ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Epilogue

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2562 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Epilogue
แบบอักษร

Epilogue



ภายในสนามแข่งรถขนาดใหญ่ใจกลางเมืองของนักรบ ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ระหว่างพรรคมังกรดำและบรรดาผู้มีอิทธิพลมากมายทั่วทั้งเอเชีย กำลังเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่หลงใหลและชื่นชอบในความเร็ว ซึ่งดูเหมือนวันนี้จะมากกว่าการแข่งขันในยามปกติหลายเท่านัก

อาจจะเพราะความยิ่งใหญ่อลังการของแสง สี และเสียง รวมไปถึงระบบการควบคุมต่างๆ ของสนามแข่งรถที่ทันสมัยกว่าเก่า สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่บรรดาสมาชิกทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่อยู่ไม่น้อย

นอกจากนี้บริเวณโดยรอบของสนามแข่งรถยังมีจอแอลอีดีขนาดใหญ่ที่ถูกติดตั้งเพิ่มเข้ามา เพื่อไว้สำหรับถ่ายทอดสดภาพบรรยากาศการแข่งขันในแต่ละรอบของค่ำคืนนี้โดยเฉพาะเช่นเดียวกัน

และถึงแม้ว่าบรรยากาศโดยรอบของสนามแข่งรถจะดูคึกคักเป็นพิเศษกว่าทุกวัน ทว่า บรรดาสตาฟของงานต่างก็ไม่ลืมจะเตรียมพร้อม และคอยระแวดระวังเรื่องความปลอดภัยมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ตรงบริเวณทางเข้าจะมีคนคุมเข้ม คอยตรวจสอบสมาชิกและรถที่เข้าออกทุกคันอย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเช่นที่ผ่านมาได้อีกเป็นครั้งที่สอง

แน่นอนว่าการจะจัดงานเลี้ยงฉลองที่ยิ่งใหญ่แบบนี้จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่นั่นกลับไม่ใช่สิ่งที่ทำให้นักรบและฮังหลงต้องกังวลเลยแม้แต่น้อย หากว่าสิ่งที่ลงทุนไปจะสามารถแสดงให้เห็นถึงอำนาจของพรรคมังกรดำแล้ว พวกเขาต่างก็ยินดีทุ่มหมดหน้าตัก

เพราะเชื่อเถอะ สิ่งตอบแทนที่ได้กลับคืนมามันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

“ยิ้มอะไรของพวกมึง”

นักรบเอ่ยถามยีนส์และควันที่เพิ่งเสร็จจากการแข่งรอบล่าสุด ช่วงขายาวของคนทั้งสองมุ่งตรงมายังร่างสูงที่นั่งกอดอก พิงสะโพกอยู่หน้ากระโปรงรถ พร้อมส่งรอยยิ้มมุมปากและสายตาแพรวพราวฉายแววล้อเลียนมาให้จนน่าหมั่นไส้

“หึ ก็ยิ้มมึงนั่นแหละ”

“กูทำไม”

“มึงรู้ตัวไหม ว่าปีนี้เป็นปีแรกที่มึงจัดงานแข่งแล้วดูมีความสุข”

“แล้วที่ผ่านมากูไม่มีความสุขหรือไง” คิ้วหนาเลิกขึ้นนิด ละสายตาจากบริเวณโดยรอบของงาน มาจ้องดวงหน้าหล่อเข้มอย่างเป็นคำถาม

“ถามตัวเองก่อนไหมมึง ว่าที่ผ่านมามึงจัดงานแข่ง หรือมึงลงสนามแข่งรถทำไม” ประโยคที่ทำให้นักรบนิ่งไปนิด ก่อนจะยกยิ้มอย่างเข้าใจในความหมายที่ยีนส์ต้องการจะสื่อ

เพราะอยากหนี…ทุกครั้งที่นักรบอยู่ในรถ เขารู้สึกเหมือนได้หนีออกจากอดีตอันแสนโหดร้าย

“หึ ไม่ต้องตอบพวกกูหรอก แค่มึงมีคำตอบให้ตัวเองได้ แค่นี้ก็พอแล้ว”

“พูดเป็นคนดีเลยนะมึง”

“ไหนๆ มึงก็มีความสุขขนาดนี้แล้ว งั้นแมตช์สุดท้ายของวันนี้ เรามาแข่งกันหน่อยเป็นไง ไอ้นักรบ”

“เฮียฮังหลง/ฮังหลง” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากทางด้านหลัง เรียกความสนใจจากคนทั้งสามให้หันกลับไปมองผู้มาใหม่ได้เป็นอย่างดี ท่านประมุขใหญ่แห่งพรรคมังกรดำยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบช้าๆ พลางว่าด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ไม่ได้แข่งกันนานแล้วเหมือนกัน กูก็อยากรู้ว่าฝีมือมึงจะพัฒนาไปขนาดไหน”

“ก็ดีนะเฮีย วัดใจกันไปเลย” ยีนส์ว่าเสริมขึ้น ดวงหน้าหล่อเข้มขยับขึ้นลงอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของผู้เป็นเจ้านาย

“ส่วนของรางวัลคือนั่น…” นิ้วชี้แกร่งชี้ไปบนจอขนาดใหญ่ รายชื่อคู่ที่ลงแข่งแมตช์ปิดงาน ยังไม่ทำให้บรรดาสมาชิกพรรคมังกรดำรู้สึกเซอร์ไพรส์ได้เท่ากับใบหน้าหวานของใครบางคน

“จิณณ์ จิรนนท์”

“ฮังหลง นี่มึง…”

“กูรู้ ว่าต่อให้คนที่ลงแข่งด้วยจะเป็นกู ยังไงมึงก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อยู่แล้ว จริงไหมวะ ไอ้นักรบ” ฝ่ามือหนาวางลงบนช่วงไหล่กว้าง ลงแรงบีบเบาๆ ก่อนท่านประมุขใหญ่แห่งพรรคมังกรดำจะวางแก้วเปล่าลงบนกระโปรงรถ แล้วหมุนตัวกลับไปยังรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง

นักรบมองตามแผ่นหลังกว้างสง่างามนั้นค่อยๆ เดินห่างออกไป สลับกับใบหน้าหวานของจิณณ์บนจอขนาดใหญ่กลางสนามแข่งรถ ด้วยความคิดมากมายที่ตีรวนกันไปหมด

เขาจะเอาชนะคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยแพ้ใครเลยสักครั้งได้ยังไงกัน

รถสปอร์ตคันหรูสองคันจอดเทียบกันในจุดสตาร์ท แมตช์ปิดท้ายที่สุดแสนจะพิเศษของงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ ระหว่างเจ้าของสนามแข่งรถและท่านประมุขใหญ่แห่งพรรคมังกรดำ เรียกเสียงเชียร์ของผู้ชมรอบสนามแข่งให้ดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง

บรื๊นนน*!*

สปอร์ตคาร์คันหรูเร่งเครื่องตีคู่กันไปอย่างไม่มีใครยอมใคร บนสนามแข่งรถขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ความเร็วของรถและเข็มไมล์ที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามอัตราการเต้นของหัวใจ เมื่อรถคันหรูของฮังหลงค่อยๆ ทิ้งห่างออกไปในช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน ก่อนจะมุ่งเข้าสู่เส้นชัยอย่างสวยงาม

และใช่ผลก็เป็นไปตามคาด…นักรบแพ้

แพ้ให้คนที่เขาไม่เคยชนะได้เลยสักครั้ง

“มึงแพ้แล้วนะ ไอ้นักรบ ตามกฏจิณณ์ต้องเป็นของกูใช่ไหม”

ผิงผิงดันแผ่นหลังบางของจิณณ์เข้าไปใกล้พี่ชายของตัวเอง ก่อนท่อนแขนแกร่งจะคว้าคนที่ยืนเม้มปากแน่นเข้ามากอดไว้หลวมๆ ฮังหลงมองใบหน้าหล่อเหลาของน้องชายต่างสายเลือดที่ยืนกำหมัดแน่น ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันและมั่นคง เวลานี้กลับสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็น

ฟุบ

“!!!”

สิ้นเสียงทรงอำนาจ ทั่วทั้งสนามแข่งต่างเงียบสงัด ก่อนคนที่ถืออำนาจเหนือสิ่งอื่นใดจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนทั้งสนาม ดวงหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นสบสายตากับท่านประมุขใหญ่แห่งพรรคมังกรดำ พลางเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“ฮังหลง ทั้งชีวิตกูยกทุกอย่างให้มึงได้”

“…”

“แต่จิณณ์ แค่จิณณ์เท่านั้นที่กูยกให้มึงไม่ได้จริงๆ” ดวงตาคู่คมฉายแววจริงจังมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมกริบไม่ต่างกันของคนคนเดียวที่เขายอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด

“กูเคยบอกมึงไปแล้วนะไอ้นักรบ ว่าถ้าอยากมีเขาอยู่เคียงข้างมึงต้องทำให้มันชัดเจน” ริมฝีปากหนายกยิ้มกว้างอย่างพอใจ เมื่อแผนการสุดท้ายที่ไว้ใช้ดัดหลังคนปากแข็งดูจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้

เล่นยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อหัวใจตัวเองได้ขนาดนี้

“จิณณ์”

“ฮึก…ครับ คุณนักรบ”

“พี่รักเรานะ”

ถ้อยคำสั้นๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ถ่ายทอดผ่านแววตาคมกริบทำเอาคนฟังถึงกับน้ำตารื้น อดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มกว้างออกมา จิณณ์โถมกายบางเข้ากอดคนตรงหน้าอย่างเต็มแรง จนนักรบผงะไปนิด ก่อนจะยกท่อนแขนแกร่งขึ้นโอบกอดอีกคนเอาไว้แน่น เสียงหวานที่สั่นเครือพลางกระซิบข้างใบหู

“คุณนะ นักรบ ฮึก…ผม ก็ ฮึก…รักคุณ”

“ไม่ต้องเรียกคุณแล้ว” ฝ่ามือหนาประคองใบหน้าหวานให้แหงนขึ้นนิด ก่อนจะค่อยๆ โน้มดวงหน้าหล่อเข้าไปใกล้จนหน้าผากของทั้งสองแนบชิดกัน

“ไหนเรียกชื่อพี่สิครับ”

“ฮึก พะ…พี่นักรบ”

“ครับ”

“ฮือออออ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ขานรับคำ ทำจิณณ์โผเข้าหาร่างสูงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว สองมือเรียวโอบกอดลำคอแกร่งแน่น ซบใบหน้าหวานลงกับไหล่กว้างแล้วปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง

ขณะที่กล้องทุกตัวในสนามแข่งต่างก็สาดแสงไฟส่องไปยังร่างของคนทั้งสอง ทันทีที่ฮังหลงยกมือขวาขึ้นเพื่อส่งสัญญาณ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่วิ่งสวนกันไปมาในสนามแข่งรถและพลุมากมายหลากสีถูกเนรมิตขึ้น ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของผู้ชมทั่วทั้งสนาม

“จูบเลย จูบเลย จูบเลย โว้วววววว!!!”

เสียงเชียร์ของสี่พี่น้องต่างสายเลือดโดยมีเจ้าตัวแสบประจำกลุ่มอย่างควันและยีนส์เป็นแกนนำก็ดังไม่แพ้กัน นักรบส่ายหน้านิด ท่อนแขนแกร่งค่อยๆ ประคองร่างบางของจิณณ์ให้ลุกขึ้นยืน ตาคู่คมมองบรรดาคนสนิทที่ยกยิ้มกว้างอย่างน่าหมั่นไส้

“แผนของพวกมึงอีกแล้วสินะ”

“ก็มึงมันปากแข็ง ลีลานักนี่ก็ต้องโดนดัดหลังซะบ้าง” ยีนส์ที่กำลังกอดจัสตินแน่นหันไปชกกำปั้นกับเลโอเบาๆ พลางว่าด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ

“แต่งานนี้จิณณ์ก็มีส่วนร่วมด้วยนะพี่นักรบ” ผิงผิงที่เงียบดูสถานการณ์ตั้งแต่ต้นเอ่ยแทรกขึ้น ทำเอาดวงหน้าหล่อหันขวับกลับมามองคนในอ้อมกอดแทบทันที

“เราก็ด้วยเหรอ”

“เอ่อ…คือ เอ่อ” พอโดนย้อนถามด้วยน้ำเสียงเข้มดุ จิณณ์ก็ถึงกับอึกอักไปไม่เป็น ดวงหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำสีใสซีดลงถนัดตา

เขาไม่ได้เต็มใจเสียหน่อยคุณผิงผิงกับคุณฮังหลงบังคับนี่นา

“ได้”

พรึ่บ!

“อ๊ะ! พี่นักรบจะทำอะไรครับ” จิณณ์หลุดร้องเสียงหลง เมื่อจู่ๆ คนตัวสูงก็สอดลำแขนแกร่งช้อนร่างบางของเขาขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว

“ทำโทษเด็กดื้อ”

“เอ๊ะ?!”

“สงสัยคืนนี้จะไม่ได้นอนแล้วล่ะมั้ง พี่จิณณ์!”

เสียงตะโกนของควันและเสียงโห่แซวของคนที่เหลือดังไล่หลังมา ทำเอาจิณณ์ถึงกับครางฮื่อในลำคอ ใบหน้าหวานถูไถกับแผ่นอกกว้างกำยำของร่างสูงที่กำลังก้าวยาวๆ มุ่งตรงไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่ พยายามกลบความร้อนที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาจนแก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ และก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเองก็เต้นรัวราวกับกลองชุด น่ากลัวเหลือเกินว่ามันจะหลุดออกมาด้านนอก

“พี่รักเรามากนะครับ จิณณ์” ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างกลั้นยิ้มกับถ้อยคำอันแสนหวานที่กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ทว่า ชัดเจนในความรู้สึก

ทำไมกันนะ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้มีอิทธิพลกับหัวใจของจิณณ์มากมายเหลือเกิน

“รัก ยิ่งกว่าชีวิต”

หรืออาจเป็นเพราะ…รักสำหรับผู้ชายที่ชื่อนักรบ นิธิปวงศกรแล้วมันเป็นมากกว่าคำพูด




---


ไม่อยากพิมพ์เลยอ่าแต่ว่ามันก็จบแล้วจริงๆ ใจหายเหมือนกันนะ ฮือออ 

ดีใจนะคะที่ทุกคนรักน้องจิณณ์แล้วก็หมั่นไส้เฮียรบคนห่ามแสนโหดที่ปากแข็งยันวินาทีสุดท้ายกันขนาดนี้ เราตั้งใจให้คู่นี้เป็นความรักที่ไม่จำเป็นต้องมีใครพูดออกมาแต่ทุกคนก็รับรู้ได้ว่าทั้งสองคนรักกันมากแค่ไหนจากสายตาและการกระทำ มันเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เราแต่งให้เฮียรบมาบอกรักน้องในตอนส่งท้าย

ถึงจะจบแล้วแต่สัญญาว่าจะแวบๆ มาอัพตอนพิเศษในโอกาสต่างๆ ของคู่นี้ให้อ่านกันแก้คิดถึงกันนะคะ เพราะเราก็รักและผูกกับเรื่องนี้จริงๆ  

ขอบคุณทุกๆ คนเลยจริงๆ ไม่มีนักอ่านก็ไม่มีนักเขียนคนนี้ ดีใจทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเม้นท์ ขอบคุณทุกคำติชมอาจจะมีข้อผิดพลาดไปบ้างแต่เราสัญญาว่าจะนำไปปรับปรุงและแก้ไขในเรื่องอื่นๆ นะคะ

โรแมนติกดราม่าไปแล้ว เซ็ตนี้วางแพลนไว้ยังเหลือโรแมนติก - อีโรติคหน่อยๆ กับโรแมนติกมุ้งมิ้ง (?) ทายถูกไหมว่าคอนเซปไหนเป็นของใคร 555555 

สถานีต่อไปเจอกันกลางๆ ปีนะคะ แต่จะเป็นใครไปรอลุ้นเอาเด้อ 55555 

04/04/2019 จบด้วยเลยสวยๆ ไปเล้ย

ปล.รายละเอียดการพรีการวางจำหน่ายเล่มคาดว่าน่าจะมาแจ้งเร็วๆ นี้ ยังไงกดติดตามเพจ Bzero_writer ของเราหรือ PPeachy Pie Publishing​eachy Pie Publishing ของสนพ.ไว้ก็ได้น้า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว