ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 :: ง้อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 10:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 :: ง้อ
แบบอักษร

ง้อ

Special by Micx

2 อาทิตย์ผ่านไป

มีคนเคยบอกไว้ว่าการเดินออกมาเพื่อหลีกหนีปัญหาเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วคนที่เดินออกมาอย่างเรากลับมองว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่แย่ที่สุดตั้งหาก

ไม่แน่ใจว่าผมจับโทรศัพท์แล้วกดเข้าไปในแอพลิเคชั่นไลน์ที่คุยกับพี่ไนท์กี่ครั้งแล้ว  พิมพ์คำพูดกรอกลงไปในช่องสนทนากี่รอบ แต่ไม่ว่าจะทำมันอยู่กี่ครั้ง ทุกๆครั้งมันก็ไม่เคยถูกส่งออกไป

เรื่องในคืนนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัว ผมจำได้ว่าวันนั้นผมไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะทนกับแรงกดดันได้มากมายนัก ผมกำลังเจอกับปัญหาเรื่องเจ้าเหมี้ยวที่เหมือนเพิ่งผ่านพ้นขีดอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิด จริงๆสาเหตุที่ไอ้เหมี้ยวป่วย ผมคิดว่ามันน่าจะมาจากผมเต็มๆ เพราะวันนั้นผมเพิ่งได้ช็อคโกแลตมาจากเพื่อนคนหนึ่งพอลองชิมแล้วมันอร่อย ก็เลยแบ่งให้ไอ้เหมี้ยวกินด้วย ตอนที่เหมี้ยวกิน ผมก็เห็นว่ามันกินได้ปกติ แต่มันเริ่มผิดปกติในเช้าวันต่อมา เหมี้ยวไม่ยอมกินข้าว มันนอนซมไม่วิ่งเล่น ไม่เดินมาวอแว นอนอยู่บนเบาะแบบนั้นจนผมห่วงและไลน์ไปบอกพี่ไนท์ถึงปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าพี่กลับมาผมจะพาเหมี้ยวไปหาหมอด้วยกัน

แต่ทุกอย่างก็สายไป ผมกลับมาที่ห้อง เจอไอ้เหมี้ยวน้ำลายฟูมปากซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงมาก่อน ผมทำอะไรไม่ถูก ตอนนั้นความคิดที่แว่บเข้ามาในหัวคือผมกำลังจะฆ่าแมวตัวเอง ยังดีที่ไอ้นนโทรเข้ามา เขาบอกให้ผมใจเย็น บอกเสต็ปทีล่ะขั้นว่าสิ่งที่ผมต้องทำคืออะไร

ช่วงเวลานั้นผมไม่ได้มานั่งนึกหรอกว่าพี่ไนท์ไม่ชอบที่ผมอยู่กับนนหรือเปล่า ผมรู้แค่ว่าสัตว์เลี้ยงที่ผมเลี้ยงมากับมือกำลังจะตายไปต่อหน้า ตายด้วยน้ำมือของผมเอง

พอเหมี้ยวมาถึงมือหมอ หมอยืนยันว่าเหมี้ยวไม่เป็นอะไรแล้ว และจะกลับบ้านได้ในวันนั้นเลย พี่เก้าที่เป็นผู้ช่วยอยู่ในตอนนั้นบอกให้ผมอยู่รอจนไอ้เหมี้ยวตื่นเพื่อที่จะสอนวิธีให้ยามัน แต่ผมเป็นห่วงพี่ไนท์ กลัวว่าพี่จะรอ กังวลว่าพี่เขาจะติดต่อผมไม่ได้ สุดท้ายก็เลยขอร้องพี่เก้าให้ขับรถตามมา นนเองก็ตามมาด้วย ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าการที่นนมาที่ห้องทั้งๆที่รู้ว่าพี่จะต้องกลับมาในวันนี้เป็นเรื่องที่แสดงให้พี่รู้ว่าผมบริสุทธิ์ใจนะ ให้พี่มั่นใจว่าเผมกับนนไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเพื่อนจริงๆ

แต่ผม...คงคิดน้อยไปอย่างที่พี่ไนท์พูดไว้จริงๆนั่นแหละ เพราะความหวังดีของผมถูกตะคอกใส่หน้าเป็นครั้งแรก บอกตรงๆว่าตอนนั้นสภาพจิตใจผมไม่ได้มั่นคงเท่าไหร่นัก ผมที่กำลัง down กับเรื่องของไอ้เหมี้ยว มัน down มากจนอยากให้ใครสักคนหนึ่งปลอบผมบ้างและคนๆนั้นผมคิดตลอดว่าต้องพี่ ผมพยายามเข้มแข็งไม่ได้ร้องไห้ต่อหน้านนหรือพี่เก้าด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่ผมอดทนอดกลั้นไว้ ผมเพียงแค่อยากจะบอกกับพี่แค่คนเดียว อยากบอกพี่ว่าผมแย่แค่ไหนตอนที่กลับมาเห็นเหมี้ยวเป็นแบบนั้น ผมก็แค่...อยากให้พี่กอดปลอบบอกกับผมว่าไม่เป็นไรนะมิค ไม่ใช่ความผิดมึงหรอก เหมี้ยวจะไม่เป็นไร หรืออะไรก็แล้วแต่ที่แสดงออกไปในทางนั้น

ผมต้องการแค่นั้น ก็แค่นั้นจริงๆ ผมไม่ต้องการความระแวง ไม่ต้องการสิ่งอื่น ไม่อยากให้พี่ตะคอกใส่ ไม่อยากให้พี่โมโห แต่พอพี่เขาทำแบบนั้นถึงจะเป็นแค่ตอนแรกที่คุยกันในห้องนอน แต่แค่นั้นมันก็มากพอทำให้สติผมขาดผึง

สุดท้ายสิ่งที่คนอย่างผมทำได้คือโยนความผิดทั้งหมดไปให้พี่ไนท์ บอกกับเขาว่าที่ผมเดินออกมาเพราะพี่ขี้หึงมากเกินไป บอกเขาว่าเขาควรไปคิดทบทวนความคิดตัวเองว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกต้องไหม

บอกเขาไปแบบนั้นทั้งๆที่เรื่องจริงแล้วผมตั้งหากที่ควรจะคิดทบทวนตัวเอง

“มิค พักก่อนก็ได้นะ จะเอาอะไรเปล่า เดี๋ยวเราจะลิสรายการขนมแล้วลงไปซื้อของกินข้างล่าง” ปุ่นนั่งอยู่ข้างๆ เขาสะกิดผมที่ยังก้มหน้าก้มตาอ่านเรื่องระบบประสาทวนซ้ำเป็นรอบที่สาม

“ไม่อ่ะ ขอบใจนะ” ผมส่ายหัวให้เพื่อนก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ สมองมันไม่ได้รับรู้เรื่องที่อ่านไปเมื่อกี้เลยสักนิด มันเอาแต่คิดเรื่องของใครอีกคนซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด

สีหน้าพี่ไนท์ตอนที่ผมเดินออกมาจากห้องมันแย่มากจนผมรู้สึกผิด แต่เพราะทิฐิที่สูงหรืออะไรก็แล้วแต่มันไม่มากพอให้ผมหันกลับไปหาเขา ผมเคยเชื่อมั่นว่าคนที่ต้องง้อก่อนเป็นพี่ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยโทรหาผมเลย ไม่ไลน์มา ไม่พูดคุย ในเฟสก็เงียบมากจนผมอดแปลกใจไม่ได้

ข่าวต่างๆในโซเชียลตอนนี้ก็ดูจะมาคุสุดๆ ผมเพิ่งจะได้เข้าไปเห็นรูปภาพต่างๆระหว่างผมกับนน ทั้งๆที่เวลาผมกับไอ้นนอยู่ด้วยกันจะมีเพื่อนในกลุ่มตลอด แต่ภาพที่ออกมามันเหมือนจะโฟกัสแค่ผมกับไอ้นนเท่านั้น นี่ยังไม่นับคอมเม้นที่แปลความหมายของรูปภาพไปในทิศทางที่บอกว่าผมกับพี่ไนท์เลิกกันอีก พี่ไนท์ต้องทนอยู่กับสิ่งเหล่านี้เองเหรอวะ

อยู่กับคอมเม้นที่บอกว่า ผมกับเขาเลิกกันแล้ว มิคมีใหม่ หรือมิคกับหมอนนเป็นแฟนกันแบบนี้

ผมคิดน้อยไปจริงๆใช่ไหม ผมแคร์ความรู้สึกพี่ไนท์น้อยไปจริงๆสินะ

“มิค อย่าหาว่าเราเสือกหรืออะไรเลยนะ แต่ขอถามหน่อยเหอะ มิคทะเลาะกับพี่ไนท์อยู่หรือเปล่า” ปกติแล้วผมไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้พวกเขาฟังเลย สิ่งที่ผมทำคือเก็บทุกเรื่องที่ไม่สบายใจไว้กับตัวเอง แต่ครั้งนี้มันเกินที่ผมจะรับไว้แล้วจริงๆว่ะ

“อืม”

“เรื่องไอ้นนใช่ไหมวะ”

“....” ผมไม่ได้ตอบปุ่น เพราะจริงๆแล้วคนที่ผิดที่สุดน่าจะเป็นผมมากกกว่า การที่ผมคิดน้อยมากเกินไปมันเลยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่ไนท์มันแย่ลงไปเรื่อยๆ

“เห็นไหมปุ่น ฉันบอกแกแล้วว่ามิคจะมีปัญหากับพี่ไนท์เพราะเรื่องนี้ พวกเราไม่น่าบังคับให้มิคไปชวนไอ้นนมาติวแบบนี้เลยว่ะ ขอโทษนะมิค”

“ไม่ใช่ความผิดพวกนัดหรอก” 

“เดี๋ยวเราจะโทรไปบอกนนแล้วกันว่าไม่ต้องมาติวอะไรอีก เราว่า..นนเองมันก็น่าจะเข้าใจแหละมั้ง” ผมพยักหน้า ไม่ได้ตอบรับหรือพูดอะไร เพราะผมไม่ได้แคร์ว่าใครจะมาหรือใครจะไปอยู่แล้ว กับนนเองที่ผ่านมาเพราะเราเคยสนิทกันมาตั้งแต่มัธยมและตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมันก็เป็นในรูปแบบนี้มาตลอด ผมเลยไม่ทันคิดว่าสิ่งที่เป็นปกติมันจะทำให้พี่ไนท์คิดมาก

“เออนี่มิค เมื่อกี้เราเดินลงไปข้างล่างเห็นพี่ไนท์มาอ่านหนังสือกับพวกเพื่อนๆด้วยนะ นี่ไอ้ตวงก็เพิ่งไลน์มาบอกว่ามันเห็นพี่เขายืนซื้อข้าวไข่เจียวอยู่...มิคจะลงไปหาไหม...”

“..............”

“มิค”

“เรา...ไม่รู้จะคุยกับพี่เขายังไง”

“โอ้ยยแมวอย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นดิวะ เอางี้เอาลิสนี่ไป ไปซื้อของตามลิสและก็แกล้งทำอะไรก็ได้ให้พี่เขาช่วย เออๆบอกว่าของหนักเพราะของที่พวกเราซื้อเยอะมาก ให้พี่เขาช่วย...ดีไหม”

“เราไม่รู้ว่าพี่เขาจะมาช่วยหรือเปล่านี่ดิ...” ไม่รู้ว่ามันสายไปไหม เพราะนี่มันหลายวันแล้วที่พี่มันไม่ติดต่อมา บางทีพี่ไนท์อาจจะเบื่อผมไปแล้วก็ได้ ผมมันเด็กเอาแต่ใจ แถมยังนิสัยไม่ดีอีก

“ช่วยดิ เชื่อเรา เดี๋ยวเราไลน์ไปบอกพี่เขาให้”

“ปุ่นมีไลน์พี่ไนท์ด้วยเหรอ”

“มีดิ ที่นั่งอยู่โต๊ะนี้เกือบหมดเป็นสายสืบพี่เขาหมดแหละ”

“แล้ว...ช่วงนี้พี่ไนท์ไลน์มาถามอะไรไหมอ่ะ” ปุ่นส่ายหน้าบอกด้วยสายตาเศร้าๆ “ช่างเถอะ...เดี๋ยวเราไปซื้อให้ล่ะกัน”

รับลิสรายการที่ปุ่นส่งมาให้แล้วเดินลงมาข้างล่าง หอสมุดผมห้ามนำของคาวเข้าไปกิน แต่พวกของแห้งขนมน้ำสามารถเอาเข้าไปได้ รอบๆหอสมุดจะมีร้านข้าวไข่เจียวและอาหารตามสั่งอยู่หลายร้านเพราะเวลาที่อยู่กันดึกจะได้ไม่ต้องพึ่งแค่เซเว่นหรือออกไปหาอะไรกินข้างนอก ยิ่งช่วงนี้ช่วงสอบหอสมุดกลางจะเปิดตลอด 24 ชม.เพื่อให้นักศึกษาได้อ่านหนังสือเต็มที่ ดังนั้นข้าวไข่เจียวจึงกลายเป็นเมนูยอดฮิตของพวกเราไปโดยปริยาย

เดินวนดูร้านข้าวไข่เจียวทุกร้านว่าร้านไหนที่พี่ไนท์เขานั่งกินอยู่ และพอเจอก็รีบเดินเข้าไปสั่งทันที ไม่รู้ว่าพี่ไนท์เห็นเราไหม แต่ตรงจุดนี้เขาน่าจะเห็นและเดินมาทักได้แล้วไหมวะ ทำไมถึงยังไม่เดินมาอีก

“มิค” พี่ต้นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนพี่ไนท์เป็นคนทักแทน หน้าเราแสดงออกชัดเจนเลยมั้งว่าผิดหวังแค่ไหนที่คนเดินมาทักเป็นพี่ต้น “มาคนเดียวเหรอ”

“ครับ”

“มีที่นั่งยังไปนั่งกับพวกพี่ไหม”

“.........”เงียบเพราะไม่แน่ใจว่าควรไปดีไหม

“มาเถอะ” พี่ต้นพูดพร้อมกับรับข้าวไข่เจียวมาให้ก่อนจะพาเดินไปยังที่นั่งที่พวกพี่ไนท์นั่งอยู่

“น้องมิค มานั่งตรงนี้” พี่ปลาตบที่นั่งลงข้างๆพี่ไนท์ พี่เขาขยับให้ผมได้เข้าไปนั่งได้สะดวกแต่ก็ไม่ได้พูดทักทายอะไร

หน้าเขายังไม่มองผมเลยเหอะ

“แล้วนี่ทำไมถึงลงมากินคนเดียวล่ะลูก” พี่ปลาจะติดเรียกผมด้วยคำว่าลูกตลอด ซึ่งตอนแรกก็ไม่ชินหรอกครับแต่ตอนนี้คิดว่าน่าจะเริ่มชินแล้ว

“คนอื่นอ่านหนังสืออยู่ครับ”

“อ่อ...”

“แล้วนี่เหลือสอบอีกตัว”

“ 3 ครับ”

“สู้ๆนะมิค”

“ขอบคุณครับพี่ปลา”

“ฮืออ น่ารัก” พี่ปลาเอื้อมมือมาจับแก้มผมด้วยมือทั้งสองข้าง แต่มันก็ไม่นานเพราะพี่ไนท์ดึงมือพี่ปลาออกแล้วจับหัวพี่ปลาให้หันไปหาตัวเองแทน

“อะไรของมึงเนี่ยไนท์”

“เปล่า กูแค่จะถามว่าสอบเสร็จแล้วไปเที่ยวกันดีไหม กูอยากไปไกลๆจากกรุงเทพ อยากเริ่มอะไรใหม่ๆว่ะ เบื่อที่นี้มันมีแต่เรื่องน่ารำคาญ” ผมงับปากไม่ได้ชวนพี่ปลาพูดคุยอะไรกันอีก ช่วงระยะเวลาที่นั่งอยู่ด้วยกัน ผมโคตรอึดอัด พี่ไนท์ไม่ได้หันมาพูดคุยกับผมสักคำ ข้าวที่ถูกยัดเข้าปากมันขมปร่าไปหมด มันไม่เห็นอร่อยเหมือนที่เคยกินเลยสักนิด

พี่ไนท์ใจร้ายชะมัด ทำไมถึงไม่พูดกับผมบ้าง แล้วที่บอกจะเริ่มใหม่คืออะไร พี่เขาจะเลิกกับผมแล้วงั้นดิ ผมแค่ให้เวลาไปทบทวนตัวเองไม่ใช่บอกว่าจะเลิกกับพี่สักหน่อย

น้ำตาจะไหลลงมาหยดใส่ข้าวอยู่แล้วเถอะ แต่ผมก็พยายามอดกลั้นมันเอาไว้ ไม่อยากให้พี่เขามองว่าผมใช้ความอ่อนแอแก้ปัญหาแบบนี้

“พี่ปลา เดี๋ยวผมไปซื้อของก่อนนะพอดีเพื่อนมันฝากซื้อของที่เซเว่นน่ะ”

“แต่มิคยังกินข้าวไม่หมดเลยนะ ไหนไอ้ไนท์บอกว่าเรากินเยอะไง นี่กินไปไม่ถึงสองคำเลยไม่ใช่เหรอ”

“ผมอิ่มแล้วน่ะครับ ยังไงผมขอตัวก่อน” ลุกขึ้นหยิบเอาจานไข่เจียวไปเก็บก่อนจะเดินตรงมาที่เซเว่นที่อยู่ไม่ไกลจากหอสมุด เดินมาไม่ถึงครึ่งทางก็ต้องทรุดนั่งลงกับพื้นก่อน ดีที่ตรงนี้มันมืด คงไม่มีใครเห็นหรอกมั้งว่ามีใครนั่งอยู่ตรงนี้

ฮึก น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ในตอนแรก ตอนนี้มันไหลออกมาไม่หยุด พยายามใช้หลังมือปาดน้ำตาตัวเองไม่ให้ไหลออกมาแล้วนะ แต่ทำเท่าไหร่มันก็ยังไม่ยอมหยุด ในหัวคิดเรื่องที่พี่ไนท์บอกจะเริ่มใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

“พี่ไนท์ผมคิดถึงพี่...”

“มิค” ผมเงยหน้ามองคนที่เรียกชื่อ คนที่อยากเจอหน้าไม่ใช่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น แต่เป็นคนอีกคนที่ช่วงนี้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากเกินไป

“มีอะไรหรือเปล่านน”

“ร้องไห้เหรอวะ”

“.......”

“เพราะพี่ไนท์เหรอ เขาขี้หึงเกินไปนะเราว่า แถมวันนั้นก็ทำร้ายมิคด้วย จริงๆถ้าไม่โอเคก็เลิกไปก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดเพราะคนแบบนั้นอีก” ผมลุกขึ้นมองหน้าเพื่อนที่รู้จักกันมาตลอดสามปี สิ่งที่ไม่เข้าใจคือทำไมช่วงนี้มันถึงเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตผมมากเหลือเกิน มากจนทำให้เรื่องราวต่างๆมันแย่ลงไปเรื่อยๆ

“เลิกยุ่งกับเราสักทีได้ไหมวะนน ที่เรื่องมันแย่เพราะพี่ไนท์เข้าใจเรากับนนผิด”

“ทำไมวะ ในเมื่อเราบริสุทธิ์ใจ เราก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรนี่มิค อย่าบอกนะว่ามิคคิดว่าเราชอบมิคอย่างที่พี่ไนท์สงสัย เฮ้ย ตลกแล้วเราชอบผู้หญิง มิคก็เห็นว่าเรามีแฟนเป็นผู้หญิงตลอดและที่เราต้องมายุ่งวุ่นวายกับกลุ่มมิคแบบนี้เพราะเราต้องมาติวหนังสือมิคนะ” นนจับแขนผม เขากำลังจะเอื้อมมือมาจับที่หน้า แต่ผมปัดมันออกไปได้ก่อน

“เราเคยบอกไปแล้วว่าเลิกจับหน้าเราสักที”

“อะไรวะมิค แต่ก่อนเราก็จับหัวแตะหน้าจับแก้มมิคได้ ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงไม่ได้แล้ววะ ก็บอกไปแล้วว่าเราไม่ได้คิดอะไร” ใช่มันเคยทำได้ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้วไง

“เพราะตอนนี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกันไงนน เรามีแฟนแล้ว และตอนนี้เรากำลังทะเลาะกับเขา ......เราไม่อยากให้เขามาเห็นแล้วเข้าใจเราผิดอีก...” ที่สำคัญผมไม่มีทางรู้เลยว่ารอบข้างเราตอนนี้มีใครอยู่ไหม จะมีคนที่ยกกล้องขึ้นถ่ายผมกับไอ้นนอีกหรือเปล่า แล้วถ้าพี่ไนท์เห็นภาพพวกนี้พี่เขาจะเข้าใจไปในทางไหนอีก เพราะแค่นี้ที่เป็นอยู่มันก็แย่มากพออยู่แล้ว

“มิค...ระหว่างเรามันไม่มีอะไรมากไปกว่าเพื่อนเลยนะเว้ย คิดมากดิวะ” นนมันกำลังจะดึงผมเข้าไปกอด แต่ผมผลักมันออกไปก่อน “เฮ้มิคบอกแล้วไงอย่าคิดมาก...”

“เราบอกแล้วไงวะ ว่าอย่ามายุ่งวุ่นวายกับเราตอนนี้!!!”

ผัวะ*!!!*

ในชีวิตที่ผ่านมาผมเลือกที่จะใช้กำลังในการตัดสินปัญหาน้อยมากเลยนะครับ ครั้งนี้เป็นอีกไม่กี่ครั้งที่มันถูกนำมาใช้

“เหอะ...” นนยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก เขาเอียงคอมองตรงมาที่ผม สายตาที่ส่งมาให้ไม่เหมือนนนคนเดิมที่ผมเคยรู้จัก

“ขอร้องล่ะนนเลิกยุ่งกับเราสักได้ไหมวะ เราเหนื่อย...เหนื่อยแล้วจริงๆ”

“มิค..เราก็แค่อยากปลอบ ให้เราอยู่เป็นเพื่อนเถอะว่ะ”

**“สรุปมึงไม่ได้ยินที่มิคพูดออกมาเมื่อกี้เลยเหรอวะ”**พี่ไนท์เดินออกมาจากมุมหนึ่งเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า  “จะมาวุ่นวายอะไรกับเขานักหนา ปากมึงบอกว่ามึงไม่ได้คิดอะไรแต่สิ่งที่มึงทำมันไม่ใช่ไงนน แล้วไอ้เหี้ยที่รอถ่ายรูปอยู่ตรงต้นไม้อ่ะ พากันออกไปด้วยนะ รีบออกไปพร้อมๆกันก่อนที่กูจะกระทืบมึงทั้งคู่”

“...........”

“ไม่ได้ยินหรือไง!!!”

“หึ...งั้นเราไปนะมิค ขอโทษล่ะกันที่ทำให้เรื่องมันแย่” นนพูดเสร็จก็เดินออกไป ส่วนพี่ไนท์ก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากยืนมองผมจากที่ตรงนั้น

“ไม่คิดว่ามึงจะต่อยคนเป็น....”

“........”

“เห็นแล้วหรือยังมิคว่าสิ่งที่มึงไว้ใจมันเป็นแบบไหน”

“.........”

“หวังว่ามึงจะเข้าใจความรู้สึกกูบ้างนะ” ความเงียบมันน่าอึดอัด ยิ่งกับคนที่เรารักแล้วมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่

“พี่ไนท์....” ผมเรียกชื่อพี่เขา ดึงเสื้อเขาให้หยุดก่อนที่เขาจะเดินไปไหน “ผมขอโทษ”

น้ำเสียงที่พูดออกมามันอ่อนแรงเต็มที หน้าผากถูกวางลงบนแผ่นหลังพี่ไนท์ผมพยายามอดทนอดกลั้นไม่ให้เสียงสะอื้นและน้ำตาของตัวเองไหลออกมา แต่มันก็ยากมากที่จะทำได้ “ผมขอโทษ...พี่อย่าเบื่อผมเลยนะ...ขอโทษที่เอาแต่ใจ ขอโทษที่ไม่ฟัง...ฮึก...อย่าทิ้งผมไปเลยนะพี่ไนท์”

“............”

“ฮึก...ฮือ...พี่ไนท์...อย่าโกรธผมเลย...ยกโทษให้ผมเถอะนะ”

".............." ยิ่งพี่มันเงียบผมก็ยิ่งกำเสื้อพี่เขาแน่น มันแย่และอึดอัดจนผมเองก็อธิบายไม่ถูก

“พี่ไนท์...ฮึก...พี่..”

“ปุ่นไลน์มาบอกว่ามึงจะไปซื้อของในเซเว่น...” พี่ไบร์หันหน้ามามอง เอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาที่ยังไหลไม่หยุด

“ฮึก...อื้อ...นี่ลิสอ่ะ”

“เดี๋ยวกูช่วยถือของ ไปดิ”

“พี่ไนท์หายโกรธผมแล้วใช่ไหม...”

“ยัง...”

“ทำไมล่ะ...ผมรู้ว่าผมผิดขอโทษนะ...พี่อย่าใจร้ายกับผมนักเลย”

“กูไม่ได้ใจร้าย”

“แต่ที่พี่ทำอยู่ บ้านผมเขาเรียกว่าใจร้าย”

“เหรอวะ แล้วที่มึงทำกับกูล่ะมิค”

“.......” ผมไม่ได้พูดอะไรนอกจากเดินไปเกาะเอวพี่ไนท์ วางหน้าผากลงบนลาดไหล่พี่มันอีกครั้ง กัดริมฝีปากล่างเพื่อสะกัดกั้นสิ่งที่ถาโถมเข้ามาในหัว “คิดถึงพี่อ่ะ...”

"........."

"ผมคิดถึงพี่...."

“บอกคิดถึงแล้วคิดว่ากูจะใจอ่อนเหรอ” ผมส่ายหน้ากับบ่าเขา ไม่ได้หวังให้เขาให้อภัยในตอนนี้

“ก็แค่อยากบอกพี่เฉยๆ...”

“เฮ้ออ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นใกล้ๆ มันดูเหนื่อยหน่ายมากจนผมอธิบายไม่ถูก “เอาเป็นว่ากูยอมรับคำขอโทษของมึงมิค แต่ความโกรธมันไม่ได้หายไปง่ายๆแบบนั้นหรอกนะ สิ่งที่มึงต้องทำหลังจากนี้ก็คือง้อกู ถามจริงทำเป็นไหม ง้อน่ะ...ถ้าง้อเป็นก็ทำให้มันให้ดูหน่อย ไม่ใช่เอาแต่ขอโทษแล้วรอให้เรื่องมันจะจบลงง่ายๆ"

"........."

"ถ้าสมมติกูให้อภัยมึงง่ายๆแล้วเมื่อไหร่มึงจะเรียนรู้วะ...มันไม่ง่ายที่จะยอมรับหรอกนะมิค การทำร้ายจิตใจใครสักคนแบบนี้มันไม่ง่ายที่จะกลับมาขนาดนั้นหรอกว่ะ” พี่ไนท์พูดแค่นั้นก่อนจะดันตัวผมให้ออกจากอกเขา พี่มันเดินนำหน้าผมออกไปเรื่อยๆ ผมไม่รู้หรอกว่าผมจะง้อพี่เขาสำเร็จหรือเปล่า แต่ผมเหนื่อยแล้วว่ะ เหนื่อยกับความความสัมพันธ์ของเราทีมันแย่ลงเรื่อยๆ

ผมยอมถอยแล้ว ไม่ว่าจะอะไร ขอแค่ให้ได้พี่ไนท์คนเดิม คนที่เคยตามใจผมในทุกๆเรื่องกลับมาก็พอ

“วันนี้ผมไปนอนกับพี่ได้เปล่า” ผมรีบวิ่งตามพี่มันมาเพื่อให้เดินทันเท่ากับพี่เขา

“เสื้อผ้ามึงไม่ได้มีอยู่ในห้องกูแล้ว”

“ผมเอาเสื้อผ้ามา”

“ไม่รู้ว่าห้องจะว่างไหม วันนี้พวกไอ้ปลาจะไปติวกันต่อที่ห้อง....”

“งั้นเหรอ...เอาไว้วันอื่นก็ได้” ชะลอความเร็วลง ปล่อยให้พี่ไนท์เดินนำหน้าตัวเองไปก่อน ไม่รู้ว่าจะง้อเขาแบบไหนดี จะทำแบบไหนให้พี่มันหันกลับมาเชื่อใจอีกครั้ง

“ยอมแพ้แล้วหรือไง” ไอ้พี่ไนท์ หันกลับมา เขาเอียงคอถามผมที่ยังเดินไปไม่ถึงเขา “เรื่องง่ายๆ แค่นี้มึงก็จะยอมแล้วงั้นเหรอ”

“ใครบอกพี่วะ...ผมไม่ได้ยอมแพ้แค่กำลังคิดว่าจะทำยังไงต่อไปเฉยๆ”

“หึ ให้มันจริง”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว