ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 :: แผนการนรพัฒน์

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 :: แผนการนรพัฒน์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.9k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 09:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 :: แผนการนรพัฒน์
แบบอักษร

แผนการนรพัฒน์

“ว่าไง..นะ..”

(ก็อย่างที่กูพูดไปกูว่าน้องชอบมึงอยู่)

“เหรอวะ...ทำไมมึงถึงคิดงั้น” เพราะสิ่งที่น้องแสดงออกมากับผมไม่เห็นเหมือนคนที่ชอบกันเลยสักนิด

(กูไปเจอทวิตนึงมา เดี๋ยวส่งให้มึงดู กูว่ามีหลายอย่างที่เหตุการณ์ในทวิตกับน้องแม่งตรงกัน)

“แน่ใจแค่ไหน”

(สัก 20 เปอร์เซ็นต์)

“พ่อมึงเถอะครับ ถ้าน้อยขนาดนั้นไม่ต้องโทรมาบอกกูก็ได้ไหม”

(แต่อีนอคะอะไรที่มันน่าสงสัยก็ควรจะสืบถูกมะ สมมติถ้ามันจริงขึ้นมาล่ะ) ผมเงียบ ไอ้ปลารู้ทันผมเสมอ คงไม่ต้องบอกมันก็รู้แล้วว่าความรู้สึกผมตอนนี้ที่มีต่อน้องมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ผมคุยกับไอ้ปลาอยู่สองสามประโยคมันแนะนำให้ผมแอบดูมือถือมิค ดูว่า account ที่น้องใช้อยู่กับแอคที่มันส่งมาคือคนเดียวกันไหม

ถ้าเป็นคนเดียวกัน...ก็...แม่งเอ๊ยยย แล้วกูจะยิ้มออกทำไมวะเนี่ย

“พี่ไนท์...ผมจะกินพิซซ่าหมดแล้วนะ”

“เออ แดกไปก่อนเลย เดี๋ยวกูออกไป” ผมส่องทวิตที่ไอ้ปลาส่งมาให้ มีหลายข้อความมากที่มันสื่อถึงผม

เชี่ยย ทำไมรูปนี้น่ารักจังวะ ต้องรีบเซฟเก็บไว้ก่อน ผมกับน้องทำท่าเดียวกันเลย

“พี่ไนท์” เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องรับแขกอีกครั้ง

“เออ ออกไปแล้วเนี่ย” ผมเดินมาที่ห้องรับแขก มิคกำลังนั่งกินพิซซ่าอยู่บนโซฟา

ชุดที่น้องใส่ยังเป็นชุดเดิม เสื้อนักศึกษากับบ๊อกเซอร์ ไม่เข้าใจมิคเท่าไหร่ ทำไมมันไม่คิดจะเปลี่ยนชุดหรือหากางเกงดีๆมาใส่บ้าง รู้อยู่หรอกว่ามันก็เป็นผู้ชายคนนึง แต่ที่มิคทำเหมือนกำลังทดสอบจิตใจผมเลยว่าอดทนต่อการไม่จับมันกดได้แค่ไหน

“ผมกินไปถาดนึงแล้ว”

“คนเดียว??”

“ก็ผมหิว”

“ตัวก็เล็กแค่นี้ทำไมแดกเยอะจังวะ”

“ก็บอกไปแล้วว่าหิว”

“เออเห็นแล้ว ท้องร้องดังขนาดนั้น”

“พี่ไนท์!!”

“เออถูก...นั่นชื่อกูเอง” ผมขยับนั่งลงข้างมิค เสื้อนักศึกษาตัวโคล่งที่ตอนแรกกระดุมหลุดถูกกลัดจนเรียบร้อยทั้งสองเม็ด น้องนั่งเล่นกับเจ้าเหมี้ยวของมันที่นอนหงายท้องให้มิคเกาพุงให้

เหอะ เป็นแค่แมว ทำไมถึงหน้าด้านอ้อนคนของกู(?)วะ

“คืนนี้นอนนี้นะกูขี้เกียจไปส่ง”

“ไม่เป็นไร...เดี๋ยวผมนั่งแท็กซี่ไปเองก็ได้ เนอะเหมี้ยว”

เมี้ยววว*~*

เสียงร้องของเจ้าเหมี้ยวยังไม่น่ารำคาญเท่ากับการหลับตาพริ้มเหมือนเยาะเย้ยผมตอนที่มิคจุ๊บลงไปที่หน้าผาก

แง่งงงง

ไอ้เหมี้ยวร้องเสียงหลงตอนที่ผมตบลงไปที่หน้าผากมันด้วยความหมั่นไส้

“พี่ไนท์อย่าแกล้งมัน”

“ก็มันทำหน้ากวนตีนใส่”

“แมวมันจะทำหน้ากวนตีนเป็นได้ไง”

“คนอย่างมึงจะไปรู้ทันแมวเจ้าเล่ห์ได้ไง” น้องเบ้ปากเหมือนสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อกี้เป็นเรื่องตลก

“สรุปมึงจะกลับบ้านจริงๆ”

“อื้อ”

“ทำไมวะ....ทำไมถึงไม่ยอมนอนที่นี้”  น้องเงยหน้าขึ้นสบตาผม เขาไม่ได้พูดอะไร ส่วนเจ้าเหมี้ยวที่นอนบนตักเมื่อกี้ก็เหมือนจะรับรู้บรรยากาศที่เปลี่ยนไปเพราะมันกระโดดหนีจากตักมิคไปนอนบนเบาะนอนของมันที่มีมาตินนอนอยู่ก่อนแทน

มิค...”

“......”

“ถามจริงเหอะ ที่มึงไม่กล้านอนที่นี้เนี่ยเพราะมึงแอบชอบกูอยู่ใช่ไหม” ไหนๆมันก็เลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว การโยนหินถามทางหรือยั่วให้มิคแสดงอาการออกมามันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด

“จะบ้าเหรอพี่ไนท์ ผมไม่ได้คิดแบบนั้น”

“ถ้าไม่ได้คิดแล้วทำไมถึงไม่กล้านอน....”

“ผมแค่ไม่อยากรบกวนพี่...ก็เคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอวะว่าเกรงใจอ่ะ” น้ำเสียงน้องดูมีพิรุธ แต่ผมก็ยังไม่กล้าฟันธงอยู่ดี ผมขยับมาใกล้เขามากขึ้น น้องขยับหนีจนหลังพิงกับพนักโซฟาอีกฝั่ง

“เชี่ยพี่ไนท์ ห้ามเข้ามานะเว้ย” น้องยกเท้าใส่ แต่ผมดึงข้อเท้ามันไว้ได้ก่อน มิคพยายามดึงข้อเท้าตัวเองกลับ แต่เรื่องอะไรจะปล่อยวะ

มุมนี่แม่งโคตรดี ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่กับน้องรู้สึกเหมือนตัวเองเข้าใกล้คำว่าโรคจิตขึ้นเรื่อยๆ

“กูเคยบอกไปแล้วว่าไม่ต้องเกรงใจ...”

“พี่ไนท์...”

“ยอมรับมาเถอะมิค มันไม่ได้เกี่ยวกับเกรงใจหรือไม่เกรงใจหรอก..” ผมยิ้มมุมปากดึงขาข้างที่จับน้องเมื่อกี้แล้วลากขาน้องให้ขึ้นมานั่งบนตัก

“พี่ไนท์ ปล่อยเลย”

“ชอบก็บอกว่าชอบดิ เก็บไว้ในใจไม่อึดอัดเหรอ” น้องเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาหวาดระแวง เขากัดริมฝีปากล่างตัวเองแน่น ตอนนี้ 80 เปอร์เซ็นต์ผมมั่นใจว่าน้องรู้สึกกับผมอย่างที่ไอ้ปลาบอกจริงๆ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือขอดูมือถือมันก่อนล่ะกัน เพราะถ้าคาดหวังไปเต็มร้อยแม่งกลัวว่าจะเจ็บหนัก

“ผม...ไม่ได้ชอบ”

“เหรอวะ”

“อืม”  มือสองข้างของน้องจับบ่าผมไว้แน่นราวกับจะถ่ายเทความรู้สึกกดดันไว้ที่บ่าผม

“ถ้าไม่ได้ชอบก็แสดงว่ามึงเกลียด...ถูกป่ะ”

ใช้ไม้แข็งไม่ได้กูก็จะใช้ไม้อ่อนนี่แหละ ก็ในเมื่อมึงเลือกที่จะปากแข็งแบบนี้ กูก็ขอดึงเข้าดราม่าเลยล่ะกัน ออสก้าร์ปีนี้เชื่อเถอะไม่พ้นมือกูหรอก

“โทษทีว่ะกูไม่รู้ว่ามึงเกลียดกู...”

“........”

“กูมัวแต่ดึงดันให้มึงอยู่ด้วยตลอด” ตอแหลแล้วไง มาถึงขนาดนี้ก็เอามันให้สุดทาง ผมถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะหันหน้ามองไปทางอื่น มือสองข้างที่ตอนแรกประคองและกอดเขาไว้ถูกปล่อยให้ตกลงด้านข้าง น้องเม้มปากแน่น ผมมองเห็นผ่านหางตาว่าสีหน้าน้องดูไม่สบายใจเท่าไหร่

ถ้าไม่สบายใจก็สารภาพมาเลยมิคบอกมาเลยว่าชอบกู

“พี่ไนท์”

“อืม...”

“อย่าทำหน้าแบบนี้ดิ...” น้องใช้มือสองข้างประคองหน้าผมให้หันไปมองหน้าเขา

“ก็มึงเกลียดกู...คนที่บอกว่าเกลียดกันมานั่งอยู่ตรงหน้าแบบนี้จะให้กูยิ้มรับหรือไง....”

“พี่ไนท์” น้องทุบไหล่ผมมาทีนึง “มันไม่ใช่แบบที่พี่คิด...”

“ไม่ใช่แบบที่กูคิดแล้วมันเป็นแบบไหนวะ กูรู้กูมันน่ารังเกียจมิค ผ้าขาวแบบมึงคงไม่อยากคบกับผ้าสกปรกแบบกูหรอก”

“.........”

“โทษทีที่ดึงมึงเขามาเกี่ยวพันกับเรื่องของกูตลอด ต่อไปถ้ามึงอยากทำอะไรก็ทำได้เลยนะ เรื่องที่เคยขอให้เป็นแฟนปลอมๆ มึงไม่ต้องเป็นแล้วก็ได้ ผู้หญิงสองคนนั้นเดี๋ยวกูจัดการเอง แล้วก็...ไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครมาว่ามึงนะมิค กูจะบอกคนอื่นเองว่ากูเป็นคนบอกเลิกมึง เขา...จะได้โทษกูแค่คนเดียว”

“พี่...” น้องกำเสื้อที่บ่าผมแน่น จ้องมองเข้ามาในดวงตาผมด้วยสายตาน่าสงสาร แต่มาขนาดนี้แล้ว ยังไงก็ต้องให้น้องสารภาพให้ได้ว่าชอบ

ผมรีบหลบสายตาเขาทันทีที่ความสงสารเข้ามากระแซะความตอแหล กลัวตัวเองใจอ่อนแล้วจะเปิดเผยความตอแหลให้น้องรู้

“ส่วนเจ้าเหมี้ยวมึงก็ไม่ต้องห่วง กูจะดูแลให้จนกว่ามันจะหาบ้านได้ แล้วถ้ามึงอยากมาเยี่ยมมันตอนไหนก็ไลน์มาบอกกูก่อน สัญญาว่าจะไม่อยู่ให้รำคาญใจ” ผมอุ้มน้องลงจากตัก ก่อนจะขยับลุกขึ้น

“มึงกลับเองได้ใช่ไหมมิค กูว่าจะเข้าไปอาบน้ำแล้ว”

“.........” น้องไม่ตอบ ผมเองก็พยายามเดินช้าๆ กะว่าให้มันพูดรั้งอะไรมาสักอย่าง จนผมเดินเข้ามานั่งบนเตียงน้องมันก็ยังไม่เดินตามเข้ามา

อะไรวะ...หรือเรื่อง 80 เปอร์เซ็นต์ที่กูมั่นหน้ามันผิด

“พี่ไนท์...” นั่นไงมาแล้ว จะเข้ามาสารภาพรักกับกูแล้วสินะ มาเลยน้องแมว พี่เตรียมรับฟังคำตอบแล้วครับ

มิคเดินเข้ามาในห้อง หยุดอยู่ตรงหน้าผมที่นั่งอยู่บนเตียง

“ว่า...” ผมสูดลมหายใจเข้าปอด ดุนลิ้นตรงกระพุงแก้มไม่ให้เผลอยิ้มก่อนจะค่อยๆเงยหน้ามองน้อง

“เมื่อกี้พี่ปลาโทรมา...ผมเอามาให้พี่ไม่ทัน...เขาวางไปแล้ว”

“อ่อไม่เป็นไร ขอบคุณนะ....” ผมรับโทรศัพท์จากน้องมาเสร็จ มันก็เดินไปใส่กางเกงที่ถอดทิ้งไว้ในตะกร้า ภาพตอนใส่กางเกงเป็นอะไรที่ผมโคตรอิน อย่าหาว่าหื่นเลย แต่มันดีมากอ่ะ ลองคิดภาพกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวสั้นถูกกางเกงสแล็คขนาดพอดีตัวดันขึ้นจนถึงเป้าดิครับ…..ผมบอกเลยว่าโครตดี

“ผมกลับแล้วนะ”

“อ่าว” งงเลยว่ะ แผนที่คิดไว้ไม่ใช่แบบนี้สักหน่อย ผมเดินตามมิคออกมาข้างนอก เห็นน้องกำลังนั่งยองๆตรงเบาะนอนที่มีเจ้าเหมี้ยวกับมาตินนอนอยู่

ท่าทางเหมือนน้องจะร่ำลาเจ้าสองตัวนั้นยังไงก็ไม่รู้

“มิค”

“ครับ” น้องเงยหน้ามองผม ลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะเดินไปหยุดที่ประตูห้อง

“แค่นี้..เหรอวะ”

“อืม แค่นี้แหละ”

ปัง*!!*

เชี่ยยย รู้สึกเหมือนตัวเองพลาดอะไรไป ไม่หรอกมั้ง ไม่น่าใช่อย่างที่ผมคิดหรอก ทวิตนั้นต้องเป็นของน้องดิ แต่กูยังไม่เห็นในโทรศัพท์น้องเลยว่ามันเป็นของน้องไหม

ที่ผ่านมาเปอร์เซ็นต์ว่าน้องชอบมันพุ่งปรี๊ดไปจนถึง 80 เปอร์เซ็นต์เพราะท่าทางและอาการน้องอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งท่าทางและอาการมันตัดสินจากประสบการณ์และแรงมโนของกูล้วนๆ

เหี้ยแล้ววววววว

อย่าให้เป็นแบบที่ผมคิดเลย

ผมเดินกลับเข้ามาในห้องนอนพยายามคิดว่ามีตรงไหนที่ตัวเองทำพลาด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากะว่าจะโทรปรึกษาปัญหากับไอ้ปลา แต่มันก็ดันไม่รับ เอาวะเดี๋ยวค่อยไปคุยกับพวกมันพรุ่งนี้ก็ได้

“โง่ มึงมันโง่อินอ สมองไม่มีหรือไงไปถามน้องแบบนั้น” เช้ามาผมก็รีบแต่งตัวมาคณะเลย บอกตรงๆว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับ มาถึงพอเจอพวกไอ้ปลาก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พวกมันฟัง และก็อย่างที่เห็นพอเล่าจบเสียงด่ายันแม่และต้นตระกูลก็มาเป็นระลอก

“ก็กูคิดว่าน้องชอบกู”

“ขนาดตัวกูยังบอกแค่ 20 เปอร์เซ็นต์แล้วมึงไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าน้องชอบมึงแน่นอนน่ะห๊ะ!!!”

“ไม่ได้แน่นอนแค่ 80 เปอร์เซ็นต์เอง”

“ยังมีหน้ามา 80 เปอร์เซ็นต์เองอีกเหรอวะ กูว่ามึงนกแล้วแหละ”

“ใช่กูเห็นด้วยกับอิปลา เรื่องนี้กูไม่อยากยุ่งนะนอแต่กูขอเสือกเลยล่ะกัน มึงมันโง่ สมน้ำหน้า กูว่าน้องคงไม่มาให้มึงแทะโลมอีกแล้ว เล่นใหญ่เล่นโต เป็นไงล่ะสัด เข้าตัวเองเลยไง!!” ไอ้โดมพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย มันเบ้ปากสมน้ำหน้าผมไม่ต่างจากไอ้ต้นที่ยืนอยู่ใกล้ๆกัน

“ประเด็นคือหลังจากนี้มึงจะเข้าหน้าน้องติดไหม ไปเล่นใหญ่กล่าวหาว่าน้องเกลียดตัวเองขนาดนั้น ป่านนี้คงเข้าใจไปเองแล้วมั้งว่าที่มึงพูดยืดยาวขนาดนั้นอาจจะเป็นมึงเองหรือเปล่าที่เกลียดเขา” ที่ไอ้กู๊ดพูดมาก็ถูก แต่ที่เมื่อคืนกล้าเล่นใหญ่เพราะผมมั่นใจว่าน้องต้องรู้สึกกับผมบ้าง คนเราอยู่ด้วยกัน เห็นสีหน้า เห็นความเขิน รวมถึงเห็นการกระทำทุกอย่างที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน บอกตรงๆว่าความคิดที่ว่าน้องชอบผมมันแตะถึง100เปอร์เซ็นต์แล้วด้วยซ้ำ แต่ที่ยั้งๆและบอกตัวเองว่า 80 เพราะกลัวใจตัวเองจะผิดหวัง แต่พอเจอแบบนี้เข้าไปรู้เลยว่าไอ้การเผื่อใจไว้ 20เปอร์เซ็นต์แบบนั้นไม่มีผลอะไรเลยสักนิด

“แล้วน้องมันจะมางานขายบัตรไหมเนี่ย” ผมส่ายหน้า เอกสารที่ไอ้ปลาฝากมาเมื่อวานก็ยังไม่ให้น้องมันเลย

“กูว่ามาแหละ น้องมันรับปากแล้วว่าจะมายังไงก็ต้องมา มึงไม่ลองโทรหาน้องล่ะวะ”

“เอาไว้ใกล้เปิดโต๊ะเดี๋ยวกูโทรตามล่ะกัน” พวกเราจะเริ่มขายบัตรคอนการกุศลตอนเก้าโมง ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงกว่า แต่ก็มีคนมายืนรอกันเยอะแล้ว ตอนที่ผมเดินเข้ามาก็มีคนตะโกนถามผมเหมือนกันว่ามิคจะมาตอนไหน แต่ผมไม่ได้ตอบ แกล้งทำหูหนวก ไม่ได้ยิน แล้วรีบเดินหนีมาเลย

“เชี่ยไนท์”

“ห้ะ??”

“ซวยแล้ว...พี่เกรทมาว่ะ” เป็นไอ้ต้นที่สะกิดบอก หน้าพี่เกรทแม่งพร้อมฆ่ากูมาเลยเหอะ ถ้ามันรู้ว่าผมกับมิคมีปัญหากันมันเอาผมตายตรงนี้แน่

“ไอ้ไนท์ มาแล้วเหรอวะ แล้วแฟนมึงอ่ะไม่ได้มาพร้อมกันเหรอ” เชี่ยพี่เกรทแม่งพูดซะกูช้ำเลย คำว่าแฟนของพี่มันกระแทกเข้ามาในใจจนเจ็บแปลบไปหมด แม่งเอ๊ยยย ยิ่งคิดก็ยิ่งพลาด ผมไม่น่าเลยว่ะ ไม่น่าเล่นแบบนั้นเลย

“............”

“เงียบทำไม?? หรือว่าน้องไม่มา”

“มาพี่ พอดีมิคมันแวะไปคณะน่ะ” ไอ้โดมพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ผมกำลังจะบอกความจริงกับพี่เกรท

“อ่าวเหรอ ยังไงมึงโทรเร่งน้องได้ไหมวะ กูว่าจะเรียกประชุมก่อน”

“ครับพี่ เดี๋ยวโทรให้” ผมรับปากพี่เกรทที่เดินมาตบบ่าผมเบาๆก่อนจะเดินไปดูงานทางอื่นต่อ

“อาการแบบนี้แถวบ้านกูเรียกว่าโดนของ”

“ของหนักด้วยว่ะไอ้โดม เพราะของที่แม่งเล่น สร้างเองกับมือ ฮ่า ฮ่า” พวกเหี้ยนี่พอเห็นกูล้มล่ะรีบเหยียบกูจังเลยนะ

“กูว่ามึงโทรหาน้องตอนนี้เลยเหอะ” ไอ้ปลาพูดแทรกเสียงหัวเราะของพวกไอ้โดมไอ้ต้น

“นั่นดิเรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยมาคิด ค่อยมาแก้” ผมพยักหน้าหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกไปข้างนอก เชื่อไหมว่าผมทำใจอยู่นานมากกว่าจะกดโทรออกไปหาน้อง เสียงสัญญาณรอสายไม่รู้ทำไมครั้งนี้มันยาวนานเกินกว่าปกติ คิดแล้วก็อยากจะด่าตัวเองอีกรอบ ไม่น่าเล่นอะไรแบบนั้นทั้งๆที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดเลย

มั่นใจในตัวเองแบบผิดๆ

สุดท้ายเป็นไงล่ะ คนที่เจ็บก็กูเองครับ

“พี่ไนท์” เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลัง พอหันไปก็เห็นว่ามิคยืนยกมือถือบอกผมเป็นสัญญาณว่าเขาอยู่ตรงนั้น

“มานานยัง” ผมเดินมายังจุดที่น้องยืนอยู่ “ทำไมเหงื่อออกขนาดนี้ วิ่งมาเหรอวะ”

“อื้อ ผมกลัวไม่ทัน”  น้องตอบพร้อมกับใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ไหลซึมอยู่ข้างแก้ม  ส่วนผมพอเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรวบผมหน้าม้าของเขาขึ้นก่อนจะใช้มืออีกข้างพัดไปมาที่หน้าผากเขา

“แล้วทำไมไม่โทรหากู”

“ผมเกรงใจ”

“เกรงใจอีกแล้ว”

“พี่ไนท์...ผมขอโทษ”

“ขอโทษอะไรล่ะ....มึงไม่ผิดสักหน่อย รีบเข้าไปข้างในเถอะ ร้อน”

“พี่ไนท์....”

“ว่า....”

“เรื่องเมื่อคืน”

“ช่างเถอะมิค จริงๆกูไม่ได้อยากได้คำตอบอะไรแล้ว ให้มันเป็นเหมือนเดิมนั่นแหละ”

“...........” น้องเงียบไม่ได้ตอบอะไร ผมไม่รู้ว่าน้องกำลังคิดอะไรอยู่ ในหัวที่เคยมั่นหน้าว่าน้องชอบตัวเองลดระดับลงจนติดลบ

เผลอคิดไปด้วยว่าถ้าเมื่อคืนตอนที่ไซโคอยู่น้องมันตอบกลับมาว่าเกลียด.... ผมจะทำยังไง เพราะงั้นทางที่ดีที่สุดคือรีบปัดเรื่องเมื่อคืนให้มันจบๆ ผมไม่อยากฟังคำตอบแล้วว่าสุดท้ายน้องชอบผมไหม

จะไม่ตามหาด้วยว่าแอคทวิตที่ไอ้ปลาเอามาให้เมื่อคืนเป็นของน้องหรือเปล่า

ตอนนี้ผมขอแค่ให้ได้อยู่กับน้องทำให้น้องสบายใจก่อน ส่วนเรื่องอะไรที่ผมยังไม่รู้ผมก็จะไม่ขอรับรู้ล่ะกัน

“ผม....ชอบพี่”

ห้ะ...เดี๋ยวนะ..เหมือนผมได้ยินอะไรแปลกๆ

"...เมื่อกี้มึงพูดว่าไงนะมิค....”

“ผม....ชอบพี่ไนท์...”

เฮ้ยยยยยยยย

เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!

เมื่อกี้ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหมวะน้องบอกว่าน้องชอบผม

เชี่ยยยยย อย่าบอกนะว่าที่ลงทุนตอแหลไปเมื่อคืนแม่งได้ผลขึ้นมาจริงๆ

แม่เหยดดดดดดดดด

เห็นไหมมมมมพวกมึงเห็นไหมมมมม!!!

กูบอกพวกมึงแล้วว่าน้องแม่งชอบกู

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว