ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 :: เธอเป็นแฟนฉันแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 :: เธอเป็นแฟนฉันแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 10:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 :: เธอเป็นแฟนฉันแล้ว
แบบอักษร

เธอเป็นแฟนฉันแล้ว

Special talk by micx

“กูไม่คิดว่ามันจะแย่แบบนี้ไงปลา.....”

“.........”

“กูรู้...กูผิดเอง....กูไม่ได้อยากแกล้งน้องนี่หว่า....แม่งด่ากูเหมือนกูไปฆ่าใครตายเลย....”

“.........”

“ยังไม่ตื่น...” พี่ไนท์พูดพร้อมกับหันหน้ามามอง เป็นเวลาเดียวกันกับที่ผมขยับตัวมุดหน้าหนีเข้าไปในผ้าห่ม จริงๆผมตื่นนานแล้ว ตั้งแต่ที่พี่เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำและกลับมานั่งที่เตียงจนกดโทรศัพท์ไปคุยกับเพื่อนได้สักพัก มั่นใจว่าเขากำลังคุยกับพี่ปลาอยู่ แน่นอนว่าเรื่องที่เขาพูดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเมื่อคืน....ที่ผมบังเอิญเจอทรายที่ร้านนั้น

จริงๆตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกเพราะคิดว่าพี่ไนท์น่าจะเข้าใจ  แต่พอกลับมาที่โต๊ะกลายเป็นว่าเขาไม่ยอมคุยกับผม เรียกก็ไม่ค่อยจะตอบ ถามประโยคยาวยืดแต่พี่เขาตอบกลับมาแค่ไม่กี่คำ ทำหน้าตึงใส่ผมแทบจะตลอดเวลาที่นั่งอยู่ตรงนั้น ผมเองก็พยายามคิดหาคำอธิบายว่าจะพูดยังไงให้เขาเข้าใจง่ายที่สุด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบเท่านั้น

ผมเข้าใจเขานะเพราะถ้าเป็นผมไปเจอพี่ไนท์ยืนคุยกับแฟนเก่า ผมก็คงอดคิดมากไม่ได้

แต่ผมกับพี่เขาต่างกันตรงที่...ผมจะรอฟังคำอธิบายจากปากเขาถึงแม้ว่ามันจะโกหก ผมก็จะฟัง ไม่ใช่ไร้เหตุผลแล้วไม่ฟังอะไรอย่างที่พี่เขาแสดงให้ผมเห็น

ปกติผมไม่ใช่คนที่อ่อนแออะไรขนาดนั้นแต่นี่กับคนที่ชอบนะครับโดนทำหน้าตึงใส่บวกกับแอลกอฮลล์ที่มีอยู่ในเลือดมากเกินไป มันเลยยิ่งทำให้ความอ่อนแอที่พยายามสะกดไว้ถูกทุบทำลายลงแทบจะทันที

น้ำตาที่ไหลออกมาสำหรับผมมันคือความอัดอั้นที่ถูกกะเทาะจนแตก แต่ความรู้สึกที่มันอัดอั้นและเจ็บใจมันจบลงง่ายๆที่คำว่าขอโทษ

แต่คำขอโทษของพี่ไนท์ไม่ควรเป็นแบบนี้

จริงๆเรื่องมันควรจบ ถ้าพี่ไนท์บอกกับผมว่า กูขอโทษที่คิดมากไป หรืออะไรก็แล้วแต่ที่แสดงออกมาในลักษณะนั้น แต่นี่ไม่ใช่เขาขอโทษเพราะความรู้สึกผิดที่แกล้งผม

ถึงตอนนั้นผมจะกอดเขาตอบแล้วสารภาพว่าชอบกับเขาอีกครั้งด้วยน้ำตาที่น่ารำคาญ แต่พอตื่นเช้าขึ้นมา คิดทบทวนถึงมันอีกรอบ ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ว่ะ

ผมรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรเอามาล้อเล่น

พอคิดได้แบบนั้น ตอนนี้ในหัวก็มีแต่ความคิดที่จะทำยังไงให้สามารถเอาคืนคนขี้แกล้งอย่างนรพัฒน์ได้ บอกเลยว่าผมไม่ใช่คนดีที่จะให้อภัยง่ายๆเพียงเพราะคำขอโทษและการกอดปลอบประโลมหรอกนะ

“เอออ กูรู้แล้ว...แค่นี้นะ” พี่ไนท์ถอนหายใจออกมาหนักๆ ได้ยินเสียงเขาบ่นกับตัวเองเบาๆแต่ไม่รู้ว่าพูดอะไร ผมไม่กล้าหรี่ตาขึ้นมองกลัวพี่มันรู้ว่าผมตื่นตั้งนานแล้ว

“มิค...” น้ำเสียงที่ใช้เรียกดูอ่อนโยนกว่าปกติ มือหนาของเขาลูบไปมาที่ศีรษะผมหลายรอบ ริมฝีปากเย็นแนบลงที่เปลือกตาขยับลงมาที่ข้างแก้มแล้วขบกัดเบาๆตรงใบหู

“อื้อออออ...” ผมส่งเสียงหงุดหงิดพร้อมกับใช้มือนึงปิดหูตัวเองไว้ พี่ไนท์ชอบมาป้วนเปี้ยนกับใบหูผมบ่อยๆ ราวกับรู้ว่ามันเป็นจุดอ่อนที่ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่าม“อย่ากวนได้ป่ะ”

“ตัวร้อน”

“ไม่เกี่ยวกับพี่”

“ทำไมเสียงดุจัง”

“เรื่องของผม ไปไกลๆเลย”

“ยังไม่หายโกรธกูอีกเหรอมิค”

“.........” เงียบไงจะอะไรล่ะ

“โถ่มิค...กูขอโทษ...จริงๆนะ ผิดไปแล้วอ่ะ” คิดว่าทำเสียงงุ้งงิ้งแล้วมันจะทำให้ตัวเองน่ารักขึ้นหรือไง ผมเบ้ปากให้เขาเสร็จก็ขยับลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง “มิคครับ พี่ไนท์ผิดไปแล้ว”

“เหอะ...” พ่นลมหายใจออกมาแรงๆแล้วหันหน้าหนี ผมนับหนึ่งถึงสิบในใจ ห่อปากแล้วเป่าลมร้อนออกมาเบาๆ อาการแบบนี้คือผมกำลังกลั้นยิ้ม

พี่ไนท์ตลก

ปกติผมไม่เคยเห็นพี่มันทำแบบนี้ ซึ่งมันสนุกที่เห็นคนตัวโตง้อคนอื่น

“มิค” น้ำเสียงที่ใช้เรียกผมมันดูอ่อนลงกว่าปกติ “ฮือออ อย่าใจร้ายนักเลยครับ”

“ใครใจร้ายกันแน่”

“โอเคเค้าผิดไง เค้าขอโทษนะ แฟนให้อภัยเค้านะครับ”

“ตลกป่ะ เราเป็นแฟนกันตอนไหนเหรอพี่ไนท์ ไม่ต้องมาใกล้เลยผมจะไปอาบน้ำแล้ว”ผมขยับลุกจากที่นอนเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำ ลมจากปากถูกเป่าออกมาเบาๆอย่างโล่งอก

ปัง ปัง ปัง

“ไม่สบายนะมิค อย่าอาบน้ำนาน” พี่ไนท์เคาะประตูบอก แต่ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป “มิคได้ยินที่กูบอกไหม”

พี่เขายังเคาะประตูและตะโกนเรียกผมอีกสองสามทีแต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เสียงเงียบไปพร้อมกับผมที่หันไปมองคนที่สะท้อนอยู่ในกระจก

พี่ไนท์แม่งทำรอยที่คออีกแล้ว ขนาดผมร้องไห้พี่มันยังกล้าทำ จุดห้อเลือดเป็นวงมีให้เห็นชัดเจนประมาณสองถึงสามจุด สภาพผมตอนนี้เหมือนเป็นโรคอะไรสักอย่าง มันน่าเกลียด และน่ารำคาญเวลาพวกเพื่อนๆในกลุ่มเห็น พวกเขาไม่ได้พูดถามถึงที่มาของรอยบนคอ เขาแค่ส่งสายตาล้อเลียนเท่านั้น

แต่ถึงจะเป็นแค่สายตาล้อเลียน สำหรับผมมันก็น่าอายอยู่ดี

แต่ก็ช่างเถอะคนอย่างไอ้พี่ไนท์บอกไปก็เหมือนพูดกับกำแพง (ช่วงนี้เรียกไอ้นำหน้าไปก่อน หมั่นไส้มันไง นิสัยไม่ดี)

คอยดูนะวันนี้ผมจะเอาคืนพี่เขาบ้าง แกล้งไม่สนใจผม

ผมก็จะแกล้งไม่สนใจเขาบ้าง

รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาเล็กๆ ในหัวมีภาพการแก้แค้นเต็มไปหมด

สมน้ำหน้า อย่าคิดว่าการมาเรียกคนอื่นว่าแฟนหรือทำหน้าตาสำนึกผิดจะทำให้ผมใจอ่อนง่ายๆนะเพราะมิคคนนี้ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน

ผมใช้เวลาอาบน้ำเป็นชั่วโมง จริงๆอาบเสร็จนานแล้วแต่รีรอไม่ยอมออกมาเท่านั้น

กว่าจะแต่งตัวเสร็จก็บวกเวลาเพิ่มเข้าไปอีกสิบห้านาที นั่งเล่นมือถือในห้องนอนสักพักถึงเดินออกมา พี่ไนท์กำลังเล่นกับมาตินอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาไม่พอใจนิดหน่อย

“บอกแล้วว่าไม่สบายทำไมอาบน้ำนาน”

“.........” ผมไม่ตอบ แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เดินไปที่ตู้เย็นเทน้ำใส่แก้วแล้วก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือที่หยิบติดมือมาด้วย

ผมไม่พูดอะไร พี่เขาก็ไม่พูด นานอยู่หลายนาทีถึงได้ยินเพียงเสียงลากเท้าเข้ามาใกล้ผม ความรู้สึกเหมือนพี่มันกำลังยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง...ริมฝีปากเย็นแตะลงที่หลังคอ ผมหดตัวหนี แต่ไม่ทัน พี่ไนท์คร่อมตัวผมไว้ด้วยมือทั้งสองข้างก่อน

“ดื้อเหรอ”

“........”

“พูดไม่ได้สินะ” ผมรู้สึกถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาเลยหันมาเผชิญหน้ากับเขา “ว่าไงเด็กดื้อ”

พี่ไนท์ยิ้มแบบนี้อีกแล้ว หน้าพี่แม่งเหมือนพวกตัวร้ายในละคร

“ไม่ดื้อเหอะ” พูดเสร็จก็ทำท่าจะมุดหนีออกจากอ้อมแขน แต่ผมก็ไม่ทันพี่มันอีกเหมือนเดิม

พี่เขาจับขาทั้งสองข้างยกตัวผมให้ขึ้นไปนั่งบนซิงค์ล้างจาน

“ท่านี้คุ้นๆ”

“ปล่อยเลย”

“ไม่อ่ะ...”

“พี่ไนท์ ปล่อยผมนะ” ผมทุบเข้าที่ไหล่พี่ไนท์สองสามทีแต่มันก็ไร้ประโยชน์ พี่มันดื้อ(กว่าผม) นิสัยเสีย ความขี้แกล้งของเขายังมีอยู่ทุกอณู มันซึมเข้าไปในกระดูกไม่มีทางหายไปง่ายๆ “ใครบอกว่าจะไม่แกล้งผมอีก สัญญาไม่เป็นสัญญาเหรอวะ”

“สัญญาของกูคือจะไม่แกล้งแบบเมื่อคืน ส่วนอันนี้ไม่ได้แกล้งกูจริงจัง”

“อื้ออออ” ผมเอียงคอหลบ

“ตัวร้อนจริงๆด้วย” เมื่อคนดื้อด้านไม่ยอมปล่อย สุดท้ายผมก็ยอมนั่งนิ่งๆให้พี่เขากอด มือสองข้างของพี่ไนท์กอดเข้าที่เอวผม “เด็กดี”

“แหงดิผมไม่เคยดื้อ”

“งั้นเหรอ...หึ เชื่อก็ได้” พี่ไนท์ยิ้มแล้วขยับวางศีรษะลงบนบ่า ความเงียบโรยตัวเข้ามาอีกครั้ง ทั้งผมกับพี่ไนท์ผมไม่ได้พูดอะไรกันอยู่หลายนาทีมีเพียงเสียงลมหายใจจากพี่เขาที่รดเข้าที่ต้นคอ

“ขอโทษ...”

“ไม่ให้อภัยหรอก”

“ใจร้ายใจดำ” เขาเชิดปากใส่ผมจนน่าหมั่นไส้ สุดท้ายพอเห็นคนตรงหน้ายังยู่ปากอยู่ผมเลยบีบเข้าที่แก้มเขาทั้งสองข้าง

“ด่าตัวเองเหรอครับ”

“ใช่ด่าตัวเองก็ได้...ต้องทำไงมึงถึงจะหายโกรธ” เสียงพี่มันอ่อนแรงลงจนน่าสงสารผมถอนหายใจออกมาแล้วแยกเขี้ยวใส่พี่ไนท์ไปที

“ตอนนี้ผมหิว...”

“ถ้าหายหิวแล้วจะหายโกรธ”

“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะครับลูกน้อง”

“โหหห ลูกพี่” ยักไหล่แล้วดันตัวพี่ไนท์ออก ผมกระโดดลงจากซิงค์ล้างจานแล้วเดินมาตรงโซนรับแขก

“ผมหิว พี่จะทำอะไรกิน”

“ของสดในตู้ไม่มีตั้งแต่เมื่อวานแล้ว อยากออกไปกินอะไรข้างนอกไหมล่ะ อาหารญี่ปุ่นไหมกูรู้จักร้านอร่อยๆอยู่ร้านนึง ไปเปล่า” ปกติถ้าเป็นเรื่องกินพี่เขาก็ตามใจอยู่แล้ว แต่พอเป็นแบบนี้เหมือนเขาพยายามเสนออะไรที่มันมากกว่า

“ผมขี้เกียจออกไปข้างนอก” ผมขยับนั่งลงบนโซฟา เจ้าเหมี้ยวลุกจากตะกร้านอนเดินนวยนาดมาที่ปลายเท้าผม มันเดินวนไปวนมาอยู่อย่างนั้นหลายรอบราวกับบอกให้ผมอุ้มมันขึ้นไป “ว่าไงแมวน้อย”

สุดท้ายเพราะความขี้อ้อนของแมวผมเลยอุ้มมันขึ้นมาบนตัก ลูบหัวมันเบาๆอยู่สองสามที เจ้าเหมี้ยวก็ขยับนอนหงายท้องให้ผมเกาพุงมันแทน

ผมได้ยินเสียงพี่ไนท์คุยโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เขาคงกำลังสั่งพิซซ่าหรืออะไรสักอย่าง ผมไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่เล่นกับแมว เจ้าเหมี้ยวน่ารักเสมอ มันชอบอ้อน นึกไม่ออกว่าถ้าวันนึงผมไม่มีมันผมจะเป็นยังไง ผมผูกพันกับเจ้าเหมี้ยวและหวังว่าพี่ไนท์เองก็จะผูกพันกับมันเหมือนกัน

“อิจฉาแมวอ่ะ” ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่พี่ไนท์มานั่งอยู่ข้างๆแถมถือวิสาสะเอาหัวหนักๆมาพิงไหล่ผมอีก

“ใครใช้ให้พี่เอาหัวมาพิงผม ลุกเลย ทำไมชอบนัวเนี่ยวะ” ผมพยายามผลักหัวไอ้พี่ออกจากไหล่แต่ผลักเท่าไหร่พี่มันก็ไม่ยอมขยับ “พี่ไนท์ผมหนัก”

“เลิกงอนเถอะ”

“ไม่ได้งอน”

“ถ้างั้นเลิกโกรธได้เปล่า”

“............”

“มิคเลิกโกรธพี่นะครับ” ผมเม้มปากแน่น ทำไมผมจะต้องมารู้สึกเขินกับการที่เขาแทนตัวเองว่าพี่ด้วยวะ “หน้าแดง”

พี่ไนท์เงยหน้าขึ้นเขาวางคางไว้บนบ่าแล้วยักคิ้วกวนตีนส่งให้

“ผมร้อน”

“แต่กูเปิดแอร์นะ”

“ก็ยังร้อนอยู่”

“เขินก็บอกว่าเขิน....” ไอ้พี่ไนท์เริ่มแทะเสื้อผม ปากมันงับเบาๆเข้าที่ไหล่ “ชอบเราอ่ะดิ”

“จะเลิกชอบแล้ว”

“โหหห มิค พูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยว่ะ เล่นอย่างอื่นก็ไม่ว่าหรอกแต่อย่าพูดว่าเลิกชอบ....”

“...........”

“ใจกูจะขาด รู้ไหมมัน...เจ็บ” ไอ้พี่พูดพร้อมกับยกมือขึ้นกุมใจตัวเอง

ตอนแรกก็ว่าจะเชื่อแล้วแต่ความโอเว่อร์แอคติ้งทำให้ผมคิดว่าที่พี่มันกำลังทำอยู่ คือการเล่นละครระดับโลก แม่งไม่เนียนแถมห่วยไปอีก

“ไม่เนียนครับน้อง ไปเรียนมาใหม่” ผมขยี้หัวพี่ไนท์ไปที “สั่งอะไรไปอ่ะ”

“พิซซ่า”

“ผมอยากกินKFC”

“ถ้าสั่งให้ใหม่แล้วหายโกรธเปล่า”

“ไม่ใช่เรื่องที่จะขอกันง่ายๆ” ผมผลักหัวพี่มันอีกทีพอเห็นว่ามันยังทำตัวเหมือนตุ๊กตาล้มลุกแล้วพิงเข้ามาที่ไหล่ผมจนหน้าพี่มันจมเข้าซอกคอ สุดท้ายผมเลยลุกขึ้น จนหัวพี่มันคะมำ “สมน้ำหน้า”

“ใจร้ายโคตร”

“ก็ไม่เคยบอกสักคำว่าผมใจดี” ผมที่ยืนอยู่หันมามองหน้าพี่ไนท์ที่นอนกลิ้งอยู่บนโซฟา พี่มันนอนมองผมที่ยืนอุ้มแมวอยู่ “อยากย่างแมวกินว่ะ”

“เอาดิ ผมจะย่างมาตินบ้าง แฟร์ดี”

“โหด พี่มิคสายโหดเหรอครับ”

“เออดิ สรุปว่าจะสั่ง KFC เพิ่มไหม”

“ทาสคนนี้พร้อมรับคำบัญชาครับผม” พี่ไนท์ลุกขึ้นแล้วโค้งศีรษะให้ “พอใจยัง” เขาเดินมาใกล้ๆแล้ววางมือแปะลงบนหัว

“ก็...นิดนึง”

“ร้ายนะมึงอ่ะ” พี่ไนท์โยกหัวผมสองสามทีถึงค่อยเดินไปหยิบโทรศัพท์มาสั่งKFCเพิ่ม

กริ๊งงงงงงงงง

เสียงออดดังขึ้นทำให้ผมละความสนใจไปมองหน้าประตู พี่ไนท์ชี้นิ้วให้ผมไปเปิด ส่วนเขาเดินเข้าไปในห้องตัวเอง ผมส่องตาแมวพบว่ามีผู้ชายสองคนยืนอยู่ไม่แน่ใจว่าอาจจะเป็นเพื่อนพี่ไนท์หรือเปล่าแต่เห็นใส่ช็อปก็น่าจะใช่มั้ง

“หวัดดีครับ”

“อ่าวน้องมิค” พี่คนที่ใส่เหล็กดัดฟันทักผมด้วยสีหน้าร่าเริง พี่เขาร่าเริงจริงๆนะ ตายิ้มตลอดดูเหมาะกับเหล็กดัดฟันที่ใส่ พี่เขาตัวเล็กกว่าผมอยู่หน่อย น่าจะสูงสัก170กว่าๆ “ไอ้ไนท์ไปไหนล่ะ”

“อยู่ในห้องน่ะครับ พอดีกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ พี่สองคนจะเข้ามาก่อนไหม”

“เอาไงอ่ะ” พี่คนที่ดัดฟันหันไปมองเพื่อนเขาที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ข้างๆ เขานิ่งมากจนดูน่ากลัว สายตาที่มองผมเหมือนมองอากาศแต่พอพี่คนดัดฟันหันไปถามพี่คนนั้นก็ยิ้มออกมา ไม่ได้ยิ้มเยอะเหมือนพี่อีกคนแต่แค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ผมมองจากตรงนี้ยังรู้เลยว่าในสายตาพี่หน้านิ่งใครสำคัญสำหรับเขาที่สุด

“ไหนมึงบอกว่าหิว...”

“เออว่ะ ถ้างั้นเอางี้ พี่ฝากเอาของพวกนี้คืนไนท์ด้วยนะ ดูจบแล้วบอกมันด้วยว่าขอบใจมาก”

“แล้วให้บอกไหมครับว่าจากใคร”

“มันรู้ พี่อยู่ห้องข้างๆมัน ไม่ดิ ไอ้นี่ตั้งหากที่อยู่ห้องข้างๆ” พี่คนตัวเล็กหันไปชี้พี่หน้านิ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆกัน ส่วนผมปล่อยเจ้าเหมี้ยวลงแล้วหันไปรับกล่องจากพี่เขา

“ได้ครับ แล้วผมจะบอกให้”

“โอเค...งั้นพี่ไปก่อนนะ” พี่คนตัวเล็กเอื้อมมือมาลูบหัวผม คือตัวเขาเตี้ยกว่าผมอีกนะแต่ว่า...ผมเป็นน้องไงก็ยอมให้เขาลูบอยู่แบบนั้น ทำไมมีแต่คนชอบเล่นหัวผมวะ ”น้องมิคน่ารักกว่าที่กูคิดอีกว่ะมาร์ค”

“อืม”

“ความรู้สึกตอนที่มึงเล่นหัวกูเป็นแบบนี้สินะ สนุกที่ได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดแบบนี้ ไหนกูขอเล่นหัวมึงมั้งได้เปล่า” พี่คนตัวเล็กเปลี่ยนจากลูบหัวผมไปลูบหัวเพื่อนตัวเอง

“ไม่ตลก” มือเล็กโดนจับได้แล้วถูกดึงให้เดินไปด้วยกัน

“ทำไมมึงชอบดึงหน้าตลอดเลยวะ”

“กูเปล่า”

“ยังจะมาบอกว่าเปล่าอีกที่มึงทำอ่ะเขาเรียกว่าดึงหน้าครับ เข้าใจไหม” เสียงของพี่สองคนห่างออกไปเรื่อยๆพร้อมกับผมที่ปิดประตูห้องลง พี่ไนท์เดินออกมาพอดีเหมือนกำลังจะถามว่าใครมาแต่พอเห็นกล่องในมือก็เหมือนจะเปลี่ยนคำถามทันที

“พวกนั้นเอามาคืนเหรอ”

“ใช่...หนักมากอ่ะอะไรเหรอ” ผมส่งต่อไปให้พี่ไนท์เขารับไปแล้วเอาไปวางหน้าทีวี

“มาดูดิ” ผมเดินตามเขามาแล้วนั่งลงข้างๆในกล่องเป็นแผ่นดีวีดีการ์ตูนเรื่องโปรดของผม

“วันพีช!!”

“ดูป่ะ”

“อื้อ ดู”

“หายโกรธก่อน”

“ง่ายไปไหมครับพี่ชาย”

“ทำให้ขนาดนี้ไม่ได้อยากเอาแค่ตำแหน่งพี่ชายหรอกนะ” บทจะดึงเข้าเรื่องแบบนี้ก็ดึงเข้าทันทีไม่มีเกริ่นอะไรทั้งสิ้น บางทีผมก็ตามอารมณ์พี่เขาไม่ทัน “อยากเป็นอย่างอื่น...ได้เปล่า”

เขาเอียงคอหันมามองหน้าผม พอโดนจ้องมากๆผมก็ไปไม่ถูก

“อะไร...ของพี่”

“เป็นแฟนกันไหมมิค” จู่ๆพี่มันก็ถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “ก่อนหน้านี้กูไม่เคยพูดกับมึงแบบจริงจังเลยสักครั้งเพราะงั้นครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ถามและจริงจังด้วย”

“...........”

“ถ้ามึงไม่ตอบอะไร กูจะคิดว่าเราเป็นแฟนกันแล้ว โอเคนะครับแฟน”

“พี่ไนท์...”

“ว่าไงครับแฟน” เลิกคิ้วกวนตีน แล้วเอื้อมมือมาลูบแก้มผม

“เลิกเรียกผมแบบนั้นเลย ผมยังโกรธพี่อยู่นะ”

“ต้องทำไงให้แฟนหายโกรธ” พี่ไนท์เป็นมนุษย์กวนตีน เขาสามารถแกล้งได้ทุกที่ทุกเวลาที่อยากทำ สุดท้ายคนที่ยอมก็ต้องเป็นผมตลอด ทำไมผมต้องแพ้เขาด้วยเนี่ย

“แฟนครับ”

“เลิกเรียกแบบนี้”

“แฟนนนน”

“โว๊ะ ไม่อยากคุยด้วยแล้ววว”

“แฟน แฟน แฟน แฟน”

ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้กวนตีนขนาดนี้วะ ผมคิดผิดหรือเปล่าที่มาชอบคนแบบเขา

“สรุปจะเอาให้ได้เลยใช่ไหม”

“เอาได้เปล่า”

“เลิกทะลึ่ง” ผมผลักหน้าผากพี่มันจนหงาย เขาหัวเราะแล้วขยับหน้าให้เข้ามาใกล้ผมมากกว่าเดิม

“กูจริงจังนะมิค....เป็นแฟนกันนะ”

“.......”

“......”จริงๆก็ยังโกรธพี่มันอยู่...แต่ว่า...คนแบบผมที่แอบชอบพี่เขามานานก็ทำได้แค่พยักหน้าแล้วตอบรับพี่เขากลับไป

“อื้อ” พี่ไนท์ดึงผมเข้าไปกอดแน่น เขาพูดพึมพำอะไรสักอย่างแล้วขยับมาจับที่หน้าผมด้วยมือทั้งสองข้าง จูบเบาๆที่ปากเป็นคำสัญญาได้ดีกว่าคำพูดใดๆ

มันอ่อนโยนและเต็มไปด้วยคำหวานที่ไม่รู้สึกเลี่ยนในความคิดผม ลิ้นร้อนลุกไล้เข้ามาในโพรงปากครั้งแล้วครั้งเล่า เขาทำราวกับดูดกลืนน้ำหวานกลางทะเลทราย บ่อยครั้งที่ริมฝีปากล่างของผมถูกดูดติดปากเขาไปด้วยแต่มันก็ไม่นานเพราะพี่มันก็ทาบทับลงมาใหม่

“แป๊บนึงพี่ไนท์ ผมหายใจไม่ทัน”

"........."

"แฮ่ก..."

“เป็นแฟนแล้ว จูบแล้ว ที่นี้ก็เหลือ...” หน้าตาเจ้าเล่ห์พร้อมกับลิ้นที่แลบออกมาเลียริมฝีปากบ่งบอกว่าในหัวพี่ไนท์กำลังคิดไม่ดีอยู่ ผมส่ายหัวออกมาเบาๆ พร้อมกับตบเข้าไปที่แก้มพี่ไนท์เบาๆสองสามที

“ฝันเหรอ ตื่นได้แล้วนะครับ...แฟน”

“หืมมมม ว่าไงนะ มึงเรียกกูว่าไงนะมิค”

ไม่คิดว่าการทดลองเรียกแบบที่พี่ไนท์เรียกมันจะทำให้เขินได้ขนาดนี้ แถมสายตาล้อๆจากพี่ไนท์ก็ส่งมาให้แทบจะตลอด

“หยุดยิ้มแบบนั้นเลยพี่ไนท์”

“เปล่า..กูไม่ได้ยิ้มให้มึง กูยิ้มให้เจ้าเหมี้ยว มันทำหน้าตลก เนอะเหมี้ยวเนอะ”

ผมแม่งไม่น่าให้อภัยพี่เขาง่ายๆเลยว่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว