสมัยก่อนลูกๆ ของนายเขาชอบกินมาม่าผัดฝีมือยายศร พอไปเรียนต่างประเทศกันกลับมาก็ถามหายายศรกันใหญ่" 

"ทำไมฝ้ายไม่เคยเห็นเลยล่ะจ้ะ ลูกค้ายาย ฝ้ายจำได้หมด" สกาวใจทำหน้างุนงง

"ก็ฝ้ายยังเด็กอยู่ คุณๆ เขาโตกันหมดแล้ว อีกอย่างเขาก็ไม่ได้แวะมาที่ร้านบ่อยๆ หรอก ส่วนใหญ่จะให้คนมาซื้อ" 

"ป้าต่ายจ๋า พรุ่งนี้ฝ้ายจะทำผัดมาม่าแบบยายศร ฝ้ายจะฝากป้าไปให้คุณๆ เขาได้ไหมจ๊ะ ฝ้ายไม่มีอะไรตอบแทนเขาเลย" 

"ได้สิ ผัดตอนเช้าใช่ไหม เดี๋ยวป้ารอ ว่าแต่จะซื้ออะไรก็ใช้ไอ้ตูนไป ไม่ต้องเดินไปหรอก" 

"เดี๋ยวฝ้ายจะผัดใส่กล่องให้ป้ากับตูนไปกินด้วยนะจ๊ะ รับรองฝ้ายจะทำสุดฝีมือเลย" สกาวใจยิ้มหวาน ดีใจที่อย่างน้อยอาหารของเธอน่าจะทำให้คนรอบข้างมีความสุข

///////

"แม่ ผัดมาม่าที่ไหนอะ รสชาติคุ้นเคยมาก" ธัญญาภรณ์ตักผัดมาม่าเข้าปากตามด้วยไข่กับผัก หลายครั้งที่ให้แม่บ้านทำก็ไม่ใช่รสนี้

"นั่นสิแม่ ผมว่ามันคุ้นๆ นะ รสชาติเหมือนร้านยายศรไหมหมวยเล็ก" เอกภพหันไปถามน้องสาว โดยที่เขาก็ตักผัดมาม่าเข้าปากเช่นกัน

"หลานยายศรเป็นคนทำ เขาเพิ่งรู้ว่าบ้านเราชอบกินเลยทำมาให้" ปราณียิ้มกับภาพตรงหน้า เพราะลูกๆ กำลังมีความสุขกับการกิน ไม่ว่าจะลูกจะอายุมากแค่ไหน แต่ในสายตาเธอลูกก็ยังเด็กเสมอ 

"หลานยายศรเหรอ ใช่เด็กตัวเล็กที่ชอบยืนข้างๆ ยายศรอะเหรอ หมวยจำได้หน้าตาน่าแกล้งดี" 

"จำได้ด้วยเหรอหมวยเล็ก ทำไมเฮียจำไม่ได้" เอกภพขมวดคิ้วถาม

"ทำยังกะเฮียไปแถวนั้นบ่อย" 

"นั่นสินะ ว่าแต่หลานยายศรรู้ได้ไงว่า ผมกับหมวยเล็กชอบกิน"

"ป้าต่ายไปบอกน่ะสิ แม่เจอหลานยายศร จำได้ไหมตอนที่เราไปทำบุญกันน่ะลูก หลวงตาธรเล่าให้ฟังว่า แฟนของฝ้ายเขาขอเลิกเพราะไปทำผู้หญิงท้อง พอเลิกกันฝ้ายก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองท้อง น่าสงสารนะ ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ญาติพี่น้องก็ไม่มี มีแค่ป้าต่ายที่อยู่ข้างบ้าน หลวงตาเลยเมตตาให้มาช่วยงานในวัด" ปราณีถอนหายใจหลังเล่าเรื่องของสกาวใจให้ลูกๆ ฟัง

"น่าเห็นใจเขานะแม่ เราช่วยอะไรได้ก็ช่วยไป เดี๋ยวหมวยเล็กไปดูของใช้เด็กอ่อนกับแนน จะซื้อให้ฝ้ายกับลูกสักชุด" ธัญญาภรณ์พูดไปด้วยกินไปด้วย

"อืม น่าสงสารจริง แล้วเขาไม่ได้บอกแฟนเขาเหรอแม่ว่ามีลูก" เอกภพถามด้วยความสงสัย

"แม่ก็ไม่รู้นะ แต่ถ้าแม่เป็นฝ้าย แม่ก็ไม่บอกหรอก มีที่ไหนอยู่ด้วยกันแต่นอกใจไปทำผู้หญิงคนอื่นท้อง เดินออกมาจากผู้ชายแบบนี้ก็ถือว่าโชคดีแล้ว เป็นแม่ก็จะเลี้ยงลูกในท้องให้ดีที่สุด อีกหน่อยตี๋น้อยออกมา อี้ก็จะเข้าใจ" ปราณียิ้มให้กับเอกภพ 

"ครับ แต่ที่รู้ๆ ผัดมาม่านี้อร่อยจริงๆ ขอเพิ่มอีกได้ไหม แม่บอกให้เขาทำมาบ่อยๆ ได้ไหม มีเมนูอื่นอีกไหม อร่อยดี อยากลองชิมกับข้าวอื่นๆ ดูบ้าง" เอกภพก็ยังคงกินไม่หยุด

"เออ ก็ดีนะแม่ บางทีก็เบื่อกับข้าวที่ป้ามนทำ มาร้านก็เบื่อกับข้าวแถวนี้" ธัญญาภรณ์ลุกขึ้นมาตักผัดมาม่าอีกชาม

"เห็นที่ ลูกๆ ของแม่จะอ้วนเพราะฝีมือฝ้ายแน่ๆ เดี๋ยวแม่บอกป้าต่ายให้ละกัน อยากผูกปิ่นโตไหมล่ะ แต่ก็ต้องเข้าใจคนทำบ้างนะ เขาท้องอยู่" ปราณีหัวเราะให้กับท่าทีของลูกๆ ที่กินผัดมาม่าอย่างเอร็ดอร่อย

///////

สกาวใจหยิบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารมาดู เธอยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เงินที่หาได้จากน้ำพักน้ำแรงในช่วงท้อง ไม่ว่าจะเป็นงานขายดอกไม้ที่วัด และรับทำปิ่นโตให้กับครอบครัวคุณป้าปราณี ที่ทำเอาเธอยิ้มไม่หุบ เพราะทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอทำอาหารอร่อย ยิ่งภูมิใจเข้าไปอีกหลังป้าต่ายมาส่งข่าวว่า ลูกๆ ของคุณป้าปราณี ติดใจรสชาติอาหารของเธอถึงขั้นถ้าเธอคลอดลูก และกลับมาทำงานได้เมื่อไร จะตามให้ไปเป็นแม่บ้านดูแลเรื่องอาหารโดยเฉพาะ

วันนี้สกาวใจมีนัดกับคุณหมอเพื่ออัลตร้าซาวด์ดูเพศของลูก เธอท้องได้ 5 เดือนกว่าๆ แล้ว โชคดีที่ลูกของเธอน่ารัก ทำให้เธอไม่มีอาการแพ้ แต่ก็มีบ้างที่อยากกินโน่นนี่ แต่ก็พยายามควบคุม เลือกกินแต่ของที่ดี และมีประโยชน์ 

"ดิ้นใหญ่เลยลูกแม่ หิวเหรอจ๊ะ รอหมอก่อนนะคะ" สกาวใจลูบท้องและยิ้มไปด้วย เธอคิดว่าการพูดคุยกับลูกบ่อยๆ ลูกน่าจะอารมณ์ดี และไม่งอแง

"เชิญคุณสกาวใจที่ห้องตรวจค่ะ" พยาบาลเรียกชื่อ ก่อนเปิดประตูห้องให้พบหมอ

"วันนี้มาดูเพศลูกกันนะคะ คราวที่แล้วเอาขาบังไว้ หมอมองไม่เห็นเลย ตัวเล็กเปิดขาให้หมอด้วยนะลูก" คุณหมอหัวเราะร่วน

"สงสัยจะขี้อายค่ะ" สกาวใจยิ้มหวาน

"นั่นไงเห็นไหมคะ คุณแม่ อ่า ช้างน้อย ได้ผู้ชายนะคะคุณแม่" 

"ตัวเล็กของแม่" สกาวใจน้ำตาคลอ ไม่ว่าลูกจะเป็นเพศอะไร เธอก็รักลูกสุดหัวใจ

"โอเคนะคะคุณแม่ ก็ดูแลตามที่หมอบอก ระวังของหวานหน่อยก็ดี ช่วงนี้จะเป็นตะคริวมากหน่อยก็ระวังนะคะ ไม่รู้ว่าคุณแม่ถือไหม แต่หมอแนะนำให้ทยอยเตรียมของใช้ให้ลูกได้แล้วนะ เวลามาคลอดจะได้ไม่ฉุกละหุก" คุณหมอพูดไปด้วย คีย์ข้อมูลการรักษาเข้าคอมพิวเตอร์

"หนูไม่ถือค่ะ อยู่คนเดียวต้องยิ่งละเอียด"

"ถ้าสงสัยตรงไหนถามพยาบาลนะคะ เจอกันคราวหน้าค่ะ" คุณหมอส่งสมุดบันทึกการตั้งครรภ์ให้สกาวใจ เธอยกมือไหว้ขอบคุณหมออีกครั้ง

///////

หลังจากคุยกับพยาบาลเสร็จเรียบร้อย สกาวใจก็ไปห้างเล็กๆ ไม่ไกลจากบ้านนัก เพราะเธอต้องเริ่มเตรียมของไว้ให้ลูกแล้ว เมื่อรู้เพศของลูกก็ทำให้ซื้อของใช้ได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญสิ่งที่พี่พยาบาลแนะนำมาก็น่าสนใจหลายอย่าง 

"ใช้ขวดนมธรรมดาอันละ 100 กว่าบาทไปละกันนะลูก แล้วค่อยหาจุกเปลี่ยนเอา แบบดีๆ มันแพงเกินไปไม่เหมาะกับพวกเราหรอก" สกาวใจเอามือลูบท้อง และหยิบขวดนมราคาถูกใส่รถเข็น เธออ่านตามอินเทอร์เน็ต กับข้อมูลในเฟซบุ๊กทำให้รู้ว่า ขวดนมแพงๆ ส่วนใหญ่นมจะบูดยาก เพราะฝาปิดค่อนข้างแน่นอากาศจึงเข้าไปไม่ได้ ส่วนตัวขวด และจุกนมถูกออกแบบมาให้เหมือนกับเต้านมแม่ ทำให้ลูกดูดได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเป็นขวดนมถูกๆ ก็สภาพตามราคา เธอคงต้องขยันล้าง และต้มขวดบ่อยๆ ใส่นมให้พอดีกับลูกกิน แค่นี้ก็ไม่บูดแล้ว 

สกาวใจพยายามคิดในแง่บวก แต่ก็อดน้อยใจในวาสนาตัวเองไม่ได้ อยากมีของใช้ดีๆ ให้ลูกแบบคนอื่นบ้าง ก็คงไม่ได้เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ต้องใช้อย่างคุ้มค่า แม้กระทั่งผ้าอ้อมสำเร็จรูป เธอก็เลือกแบบที่ราคาถูกที่สุด แต่ส่วนใหญ่ก็ 300 กว่าบาทขึ้น ยิ่งเดินมาดูตรงที่นอน และเปลเด็กก็ยิ่งจิตตก สงสัยจะได้หยิบที่นอนเด็กอันละ 199 บาทแน่ๆ และของที่สกาวใจหยิบแพงสุดคือ 399 บาท แค่นี้เธอก็เสียดายเงินแล้ว 

"ลูกจ๋า ของถูกๆ แต่ใช้ดีก็มีนะลูก เราก็ใช้ได้ และแม่เชื่อว่าเราต้องใช้ได้ดีด้วย" สกาวใจพูดกับลูกในท้องแต่ก็เหมือนพูดปลอบใจตัวเอง

เมื่อซื้อของเสร็จ สกาวใจตั้งใจว่าจะนั่งสามล้อกับบ้าน เพราะขึ้นสองแถวน่าจะลำบาก อยู่ๆ เธอก็หยุดรถเข็นหน้าร้านสุกี้ชื่อดัง ก่อนจะยกมือลูบท้อง คิดในใจว่าไม่ได้กินสุกี้เจ้านี้นานแล้ว ความรู้สึกอยากกินก็ตีตื้นขึ้นมาที่ปาก แต่มองเข้าไปในร้านก็ต้องหยุดการกระทำนั้น กลืนน้ำลายลงคอ และเดินต่อไปหน้าห้างเพื่อขึ้นรถ แม้จะอยากกินแค่ไหน แต่คิดแล้วก็เสียดายเงิน กลับไปต้มกินเองง่ายๆ ดีกว่า ที่สำคัญกว่านั้น สกาวใจทนมองคนอื่นๆ ที่เขามาทานเป็นครอบครัวไม่ได้ มันรู้สึกน้อยใจ และเสียใจ ซึ่งเธอก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน หรือจะเป็นอารมณ์ของคนท้องก็ได้ 

///////  

"อะไรกันอยากกินไส้กรอกตอนนี้ โธ่ลูกแม่มันดึกแล้วนะคะ" สกาวใจลูบท้อง บ่นเบาๆ กับลูก เธอจิ๊ปาก เดินไปเดินมาในบ้าน จากนั้นจึงตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อผ้า และหยิบเงินเศษๆ ที่กองเอาไว้ เดินออกไปเซเว่นทันที "วันนี้ต้องกินไส้กรอก" เธอท่องอยู่แบบนั้น 

"แนนเตรียมของหมดแล้วเหรอ" เอกภพเดินคุยโทรศัพท์กับธัญญาภรณ์จนมาถึงเซเว่น อยู่ๆ เขาก็อยากแซนด์วิชอบร้อนขึ้นมาเฉยๆ 

"เตรียมหมดแล้ว ในโปรแกรมคลอด แนนต้องนอนโรงพยาบาล 2 คืนก่อนผ่า" 

"อืมงั้นวันพรุ่งนี้เฮียจะเข้าไปดู เดี๋ยวเฮียพาไปโรงพยาบาลเองก็ได้ ฝากหมวยด้วยนะ"

"ได้ๆ เฮียออกมาข้างนอกเหรอ" ธัญญาภรณ์ถามขึ้นเพราะได้ยินเสียงปิ๊งป่อง

"ใช่เฮียเดินมาเซเว่นอยู่ๆ ก็หิว แค่นี้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันเจอกัน" เอกภพกำลังยืนเลือกแซนด์วิชว่าจะเอาไส้อะไรดี

"สโมกกี้พันเบคอน 2 อันแล้วก็ บิ๊กชีสไบท์ 1 อันค่ะ" สกาวใจสั่งไส้กรอกที่เธอยากกินใจจะขาด

"ค่ะเวฟเลยนะคะ ทั้งหมด 62 บาทค่ะ" พนักงานรีบจัดไส้กรอกเข้าไมโครเวฟ และหันมาคิดเงิน 

"ขอนับก่อนนะคะ อุ้ย มีแค่ 50 บาทเอง เวฟแล้วด้วย เดี๋ยวกลับมาจ่ายอีก 12 บาทได้ไหมคะ บ้านพี่อยู่ตรงนี้เอง" สกาวใจหน้าเสียทันที ความอยากกิน ทำให้หยิบเงินเศษๆ มาแทนที่จะเป็นกระเป๋าเงิน

จังหวะนั้นเอกภพที่เลือกแซนด์วิชได้แล้วก็ส่งให้พนักงานที่เคาน์เตอร์อบให้ อยู่ๆ เขาก็ได้กลิ่นหอมแบบที่วัดอีกครั้ง และตอนนี้ก็ได้คำตอบแล้วว่า กลิ่นนั้นมาจากไหน เอกภพขยับตัวเข้าไปใกล้สกาวใจทันทีเพื่อสูดดมกลิ่นที่ไม่เหมือนใคร 

"ไม่เป็นไรค่ะพี่ เดี๋ยวเอาไส้กรอกไปก่อน แล้วค่อยเดินกลับมาให้หนูก็ได้ แค่ 12 บาทเองพี่คงไม่โกงหนูหรอก" พนักงานเซเว่นผู้ใจดีออกไอเดีย

เอกภพที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เขาจึงพูดว่า "ไม่เป็นไรครับ เก็บที่ผมก็ได้ เดี๋ยวออกให้ก่อน" เขายิ้มให้พนักงานเซเว่น และหยิบแบงก์ 20 วางไปที่กองเศษเงินของสกาวใจ

"เออ ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวหนูจะเดินกลับไปเอาเงินให้ คุณรอตรงนี้นะคะ" สกาวใจกำลังจะเดินหันหน้าไปทางประตูเพื่อกลับบ้านไปเอาเงิน

"เดี๋ยวสิครับน้อง จะเดินไปเดินมาทำไมท้องอยู่นะ เดินมากๆ ก็ใช่ว่าจะดี เอาไส้กรอกไปก่อน" เอกภพดึงแขนสกาวใจเบาๆ

สกาวใจหันกลับมามองเอกภพด้วยความตกใจ และดึงแขนออกทันที "ขอโทษค่ะ"

"เออ พี่ขอโทษนะครับ โทษที" เอกภพเหมือนจะรู้ตัวว่าดึงแขนสกาวใจไว้ เขาเหมือนคนไม่มีมารยาทเสียแบบนั้น

"แซนด์วิชของลูกค้าได้แล้วค่ะ ส่วนไส้กรอกของคุณแม่ก็ได้แล้ว" พนักงานเซเว่นยืนของส่งให้ทั้ง 2 คน

"คุณรอหน้าเซเว่นนะคะ เดี๋ยวหนูจะเดินไปเอาเงินให้" สกาวใจรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าจะมีพิษมีภัยเท่าไร เธอจึงตัดสินใจคุยดีๆ กับเขาอีกครั้ง

"บ้านน้องไกลไหมครับ" เอกภพถามด้วยความห่วงใย แต่ก็ไม่ลืมแอบสูดกลิ่นหอมจากตัวเธอ 

"ไม่ไกลค่ะ รอไม่นานหรอก เลี้ยวตรงนี้ก็ถึงแล้วค่ะ" สกาวใจรู้สึกเกรงใจนิดๆ เพราะกลัวเขาจะรอนาน 

"งั้นพี่เดินไปก็ได้ บ้านพี่อยู่แค่นี้เอง น้องจะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมาอีก " เอกภพรู้สึกสงสารสกาวใจ

"เงินแค่ 12 บาทเองนะคะ หนูเกรงใจ เดี๋ยวหนูเดินเอามาให้ดีกว่า" สกาวใจเกรงใจด้วย เริ่มจะหวั่นๆ อยู่ๆ จะมีคนเดินไปที่บ้าน

"กลัวเหรอ คนแถวนี้รู้จักพี่ทุกคนนะครับ น้องไม่ใช่คนที่นี่เหรอ" เอกภพเริ่มสงสัย

สกาวใจถอนหายใจ ถ้าคนแถวนี้รู้จักก็พอไว้ใจได้ รีบๆ เดินเอาเงินไปให้เขาดีกว่า "ค่ะ บ้านหนูอยู่ตรงนี้" สกาวใจเดินมาเรื่อย ๆ โดยมีเอกภพเดินขนาบข้าง 

"น้องมาอยู่ตรงนี้นานหรือยัง" เอกภพเริ่มบทสนทนาเพื่อไม่ให้เธอเกร็ง

"ค่ะ ไม่รู้พี่จะรู้จักหรือเปล่า หนูเป็นหลานยายศร" สกาวใจอยากจะจับผิดคน ถ้าเขาเป็นคนแถวนี้จริงๆ น่าจะรู้จักยายเธอเป็นอย่างดี

"อ๋อ ยายศรที่ขายลูกชิ้นกับมาม่าผัด พี่จำได้ เอ๊ะน้องคือ ฝ้ายเหรอ" เอกภพยิ้ม และหันไปมองหน้าสกาวใจ

"รู้จักหนูด้วยเหรอคะ" สกาวใจตาโตทันที

"ไม่รู้ได้ไง ข้าวผัดสับปะรดเมื่อวานอร่อยดีนะ พี่ชอบ" เอกภพยิ้มหวานทันที ไม่น่าเชื่อผู้หญิงตัวหอม คือ หลานยายศร

"คุณเป็นญาติของคุณป้าปราณีเหรอคะ" สกาวใจยิ่งทำหน้างงไปใหญ่

"ครับ พี่เป็นลูก" 

"หนูขอโทษนะคะที่เสียมารยาทเมื่อกี้" สกาวใจทำหน้ารู้สึกผิดขึ้นมาทันที

"ไม่เป็นไรหรอก ดีแล้วที่รู้จักระวังตัว หนูเป็นผู้หญิงคนเดียวด้วย ดีที่พี่เดินมาส่ง" เอกภพยิ้มอีกครั้ง ระหว่างนั้นก็ยกแซนด์วิชขึ้นมาทานด้วย

สกาวใจคิดอยู่ในใจ เพิ่งจะรู้จักกัน เหมือนเขาจะไม่ห่วงภาพลักษณ์เลย อยู่ๆ ก็กินแซนด์วิชขึ้นมาเฉยเลย แต่ระหว่างนั้นลูกชายของเธอก็ถีบท้องอย่างแรงจนเอกภพต้องเลื่อนสายตาไปมองที่ท้อง และเขาก็หัวเราะทันที 

"อุ้ย ลูกอยากกินไส้กรอกเหรอครับ" สกาวใจลืมตัวพูดกับลูกในท้องทันที 

"ลูกชายพี่ก็เป็นนะ ถีบท้องแม่เขาจนเบี้ยวเลย" เอกภพก็ยังคงขำอยู่ 

"สงสัยลูกชายหนูคงหิวค่ะ ว่าแต่ภรรยาคุณคลอดหรือยังคะ" สกาวใจจิ้มไส้กรอกเข้าปาก พอได้เคี้ยวแล้วก็รู้สึกดี

"มะรืนก็คลอดแล้วครับ ไม่รู้จะยังไง" เอกภพถอนหายใจ

"คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็กังวลไปหมดแหละค่ะ หนูก็เป็น จริงๆ หนูขอแค่ ลูกไม่ดื้อไม่ซน เป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย ไม่เจ็บ ไม่ป่วยก็ดีใจแล้วค่ะ" สกาวใจยิ้มให้เอกภพ

"อืม พี่ก็ว่าแบบนั้น นั่นบ้านเราใช่ไหม" เอกภพชี้ไปข้างหน้า

"ใช่ค่ะ เดี๋ยวคุณรอหน้าบ้านก็ได้ค่ะ" สกาวใจรีบสาวเท้าให้เร็วขึ้น 

"ไม่ต้องหรอกครับ พี่อยากเดินมาส่งหนู เข้าบ้านเถอะ ถ้าเป็นไปได้มะรืน พี่ขอข้าวผัดสับปะรดอีกนะ อร่อยดี" เอกภพยิ้มให้ สกาวใจเห็นแบบนั้นจึงยกมือไหว้ขอบคุณ และหันมายิ้มอีกครั้งก่อนเข้าบ้าน

ระหว่างทางที่เอกภพเดินกลับร้าน เขารู้สึกสดชื่น และคิดอะไรออกอีกหลายอย่าง จริงแบบที่สกาวใจพูด คนเป็นพ่อเป็นแม่ สิ่งที่ขอได้คือ ขอให้ลูกเป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ก็พอใจแล้ว อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นว่า "สดชื่นดีแฮะ" 

/////////

มาแล้วค่ะ ตอนหน้าขอติดเหรียญ ตามต่อด้วยกุญแจนะคะ

สนุกแน่ๆ เพราะแนนจะคลอดลูกแล้ววว

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านนิยายเราค่ะ

กราบบบบ

ความคิดเห็น