Twitter-icon Instagram-icon

เอาความสุขมาให้ >.<

15 ตุ๊กตา...ของเกียร์

ชื่อตอน : 15 ตุ๊กตา...ของเกียร์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.4k

ความคิดเห็น : 96

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 01:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
15 ตุ๊กตา...ของเกียร์
แบบอักษร

ตอนนี้ผมตัดสินใจไมได้ว่าจะปลุกเฟย์ไปมหาลัยพร้อมผมเลยดีไหม อีกสองชั่งโมงก็จะถึงเวลาผมลงแข่งบอลแล้วนะสิ แต่พอนึกถึงเรื่องมื่อคืนแล้วผมก็ไม่อยากปลุกเลย หึหึ!!

“เฟย์ เฟย์ตื่น! ไปอาบน้ำจะได้ไปมหาลัยกัน” พอคิดว่า ถ้าผมไปโดยไม่ปลุกต้องโดนงอนแน่ๆกก็เลยต้องปลุกนี้แหละครับ

“เช้าแล้วหรอ”

“เช้านานแล้วครับ”

“เหมือนพึ่งได้นอนเลย” ผมอยากบอกจังเลยว่า ‘ไม่ใช่แค่พึ่งคับน้องเฟย์’

“นอนต่อก็ได้นะ เดียวเกียร์บอกเพื่อนน้องให้” อันนี้ผมจริงจังนะ ผมไม่อยากให้น้องฝืน

“ไม่ๆ จะไปพร้อมกัน”

“ไหวไหม มานี้” ผมจัดการอุ้มน้องเข้าไปในห้องน้ำ

“ไม่เห็นต้องอุ้มเลย เฟย์เดินได้”

“เคๆ ฟอด” ผมวางน้องลงไว้ในห้องน้ำแล้วก็เดินออกมานั้งรอข้างล้างที่เดิม ที่ผมพาน้องออกกำลังกายเมื่อคืน

ผมดีใจนะที่ทำได้มากกว่ากอดกับจูบ ตอนนี้น้องเป็นของผมแล้ว เป็นแบบสมบูรณ์เลย จะเหลือก็แค่จดทะเบียนสมรสก็เท่านั้น ที่ผมกล้ากินน้องเมื่อคืนเพราะมันครบกำหนดที่ผมให้ไว้กับป๊าแล้วนะสิครับ แถมผมยังทำกำไรของบริษัทได้ตามที่ป๊ากำหมดให้อีกด้วย

“เสร็จแล้ว” รอสักพักรางเล็กๆก็เดินมายืนข้างหน้าผม

“ทำไมใส่สั่นแบบนี้ แล้วเสื้อมันจะลัดไปไหน ทำไมเมื่อวานมันไม่เป็นแบบนี้” ก็เมื่อวานใส่เสื้อผ้าดูเรียบๆออก กระโปรงก็อยู่ที่เข่าพอดี ไม่เห็นสั่นแล้วก็รัดรูปเหมือนวันนี้เลย รู้แบบนี้ผมน่าจะดูดขาให้ต่ำลงมาอีกก็ดี แต่ก็ไม่ได้บังคับให้เธอไปเปลี่ยนหรอกครับ ผมเข้าใจ แต่ก็หวง

“เพราะมันคนละวันไงค่ะ” ผมยอมเลยครับ สายหัวให้นิดหน่อยแล้วก็เดินออกห้องมาโดยที่น้องก็เดินตามหลังมาติดๆ ติดกว่านี้จะสิงผมแล้ว ก็เลยดึงน้องให้มาเดินข้างๆแล้วผมก็กอดเอวนั้นไว้ ผมไม่ได้เดินเร็วอะไร ผมรู้ว่าน้องเจ็บ ก็นั้นมันครั้งแรกเลยนะ แถมผมเอาแต่ใจด้วย

‘เฮ้ยยยยย! นั้นมัน อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนสองคนนั้น’

‘เชี้ย! กอดเอวเดินด้วยว่ะมึง โอ้ยยยยใจกูจะวาย’

‘มึงดูนั่น ผัวหล่อเมียน่ารัก อ๊ากกกก’

‘เขาอาจจะเป็นเพื่อนกันก็ได้ ใครๆก็รู้ว่ายัยนั้นไม่มีแฟน’

‘นั้นแฟนคุณแฟร์หรอแก หล่อไปแล้ว พี่ก็หล่อแฟนก็หล่อ’

‘ไอ้จิน! นั้นน้องเฟย์ของพวกเราาาาาาา”

‘มะ มะ ไม่ กูว่าเราตาฟาด’


สายตาหลายสิบคู่มองมาที่ผมกับน้องไหนจะเสียงที่พูดถึงผมกับน้องอีก เรามาถึงรถก็พากันไปมหาลัยเลย โดยผมเป็นคนขับแล้วน้องนั้งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ

“เกียร์ หิวข้าว” ผมก็คิดไว้แล้วแหละว่าต้องหิว เมื่อคืนน้องไม่ได้กินอ่ะไรเลย

“เดียวพาไปกินที่โรงอาหาร ว่าแต่มันไปทางไหนน้อง” ก็ใครบอกให้สร้างมหาลัยใหญ่ละ ผมก็หลงสิ น้องบอกทางจนมาถึงโรงอาหารที่ตอนนี้มีนักศึกษาเยอะพอสมควร พวกไอ้เอ็มแชทมาบอกว่าอยู่โรงอาหารผมเลยตัดสินใจพาน้องมากินนี้

คนก็มองกันจัง ทำไมไม่มองคนอื่นกันบ้างวะ ยิ่งพวกผู้ชายมันมองเมียผมนะ ยิ่งอยากกระทืบเรียงตัวเลย แต่ทำแบบนั้นไม่ได้ เสียงมากมายที่พูดถึงผมกับน้องดังขึ้นให้ยินตลอดทางเดินเข้ามาข้างในโรงอาหาร

“ไอ้เอ็มบอกว่านั่งอยู่โต๊ะยี่สิบหก” แล้วน้องก็เดินนำมาจนถึงโต๊ะ

“เหี้ยยยย!! ไอ้เกียร์ มึงอย่าบอกนะว่า..!” นี้มันไอ้เคกับไอ้ต้นนิ มาอยู่ที่นี้ได้ไง

“ไอ้เกียร์ กูโกรธมึง” อยู่ดีๆไอ้ต้นก็พูดขึ้นแล้วทำหน้างอๆ อะไรของมันวะ

“มันปัญญาอ่อนเหมือนตุ๊กตามารมึง” นี้ก็กัดแต่กัน

“เดียวกูถีบตกโต๊ะนะเอ็ม” นั้นแหละครับ เห็นอ่อนหวานอ้อนเก่งกับผม แต่กับไอ้เอ็มนี้มันหัวหน้ามาเฟียดีๆนี้เอง สรรพนามก็เปลี่ยนไปตามใจน้องนั้นแหละครับ

“นั่งสิ จะยืนกันอีกนานไหม เท่านี้ก็มองกันทั้งมหาลัยแล้วสัส” ไอ้เอ็มพูดขึ้นต่อ ก็กูงงอยู่ไหมวะ ว่าไอ้สองตัวนี้มาจากไหน ผมเข้าไปนั่งข้างไอ้เคแล้วให้น้องนั่งขอบสุด ผมให้นั่งกลางไม่ได้เดี่ยวไอ้เคเต๊าะเมียผม

“พวกมึงจะมองเมียกูอีกนานไหมห๊ะ เดี่ยวกูตบเรียงตัวเลยนิ” มันนั่งจ้องเมียผมจนตอนนี้น้องทำอะไรไม่ถูกแล้ว

“สวัสดีค่ะ ชื่อเฟย์ รุ่นเดี่ยวกับเกียร์ใช่ไหมอ่ะ” พอผมพูดจบน้องก็แนะนำตัวเองทันที

“ครับ2” ไอ้เคกับไอ้ต้นนั้นเอง

“เอ็ม ไปซื้อข้าวมาให้เฟย์หน่อย เอาข้าวผัดไม่ใส่ผักนะ” ผมเลือกที่จะใช้ให้ไอ้เอ็มไปซื้อข้าวมาให้แทนที่ผมจะไปซื้อเอง

“เออๆแม่ง มึงก็หวงเกิน ไม่มีใครทำอะไรมันได้หรอก มันเป็นตุ๊กตามาร” เดียวกูว่ามึงจะโดนตุ๊กตามารหักคอแน่กูว่า

“ไอ้เอ็ม เดียวกูจับหักคอเลยนิ” นั้นไง ผมว่าแล้ว ถ้าไม่ถีบก็หักคอ ไอ้เอ็มไม่ฟังอะไร มันเดินไปเลย แต่ผมรู้ว่ามันได้ยิน โต๊ะข้างๆพวกเราก็เหมือนกัน ผมไม่ได้ว่าอ่ะไรเรื่องที่น้องพูดไม่เพราะ น้องพูดแค่กับคนที่สนิทหรือคนที่พูดแบบนี้ด้วยเท่านั้น เช่นไอ้เอ็มที่ใช้คำแบบนี้พูดกับน้อง น้องเลยพูดกลับ

ตอนนี้ได้ต้นกับไอ้เคมันทำหน้าเหวอๆ จนผมอดจะถามไม่ได้

“พวกมึงเป็นเหี้ยไรนิ ดูทำหน้า” ตลกชะมัด

“ปะ ป่าวๆ / ป่าวๆๆ”ตอบพร้อมเพียงกันมาก

“แล้วทำไมได้พากันมาอยู่ที่นี้ กลับมากันตอนไหน” สองคนนี้คือเพื่อนผมเองครับ เพื่อนสมัยประถมแล้วก็มอต้น หลักๆเราก็จะมีกันอยู่สี่คน แต่ไอ้สองคนนี้มันต้องย้ายตามแม่ไปอยู่ที่ญีปุ่นกับแฟนใหม่ท่าน ก็เลยเหลือผมกับไอ้เอ็ม ส่วนคนก็อื่นที่เล่นบอลหรือเรียนห้องเดียวกันก็แค่พูดคุยธรรมดา ไม่ได้สนิดอะไร

“กลับมาตอนเปิดเทอมขึ้นปีหนึ่งนี้แหละ ขอแม่กลับมาเรียน กว่าจะได้มากราบเช้ากราบเย็นเลยกู” ไอ้เคพูดขึ้น ถ้าไอ้เคทำ ไอ้ต้นก็ทำ เพราะมันสองคนมีแม่คนเดียวกัน ที่จริงท่านคือแม่ไอ้ต้น แม่ไอ้เคคือน้องสาวท่าน ที่เสียชีวิตไปแล้ว

“แล้วทำไมถึงได้เลือกเรียนกรุงเทพ” ปกติผมไม่ใช่คนพูดมากขนาดนี้นะ แต่นั้นและ ติดมาจากน้องแน่ๆ หันไปหาน้องก็นั้งฟังพวกผมคุยกันเหมือนอยากรู้อยากเห็น

“นู้นเลยพ่อพวกกูจัดการทุกอย่างยันที่อยู่เลยครับ” ก็ดีนะที่เขารักพวกมัน ผมนึกว่าจะไม่ได้เจอพวกมันแล้วนะ เพราะบ้านที่ขอนแก่นท่านก็ขายทิ้งหมด

“ว่าแต่เรื่อง....” เสียงไอเคหายไป เมื่อได้ยินเสียงไอ้เอ็ม

“นี้ข้าว แดกๆเข้าไป ส่วนนี้น้ำ” ไอ้เอ็มเอาข้าวมาวางตรงหน้าน้องพร้อมกับคำเชิญนิดหน่อย ที่ผมให้มันทำไม่ได้ให้ทำฟรีนะ ผมต้องจ่ายเป็นสิ่งของที่มันอยากได้นะสิ แค่มันเดินไปช่วยเปิดรถตอนผมอุ้มน้องมันยังคิดเลย เหี้ยจริงๆ

“เฟย์ไม่ขอบคุณนะคะน้องเอ็ม เพราะมึงชอบไปไถเกียร์” น้องพูดท่าทีอ่อนโยนแบบดัดจริตใส่ไอ้เอ็ม จนผมโดนไอ้เอ็มตบหัว น้องมองแรงใช่มันทันที่เลยที่ตบหัวผม มันทำอะไรน้องไม่ได้ก็ลงที่ผมแทนตลอด บอกแล้ว มันเหี้ยจริงๆ



ความคิดเห็น