facebook-icon

ป่าราบ ลูกพ่อปืน แม่มะลิ "เถื่อนไม่เถื่อน ต้องพิสูจน์กันเอาเองนะครับ"

รักต้องร้าย 16 [เปลี่ยนไป] 100%

ชื่อตอน : รักต้องร้าย 16 [เปลี่ยนไป] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักต้องร้าย 16 [เปลี่ยนไป] 100%
แบบอักษร

รักต้องร้าย 16 

[เปลี่ยนไป]



ฉันไม่รู้ว่าเมื่อคืนพี่ป่าหายไปไหนและกลับเข้ามากี่โมง พอตื่นมาตอนเช้าก็เจอเขานอนกอดอยู่แล้ว พอเขาตื่นก็บอกให้ลุกไปอาบน้ำ ต่างฝ่ายต่างทำธุระส่วนตัวกันเสร็จก็พากันกลับคอนโด มื้อเช้ากลับมากินที่คอนโด

ช่างเป็นบรรยากาศที่เงียบสงบมาก ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ จนกระทั่ง...

"พะแพงจะกลับมาแล้วใช่มั้ย"

"ค่ะ" เงยหน้ามองเขา แต่พี่ป่ากลับไม่ได้มองเราเลย

"อืม ห้องเรียบร้อยแล้ว จะย้ายกลับวันไหน"

"วันนี้เลยก็ได้ค่ะ พริกจะเข้าไปจัดห้องด้วย"

"อืม"

แล้วก็เงียบกันอีกครั้ง ฉันไม่รู้เลยว่าเขาเป็นอะไร อยากถามแต่กลัวเขารำคาญ พี่ป่าเปลี่ยนไปอีกแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ตลอดระยะเวลาที่พวกเราคบหากัน เขาก็เคยแสดงท่าทางด้านมืดให้เห็นบ่อยๆ อย่างเช่นตอนโกรธมากๆ หรือไม่ก็ตอนที่ฉันทำผิด

แล้วนี่เขาโกรธอะไร หรือฉันทำผิดอีกแล้ว...

"พริกทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมพี่ป่าเป็นแบบนี้" 

สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป มองหน้าสบตาเขาตรงๆ พี่ป่าเองก็ละความสนใจจากอาหารตรงหน้าเพื่อมองสบตาฉันเช่นกัน แต่แววตาของเขากลับว่างเปล่าจนเกินไป

"เปล่า" น้ำเสียงปฏิเสธเอ่ยออกมา แต่ฉันกลับไม่ดีใจกับคำตอบเลยจริงๆ

"ไม่จริง! พี่เปลี่ยนไป"

"ก็เหมือนเดิม"

"แต่..."

"ขอตัวนะ" เขาว่าก่อนจะลุกออกไป เดินหายเข้าไปในห้องนอนทันที

อะไรที่บอกว่าเหมือนเดิม แต่การกระทำของเขากลับส่วนทาง 

...บอกหน่อยได้ไหม? ว่าผู้ชายตรงหน้าตอนนี้คือพี่ป่าราบคนเดิมของพริกหวานหรือเปล่า ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเขากำลังเปลี่ยนไป



ฉันตัดสินใจเดินออกจากห้องโดยไม่บอกให้เจ้าของห้องได้รับรู้ หิ้วเพียงกระเป๋าใบเล็กกลับออกมาเท่านั้น ส่วนพวกเสื้อผ้าก็เก็บไว้ที่ห้องของเขาบางส่วน ถ้ามันรกเขาคงจัดการเองแหละ

เหนื่อย...

สิ่งเดียวที่คิดออก ถ้าถามว่าทนทำไม ก็คงเพราะรัก... พี่ป่าไม่เคยทำอะไรให้รู้สึกมั่นใจเลยว่าเขาต้องการฉันจริงๆ บางครั้งก็เหนื่อยนะ

ตอนนี้ฉันกลับเข้ามาในห้อง ที่โคตรจะสะอาด มันรู้สึกกว้างไปทันทีเมื่อฉันอยู่คนเดียว... เอนหลังนั่งพิงโซฟาปลายนิ้วมือข้างซ้ายยกขึ้นบีบขมับของตัวเองไปด้วย แต่กลับต้องชะงักกับอะไรบางอย่าง

"หืม? มาได้ยังไงกัน" ฉันว่า สายตามองสำรวจสร้อยข้อมือเงินจี้รูปดอกมะลิ มาตอนไหน ทำไมฉันไม่สังเกตหรือเพราะท่าทางที่เปลี่ยนไปของพี่ป่าทำให้ฉันไม่ใส่ใจร่างกายของตัวเองเลย


ก๊อก ก๊อก

ข้อสงสัยไม่ได้อยู่นานเพราะเสียงเคาะประตูห้องเรียกสติฉันขึ้นมาซะก่อน จนต้องลุกไปเปิดประตู พบเข้ากับร่างสูงแสนคุ้นเคยยืนอยู่

"ไม่คิดจะบอกกันหน่อยเหรอ" ประโยคแรกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของเขาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ ก่อนที่เจ้าของร่างสูงตรงหน้าจะแทรกกายเข้ามาอยู่ในห้องของฉัน

"คิดว่าไม่อยากรู้"

"คิดได้เนอะ" พี่ป่าหันกลับมาสบตาฉันอีกครั้ง สายตาที่มองมาสื่อถึงความไม่พอใจ

ฉันเลือกจะเงียบ เบือนหน้าหนีสายตาคู่นี้ทันที ไม่เข้าใจอารมณ์ของเขาเลย บางครั้งเหมือนต้องการฉัน บางครั้งก็เหมือนอยากให้ฉันหายไป

"เป็นอะไร"

"พี่ควรถามตัวเองมากกว่าว่าเป็นอะไร เดี๋ยวก็ดีด้วย เดี๋ยวก็ร้ายใส่ พริกตามไม่ทันแล้ว" ฉันหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกอัดอั้นและคำพูดที่พรั่งพรูออกมา "พี่ไม่คิดว่าพริกจะเหนื่อยบ้างเหรอคะ"

"เจอแค่นี้พริกยังทนไม่ไหว ถ้าวันหนึ่งมันหนักขึ้น พริกจะทนได้เหรอ ถ้าคิดว่าเข้ามาแล้วจะได้เดินออกไปง่ายๆ พี่บอกเลยว่าพริกคิดผิด"

"ถ้าไม่รู้สึกอะไร ทำไมไม่ปล่อยพริกไปล่ะคะ" คำถามของฉัน ทำให้คนตรงหน้าเงียบไป พี่ป่าทำเพียงจ้องหน้าสบตาฉันด้วยแววตาดุๆ ฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่

"ถ้าคิดจะปล่อย คงไม่มาถึงทุกวันนี้หรอกนะ" ประโยคที่ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาของเขาเริ่มอ่อนลงพร้อมกับอ้อมแขนที่รั้งฉันเข้าไปกอดเอาไว้จนแน่น

"ฮือออ" ไม่ไหวแล้ว อดทนไม่ไหวแล้วจริงๆ น้ำตามันไหลออกมาอัตโนมัติเลยทีเดียว กอดตอบคนตรงหน้าจนแน่น

"เด็กขี้แย" น้ำเสียงบ่นพึมพำพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่ลูบหัวฉันไปด้วย

ถ้าประโยคก่อนหน้าคือคำหวาน มันเปรียบเสมือนยาพิษที่ฆ่าฉันให้ตาย แต่ในขณะเดียวกัน อ้อมกอดของเขากลับเปรียบเสมือนยารักษา ที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งยอมอดทนเพื่อจะได้ยืนอยู่ข้างๆ เขาให้นานที่สุด


ไม่รู้ว่าเคลียร์ไหม แต่คนข้างๆ ไม่ยอมกลับออกไป ยังคงนั่งหน้ามึนอยู่ในห้องพร้อมกับโทรศัพท์ในมือที่เอาแต่กดอยู่นั่น จนบางครั้งฉันก็สงสัยว่าเขากำลังคุยอยู่กับใครหรือเปล่า

"พริกหิวค่ะ" คำพูดของฉันทำให้เขาละความสนใจจากโทรศัพท์ตรงหน้าก่อนจะเบือนสายตามาทางฉันแทน "หิวมากๆ เลยค่ะ"

"ออกไปกินข้างนอกกันไหม"

"เอ๋" ฉันอุทานอย่างแปลกใจ ปกติพี่ป่าไม่เคยชวนฉันออกไปไหนในเวลาที่ดวงอาทิตย์ยังคงสาดส่อง ถ้าจะไปจริงๆ คงเป็นตอนที่พระจันทร์ขึ้นมาทำหน้าที่ของตนแล้วมากกว่า

"แปลกใจอะไร"

"เปล่าค่ะ ปกติ..."

"จะพูดให้น้อยใจอีกทำไม หรือจะไม่ไป" เขาพูดแทรกขึ้นมา จนฉันต้องเงียบไป แต่ก็ต้องเอ่ยตอบทันทีด้วยเช่นกัน

"ไปค่ะ" ฉันตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม พี่ป่าเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะลุกขึ้นยืน มือหนาข้างหนึ่งยื่นมาตรงหน้า

"ยื่นมือมาสิ" ทำตามอย่างที่เขาว่าทันที จับมือกันเรียบร้อยพี่ป่าก็พาฉันออกจากห้อง

"กระเป๋ากับโทรศัพท์พริกล่ะคะ"

"ไม่ต้องเอาไปหรอก"

ฉันเงียบ ยอมเดินตามเข้าไปเงียบๆ พี่ป่าขับรถพาฉันไปไหนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าห่างไกลจากคอนโดพอสมควร ใช้เวลาในการเดินทางชั่วโมงกว่าๆ สายตาของฉันปะทะเข้ากับพื้นที่สีฟ้าเบื้องหน้า มีคลื่นลูกใหญ่ๆ มากมายกระแทบเข้าหาชายฝั่งตามแรงลม รอยยิ้มของฉันผุดขึ้นมาบนใบหน้าทันที ลืมไปหมดว่าโกรธคนข้างๆ อยู่

"ทะเล"

"ใช่!" คนข้างๆ ตอบ ฝ่ามือหนาวางลงบนฝ่ามือของฉันไปด้วย "ขอโทษที่ทำให้รู้สึกแย่ วันนี้พี่จะชดเชยให้"

"ขอบคุณค่ะ"

ฉันเลือกจะยิ้มให้คนข้างๆ แทนความรู้สึกอื่น เพราะไม่อยากให้วันนี้ต้องมีความรู้สึกแย่ๆ เข้ามาแทนที่ พี่ป่าพาลงไปหาอะไรกิน ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารทะเล เขาดูแลฉันดีมาก จนกระทั่งมีสายโทรศัพท์เข้ามา เขาแค่ชายตามอง เลือกจะไม่กดรับสาย จนเราต้องเป็นฝ่ายเปิดปากถาม

"ทำไมไม่รับสายล่ะคะ"

"พี่อยากมีเวลาให้พริกน่ะ" เขาตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ฉันยิ้มตอบ เลิกสนใจไป แต่ใช่ว่าจะไม่อยากรู้ ถ้าถามตรงๆ เขาก็คงไม่บอกอยู่ดี "กินกุ้งเยอะๆ นะ"

"พี่ไม่กินบ้างเหรอคะ"

"พี่ยังไม่หิวครับ"

"แต่พริกไม่อยากกินคนเดียว กินด้วยกันสิคะ" พี่ป่านิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจหยิบกุ้งในจานของฉันเพื่อจิ้มน้ำจิ้มและเข้าปากตัวเอง การกระทำของเขาเรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากของฉันได้เป็นอย่างดี "ขอบคุณค่ะ"


เวลาแสนมีความสุขช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน แป๊บๆ ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีอีกแล้ว พี่ป่ากำลังขับรถพาฉันกลับกรุงเทพฯ ตลอดทางเราคุยกันหลายเรื่องมาก มันสนุกและเป็นความทรงจำที่ดีสุดๆ จนฉันนึกถึงเรื่องสร้อยข้อมือได้เลยตัดสินใจถามเขา

"พี่ป่าคะ เส้นข้อมือเส้นนี้ พี่ใส่ให้พริกหรือเปล่า" ถามพลางชูข้อมือข้างที่มีสร้อยให้พี่ป่าดูด้วย

"ครับ" เขาหันมาสบตาฉันแว๊บนึงก่อนจะหันไปสนใจถนนข้างหน้าต่อ "พี่ฝากไว้ที่พริกก่อนละกัน มันเป็นสร้อยข้อมือเส้นสำคัญของพี่"

"ฝากไว้ที่พริกจะดีเหรอคะ" เฟลนิดหน่อยกับคำว่าฝากไว้ของเขา แต่อย่างน้อยๆ เขาก็ยังเชื่อใจและอยากฝากไว้กับเรา

"จนกว่าพี่จะขอคืน ห้ามถอดเด็ดขาด"

"ค่ะ"

บทสนทนาขาดหายไป พี่ป่าเองก็เงียบไปทันที พวกเราเลือกจะเงียบใส่กัน จนมาถึงคอนโด แต่พอลงจากรถทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อพี่ป่ายื่นฝ่ามือของเขามาประสานเข้ากับฝ่ามือของฉันด้วย

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนไป จำเอาไว้อย่างเดียว พริกเลือกจะเข้ามาอยู่ในโลกของพี่ พริกต้องยอมรับทุกอย่าง... พี่ไม่ใช่คนที่ดีพร้อม แต่พี่ก็พร้อมจะปกป้องคนของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นพริกต้องเรียนรู้ให้เป็น"

ฉันถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเจอคำพูดประโยคยาวๆ เมื่อกี้ของพี่ป่า ปากกำลังจะเอ่ยถาม แต่คนข้างๆ กลับไม่เปิดโอกาส เขาจับมือฉันไว้จนแน่นก่อนจะลากเข้าไปด้านใน หัวใจของฉันเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึงคำพูดประโยคก่อนหน้านี้... และมันเกือบหยุดเต้นเมื่อฉันเดินมาถึงหน้าห้องของตัวเองแล้วเจอเข้ากับใครอีกคน

"พี่แพง..."




_________________________________

สู้ๆ นะหนูพริก แม่มะลิก็เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ 5555


คิกๆ มาแล้วววววววว

ยังฟรีนะคะ ตอนหน้าอาจจะติดเหรียญ ติดแล้วแต่อารมณ์ค่ะ 555


ขอบคุณทุกคนที่ยังรอและตามอ่านกันเสมอ รัก ❤️


ความคิดเห็น