ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 21 :: เรื่องที่ไม่เคยรู้

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 :: เรื่องที่ไม่เคยรู้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 10:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 :: เรื่องที่ไม่เคยรู้
แบบอักษร

เรื่องที่ไม่เคยรู้

ตอนแรกผมคิดว่ามิคจะหายตื่นเต้นแล้ว แต่การที่เขาเอื้อมมือเย็นๆมาจับแขนผมก่อนที่ผมจะขับรถเข้าบ้านแบบนี้ทำให้ผมรู้เลยว่าน้องกำลังตื่นเต้น ผมขับรถไปจอดแอบข้างกำแพง ดับเครื่องแล้วหันมามองคนข้างตัว เจ้าเหมี้ยวที่อยู่บนตักกำลังตะกุยเสื้อมิคให้หันมาสนใจ มิคละสายตาจากผมหันไปมองแมวที่อยู่บนตัก เขายิ้มออกมาบางเบาก่อนจะลูบหัวเจ้าเหมี้ยวนั่นด้วยความเอ็นดู

“ยังไม่หายตื่นเต้นอีกรึไง” ผมถามเขาพร้อมกับวางมือไว้บนหัว

“ไม่เลย”

“พ่อกับแม่กูไม่ดุหรอก”

“ผมเชื่อ แต่ความรู้สึกนี้มันแปลกๆว่ะพี่ไนท์” น้องถอนหายใจออกมาเต็มแรงเขาพิงตัวไปที่ประตูอีกด้าน หน้าตางอแงจนน่าหยิก “อยากกลับบ้านแล้วอ่ะ”

“อ่าว ไม่อยากกินอาหารเชฟดังแล้วไง”

“อยาก”หน้าบูดบึ้งดูสับสนเวลาตอบ ผมหัวเราะออกมาแล้วหยิกแก้มเขาไปที

“เอาไงกันแน่ครับลูกพี่”

“อยากกินแต่ไม่อยากเจอพ่อกับแม่พี่”

“เอางี้ไหม...กูให้เวลามึงทำใจจนกว่าจะหายตื่นเต้น”เพราะยังไงตอนนี้ก็อยู่หน้าบ้านแล้ว ไม่จำเป็นต้องรีบขับรถไปไหน และน้องเองก็คงไม่ใช่ประเภทที่ต้องใช้เวลาทำใจเป็นชั่วโมงหรอกมั้ง

“แต่ผมหิวแล้วอ่ะ ทำไงดี”

“ฮ่า ฮ่า ถ้างั้นมานี่มา” ผมกระดิกนิ้วเรียกน้องให้ขยับหน้ามาหา

“อะไรอีก” น้องขยับเข้ามาใกล้แล้วเลิกคิ้วถาม

“ใกล้อีก” คิ้วขมวดแน่นแต่ก็ขยับมาใกล้จนหน้าเราสองคนห่างกันไม่กี่คืบ ฟิล์มดำของรถผมช่วยไม่ให้คนข้างนอกเห็นว่าเรากำลังทำอะไร ผมขยับเข้ามาจูบริมฝีปากน้อง ดูดคลึงเบาๆอยู่สองสามทีถึงใช้มืออีกข้างประคองหน้าน้องให้เอียงตามองศาจูบได้ถนัด เราไม่ได้จูบกันดูดดื่มอะไร แค่ปลอบเบาๆให้น้องหายตื่นเต้นเท่านั้น

“อะไรวะ จู่ๆก็ดึงผมไปจูบ”

“กำลังใจจากกูไง...ดีป่ะ”

“เฉยๆ” น้องบ่นพึมพำกับปาก หูแดงๆของเขาแสดงออกตรงกันข้ามกับคำพูดอย่างเห็นได้ชัดผมไม่ได้ทักท้วงหรือแซวอะไรน้องแค่ดึงคอเขามากอดอีกครั้ง

จูบปลอบลงไปที่ใบหูกระซิบกับเขาเบาๆว่าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น มิคพยักหน้าครางรับในลำคออยู่พักนึงถึงค่อยเอนตัวกลับไปพิงเบาะตัวเอง

“เออไม่กลัวแล้วก็ได้ ไปเถอะ”

“แน่ใจนะ”

“แน่ใจดิวะ”

“ถอยหลังไม่ได้แล้วนะเว้ย”

“เอออ รู้น่า พูดมากเดี๋ยวก็ให้เจ้าเหมี้ยวข่วนหน้าซะหรอก”

“ฮ่า ฮ่า โอเคๆ ไม่พูดแล้วครับ” ผมขยี้หัวน้องเสร็จก็หันไปติดเครื่องยนต์แล้วขับรถเข้าไปในบ้าน

ครอบครัวผมไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่ ไม่มีสระว่ายน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีในแบบที่คนทั่วไปจะมี เราอยู่กันแบบอบอุ่นไม่ได้แสวงหาอะไรที่มันเกินตัว เพราะการอยู่กันแบบนี้มันมีความสุขในแบบของมัน

“น้าไย๊!!” เด็กแฝดสองคนมายืนรอผมหน้าบ้านพร้อมกับพ่อ

“ไงไอ้แสบ พ่อหวัดดี” ผมหันไปหวัดดีพ่อพร้อมกับเด็กสองคนที่วิ่งเข้ามากอดขาผมข้างล่ะคน แฝดชายชื่อน้ำเหนือ แฝดหญิงชื่อน้ำอิง แม่มันตั้งชื่อลูกให้เรียกโคตรยากผมเลยเรียกไอ้แสบบ้างไอ้ดื้อบ้าง เด็กมันก็จำได้นะว่าหมายถึงมันทั้งคู่

“หวัดดีครับคุณลุง คุณป้า” มิคยกมือไหว้พ่อกับแม่ผมที่เดินออกมาหน้าบ้านพอดี

“ลุงป้าอะไรล่ะลูก พ่อกับแม่ไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย อนุญาตให้เรียกพ่อกับแม่ได้เท่านั้นนะจ๊ะ”

“เอาตามที่แม่เขาบอกนั่นแหละลูก แล้วนี่ชื่ออะไรล่ะ”

“มิคครับพ่อเป็นรุ่นน้องที่มหาลัย”

“รุ่นน้องเหรอ?? เรียนวิศวะเหมือนไอ้ไนท์หรือเปล่า ทำไมดูท่าทางไม่เหมือนเด็กวิศวะเลยวะ”พ่อผมก็จบวิศวะ สายตาเขาย่อมดูออกอยู่แล้วว่าลักษณะหรือบุคลิกของเด็กกลุ่มนี้เป็นแบบไหน

“เปล่าครับ ผมเรียนเภสัช”

“โห เด็กเภสัชเลยเหรอวะเนี่ย”

“พ่อทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงอ่ะ” คือทำหน้าเหมือนลูกชายตัวเองไม่มีปัญญาคบคนที่มีสมองยังไงยังงั้น

“กูทำหน้าแบบไหนก็ทำหน้าปกติ” พ่อหันมาพูดกับผมเสร็จก็หันไปคุยกับมิคต่อ “วันไหนมิคว่างๆก็ติวให้ไอ้ไนท์มันบ้างนะลูก พ่อล่ะกลัวว่ามันจะโดนไทน์วันนี้พรุ่งนี้อยู่เนี่ย เกรดห่วยเกินมนุษย์มนา”

“โหพ่อเว่อร์เกิน ไม่ได้ห่วยขนาดนั้นไหม”

“กูไม่ได้เว่อร์ เกรดมึงห่วยจริงๆ”

“พ่อลูกคู่นี้ หลานอยู่ด้วยห้ามพูดกูมึงกันนะคะ” แม่ดุทั้งพ่อและผม สุดท้ายพ่อเลยอ้อนแม่โดยการเข้าไปกอดเอวแล้วพาเดินเข้าไปในบ้าน มีแค่ผมมิคและเด็กแสบสองคนที่ยังยืนกอดขาผมจ้องหน้ามิคอยู่

“น้าไย๊ นั่นใครหรอ”

“เอาใหม่ลองเรียกชื่อน้าใหม่ดิ๊”

“น้าไนท์ /น้าไนท์”

“ดีมาก คนนี้น้ามิคเพื่อนน้าไนท์ครับ ไหนหวัดดียัง” เด็กแสบสองคนยกมือไหว้มิคตามที่บอกแต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ปล่อยขาผมให้เป็นอิสระ “ปล่อยขาน้าไนท์ก่อนไหมครับ น้าไนท์จะเอามาตินไปเก็บ”

“ก็ได้ครับ/ค่ะ” น้ำเหนือเดินตามผมเข้าไปในบ้าน ส่วนน้ำอิงยังจดๆจ้องๆมิคไม่ได้เดินตามผมเข้ามาด้วย

“น้าอิ้ก”

“มิคครับไม่อิ้ก”

“น้ามิคนั่นแมวน้ามิคเหรอคะ”

“ใช่ครับ ชื่อเจ้าเหมี้ยว”

“น้ำอิงชอบเจ้าเหมี้ยวค่ะ” ผมพยัดเพยิดชี้นิ้วให้มิคพาหลานเดินเข้าไปนั่งรอตรงโซนรับแขก มิคเองก็ดูจะเข้ากันได้ดีกับน้ำอิง ส่วนน้ำเหนือค่อนข้างติดผม เวลาผมเดินไปไหนเขาก็จะเดินไปด้วย

พอผมเอามาตินไปวางไว้ตรงที่วางไว้ประจำเสร็จก็เดินกลับมาหามิคและน้ำอิง พ่อกับแม่กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่คิดว่าอีกไม่เกินชั่วโมงคงจะได้กินกัน

“เป็นไงน้ำอิงน้ามิคใจดีไหม”

“มากกกกกค่ะ น้ำอิงชอบน้ามิค”

“น้าไนท์ก็ชอบเหมือนกัน” ผมยิ้มแล้วยกมือขึ้นลูบหัวหลานด้วยความเอ็นดู นิสัยน้ำอิงแตกต่างจากแม่มันมาก หลานเป็นคนพูดง่าย เชื่อฟัง แถวน่ารักอีก ส่วนแม่มันน่ะเหรอ พูดยาก ชอบใช้ผมเห็นเป็นพี่หน่อยแม่งใช้ทุกอย่างไม่น่ารักเหมือนลูกมันสักนิด

“ถ้าน้ำอิงโตขึ้นจะแต่งงานกับน้ามิคนะคะ”

“ห้ะ แต่งงาน ไม่ได้เว้ย เอ๊ย!! ไม่ได้ค่ะ เพราะน้ามิคมีเจ้าของแล้ว”

“มีเจ้าของ??”

“ใช่ค่ะ เจ้าของคนนั้นคือน้าไนท์เอง ส่วนน้ำอิงมีน้องแมคอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ จะมาแต่งงานกับน้ามิคไม่ได้หรอกค่ะ” น้ำอิงพยักหน้ารับแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมง่ายๆ

“แต่น้ามิคหล่อ น้ำอิงชอบคนหล่อๆค่ะ”

“ไหนใครนะสอนว่าห้ามแย่งของคนอื่น”

“มะม้า”

“แล้วน้ามิคเป็นของน้าไนท์ไงน้ำอิงจะมาแย่งเหรอคะ” ไอ้มิคคงได้ยินที่ผมบอกหลานเมื่อกี้ เพราะเขาหันมาส่งสายตาดุๆใส่ผม

แต่คิดเหรอว่าคนอย่างผมจะยอมง่ายๆ

แม้ว่าไอ้เด็กแสบตรงหน้าจะเป็นแค่เด็ก 5 ขวบก็เถอะ

“ว่าไงคะน้ำอิง มะม้าสอนว่าห้ามแย่งของคนอื่น น้ามิคเป็นของน้าไนท์ เพราะฉะนั้น...”

“โธ่ ก็ได้ค่ะ น้ำอิงไม่แย่งน้าไนท์แล้วก็ได้” เสียงพูดน้ำอิงอ่อนลงจนเห็นได้ชัด

“เก่งมาก” ผมลากเสียงยาวชมหลาน ลูบหัวน้ำอิงเป็นเชิงชมอีกรอบ มิคหันมาขมวดคิ้วไม่พอใจใส่ ส่วนผมก็แค่ยักไหล่แสดงสีหน้าเหนือชั้นตอบกลับไปให้เขาเท่านั้น

“ไนท์มาช่วยแม่จัดโต๊ะหน่อยลูก” เสียงตะโกนเรียกมาจากทางห้องครัว มิคเงยหน้าทำท่าจะลุกขึ้นแต่ผมส่ายหัวปฏิเสธ บอกให้เขาอยู่ดูน้ำเหนือกับน้ำอิงดรกว่า พอเดินเข้ามาเห็นพ่อกับแม่กำลังนั่งรอผมอยู่ตรงโต๊ะอาหาร ซึ่งอาหารทั้งหมดถูกจัดวางจนเสร็จหมดแล้วผมเลยไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าแม่เรียกผมเข้ามาทำไม

“อะไรอ่ะแม่ โต๊ะจัดเสร็จอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...ถ้างั้นเรียกเด็กๆเข้ามาทานข้าวกันเลยไหมครับ”

“ยังจ๊ะ”

“อ่าว”

“อ่าวอะไรล่ะมึง พาเขามาถึงบ้านไม่คิดจะเล่าอะไรให้พ่อกับแม่ฟังหน่อยหรือไง” ผมไม่แน่ใจว่าพ่อกับแม่รู้เรื่องอะไรมา แต่คิดว่าสิ่งที่พูดออกมามันหมายความว่าเขารู้มาตลอดว่ามิคไม่ใช่แค่รุ่นน้องผม

“รู้นานแล้วเหรอครับ”

“นานแล้วย่ะ ไอ้เฟสปลอมๆที่ไนท์ให้แม่กับยัยบีมแอดน่ะมันไม่ได้ผลหรอกนะ เพราะแม่และยัยบีมก็ทำเฟสปลอมๆไปฟอลโล่ไนท์อยู่เหมือนกัน” ร้ายว่ะ ทำไมแม่ผมร้ายแบบนี้ คิดว่าการให้เฟสปลอมไปจะทำให้เรื่องราวในโลกโซเชียลของผมมันปลอดภัยแต่เปล่าเลยครอบครัวนี้น่ากลัวกว่าที่ผมคิด

“แล้ว...”

“ก็ไม่แล้วไง แค่ถามดูว่าจริงจังหรือเปล่า”

“ณ ตอนนี้ไนท์ก็จริงจังนะแม่” ผมบอกพ่อกับแม่ไปตามความจริง มองหน้าท่านทั้งสองด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างปนกันไป ผมรู้ว่าเขาเปิดกว้างแต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับมันได้จริงๆอย่างที่เคยบอกไว้หรือเปล่า “พ่อกับแม่รับได้ใช่ไหมอ่ะ”

“พ่อกับแม่เคยบอกไปแล้วว่าเรื่องพวกนี้ไม่คิดจะห้าม ถ้ารักกันชอบกันก็ดูแลกันไป น้องเขาก็น่ารักดี จริงๆที่เรียกมาถามก็แค่อยากให้มั่นใจเท่านั้นว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือแค่จับคู่กระแสจิ้นอย่างที่ไอ้บีมมันสงสัยหรือเปล่า เห็นมันบอกว่าช่วงนี้เขาอินกัน แม่ก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรเลยเรียกไนท์มาถามตรงๆ” ผมพยักหน้าเสร็จก็เดินไปกอดแม่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“ขอบคุณนะครับ” ผมโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่เปิดกว้างเรื่องความรัก เพราะผมเองก็คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงถ้าสมมติพ่อกับแม่รับเรื่องนี้ไม่ได้

“เมียกูไหมไนท์ กอดนานไปแล้วป่ะ” พ่อดึงแม่ออกจากอ้อมกอดผม ส่วนแม่ก็ทำได้แค่ส่ายหัวไปมาก่อนจะตีเข้าที่แขนผมและพ่อเบาๆ

“พ่อลูกคู่นี้กัดกันตลอดเลย ไปไนท์ไปเรียกน้องกับหลานมากินข้าวด้วยกัน วันนี้แม่ทำบานอฟฟี่อย่างที่ไนท์ขอด้วย หวังว่าน้องจะชอบฝีมือแม่นะ”

“เด็กเห็นแก่กินแบบนั้นอะไรก็กินหมดแหละแม่”

“ว่าน้อง” ผมยิ้มแล้วเดินไปตามมิคกับหลานๆ น้ำเหนือกับน้ำอิงวิ่งเข้าไปที่ห้องทานข้าวส่วนมิควางเจ้าเหมี้ยวลงและเดินมาหาผม

“อยากล้างมือ”

“เดี๋ยวขึ้นไปล้างบนห้องกูก็ได้ ข้างล่างหลานน่าจะใช้อยู่” ผมดันหลังน้องให้เดินขึ้นไปบนบ้าน ผิวปากเบาๆเหมือนที่คนอารมณ์ดีทั่วไปเขาทำกัน

“อารมณ์ดีเรื่องอะไร”

“ก็หลายเรื่อง” ผมเปิดประตูเข้าไปในห้อง มิคมีสีหน้าตื่นเต้นนิดหน่อยที่เห็นห้องผม ภาพโปสเตอร์วันพีชกับทีมฟุตบอลที่ชื่นชอบแปะตามผนังอย่างที่เด็กผู้ชายทั่วไปมีกัน เตียงนอนและผ้าปูเป็นสีขาว ผมชอบสีนี้เพราะสีดำหรือสีอื่นๆมันทำให้เห็นรอยคราบได้ง่าย ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่ารอยคราบที่พูดถึงคือคราบอะไร เพราะคราบเหล่านั้นมันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายวัยกำลังโตซึ่งในบางคืนคุณอาจจะฝันเปียกหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่สามารถรับมือกับมันได้ในตอนเช้า ดังนั้นสิ่งที่เซฟและไม่ทำให้อายแม่บ้านมากที่สุดคือการเปลี่ยนมันเป็นสีที่มองไม่เห็นชัดแทน

“นี่พี่ไนท์ป่ะ” น้องชี้นิ้วไปยังรูปๆนึงที่วางอยู่บนชั้นหนังสือ

“ใช่น่ารักไหมล่ะ มีแต่คนบอกว่ากูหน้าตาดีตั้งแต่เด็ก”

“เหรอ”

“น้ำเสียงแบบนี้หมายความว่าไงวะแมว” น้ำเสียงน้องแม่งโคตรดูถูกและไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อกี้

“ผมว่า...หน้าตาพี่ดูกวนตีนตั้งแต่เด็กมากกว่า”

“เกินไปครับ” ผมผลักหัวมิคที่กำลังเดินดูรูปผมอยู่ “ไปล้างมือได้แล้วจะได้ไปกินข้าว พ่อกับแม่รออยู่”

พอล้างมือเสร็จ เราทั้งคู่ก็เดินลงมาข้างล่างพร้อมกัน จริงๆผมอยากบอกเขานะว่าพ่อกับแม่รู้เรื่องเราแล้ว แต่ปล่อยไปอย่างนี้น่าจะดีกว่าน้องจะได้ไม่เกร็งด้วย

ช่วงเวลากินข้าวเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขแม่กับพ่อผลัดกันถามมิคตลอดว่าเป็นไงบ้าง อาหารอร่อยไหม หรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อลดอาการเกร็งของน้อง เขาทั้งคู่พยายามไม่ทำให้มิครู้สึกว่าตัวเองเป็นคนอื่น คอยชวนคุยจนน้องเริ่มเป็นตัวของตัวเองในที่สุด

“อิ่ม” หลังจากกินข้าวเสร็จผมก็พาน้องขึ้นมาบนห้อง พอเจ้าตัวพูดประโยคเมื่อกี้จบเขาก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที คืนนี้ผมกับน้องนอนที่บ้าน เพราะพ่อกับแม่บอกว่าไหนๆพรุ่งนี้ก็วันหยุดแถมดึกขนาดนี้แล้วด้วย พวกท่านไม่อยากให้ขับรถตอนกลางคืนเท่าไหร่

“ก็แดกเยอะซะขนาดนั้น” ผมเดินตามขึ้นมานอนทับคนที่นอนอยู่ ริมฝีปากบางลากสะเปะสะปะทั่วผิวกาย ไล้ปลายจมูกไปตามจุดชีพจรแล้วหยุดอยู่ตรงริมฝีปาก จูบซับสองสามทีแล้วถึงท้าวศีรษะมองคนที่นอนหงายอยู่บนที่นอน

“เป็นไง พ่อแม่กูใจดีป่ะ”

“อื้อใจดี กับข้าวอร่อยด้วย”

“ประเด็นหลักของมึงก็มีแค่นี้เปล่าวะ” มิคหัวเราะออกมาแล้วหยิบมือถือออกมาเล่น ผมหอมแก้มเขาไปอีกทีถึงค่อยลุกขึ้นไปอาบน้ำ ใช้เวลาอยู่ในนั้นเกือบ 10 นาทีก็เดินออกมาไล่เด็กที่นอนเล่นอยู่บนเตียงไปอาบบ้าง ห้องผมเป็นเตียงเดี่ยวเพราะงั้นถ้าผู้ชายสองคนขึ้นไปนอนเบียดกันบนเตียงคิดว่าน่าจะอึดอัด ผมเลยเดินไปหยิบปิกนิกอันเล็กบนตู้มาปูข้างๆเตียงกะว่าให้มิคนอนข้างบนส่วนผมจะเป็นคนนอนด้านล่างเอง

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrr

หลังจากที่มิคเข้าไปในห้องน้ำไม่นานเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาผมแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นว่าเขายังติดต่อกันอยู่

“มิคโทรศัพท์” ผมทั้งตะโกนและเคาะประตูบอกคนที่อยู่ในห้องน้ำ

“ใครโทรมาอ่ะพี่ไนท์”

“ทราย”

“พี่ไนท์รับให้เลย”

“เอางั้นเหรอวะ”

“ใช่...รับให้ผมหน่อย”

“ถ้างั้น..กูรับแล้วนะ...” บอกเสร็จก็กดรับโทรศัพท์ทันที เกือบจะกรอกเสียงลงไปอยู่แล้วติดที่ว่าอีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาก่อน

(มิค ทรายไลน์ไปหาตั้งหลายครั้งไม่เห็นตอบ)

“ขอโทษนะครับ พอดีมิคไม่ว่างรับสาย ผมชื่อไนท์เป็นรุ่นพี่เขา ถ้าคุณมีอะไรฝากบอกกับผมได้นะครับ” ผมไม่รู้ว่าทรายรู้เรื่องผมกับมิคดีแค่ไหนแต่การพูดให้เป็นกลางที่สุดน่าจะดีกับมิคมากกว่า

(อ่อพี่ไนท์ ที่เป็นแฟนมิคใช่ไหมคะ)

“.................”

(มิคไม่ได้บอกหรอกค่ะ แต่ทรายรู้เอง)

“ครับ แล้วคุณมีอะไรหรือเปล่า”

(พอดีจะโทรมาถามมิคเรื่องงานคืนสู่เหย้าน่ะค่ะ ว่าจะชวนมิคไปด้วยกัน ทรายไม่มีคู่ไป) ไม่มีคู่ไป หมายความว่าไงวะ แล้วแฟนเขาที่ชื่อ นน ล่ะ

“แล้วคุณไม่ไปกับแฟนอ่ะ ผมไม่รู้ว่ามิคจะว่างไปไหมช่วงนี้มิคมีสอบ” ผมกันท่าไว้ก่อน ไม่รู้แหละที่แน่ๆผมไม่ยอมให้น้องไปกับแฟนเก่าหรอก ถึงจะเป็นอดีต แต่อดีตที่หวนกลับมามันก็มีเยอะแยะ ซึ่งผมจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแน่นอน

(ขอโทษนะคะ ที่พูดออกมาเนี่ยกลัวถ่านไฟเก่ารีเทิร์นหรือเปล่า บอกไว้ก่อนเลยค่ะสำหรับทรายอะไรที่มันจบไปแล้วก็คือจบ ไม่มีย้อนกลับไปแน่นอน)

“ครับ”

(เสียงแข็งเชียวนะคะพี่ไนท์ บอกตรงๆนะคะ พี่ไม่ต้องมาห่วงเรื่องทรายของหรอกค่ะ เพราะจริงๆคนที่พี่ควรห่วงคืออีกคนมากกว่า)

“อีกคน? หมายความว่าไงครับ”

(ก็แฟนเก่าทรายอีกคนไงคะ มิคก็รู้จัก จริงๆสนิทเลยแหละช่วงสมัยเรียน)

“คุณหมายถึง นน งั้นเหรอ หมายความว่าไงครับที่บอกว่าแฟนเก่า?? คุณเลิกกับนนแล้วเหรอ”

(นี่มิคไม่ได้บอกพี่เหรอคะว่าทรายเลิกกับเขาแล้ว จริงๆเลิกกันได้สักพักแล้วแหละค่ะ เอาเป็นว่า...คนที่พี่ควรระวังไม่ใช่ทรายหรอก แต่เป็น นน เพราะดูเหมือนแฟนพี่เขาจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่านนเขาคิดยังไงกับตัวเอง เชื่อไหมพี่ไนท์ว่าผู้ชายคนนั้นถึงขนาดบอกเลิกทรายเพียงเพราะได้ยินข่าวว่ามิคคบกับผู้ชายด้วยกัน...นั่นก็คือพี่) ผมเงียบไม่ได้พูดอะไรกลับไป เพราะเรื่องส่วนตัวของน้องผมไม่เคยเข้าไปยุ่งเลยสักครั้ง ไม่เคยเช็คไลน์และไม่เคยระแวง

(นนเขาไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะพี่ไนท์ ผู้ชายคนนั้นเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ เขาไม่เคยรักษาน้ำใจทรายแม้ว่าทรายจะยังเป็นแฟน เขาบอกเลิกทรายง่ายๆเพียงเพราะเห็นว่ารักเก่าของเขามันมีโอกาสสำเร็จ...)

“.........”

(พี่ไม่ต้องเชื่อทรายทั้งหมดก็ได้นะคะ ทรายแค่ให้ระวังไม่ใช่ให้จับผิด ทางที่ดีก็พยายามอย่าอยู่ห่างมิคจะดีกว่าค่ะ เพราะอย่างที่บอกไปนนเขาทำได้ทุกอย่างจริงๆ อ้อ แล้วมีอีกอย่างที่พี่ควรจะรู้ไว้...การที่ทรายมาคบกับนนได้เนี่ยเหตุผลง่ายๆคือ...นนแย่งทรายมาเพียงเพราะไม่อยากให้มิคคบกับทรายค่ะ...)

“หึ ตลกน่ะครับ ผมแค่รู้สึกว่า เรื่องที่คุณเล่ามันดูละครจนน่าขำ”

(แล้วแต่ค่ะว่าพี่จะเชื่อไหม...ยังไงฝากบอกมิคให้ตอบไลน์ทรายด้วยนะคะว่าจะเอายังไงเรื่องงานคืนสู่เหย้า แค่นี้แหละค่ะ) ตอนที่ผมกดวางสายเป็นจังหวะที่มิคเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี ชุดที่ผมให้เขายืมเป็นเสื้อบอลแมนยูกับกางเกงบอลขาสั้น

“ทรายว่าไงมั่งอ่ะ”

“...........”

“พี่ไนท์”

“ห้ะ” หูยังอื้อๆกับสิ่งรอบตัวอยู่ เพราะงั้นผมถึงเพิ่งได้ยินเสียงที่มิคเรียกผมเมื่อกี้

“ทรายเขาว่าไง”

“เขาโทรมาชวนเรื่องงานคืนสู่เหย้า”

“อ้อใช่ช่วงนี้งานคืนสู่เหย้า”

"มึงจบชายล้วนไม่ใช่เหรอ ทำไมมีคืนสู่เหย้ากับทรายได้วะ"

"โรงเรียนผมกับโรงเรียนทรายอยู่ในเครือเดียวกัน เพราะงั้นเวลาจัดงานจบหรือมีงานคืนสู่เหย้าเราจะจัดพร้อมกันน่ะ จริงๆมีบางปีที่นักเรียนมาเรียนด้วยกันก็มีนะ เพราะอาจารย์สอนไม่พอ ไหนๆโรงเรียนก็อยู่ตรงข้ามกันอยู่แล้ว"

"เพราะงี้มึงกับนนถึงรู้จักทรายงั้นเหรอ"

"ใช่...น้องเดินมานั่งกับพื้นยื่นผ้าเช็ดตัวผืนเล็กให้ผมพร้อมกับหันไปเสียบปลั๊กไดร์เป่าผมตรงช่องใกล้หัวเตียง“เป่าผมให้หน่อย”

บอกเสร็จก็ดึงโทรศัพท์ผมออกจากมือแล้วก้มหน้าก้มตาเล่นโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาต่อ

“เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่แล้วนะ” ผมประคองหน้ามิคให้เงยหน้าขึ้นมองผม ดีดหน้าผากเขาไปอีกที มิคย่นจมูกใส่ผมเสร็จก็หันกลับไปสนใจโทรศัพท์ต่อ ผมเปิดไดร์แล้วเริ่มเป่าศีรษะให้น้อง ตามองไปที่ไลน์มิคเห็นว่าเขากำลังตอบทรายอยู่ว่าไปไม่ได้

“สรุปว่าไม่ไป”

“อื้อ เดี๋ยวจะสอบมิดเทอมแล้วกลัวอ่านหนังสือไม่ทัน”ผมไม่รู้ว่าผมควรถามเรื่องนี้กับเขาดีไหม แต่ผมไม่ชอบอะไรที่มันค้างคาใจว่ะ

“เห็นทรายบอกว่าเขาเลิกกับนนแล้ว”

“ใช่”

“ทำไมมึงไม่บอกกู”

“ก็มันไม่ใช่เรื่องของผมไง ไม่รู้จะบอกพี่ไปทำไม” ผมเงียบ นั่งเป่าผมไปแบบไม่พูดอะไรเกือบ 5 นาที บรรยากาศค่อนข้างอึดอัดแต่ไอ้เด็กตรงหน้าเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด จนผ่านไปพักใหญ่ๆมิคถึงเริ่มจับอารมณ์ผมออก

“พี่ไนท์”เขาเรียกผมหลังจากที่ผมม้วนไดร์เก็บเข้าลิ้นชัก

“อืมว่า...” พอม้วนไดร์เก็บเข้าลิ้นชักเสร็จผมก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่น นั่งพิงอยู่ตรงหัวเตียงจนน้องขยับขึ้นมานั่งข้างกัน “จะนอนแล้วใช่ป่ะ งั้นมึงขึ้นมานอนบนเตียงเลยเดี๋ยวกูนอนข้างล่างเอง”

“เป็นไรอ่ะ”

“เปล่า” ตอบมันแล้วกำลังลงมานั่งกับพื้นแต่โดนเด็กแสบจับขาไว้ได้ก่อน

“งอน??” ผมส่ายหน้า มิคเบ้ปากแล้วขยับขึ้นมานั่งบนตักผม มีไม่บ่อยนักหรอกที่น้องจะขึ้นมานั่งตักผมเองโดยที่ผมไม่ได้ร้องขอหรือบังคับแบบนี้ “น้องไนท์ คนขี้งอน”

มิคพูดพร้อมกับช้อนหน้าผมให้หันไปกลับไปมองเขา เด็กน้อยตรงหน้าบีบแก้มผมด้วยมือทั้งสองข้าง เขาเอียงคอมองหน้าผมแล้วยิ้มออกมา

“หึงเหรอ”

“ไม่อ่ะ”

“หึงก็บอกว่าหึง”

“เออหึง ทำไมวะ กูหึงมึงไม่ได้ไง” หันหน้าหนีอีกทางเหมือนนางเอกในละครแม่งเลย เป็นไงล่ะเจอนักแสดงระดับโลกอย่างกูมึงอึ้งเลยไหมมิค

“พี่ไนท์” มิคขยับตัวทั้งๆที่ยังนั่งบนตักผม เขาขยับเพื่อที่จะนั่งได้ถนัดถนี่ แต่การขยับของเขามันทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะสิ่งที่กั้นระหว่างเราสองคนมีแค่การเกงบอลของน้องกับบ๊อกเซอร์ของผม

ซี้ดด ผมซี้ดปากตอนที่มิคเริ่มขยับ ความรู้สึก และอารมณ์บางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ มันกลบอารมณ์โกรธผมได้เป็นอย่างดีเลยแหละ แล้วดูแม่งดิ ขยับทีเดียวไม่เป็นด้วย เป็นอะไรวะชอบขยับไปมาตลอด

สุดท้ายผมก็จับแขนน้องด้วยมือทั้งสองข้างพยายามให้น้องอยู่นิ่งๆไม่ให้ขยับตัวไปมากกว่านี้

“อะไรอ่ะ”

“หยุดขยับก่อน” น้องพยักหน้าแล้วยอมนั่งดีๆ “โอเคทีนี้จะพูดอะไรก็พูดมา”

“ก็...ไม่มีอะไรผมแค่อยากจะบอกว่าพี่ไนท์หึงผมได้ แต่หึงก็ให้มันอยู่ในขอบเขตไม่ได้เหรอพี่” ผมไม่ตอบอะไรเขา น้องเลยพูดต่อ “ถึงทรายกับนนจะเลิกกันแล้ว แต่ผมก็ไม่คิดจะกลับไปหาทรายหรอก เคยบอกไปแล้วนี่ว่าตอนนี้ผมชอบใคร”

“ใครอ่ะ” ผมถามคนบนตัก “ไม่เห็นรู้เลยว่ามึงชอบใคร”

“อ่าวไม่รู้เหรอ นั่งอยู่ตรงหน้าผมเนี่ย”

“...........”

“ทำไงพี่ถึงจะหายงอน” ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกแบบไหน ผมไว้ใจมิคว่าเขาจะไม่กลับไปหาทรายหรือไปกิ๊กกับไอ้นนแน่ๆแต่ผมไม่ไว้ใจสองคนนั้น ถึงทรายจะบอกให้ผมระวังนน แต่คนคิดซับซ้อนแบบผมมันก็อดระแวงทั้งคู่ไม่ได้อยู่ดี

“พี่ไนท์” น้องยกมือขึ้นกอดคอผมแล้วจูบลงมาที่ปาก ความหวานที่ถูกดูดกลืนจากริมฝีปากเรียวเล็กมันสะกัดกั้นอารมณ์หึงหวงของผมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี ผมกับมิคเราไม่ได้จูบดูดดื่มกันบ่อยๆ เพราะหลังจากเหตุการณ์ที่ช่วยกันไปคราวนั้น มิคกลายเป็นคนเขินง่ายแล้วก็ส่งผลให้ผมไม่กล้าทำอะไรมากด้วย ดังนั้นวิธีการหลีกเลี่ยงที่ดีที่สุดก็คงทำได้แค่จูบบางเบา ปากแตะปาก ไม่ล่วงล้ำเข้าไปในปากของกันและกัน

แต่ตอนนี้ไม่ทันแล้วว่ะ จูบแบบแถมจะกลืนกินกันอยู่แล้ว

เพราะงั้นควรพอก่อน ผมกลัวว่าอะไรมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้จนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

“พอล่ะ...กูหายโกรธแล้วครับ” ผมจับหน้ามิคให้ขยับเลื่อนออกจากหน้าผม

“คือผม....อยาก..”

“อยาก??” ผมเลิกคิ้วถามน้องที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาดูตะกุกตะกักที่จะพูดเรื่องอะไรสักอย่าง“ว่าไงมิค”

“ฮืออ ไม่เอาแล้วดีกว่า”

“อะไรของมึงวะ” ผมขมวดคิ้วสงสัย น้องส่ายหัวแล้วขยับลงจากตัก

“ไปนอนที่ตัวเองได้แล้วไป” ผมทำตามที่น้องบอก เดินไปปิดไฟแล้วเดินกลับมาที่นอนตัวเอง เสียงขยับไปมาของคนบนเตียงทำให้ผมลุกขึ้นนั่งมองคนที่นอนหันหน้าเขากำแพงอยู่

มิคนอนตัวงอผิดไปจากปกติที่เขาเคยนอน ความคิดบางอย่างมันแว่บเข้ามาในหัว ผมนึกไปถึงสีหน้าเขาก่อนหน้านี้ สุดท้ายพอมั่นใจอะไรบางอย่างผมก็ลุกขึ้นแล้วขยับขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกับน้อง

“อะไรของพี่”

กลิ่นหอมจากสบู่และยาสระผมติดจมูกจนผมอดไม่ได้ที่จะกดริมฝีปากลงที่หลังคอ มือข้างนึงสอดเข้าไปใต้เสื้อ ลูบไล้เบาบางสลับหนัก

“อึก...พี่ไนท์”

“มึงอยากทำหรือเปล่า” ปากพูดไปมือก็สะกิดยอดอกน้องไปด้วย ริมฝีปากก็ยังไล่จูบวนจากหลังคอมาที่ข้างแก้ม ขบเม้มเบาๆจนทั่ว

“อื้อ”

“ว่าไงนะครับ”

“ผมอยากทำ” หลังจากที่น้องรับคำผมก็เปลี่ยนจากมือที่ลูบแผ่นอกขยับลงไปที่บ๊อกเซอร์ตัวสั้นแทน การขยับมือจากช้าเป็นเร็ว เสียงครางต่ำกับลักษณะทางกายที่งอตัวเพื่อรองรับอารมณ์ตัวเอง

อื้อ

ผมพลิกมิคให้หันกลับมานอนหงาย ส่วนตัวเองขยับขึ้นไปคร่อมบนตัวเขา พรมจูบทั่วใบหน้าพร้อมกับจังหวะมือที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อน้องผุดขึ้นตามไรผมมือเขาจิกเกร็งที่แขนเพื่อระบายอารมณ์ที่ค่อยๆทะยานสูงขึ้น

“อา...พี่ไนท์”

“ใช่ครับ...พี่เอง”

“ผมช่วย...”

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องช่วยกูหรอก เดี๋ยวมันจะยิ่งไปกันใหญ่”ผมจูบซับที่เปลือกตาเขาอีกครั้ง เสียงหอบหายใจของน้องดังทั่วห้อง ริมฝีปากเราดูดดึงกันอีกรอบก่อนจะผละออกจากกันผมลุกขึ้นเดินไปหยิบทิชชู่โยนให้คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง

“ไม่ให้ผมช่วยจริงๆอ่ะ..”

“ไม่ต้องหรอก ตอนนี้กูสะสมแต้มบุญไว้ใช้ครั้งเดียวล่ะกัน ยังไงก็จะรอวันที่มึงพร้อม ถึงตอนนั้นจะปฏิเสธกูก็ไม่ยอมแล้วนะมิค”

“เออรู้แล้วน่า” แม้ความมืดจะไม่ได้ทำให้ผมมองเห็นหน้าเขาแต่ผมก็สัมผัสได้ว่ามิคกำลังหน้าแดง

เรื่องแต้มบุญผมพูดจริงนะ ถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ ผมจะไม่ปล่อยให้เขานอนเลยคอยดู

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว