email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทนำ แดกแม่งไปเหอะ ตายไปก็ไม่ได้กิน!

ชื่อตอน : บทนำ แดกแม่งไปเหอะ ตายไปก็ไม่ได้กิน!

คำค้น : อวบ อวบอยู่ไหนจ๊ะ คิง ขุนพล อาทิตยา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2562 23:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ แดกแม่งไปเหอะ ตายไปก็ไม่ได้กิน!
แบบอักษร

บทนำ แดกแม่งไปเหอะ ตายไปก็ไม่ได้กิน**!**

“พรุ่งนี้ก็เปิดเทอมแล้ว”

“ยังไม่ได้เตรียมชุดอะไรเลย”

“จะตื่นทันไหมนะ”

            นั่นคือเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อดูสุขภาพดี ไม่บ่อยครั้งนักที่เธอจะมานั่งรำพึงรำพันอะไรก่อนนอนแบบนี้

            ปกติจะอยู่ง่าย กินง่าย นอนง่าย แต่ตายยาก ไม่ค่อยจะอะไรกับโลกมนุษย์ที่มันเปลี่ยนแปลงไปไวจนอัปเดตไม่ทัน อาทิตยา ภาสกร หรืออุ๊บอิ๊บ รู้แค่เพียงว่าชีวิตต้องสู้ ไม่มีจะกินก็ต้องดิ้นรน และกินให้อิ่ม นอนให้หลับ แล้วก็ตั้งใจเรียน

            พอนึกมาถึงเรื่องเรียนใบหน้ากลมป้อมแป้นแล้นที่มีลักยิ้มสองข้างกระจ่างใสก็หม่นเศร้าลงเล็กน้อย รู้สึกสงสารแม่ขึ้นมาจับใจ

            ด้วยครอบครัวไม่ได้มีฐานะสู้ดีนัก ตั้งแต่เกิดมาลืมตาดูโลกและจำความได้ อาทิตยาก็รู้จักเพียงแม่ที่อยู่เคียงข้างกายในชีวิต พ่อเป็นใคร ญาติเป็นใครบ้าง เธอไม่เคยได้รับรู้เลย

“สงสารแม่จัง”

ริมฝีปากอิ่มพร่ำเพ้อออกมาคนเดียวอีก ด้วยรู้ดีว่าเงินที่แม่พยายามเก็บหอมรอมริบมาตลอดทั้งชีวิตก็เพื่อให้เธอมีวันนี้ วันที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก และมีโอกาสได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

และนี่ก็คือความฝันของเธอเช่นเดียวกัน แม้จะมีต้นทุนมาน้อยไม่ได้พร้อมอย่างใครๆ และต้องเหนื่อยมากกว่าคนอื่น แต่อาทิตยาก็บอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมแพ้ จะไม่ยอมท้อถอย จะไม่ยอมล้มเลิกอะไรก็ตามที่ตั้งใจไว้

เธอเห็นแม่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งชีวิต นับจากนี้เธอจะทำทุกอย่างให้แม่ได้อยู่อย่างสบายขึ้น หรือถ้าทำไม่ได้ เธอก็จะพยายามช่วยเหลือดูแลไม่ให้แม่ต้องเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อคุยกับตัวเองจบ ได้ทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง รู้สึกว่าตัวเองได้เติบโตมากขึ้นไปอีกขั้น อาทิตยาก็ยิ้มกริ่มกับตัวเอง รู้สึกภาคภูมิใจว่า

เราก็มีความคิดดีๆ เหมือนกันนะเนี่ย ไม่ได้กินเก่งอย่างเดียวซะหน่อย

แต่ครั้นนึกถึงเรื่องที่คนชอบพูดแซวแล้วก็ได้แต่หน้ามุ่ย และก็ต้องหน้ามุ่ยยิ่งกว่าเดิม เมื่อก้มลงมองสัดส่วนของตัวเอง สามสิบแปด-ยี่สิบแปด-สามสิบแปด สูงร้อยห้าสิบแปด ใครจะชอบ!

ไม่ชอบก็ไม่ง้อหรอก อวบแล้วยังไง อ้วนแล้วผิดตรงไหน ไม่ได้ไปกินข้าวบ้านใคร ไม่ได้ไปแย่งข้าวแมวบ้านใครกินเสียหน่อย

ใครจะเข้าใจความทุกข์ของเธอบ้าง ผู้คนที่รู้จักและไม่รู้จักต่างชอบพากันล้อเธอ บ้างก็เรียกเธอว่าช้างน้ำ บ้างก็เรียกเธอว่าธิดาร้อยโล บางทีเธอก็โมโหจนอยากจะวิ่งไล่ชนให้มันท้องแตกตายกันไปให้หมด แต่เธอไม่ใช่ช้างตกมันนะ! แถมไม่ได้อ้วนขนาดนั้นซะหน่อย สาบานว่าหนักไม่ถึงร้อยกิโลกรัม ก็แค่ประมาณห้าสิบปลายๆ ใกล้หกสิบก็เท่านั้นเอง

มันดูอวบระยะสุดท้ายจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็มีเอวอยู่นะ หน้าอกก็มี ขาก็ไม่ได้โตเป็นโต๊ะสนุกเกอร์ขนาดนั้น แต่มันก็ถือว่าอ้วน แล้วก็เป็นเหยื่อให้คนปากมากแซวกันสนุกปาก ทั้งที่เธอไม่เคยไปทำอะไรให้คนเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย

อาทิตยาอยากจะบ้า! เทียบกันกับแม่แล้ว หุ่นของแม่บอบบางคนละเรื่องกับเธอเลย ทุกวันนี้ยังงงไม่หายว่าตอนที่แม่ท้อง แม่ต้องแบกรับน้ำหนักของเธอขนาดไหนนะ คงจะอุ้ยอ้ายน่าดู และตอนที่ท่านคลอดเธอนั้นก็อีก แม่เคยเล่าว่าเธอตัวใหญ่มากและก็ขาวอวบอย่างกับปลีกล้วย

ก็คงจะจริง สิ่งที่พอจะทดแทนจรรโลงใจให้อาทิตยารู้สึกดีทดแทนความอ้วนได้ ก็คงจะเป็นเรื่องผิวขาวๆ เนียนๆ นี่แหละ แต่ก็ยังมีคนปากเสีย บอกว่าเธอเหมือนแฝดผู้พี่ของเด็กสมบูรณ์ โอ๊ย! ต้องทำยังไง ทำยังไงถึงจะผอม

หลายคนเคยบอกเคล็ดลับว่าให้กินแต่ผลไม้ ไม่กินแป้ง ดื่มน้ำเยอะๆ ออกกำลังกาย กินผักมากๆ งดอาหารมัน งดของหวาน งดน้ำอัดลม

อาทิตยาอยากจะสวนกลับไปว่า...ต่อให้กูแดกแต่ผักทั้งสวน กูก็อ้วนอยู่ดีค่ะ*!*

เธอเคยพยายามแล้ว แต่พอไม่ได้ผลก็ท้อแท้ใจ เลยเลิกสนใจว่าจะควบคุมอาหารการกิน จะคลีนไม่คลีนก็ช่างหัวมันเถอะ ตายไปก็ไม่ได้กิน

โชคดีที่เธอไม่ใช่คนชอบกินเนื้อสัตว์ เธอชอบกินผักกับน้ำพริก แต่มันไม่ได้ทำให้เธอผอมบางเลย แต่ก็เอาเถอะ ใครอยากจะว่าอะไรก็ว่าไป อาทิตยาเริ่มปลงกับตัวเองได้บ้างแล้ว

หดหู่ใจไปก็เท่านั้น รูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่อุปสรรคขัดขวางในการทำความดีเสียหน่อย พวกปากไม่ดีนั่นแหละ ทำผิดศีลข้อที่สี่ที่ว่ามุสาวาจา มุสาไม่ใช่แค่ว่าพูดโกหก รวมทั้งพูดไม่ดีไม่ถูกกาลเทศะ และพูดคำหยาบคาย พูดส่อเสียด พูดล้อเลียน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ใครมีก็ถือผิดศีล อาทิตยาขอตั้งจิตมั่นว่าจะอโหสิ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเวรกรรม ใครพูดไม่ดีก็ขอให้เวรกรรมตามสนองปากเน่าปากพองไปเล้ยยยย!!!!

เฮ้อ…แล้วไหนจะเรื่องเปิดเทอมวันแรกพรุ่งนี้อีก การเรียนในระดับอุดมศึกษาวันแรกจะเจอกับอะไรบ้างนะ เพื่อนใหม่ ครูคนใหม่ สถานที่ใหม่ การเรียนรู้ใหม่ๆ และคนใหม่ๆ ที่จะมาล้อเลียนเรื่องเธออ้วน

“อุ๊บยังไม่นอนอีกเหรอลูก”

เสียงแม่เรียกถามอยู่ข้างนอกทำให้อาทิตยาสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์  โชคดีที่ไม่กลิ้งตกจากเตียง ถ้าตกตุ้บลงมาน่ากลัวว่าพื้นจะยุบจริงๆ

“ยังจ้ะแม่” ตอบรับแล้วก็เดินไปเปิดประตูให้แม่เข้ามาในห้อง

ร่างผอมบางของแม่เดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอบนเตียงนอนเก่าๆ ที่มีตุ๊กตาหมีเน่าๆ ตัวแรกและตัวเดียวที่ใช้นอนกอดมาตั้งแต่เด็กวางอยู่ด้วย

“นอนดึกจังลูก พรุ่งนี้ต้องไปมหาลัยแต่เช้าไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวตื่นสายนะ”

“อีกแป๊บก็จะนอนแล้วค่ะ พรุ่งนี้แม่ต้องไปขายของที่ตลาดคนเดียว ไม่รู้หนูจะเรียนเสร็จกี่โมงนะคะ” มีความกังวลในน้ำเสียง ด้วยไม่อยากให้แม่ไปขายข้าวแกงที่ตลาดเพียงคนเดียว แม้อาทิตยาจะไม่ได้ไปช่วยขายทุกวัน ด้วยว่ามีงานพิเศษอื่นๆ ด้วย แต่อย่างน้อยพอเลิกจากงานใดงานหนึ่ง เธอก็จะไปช่วยแม่ขนของกลับบ้านด้วยตลอด

“ไม่เห็นเป็นไรเลย หนูตั้งใจเรียนเถอะนะ ไม่ต้องแม่” อลิสาปลอบลูกเสียงนุ่ม ก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมสลวยของลูกสาวเบาๆ

ชีวิตของเธอมันไม่ได้มีอะไรน่าจดจำสักนิด แต่เอยังโชคดีที่มีลูก ถ้าไม่มีอาทิตยา เธอก็ไม่แน่ใจนักว่าจะเข้มแข็งมาได้ถึงขนาดนี้ไหม

“อุ๊บต้องห่วงแม่สิคะ อุ๊บมีแม่คนเดียว อุ๊บรักแม่ค่ะ” อาทิตยาเอ่ยเสียงเครือ ก่อนจะเอนกายลงนอนหนุนตักแม่ และกอดเอวบางอย่างประจบ เหมือนที่เคยทำเมื่อตอนเด็กๆ

ซึ่งอาทิตยาอาจจะลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองตัวใหญ่เนื้อแน่นน้องๆ ช้าง แม่ก็ตัวบางนิดเดียว ท่านทนให้เธอหนุนนอนตัก แต่สักพักก็เอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้

“อุ๊บ แม่ปวดขาแล้วลูก” อสิลาว่าพลางดันร่างคนตัวอวบให้ลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นใบหน้ากลมๆ น่ารักนั้นงอง้ำ คงจะมีเรื่องน้ำหนักตัวเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้สาวน้อยแสนสดใสอย่างอาทิตยาหน้าบูดหน้ามุ่ยได้ นอกนั้นไม่ว่าจะปัญหาใดๆ ก็ไม่เคยทำร้ายอาทิตยาได้เลยสักครั้ง

“แม่อะ...”

“นอนได้แล้วลูก ทำใจให้สบายๆ พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าๆ นะจ๊ะ”

“พรุ่งนี้แม่จะแกงอะไรบ้างคะ” ไม่ลืมถามหาของกินแสนโปรดปราน

“จะนอนแล้วยังคิดเรื่องกินอยู่อีก ลูกคนนี้นี่ยังไง ปากก็บอกว่าอ้วน อ้วน อ้วน” แม่ว่าล้อๆ พร้อมกับจับแก้มเธอส่ายไปมาอย่างเอ็นดู

“ก็อุ๊บเบื่อความไม่ผอมสักทีนี่คะ ต่อไปนี้อุ๊บจะกินให้อิ่ม จะอวบจะอ้วนจะตัวแตกก็ไม่สนแล้ว”

“จ้า แม่ช้างน้อย กินไปเถอะลูก อ้วนยังไงแม่ก็รัก” ว่าจบก็หอมแก้มยุ้ยเบาๆ แล้วเดินออกไปจากห้อง

ปล่อยให้อาทิตยามองตามไปด้วยสายตางงๆ ก่อนจะยกมือเกาหัวแกรกๆ พร้อมกับถามตัวเอง ตกลงว่าแม่อยากให้เธอกินเยอะๆ จริงๆ หรือว่ายังไงแน่...


-------------

ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยนะค้า คิดถึงทุกคนค่า ขอกำลังใจรัวๆๆๆ บ้างก็ดีค่า อิอิ ช่วงนี้อวบใจน้อยมากๆ 555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว