ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 พิพิธภัณฑ์มณฑลส่านซี

ชื่อตอน : บทที่ 1 พิพิธภัณฑ์มณฑลส่านซี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 294

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2562 10:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 พิพิธภัณฑ์มณฑลส่านซี
แบบอักษร

สายตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่างหิมะข้างนอกปกคลุมตามท้องถนนรถเมย์ค่อยๆแล่นไป อย่างช้า เพราะสภาพท้องถนนเต็มไปด้วยหิมะ โรสหรือจินเหมยกุย เธออายุ 21 ปี สาวน้อยตากลมโตเอวบางร่างเล็ก มีใบหน้ารูปไข่ บวกกับปากนิดจมูกหน่อยทำให้เธอกลายเป็นคนสวยใครๆ ก็หลงรัก เพราะความสวยของเธอเป็นเหตุ มารดาของเธอนางมณีแต่งงานใหม่กับชายวัยกลางคน ทำให้พ่อเลี้ยงคนใหม่คิดจะข่มขืนเธอแต่เธอก็เอาตัวรอดได้ เธอพยายามบอกมารดาแต่มารดาหลงสามีใหม่จนไล่เธอมาอยู่กับบิดาที่ประเทศจีนอยู่มีมณทลเหอหนานกับบิดา นายจินตวนมู่ ดีที่บิดาไม่ทอดทิ้งเธอเหมือนมารดา เธอมาประเทศจีนได้หลายเดือนแล้ว บิดาเปิดร้านอาหารและร้านขายยาโบราณหลังจากที่ช่วยงานบิดาหลายวัน

           วันนี้หญิงสาวจึงขอออกมาเที่ยวเธอแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหนาๆมาที่พิพิธภัณฑ์ส่านซี หรือกองทัพทหารดินเผาเพื่อผ่อนคลายความเศร้าในใจเธอ ต่อไปนี้เธอต้องอยู่ประเทศจีนตลอดชีวิต เมื่อถึงที่หมายปลายทางแล้ว หญิงสาวและผู้คนมากมายที่มาเที่ยวสุสานแห่งนี้จึงได้ลงจากรถเมย์  เมืองแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร พอสมควรหญิงสาวจึงเดินเข้าไปซื้อบัตรราคา 90 หยวนแพงน่าดู แล้วเดินเข้าไปข้างในพิพิธภัณฑ์ผู้คนมากมายรายล้อมหลุมแห่งนี้ มองลงไปข้างล่าง พบทหารที่ปั่นด้วยดินเผายืนเรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อย บางตัวก็แตกหักหัวไม่มี บางตัวก็แขนไม่มี เชื่อว่าหุ่นทหารพวกนี้เป็นพันพันกว่าตัวทำให้หญิงสาวนั้นทึ่งความความสามารถของคนจีนยิ่งนัก

           หญิงสาวเดินออกมาเพราะว่ามันแออัดมากผู้คนเบียดเธอทั้งชายและหญิงเธอยิ่งเป็นคนตัวเล็กอยู่ด้วย เธอมองไปอีกด้านหนึ่งเห็นป้ายประวัติศาสตร์ อยู่ไม่ไกล หญิงสาวจึงเดินเข้าไปใกล้ ภายในป้ายนั้นบอกว่า กองทัพทหารดินเผาหรือกองทัพมหานครหลังความตาย ทำมาจากดินเผาเขียนสีประดับตกแต่งสวยงามเมื่อขุดพบใหม่ๆ แต่พอนานวันเข้าสีพวกนั้นก็ระเหยหายไปในอากาศ ความประณีตในทางความงามและความละเอียดเท่ากับคนจริง เธออ่านไปแล้วยังทึ่งกับคนจีนโบราณเก่งเวอร์ ทหารกว่า 6000 นายดูคล้ายไม่ใช่ตุ๊กตาเหมือนคนจริง คนปั้นเขาทำนายทหารแต่ละตัวใบหน้ามีความแตกต่างกันอยู่บ้างเก่งจริงๆเธอคิดในใจ หญิงสาวได้อ่านป้ายประวัติศาสตร์ครบสมใจแล้วเธอก็เดินออกมาข้างนอก ไม่เห็นพ่อค้าแม่ค้ามาขายของกินเลยมีแต่พวกของที่ระลึก เธอเดินไปที่แผงของที่ระลึก มีพวกป้ายหยกหลากหลายสีวางเรียงกันสวยงาม สายตาของเธอไปสะดุดกับแผ่นหยกสีเขียวที่สลักชื่อว่า หย่งฉี เธอหยิบมันขึ้นมาดู

“นางหนูสนใจหยกเนื้องามชิ้นนี้หรือ” ยายเฒ่าถามนางเป็นเจ้าของแผงร้านหยกนี้

ใช่มันสวยสะดุดตาเธอ เนื้อมันเนียนละเอียด หญิงสาวพิจารณาหยกชิ้นนี้

“ราคาเท่าไรคะ” เธอถามยายเฒ่า

“90 หยวน” ทำไมแพงจังหญิงสาวคิดในใจ

“ทำไมแพงจังคะ” เธอถามยายเฒ่า

“หยกชนิดนี้ทำนำมาจากหุบเขาแห่งหนึ่ง มันก็เลยแพงแถมหยกชิ้นนี้มีอายุหลายปีแล้วนะ มันเป็นของสะสมหายาก” ยายเฒ่า

เธออยากได้เพราะมันสวยดีหญิงสาวตัดสินใจจ่ายเงินยายเฒ่า เธอเดินมาป้ายรถเมย์เพื่อจะกลับบ้าน เมื่อรถเมย์มาแล้วหญิงสาวขึ้นรถทันทีแล้วไปนั่งริมหน้าต่าง มือหนึ่งหยิบหยดขึ้นมาดู ไม่รู้ว่าเธอเป็นบ้าอะไรถึงได้กล้าซื้อของแพงขนาดนี้ รถเมย์ค่อยๆ ขับเคลื่อนออกไป อย่างช้าๆ

เอี๊ยด! ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเบรกรถ

กรี๊ด! พร้อมกับเสียงร้องผู้โดยสารที่ต่างตกใจ ไม่นานนักรถเมย์พลิกคว่ำ เพราะรถมอเตอร์ไซค์มาตัดหน้าทำให้รถเสียหลักชนต้นไม้แล้วพลิกคว่ำ

โป๊ก! ศีรษะ จินเหมยกุย กระแทกอะไรสักอย่าง เปลือกตาเธอปิดสนิทมือของเธอกำหยกไว้แน่น………

         จวนสกุลจิน เรือนฮูหยินสี่ ลู่หวงหลาน ภายในห้องข้าวของกระจัดกระจาย แจกันเนื้อดีที่นายใหญ่ของจวนได้มอบให้ก่อนไปออกรบแตกละเอียดกับพื้น

“ฮูหยินใหญ่ท่านทำเยี่ยงนี้ทำไม” ฮูหยินสี่เอ่ยถามฮูหยินใหญ่ ถึงจะเกลียดนางก็ทำร้ายนางไม่ใช่ทำลายข้าวของที่นายท่านมอบให้

“ลู่หวงหลานเจ้ามันมารหัวใจข้าจริงๆ ท่านพี่รับของพระราชทานจากฝ่าบาทมาก็มองให้เจ้าก่อนส่วนข้าทั้งที่เป็นฮูหยินใหญ่กับต้องได้ของเหลือจากเจ้า” ฮูหยินใหญ่หวังซือซือต้องเจ็บช้ำเพราะการกระทำของนายทำมาหลายครั้งแล้ว

“ข้าผิดด้วยหรือที่ท่านพี่มอบให้ข้าเป็นคนแรก” 

ความคิดเห็น