ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 25 :: เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 :: เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.6k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 :: เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่
แบบอักษร

เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่

ช่วงเวลาสอบผ่านไปหนึ่งเดือนกับสองอาทิตย์แล้ว ความสัมพันธ์ของผมกับมิคนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มันเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างอึดอัด

ช่วงหนึ่งเดือนแรกหลังสอบน้องแวะมาหาผมที่คณะ เอาของมาให้ หรือชวนไปกินข้าวตลอด แต่ทุกครั้งผมก็ปฏิเสธถึงในใจจะแอบหันมายิ้มกับตัวเองในทุกๆมุขที่น้องใช้ง้อผม

แต่ดูเหมือนช่วงหลังๆที่ผ่านมาคือสองอาทิตย์นี้น้องเลือกที่จะคุยไลน์กับผมมากกว่า และของฝากที่เคยเอามาให้ด้วยตัวเองก็เปลี่ยนเป็นเอามาฝากยามด้านล่างแทน ในนั้นจะมีของกินที่ไม่ซ้ำแบบกับโพสอิสที่เขียนให้กำลังใจผม เขาไม่ได้ลงชื่อว่าเป็นเขาหรอกแต่ผมจำลายมือน้องได้ ในแต่ล่ะวันที่ได้โพสอิสมันไม่เคยมีคำพูดขอคืนดีหรือขอให้ผมหายโกรธ มีแค่คำพูดให้กำลังใจและคำอวยพรเท่านั้น ผมจะได้มันในตอนเช้าก่อนออกไปเรียน กับตอนเย็นที่ผมกลับมา

ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยบังเอิญเจอเขาเลยสักครั้ง

 “แดกเหล้าไหมมึง คืนนี้มีบอลนะเว้ย”

“ฝนตกขนาดนี้มึงจะไปแดกที่ไหนวะโดม” ผมถามไอ้โดมพร้อมมองออกไปยังสายฝนที่ตกกระหน่ำอยู่

“ห้องมึงไง ใกล้มหาลัย บรรยากาศดี ทีวีจอยักษ์”

“กูก็อยากนะเว้ยนอ เพราะตั้งแต่สอบมาแอลกอฮอลล์ยังไม่ได้ตกถึงท้องกูเลย ว่าไงวะพวกกูไปดูบอลที่ห้องมึงได้เปล่า” ไอ้ต้นหันหน้ามาไซโค ไม่ต่างจากไอ้โดมที่ทำหน้าลุ้นรอคำตอบจากผม

“เออจะไปก็ไป” ผมตอบไอ้โดมเสร็จก็หันไปสนใจโทรศัพท์ที่ดูเหมือนมิคจะไลน์เข้ามาพอดี

Mmmicx--พี่ไนท์

Nighteiei -- ??

Mmmicx -- วันนี้ขอผมไปหาไอ้เหมี้ยวที่ห้องได้หรือเปล่า

ผมอ่านข้อความน้องแล้วแต่ยังไม่ได้ตอบอะไร

Mmmicx -- ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะพี่ไนท์ผมเข้าใจอยู่

Mmmicx -- ยังไงเดี๋ยวผมเอาเค้กที่ซื้อมาไปฝากกับพี่ยามด้านล่างนะ

น้องถ่ายรูปเค้กร้านๆนึงที่ขายในมหาลัยส่งมาให้ผม มันเป็นร้านประจำที่ผมกับน้องไปกินด้วยกันตลอด จริงๆถามว่าผมใจอ่อนกับมิคไปบ้างหรือยัง บอกตรงๆว่ามันลดลงกว่าครึ่งกับสิ่งที่น้องทำให้ แต่ตอนนี้ที่เริ่มกลับมาหงุดหงิดอีกครั้งเพราะสิ่งที่น้องทำอยู่เหมือนเขาไม่ได้ง้อผมแถมมาวันนี้จะมาหาแต่ดันพูดถึงไอ้เหมี้ยวอีก แม่งอะไรก็ไม่รู้

จริงๆถ้าย้อนกลับไปในเหตุการณ์วันที่น้องพาไอ้นนกับพี่เก้ามาที่ห้องตอนที่ผมรู้ความจริงว่าน้องพาเขามาทำไม ผมก็ใจอ่อนลงแล้วนะครับ ถึงแม้จะไม่พอใจที่เขาพาคนอื่นมาในพื้นที่ส่วนตัว แต่ผมก็เข้าใจเขา แต่ที่เหตุการณ์มันแย่ลงเพราะมิคโยนความผิดทั้งหมดให้ผม เขาไม่คิดที่จะแก้ปัญหาตอนนั้น เขาเดินหนีมันออกมา มันเลยยิ่งทำให้สถานการณ์ทุกอย่างมันเลวร้าย

ซึ่งพอผมเล่าให้พวกไอ้โดมฟัง พวกมันลงความเห็นว่าที่น้องเอาแต่ใจแบบนี้สาเหตุหลักๆมาจากที่ผมตามใจน้องมากเกินไป ซึ่งพอมานั่งทบทวนดูแล้วก็พบว่ามันจริง ผมทำทุกๆอย่างให้น้องหมด ให้เขาในแบบที่ไม่เคยให้ใครมาก่อน เอาจริงๆจุดเริ่มต้นมันมาจากที่ผมเห็นน้องร้องไห้หนักๆในคืนที่เจอทรายคืนนั้น ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้เขาร้องไห้อีก ผมแสดงออกให้เขาเห็นว่าเขาจะถูกง้อเสมอ จนบางทีน้องเองก็ซึมซับสิ่งที่ผมเป็นคนมอบให้ ซึ่งผมก็เข้าใจนะว่ามันเรื่องปกติของคู่รัก ที่ถ้ามีอีกคนตามใจ คนอีกคนก็จะกลายเป็นคนเอาแต่ใจทันที

ในส่วนนี้มิคเรียนรู้ในทางที่ผิด เขาไม่ได้เกรงใจสิ่งที่ผมมอบให้เขา เขาเรียนรู้แค่ว่าในเมื่อผมตามใจ ผมง้อเขา เขาก็มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรหรือเอาแต่ใจแบบไหนก็ได้ ผมไม่ได้โกรธน้องเรื่องนี้หรอกครับ เพราะผมรู้ว่าต้นตอของสาเหตุที่เกิดขึ้นมันมาจากผม

แต่ที่ผมทำตอนนี้ ผมก็แค่อยากจะสอนให้เขารู้ว่าคนเป็นแฟนกันมันควรจะแบ่งปันความรู้สึกกันและกัน และที่สำคัญที่สุดคือไม่ควรทำให้คนอีกคนไม่สบายใจ เรื่องตามใจน้องบอกตรงๆว่าถ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมผมก็ยังคงทำเหมือนเดิมนั่นแหละ เพราะนี่มันเป็นความสุขของผม

Nighteiei -- วันนี้พวกไอ้ปลาจะไปกินเหล้าที่ห้องกูมึงไม่ต้องฝากไว้ที่ยามก็ได้เอาขึ้นมาให้ที่ห้องเลย

Mmmicx --งั้นผมเอาไปแขวนไว้หน้าห้องนะ

Nighteiei--ไม่ต้องอ่ะ เอาเข้ามาในห้องนั่นแหละมาถึงแล้วก็เคาะประตูบอกล่ะกัน

Mmmicx-- ครับขอบคุณนะพี่ไนท์

“ป่ะมึงไปหาซื้อของทำกินกันที่ห้องกู วันนี้น้องจะแวะเอาของมาให้กูด้วย”

“มิคมาเหรอ ให้น้องมานั่งกินด้วยกันดิ”

“ไม่รู้ว่ะ เดี๋ยวดูสถานการณ์ก่อน” ผมบอกเพื่อนในกลุ่มเสร็จก็ขับรถกลับมาที่หอ วันนี้สายฝนที่ตกลงมายอมรับว่ามันหนักมาก หนักจนมองไม่เห็นทางที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยซ้ำ พวกผมแวะซื้อเหล้าและกับแก้มกันในร้านสะดวกซื้อไม่ลืมที่จะซื้อของสดมาทำกินกันด้วย ในซอยหอผมน้ำใกล้จะท่วมเต็มที แต่ยังดีที่รถพวกผมสูงเลยสามารถผ่านเข้ามาได้แบบไม่ยากลำบากอะไรนัก

“ป็อกเก้า วันนี้พี่ต้นดวงดีจริงๆเลย มาจ้ามา สวนไพ่สวนเงินนะจ๊ะ” พวกเพื่อน 4 คนกำลังนั่งเล่นไพ่กันอยู่ ไอ้ต้นเป็นเจ้า ส่วนผมกำลังจะทำของทอดไปประเคนให้พวกมัน

“เชี่ยต้นมึงซ่อนไพ่ป่ะเนี่ย โกงหรือเปล่าไหนดูดิ”

“คนอย่างกูเนี่ยนะจะโกง น้ำหน้าอย่างกูเนี่ยนะจะโกงงงง ดูด้วยครับอิปลา หน้ากูเหมือนพระเอกขนาดนี้จะไปโกงทำห่าอะไร วางเงินเลย” ได้ยินเสียงบ่นพึมพำจากเพื่อนคนอื่นๆแต่ก็ยังลงเงินเหมือนเดิม

“เออไนท์สรุปน้องมึงจะมาไหมเนี่ยผ่านมาจะชั่วโมงแล้วนะมึง"

“ไม่รู้ว่ะ ไม่มาก็แล้วแต่มัน” เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าที่จะพูดกับคนในห้อง ผมมองเฟรนฟรายด์ที่กำลังทอดอยู่ในกระทะ แต่รู้ว่าจิตใจไม่ได้โฟกัสที่กระทะสักนิด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“มาแล้วแหงๆ” ไอ้ปลายิ้มแล้วรีบวิ่งมาเปิดประตูทันที จริงๆผมยังไม่ได้เอากุญแจคืนจากน้องเพราะเผื่อวันไหนเขาอยากมาหาไอ้เหมี้ยวเขาจะได้มาหาได้ง่ายๆ

“อ่าว ทำไมเปียกแบบนี้ล่ะมิค” พอไอ้ปลาพูดจบผมก็หันไปมองคนที่ยืนตัวเปียกอยู่หน้าห้อง

“พอดีว่าน้ำในซอยมันท่วมอ่ะครับ รถผมสตาร์ทไม่ติด เลยต้องเดินตากฝนเข้ามา”

“แล้วทำไมมิคไม่โทรหาพวกพี่ล่ะ”

“เกรงใจน่ะพี่ แล้วจริงๆก็เดินเข้ามาเองได้...ไม่ลำบากอะไร อ่ะนี่ผมซื้อเค้กมาฝากทุกคนด้วย” ไอ้ปลารับเอาถุงพลาสติกที่ยังมีน้ำเกาะพราวอยู่ตามถุง “ไม่รู้ว่าจะยังกินได้ไหมนะพี่ ฝนมันตกหนักมากเลยอ่ะ นี่ก็พยายามไม่ให้มันเปียกแล้วนะ พี่ปลาลองดูว่ากินได้เปล่า”

“ได้ๆ” ไอ้ปลาพูดแบบนั้นทั้งๆที่เห็นว่ากล่องเค้กที่น้องถือมามันเปียกยุ่ยไปมากกว่าครึ่ง

“ยังไงเดี๋ยวผมกลับเลยล่ะกัน” น้องยกมือขึ้นเช็ดน้ำที่เกาะอยู่ที่หน้า ตัวเขาสั่นนิดๆ อาจะเพราะตัวที่เปียกอยู่แล้วแถมโดนแอร์เข้าไปอีก

เมี้ยววว

“ไงเหมี้ยว  ไม่ได้เจอกันเลยนะ...หายแล้วใช่ไหมวะ...ดีจัง” น้องขยับลงไปนั่งยองๆลูบหัวแมวตัวเอง ไอ้เหมี้ยวนี่แทบจะตะกรุยขึ้นไปให้ลูกพี่มันอุ้ม แต่เพราะน้องตัวเปียกอยู่เขาเลยเลือกที่จะลูบหัวไอ้เหมี้ยวอย่างเดียวแทน “อย่าขึ้นมานะเหมี้ยวตัวเราเปียกอยู่”

เมี้ยววว

“พี่ว่ามิคอย่าเพิ่งกลับดีกว่า ข้างนอกตอนนี้ฝนยังตกหนักอยู่เลย เชี่ยไนท์ มึงไปเอาผ้าเช็ดตัวมาให้น้องดิ๊”

“กูไม่ว่าง ทอดเฟรนฟลายด์อยู่...ไม่เห็นเหรอวะ”

“เชี่ยไนท์แม่ง...กู๊ดไปเอาผ้าเช็ดตัวมาเร็ว” ไอ้ปลาหันมาด่าผมด้วยสายตา ก่อนจะตะโกนเรียกแฟนมันให้เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว

“จริงๆไม่เป็นไรก็ได้นะพี่ปลา ผมกลับเลยก็ได้”  น้องลุกขึ้นยืนแล้วส่งยิ้มไปให้ไอ้ปลา ผมสังเกตสีหน้าน้อง ดูว่าสิ่งที่น้องทำมันเป็นการประชดประชันไหม แต่เท่าที่สังเกตดู ไม่ว่าจะสายตาหรือคำพูดบ่งบอกว่าเขาไม่อยากจะรบกวนเวลาของผมกับเพื่อนมากกว่า แต่เพราะความเกรงใจของน้องนั่นแหละที่ทำให้อารมณ์หงุดหงิดของผมมันเพิ่มขึ้นไปอีก

“ก็เห็นอยู่ว่าฝนตก มึงจะรีบกลับทำไม นี่คือวิธีการง้อกูของมึงเหรอมิค สรุปว่ายังไง อยากกลับมาคืนดีไหม หรืออยากจบจะเอาแบบไหนพูดมาดิ๊ ทำตัวน่ารำคาญอยู่ได้” ผมอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา น้องหันมามองผม สีหน้าเขาแสดงออกมาชัดเจนว่ารู้สึกผิด ปากบางเม้มเข้าหากันจนแน่น ผมหันหน้าหนีสายตาที่ทำให้ตัวเองใจกระตุก

“เชี่ยไนท์ เงียบปากไปก่อน”

“ปลาถ้ามันอยากกลับก็ให้แม่งกลับไปเลย”

"อยากกลับหรือเปล่ามิค" ผมเหล่สายตาหันมามองคนที่อยู่ตรงประตู เขาส่ายหน้าบอกกับปลาว่าไม่ได้อยากกลับแล้ว “โอเคถ้างั้นอย่าเพิ่งกลับ รอจนฝนหายก่อนแล้วค่อยกลับโอเคไหม”

“ครับ”

“กู๊ดมาเร็วๆดิ น้องหนาวเนี่ย”

“เออ มาแล้วๆ” กู๊ดวิ่งมาพร้อมผ้าเช็ดตัว ปลาเอามันมาห่มให้น้องแล้วดันน้องเข้าไปในห้องนอน ส่วนไอ้เหมี้ยวพอเห็นลูกพี่มันมาครั้งแรกในรอบหลายอาทิตย์ รีบวิ่งมาพันแข้งพันขา คลอเคลียไม่หยุด ปลาเดินออกมาพร้อมปิดประตูห้องนอนก่อนจะเดินมานั่งตรงโซฟาอีกครั้ง

“สงสารน้องว่ะสัด ปกติยัยแมวของกูมักมีรอยยิ้มสดใสตลอดอ่ะ แต่นี่มึงดูดิ โคตรน่าสงสาร” ไอ้ปลาพูดแล้วทำหน้าจะร้องไห้

“กูว่าไม่ใช่แค่มึงที่สปอยน้องอ่ะไนท์ อิปลานี่ตัวดีเลย จริงๆแม่งก็ทั้งเพจที่ตามมิค แต่ล่ะคนเม้นให้น้องโคตรเข้าข้างอ่ะ น้องดีน้องถูกหมด น้องทำอะไรก็ได้”

“เฮ้ยๆ พูดงี้ไม่ถูกนะมึง มิคไม่ค่อยได้เล่นโซเชียลนะเว้ย แถมปลาไม่ค่อยได้เจอน้องบ่อยขนาดนั้น เพราะงั้นที่มิคเอาแต่ใจไม่ได้เกี่ยวกับแฟนกูหรือคนในเพจเลยครับ” ไอ้กู๊ดพูดเข้าข้างแฟนมัน ส่วนผมก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไป

“เกี่ยวไม่เกี่ยวกูไม่รู้ แต่ที่กูอยากรู้ตอนนี้คือเมื่อกี้มึงเป็นบ้าอะไร ทำไมไปพูดกับน้องแบบนั้น” จู่ๆไอ้ปลาก็หันมาถามผม

“กูก็พูดตามที่กูรู้สึก กูไม่เห็นว่ามันจะพยายามง้อกูสักนิด จะมาก็แค่ช่วงเดือนแรก แล้วจู่ๆแม่งก็หายไป เปลี่ยนมาเป็นไลน์คุยกัน เอาของมาฝากยามแทน สรุปว่าที่ทำนี่อยากคืนดีกับกูจริงๆหรือเปล่าเหอะ” มันน่าหงุดหงิดที่มิคทำตัวแบบนี้

“ทำไมมึงไม่มองฝั่งน้องบ้างวะไนท์ คนเราง้อมาเป็นเดือนนะเว้ย แม่งท้อได้ป่ะวะ แล้วที่มึงทำกับน้องล่ะ ไม่ให้ความหวังน้องสักอย่าง ปฏิเสธทุกทาง แถมส่งสายตาเหมือนไล่น้องตลอดเวลาแบบนั้น เป็นกูเจอแบบนี้บ่อยๆ กูไปตั้งแต่สองวันแรกแล้ว แต่น้องก็ยังพยายามมาเป็นเดือน แต่ผลตอบรับก็เหมือนเดิม กูว่าที่น้องถอยออกไปก็แค่อยากจะรักษาความรู้สึกตัวเองก่อน แต่การถอยของน้องก็ยังส่งข่าวและพูดคุยกับมึงเหมือนเดิมไม่ใช่เหรอวะ น้องไม่ได้หายไปไหน...”

“..........”

“อย่าลืมว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มึงกับน้องทะเลาะกัน ในเมื่อน้องพยายามที่จะปรับแล้ว หรือถ้าสมมติน้องปรับตัวเองขึ้นมาแล้วจริงๆ แต่มึงยังเหมือนเดิมล่ะ มึงยังคงขี้หึงมากเกินไป ปัญหาเดิมๆแม่งก็จะวนลูปกลับมาอยู่ดีป่ะวะ น้องมันต้องมีเพื่อนมีสังคมจะให้อยู่กับมึงคนเดียว ฟังมึงคนเดียวก็ไม่ถูกนะไนท์ โอเคเรื่องนนมึงอาจจะคิดถูก แต่ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีกแล้วมึงคิดผิดล่ะ มึงคิดว่าคนที่เสียใจเป็นใครวะ...อุปสรรคมันมีไว้ให้เรียนรู้และผ่านพ้นมันไปนะเว้ย ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่แบบนี้” 

แอ๊ดด

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ”

“ว่าไงมิคมีอะไร” ไอ้ปลาชิงถามก่อน ส่วนผมหันกลับไปทอดเฟรนฟลายด์เหมือนเดิม

“พี่ไนท์” น้องเรียกชื่อผม ส่วนคนอื่นๆก็ทำตัวเหมือนอากาศ แกล้งหันไปเล่นไพ่เฮฮาต่อ แต่ผมรู้ว่าหูมันแทบจะติดปากน้องอยู่แล้ว

“ว่า” ผมเลิกคิ้วถาม ไม่ได้เดินไปหาหรือเดินเข้าไปใกล้เขา

“ผม...ไม่รู้จะใส่ชุดไหน”

“เดี๋ยวกูไปเลือกให้” ผมหันไปตักเฟรนฟลายด์ขึ้นก่อนจะปิดแก๊สแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนเลือกหยิบชุดสักชุดแล้วส่งให้เขา“อ่ะใส่ชุดนี้ก็ได้”

“ขอบคุณครับ” เขารับมันไปแต่ยังไม่เดินเข้าไปในห้องน้ำ ระยะห่างระหว่างผมกับน้องไม่ได้ไกลเกินกว่าจะโอบกอด ผมถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเดินหนีน้องออกมาจากห้อง ไม่รู้หรอกว่าหลังจากนั้นน้องทำอะไรต่อแต่ช่วงระยะเวลาที่เราสบตากันผมว่าผมเห็นนะว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมาเขาเสียใจกับมันมากแค่ไหน

“อ่าว จะไปไหนกันวะ” ผมถามเพราะเห็นว่าพวกไอ้ต้นกำลังใส่รองเท้าทำท่าจะออกไปข้างนอก

“ซื้อเหล้าเพิ่ม”

“เออกูไปด้วย ว่าจะซื้อลงไปซื้อซีอิ๊วขาวพอดี” ผมเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์แล้วตามพวกมันออกมา ระหว่างที่รอคนอื่นๆเลือกซื้อของผมก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่น เพจไอ้ปลาอัพรูปล่าสุดเป็นรูปมิคสองรูป รูปแรกเป็นรูปที่ถ่ายทีเผลอ น้องกำลังกินสปาเก็ตตี้ที่ผมทำ ส่วนรูปที่สองเป็นรูปที่น้องชูสองนิ้วแล้วทำปากจู๋ใส่กล้อง

ผมยัดโทรศัพท์กลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้กำลังรู้สึกยังไง แต่มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่ชอบใจเลยสักนิด

พอขับรถมาถึงหอ พวกไอ้ต้นขอยืนสูบบุหรี่กันข้างล่างก่อนส่วนผมเดินขึ้นมาบนห้องไขกุญแจเข้ามาแล้ววางของลงบนเคาเตอร์ครัว ทั้งห้องไม่มีใครอยู่ มันเงียบสนิท มีแค่ไอ้เหมี้ยวที่กำลังนอนเล่นไหมพรมอยู่ตรงโซฟาเท่านั้นสุดท้ายผมเลยเดินมาตรงโซนรับแขก ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันตรงนอกระเบียงถึงเห็นว่าปลากับมิคนั่งอยู่ตรงนั้น ผ้าม่านปิดบังไว้ครึ่งนึงทำให้คนข้างนอกไม่เห็นว่าผมเข้ามาแล้ว มิคนั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ ส่วนไอ้ปลานั่งอยู่ข้างๆกัน

“ผมกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองนะพี่ปลา ผมอยากทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นกว่านี้ว่ะ....”

“มิค สำหรับพี่นะ พี่มองว่าที่มันตามใจมิคเพราะมันอยากทำให้มิคมีความสุข และความสุขของมิคก็เป็นความสุขของมันด้วย ซึ่งจริงๆแล้วมิคไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนั้ แค่บางครั้งรับฟังสิ่งที่ไอ้ไนท์มันพูดบ้าง มันเป็นคนขี้หึงถ้ามันพูดกับมิคเรื่องคนๆนี้สามสี่รอบเนี่ยแสดงว่ามันไม่โอเคแหละ หรืออะไรที่มันแตะเนื้อต้องตัวมากเกินไป ไม่ว่าจะหญิง ชาย หรือแม้แต่พาใครขึ้นมาในพื้นที่ส่วนตัวของมันแบบนี้ พี่ว่าบางทีมันไม่ควรเกิดขึ้นนะ” ที่ไอ้ปลากับพวกไอ้โดมรู้ลึก รู้จริงๆขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเพราะแม่งไซโคผม ถ้าพวกมันเอามีดจี้คอผมได้ก็ทำไปแล้ว พอผมเล่าแบบกระปริบกระปรอยก็ชี้หน้าด่าว่าอย่าตอแหล สุดท้ายทุกๆเรื่องที่เป็นเรื่องของผมพวกเพื่อนในกลุ่มเลยรู้แทบหมดเปลือก

“.........”

“อย่าลืมว่ามิคไม่ได้ตัวคนเดียว ตอนนี้มิคมีแฟน ที่สำคัญแฟนมิคคือไอ้ไนท์ ซึ่งมันแม่งไม่เหมือนคนอื่นเพราะมันเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงมาก พื้นที่ของมัน คนของมัน มันจะหวงมาก ไม่ชอบใครเข้ามาใกล้ เข้ามาเหยียบ เข้ามาแตะต้อง ซึ่งพี่คิดว่าช่วงเวลาที่ผ่านมามิคน่าจะเรียนรู้ไปบ้างแล้วไม่มากก็น้อย เพราะงั้นง่ายๆเลย มิคก็แค่อย่าทำให้มันไม่สบายใจ อย่าทำในสิ่งที่มันไม่ชอบ” น้องพยักหน้า มองตรงไปยังสายฝนที่โปรยปรายไม่หยุด ผมมองไม่เห็นหรอกว่าสีหน้าน้องเป็นแบบไหน แต่บรรยากาศรอบข้างมันชวนเศร้าจนผมเองยังรู้สึกอึดอัด

“........”

“แล้วอีกเรื่องนึงที่พี่อยากจะบอกมิค...อย่าหาว่าพี่สอนมากเกินไปเลยนะเว้ย แต่พี่มองว่ามันเป็นเรื่องสำคัญของคนรักกันว่ะ..."

"ครับ พี่ปลาบอกมาได้เลย ผมโอเค"

"การที่มิคพูดเหมือนโยนความผิดทั้งหมดให้ไอ้ไนท์หรือให้ใครก็ตามที่ผ่านเข้ามาแบบนั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนะ เราต้องหัดมองกลับมาที่ตัวเองก่อนว่าตอนนี้เรามีสติและเหตุผลอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าโทษคนอื่นและหนีปัญหาแบบนี้ ถ้ามีปัญหาขึ้นมาให้แก้ให้จบ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาตรงนั้น พี่กับไอ้กู๊ดผ่านกันมาร้อยแปด จริงๆพี่ก็ไม่ต่างจากมิคหรอก ช่วงแรกที่พี่กับไอ้กู๊ดเริ่มคุยกันเหมือนอย่างที่มิคกับไอ้ไนท์มีปัญหาอยู่ตอนนี้เลย พี่เอาแต่ใจ เวลาทะเลาะกันพี่หนี พี่โทษมัน ด่ามันว่ามันผิดบอกเลิกมันเป็นสิบรอบ เชื่อไหมว่าการทำแบบนี้พี่ซะใจนะแต่แม่ง...โคตรเจ็บ แต่คนที่เจ็บกว่าไม่ใช่พี่กลับเป็นอีกคนที่เขาได้ยินได้ฟังมันจากปากคนที่เขารัก กว่าพี่จะเรียนรู้และผ่านมันมาได้ก็นานจนเกือบจะเสียไอ้กู๊ดไปอ่ะ แต่กับมิคพี่ว่ามันทันนะเว้ย เวลาเหลือเฟือเลยแหละ...มิคเข้าใจที่พี่จะสื่อใช่ป่ะ...แม่งเอ๊ยเล่าเรื่องตัวเองเฉย...โทษทีว่ะ”

“ไม่เป็นไรพี่ปลา ผมเข้าใจที่พี่จะสื่อครับ จริงๆก็เข้าใจมาสักระยะหนึ่งแล้วแหละ...ถึงตอนแรกที่เริ่มง้อพี่เขามันจะไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วว่ะพี่ปลาผมรู้สึกผิดกับสิ่งที่ผมทำว่ะ รู้สึกแย่ บางทีก็...แอบรู้สึกเล็กๆว่าผมแม่งเหมาะกับพี่ไนท์หรือเปล่า เขาดีกับผมมากนะพี่ปลา ถึงพี่มันจะขี้แกล้งแต่เขาก็ดีและก็ตามใจผมมาตลอด ต่างจากผมที่นับวันแม่งยิ่งเอาแต่ใจ เอาแต่ได้...คอยแต่จะแบบงอแงใส่พี่เขา...ซึ่งมันก็เป็นสันดานแย่ๆของผมนี่แหละ...พอเจออะไรที่มันดีๆมันก็..ทำให้ผมหลงระเริงกับมัน..ยอมรับแบบไม่อายเลยว่าผมเหลิงกับสิ่งที่พี่ไนท์ให้...แย่เนอะ...ขนาดผมมองกลับไปผมยังรู้สึกเกลียดตัวเองเลย...”น้องสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะหันมาใช้นิ้ววนขอบแก้วเหล้าที่วางอยู่บนโต๊ะ ปลาไม่ได้คาดคั้นหรือพูดแทรก เขานั่งฟังน้องเงียบๆ ไม่ต่างจากผมที่นั่งอยู่ตรงนี้

“...ผมง้อเขาทุกวัน แล้วก็ไม่ลืมที่จะย้อนกลับมามองตัวเองทุกวันเหมือนกัน...พอมองลึกลงไปผมก็รู้ซึ้งเลยว่าผม...ทำตัวแย่กับพี่ไนท์แค่ไหน...”

“..........”

“พอคิดได้แบบนั้นมันก็...ไม่รู้ว่ะพี่... คือผมไม่รู้ว่า..ผมกับพี่ไนท์จะสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่านะ ผมได้ยินพี่ปลาพูดกับพี่ไนท์ว่าผมท้อ ซึ่งจริงๆไม่ใช่นะพี่ปลา.....ผมไม่ได้ท้อหรอก ที่ถอยออกมาแค่สร้างกำลังใจให้ตัวเองเท่านั้น ผมเจอหน้าพี่มันแล้วนึกถึงเรื่องราวเก่าๆที่ทำไว้กับพี่มันว่ะ..ซึ่งเอาจริงๆไม่ว่าความสัมพันธ์ของผมกับพี่มันจะเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่านั้น...ผมไม่ค่อยโฟกัสเรื่องนั้นแล้วแหละ เพราะตอนนี้....ความรู้สึกผมคือ...อยากให้พี่ไนท์เขารู้ว่าผมสำนึกกับสิ่งที่ผมทำไว้แล้วจริงๆ....ส่วนอะไร...ที่มันหลังจากนั้นก็แล้วแต่ว่าพี่ไนท์...เขาจะให้เป็นไป...ในทิศทางไหน..” เสียงน้องสั่นมาก เขาเหมือนคนที่กำลังอดทนอดกลั้น มือเล็กยกขึ้นกุมหน้าตัวเองเขาไม่ได้ร้องไห้หรือปล่อยโฮออกมาหรอก เขาแค่พยายามเก็บอารมณ์ตัวเองอยู่ ผมเข้าใจนะเพราะคำว่าลูกผู้ชายแม่งค้ำคอ การร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงมันเป็นเรื่องน่าอายสำหรับพวกเรา

“เหนื่อยหรือเปล่ามิค ที่มันเป็นแบบนี้”

“มันไม่เหนื่อยหรอกพี่ มันแค่เห็นภาพตัวเองในมุมที่มันไม่ดีอ่ะ...ความทรงจำของผมกับพี่ไนท์ที่ผ่านมามันมีแต่เรื่องที่ผมมีความสุข พี่เขาทำให้ผมมีความสุข...แต่ดูสิ่งที่ผมทำดิ...”

“แต่ถ้าไอ้ไนท์มันเป็นอย่างนี้ต่อไปมิคไม่ต้องทนก็ได้นะ...” อ่าวไอ้ปลาจู่ๆแม่งเสี้ยมน้องให้เลิกกับกูซะงั้น

“ผมทนได้พี่ปลา..มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร..ผมจะง้อพี่เขาอยู่อย่างนี้แหละจนกว่าพี่เขาจะไล่ผมออกไปจากชีวิต...ผมแม่งโคตรหน้าด้านอ่ะ...แต่จะให้ผมทำยังไงวะ...ผมรักพี่เขา...รักมาตั้งนานแล้วด้วย...”

“มิค ความรักมันก็คือความรัก เราต้องเรียนรู้ ปรับแก้ เข้าใจ หรือแม้แต่มองข้าม ความรักคือสิ่งที่คนสองคนมีให้ต่อกันปรับเข้าหากัน มิคปรับไอ้ไนท์ก็ต้องปรับ...ถ้าแค่คนใดคนนึงเปลี่ยนอีกคนไม่เปลี่ยนมันก็เหมือนเดิม”

“........”

“เฮ้อออ เอาน่า...ค่อยๆเป็นค่อยๆไปเว้ย พี่เชื่อว่าความรักชนะทุกอย่าง”

“ครับ..ผมเข้าใจพี่ปลา ขอบคุณมากๆนะครับพี่...” ปลาพยักหน้าให้น้องแล้วหันมาเจอผมพอดีมันขมวดคิ้วใส่ส่วนผมก็รีบยกนิ้วชี้แตะที่ปากบอกทำนองว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรในตอนนี้

“กลับมาแล้วครับผม” ไอ้ต้นเปิดประตูเข้ามาในห้อง ตามด้วยไอ้โดมและไอ้กู๊ด ส่วนผมที่ตอนแรกยืนอยู่ตรงประตูระเบียงก็รีบเดินกลับมาตรงเคาเตอร์ครัว

“มาสักทีนะพวกมึง คิดว่าจมน้ำตายอยู่ในซอยหอแล้วซะอีก มิคเข้ามาข้างในไหม ฝนทำท่าจะตกหนักอีกแล้วเดี๋ยวมันสาดจะไม่สบายเอานะ”

“ผมขอเวลาแป๊บนึงนะพี่... เดี๋ยวผมตามเข้าไป...” ไอ้ปลาไม่ได้คาดคั้นแต่หันมามองผมแล้วเลิกคิ้วใส่ มันเดินมาหาผมที่ยืนอยู่ตรงเคาเตอร์

“มึงได้ยินใช่ไหม”

“ก็...ได้ยิน...”

“คิดว่าไง...”

“ไม่รู้ว่ะ...”

“ไนท์กูขอเตือนมึงอย่างนะ ว่าสิ่งที่มึงทำคืออยากให้น้องเรียนรู้ในความผิดพลาด ไม่ใช่ให้น้องเจ็บปวดและคิดวนเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวน้องพลาดเองแบบนั้น พึงระลึกไว้เสมอว่า...คนตรงนั้นคือคนที่มึงรัก...ไม่ใช่คนที่มึงเกลียดและอยากแก้แค้นให้เขาเจ็บปวด...”

ผมยอมรับอย่างไม่อายเลยว่าตอนนี้ทิฐิที่ก็ก่อเป็นกำแพงสูงมันทลายลงไปหมดแล้ว

ผมรักเขาว่ะ รักในแบบที่ผมเองก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น เชื่อไหมที่ผ่านมาคำพูดคำนี้ผมไม่เคยพูดมันออกไปให้น้องได้ยินเลยสักครั้ง ผมไม่เคยบอกให้เขารับรู้จนวันนี้ที่ทะเลาะกัน ผมก็ยังไม่เคยบอกเขา

แต่ผมเชื่อว่ามิคเขารับรู้จากการกระทำผมเสมอ....

ผมเหนื่อยแล้วว่ะ อยากกอดน้องแล้ว

อยากจูบเขา

อยากอัพรูปน้องลงโซเชียลอวดคนทั้งโลกว่าแฟนผมแม่งน่ารักแค่ไหนแล้ว

แต่ก่อนที่ผมจะกลับไปหาเขา ผมเองก็ต้องพิสูจน์คำพูดน้องด้วยตาและหูของตัวเอง ว่าน้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้และเข้าใจกับมันแล้วจริงๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว