ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 :: เบลอ??

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 :: เบลอ??

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2562 09:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 :: เบลอ??
แบบอักษร

เบลอ**??**

Porpar of Y*:: อิไนท์ สเตตัสยาวขนาดนี้ถามจริงน้องนอนกับมึงไหม*

ไม่แปลกใจหรอกที่ไอ้ปลาถาม เพราะเมื่อวานตอนที่ผมถามน้อง ผมก็เดินมาปิด live ก่อนที่มิคจะตอบอะไร คือไม่ใช่อะไรหรอกนะครับ

ผมแม่งกลัวขายขี้หน้าพวกขี้เสือกที่นั่งติดจอรอดูอยู่ไง คือเอาจริงๆผมจะไม่โกรธเลยถ้าพวกมันช่วยพูดให้ผมสักประโยคสองประโยค แต่นี่ไม่ใช่

ไม่ช่วยพูดแล้วยังชวนคุยเรื่องอื่นไปอีก กะอีแค่สัญญาที่ให้กับกูไว้พวกมึงยังทำไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับการ live ครั้งหน้า เหอะ พวกมึงจำเอาไว้เลยนะคนอย่างนรพัฒน์ไม่ใช่บุคคลที่จะมาเล่นด้วยง่ายๆ

สาบานเลยว่าถ้ามิคสอบเสร็จ กูจะทำให้พวกมึงอกแตกตาย ให้แม่งคิดถึงแมวมิคของพวกมึงจนคลั่ง กูจะไม่ live ห่าเหวนี้อีกเป็นอาทิตย์ จะเอาให้แม่งกระอักเลือดตายให้หมด

เออใช่!! กูพาล

นกไงกูเลยพาล

Porpar of Y*:: อิไนท์คะอ่านแล้วก็ตอบ*

*TonTon::***ใช่ทุกคนอ่านครบหมดแสดงว่ามึงอ่านแล้ว

Nighteiei:: ทีอย่างนี้ล่ะอยู่กันพร้อมเพรียงเลยนะพวกมึง**

Dome parka dum::เห็นเงียบๆความเสือกกูเพียบนะครับผม

GooDDooG:: *สติ๊กเกอร์ปูเสื่อรอ*

Porpar of Y:: สรุปว่าไงน้องนอนกับมึงไหมเมื่อคืน

Nighteiei:: นอนห่าอะไรล่ะ พอกูพูดเสร็จมันก็แค่ยิ้มแล้วพูดว่าโทษทีนะพี่ไนท์แค่นี้ครับ มีแค่นี้ ไม่มีคำอื่นต่อท้ายอะไรสักอย่างสุดท้ายแล้วไง คนอย่างกู เดือน SI อย่างกู แม่งนกนกครั้งแรกในชีวิต!!!!**

Porpar of Y*:: หึหึ กูบอกแล้วน้องกูไม่ง่ายค่ะเฮ้อออ ดีต่อใจแม่จริงๆรอดเงื้อมมือปีศาจไปอีกวัน*

Nighteiei:: กูไม่เคยคิดจะทำอะไรน้องมึง**

*Porpar of Y::***ตอแหลไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะจ๊ะ

*TonTon::***ขนาดนี้แล้วมึงก็ควรจะยอมรับได้แล้วไหมไนท์

*Nighteiei::***กูไม่ได้หมายความถึงเรื่องนั้นที่กูพูดกูหมายถึงเรื่องเมื่อคืน

*Nighteiei::***เพราะเมื่อคืนกูก็แค่อยากให้น้องนอนด้วยกันเฉยๆไม่ได้คิดจะทำอะไรเขา ส่วนเรื่องความรู้สึกถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วจริงๆกูไม่เบี้ยวพนันที่ดีลไว้กับพวกมึงหรอกน่า

ผมคุยกับพวกไอ้ปลาอีกสองสามประโยคก็กดออกจากแอพพลิเคชั่นไลน์มือถือถูกโยนไว้ข้างๆ พร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ดังออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

ผมเคยบอกไปแล้วว่าตัวเองไม่เคยยึดติดกับช่วงเวลาถ้าจะตกหลุมรักใครสักคนนึง ไม่ว่าคนๆนั้นจะเจอเพียงแค่ 1 วันหรือรู้จักกันมา 10 ปี

ที่ผ่านมาผมรู้ดีว่าความรู้สึกที่มีต่อมิคมันพิเศษ แต่ผมไม่เคยยอมรับมันอย่างจริงจัง

ผมหาข้ออ้างให้กับตัวเองทุกครั้งที่เริ่มแตะใกล้ความรู้สึกพิเศษนั้นแต่เมื่อคืนหลังจากที่น้องปฏิเสธ ผมรู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองบ่ายเบี่ยงมาตลอดคืออะไรจริงๆมันก็ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น เพราะสิ่งที่รู้สึกตอนนี้ มันยังก่ำกึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างความรู้สึกดีกับการเอาชนะดังนั้นตอนนี้ผมก็แค่อยากเรียนรู้มันไปพร้อมๆกับทำให้น้องรู้สึกดีไปด้วยเพราะจากการกระทำทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้น ผมรับรู้ได้ว่า น้องไม่เคยรู้สึกอะไรกับผม ชีวิตมันมีแค่

เรียน 

กิน

เพื่อน

และแมว มีวนเวียนไปหามาตินบ้าง แต่ไม่เคยแวะเวียนมาหาผมเลยสักครั้ง ยกเว้นว่าผมจะใช้กำลังในการเอาชนะ

ไม่ว่าจะจูบ (ที่ชาวบ้านเรียกปากแตะปากในวันแรก)

ดูดคอ (ในวันที่สัมภาษณ์เว็บ dek-ven)และเมื่อคืนที่ทำมันซ้ำอีกครั้ง

ทุกอย่างล้วนเกิดจากการบังคับทั้งนั้น

แม่งเศร้าเนอะ เดือน SI อย่างผมการจะ make love หรือดูดคอใครสักคนกลับต้องใช้กำลังบังคับ และเอาเงื่อนไขข้อตกลงมาบีบให้เขาทำตาม โคตรของโคตรทุเรศอ่ะ

นี่ถ้าน้องมันปฏิเสธว่าไม่หรือห้ามอย่างจริงจัง ผมคงไม่กล้าทำอะไรแบบนั้นแน่ๆ3 ครั้งที่ผ่านมา น้องมันไม่เคยปฏิเสธจริงจังเลยสักครั้ง จะมีครั้งสุดท้ายที่พูดเยอะหน่อยว่ามันไม่ถูกต้องนั่นนี่ แต่สุดท้ายการพูดครั้งนั้นก็ไม่ได้ชัดเจนว่าห้ามผมทำในครั้งต่อไปอยู่ดี

ซึ่งมันต่างจากการร้องขอให้นอนด้วยลิบลับ เมื่อคืนที่ผมเอ่ยปากขอให้น้องอยู่ น้องปฏิเสธออกมาชัดเจนมากว่าจะไม่นอน ทั้งแววตาและคำพูดทำให้ผมไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อ

ยอมรับอย่างไม่อาย ตอนที่ได้ยิน ผมรู้สึกหน้าชาและจุกรับรู้เลยว่าผมไม่ชอบให้ตัวเองโดนมิคปฏิเสธแบบนี้ถ้าในอนาคตผมมั่นใจว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับน้อง แล้วน้องแม่งปฏิเสธขึ้นมา คิดไม่ออกเลยว่าถึงตอนนั้นผมจะรู้สึกแย่แค่ไหน

สี่วันผ่านไปแล้ว

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้นับรวมแล้วก็สี่วันเต็มๆที่ผมไม่ได้เจอมิค น้องไม่ได้เข้ามาหาผมที่ห้อง ผมไม่เจอมันที่มหาลัย ไม่เจอที่โรงอาหาร ไม่มีข่าวคราวผ่านโซเชียลหรืออะไรก็แล้วแต่ที่สามารถสืบหาข่าวจากมิคได้

ผมไม่กล้าเอ่ยปากคุยกับเจ้าตัวในไลน์ก่อน สาเหตุเพราะรู้ว่ามันยังสอบอยู่ แต่ที่ดูจะเป็นหลักใหญ่และไม่กล้าติดต่อไปจริงๆก็คือเรื่องโดนปฏิเสธวันที่ live นั่นแหละคิดถึงมันทีไรหน้าผมก็ชาวาบขึ้นมาทันที

“หน้าตึงเชียวคุณนอ” เป็นไอ้กู๊ดที่เดินมานั่งลงข้างผม มันสองคนหัวเราะร้ายพร้อมกับไอ้โดมและไอ้ต้นที่นั่งลงฝั่งตรงข้าม

“เรื่องของกูน่า”

“เรื่องของมึงน่ะกูรู้ แต่พรุ่งนี้จะมีเปิดขายบัตรคอนการกุศลของคณะวันแรก มึงจะมาทำหน้าส้นตีนแบบนี้รับแขกไม่ได้นะจ๊ะนรพัฒน์” ไอ้ปลาทั้งด่าและจิกตาใส่

“เออกูรู้แล้ว” บัตรการกุศลที่ไอ้ปลาพูดเป็บบัตรคอนเสิร์ตที่ SI เปิดขายเพื่อหารายได้สบทบทุนทำค่ายอาสาของคณะ  แน่นอนว่าหนึ่งในคนที่จะขึ้นไปเล่นคอนครั้งนี้มีผมด้วย

“รู้แล้วก็หัดทำตามบ้าง ทำหน้าเหมือนเห็บหมาแบบนี้ คนที่เขาจะมาซื้อบัตรคงหนีหายไปกันหมด” ผมพยักหน้ารับรู้คำสั่งจากเพื่อน จริงๆก็ไม่อยากไปหรอกครับ แต่คนอย่างผมจะทำอะไรได้ เพราะงานครั้งนี้เป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ของคณะ “เออแล้วพี่เกรทที่อยู่ปีสี่มาคุยกับมึงเรื่องมิคหรือยัง”

“ไอ้พี่เกรทอ่ะนะ มันจะมาคุยกับกูเรื่องน้องทำไม วันก่อนเจอมันที่คณะยังแซวกูยิกๆว่ามิคน่ารักนั่นนี่ ถ้ามึงหมายถึงเรื่องที่มันมาชวนกูพาน้องไปร้านเหล้าล่ะก็ เรื่องนั้นกูปฏิเสธมันไปแล้ว”

“แหมมม พอพูดเรื่องน้องทีไร อธิบายซะยาวยืดเลยนะจ๊ะ นี่ขนาดบอกว่าไม่อยากแตะต้องแม้กระทั่งปลายเล็บนะเนี่ย”

“.............” ผมเงียบเพราะแม่งถ้าพูดไปก็เข้าตัวเองไง เรื่องไม่อยากแตะต้องที่เคยพูดกับไอ้ปลาคราวนั้นผมเอากลบฝังดินไปแล้วเพราะตอนนี้กูอยากแตะต้องแม่งทั้งตัว

“กูเห็นนะคะรอยฟันจาก live ครั้งก่อนเด่นหรา อยู่บนคอน้องเลยนะสัด”

“รอยฟันเหี้ยอะไรไม่มีเหอะ อย่ามโนปลากูขอร้อง”

“คนอย่างกูจะพูดอะไรมีเหรอคะที่จะไม่พกหลักฐานมาด้วย” ไอ้ปลาหยิบมือถือขึ้นเปิดรูปน้องในชุดเสื้อยืดสีขาว เป็นรูปแคบจาก live ที่ถ่ายตอนอยู่ในห้องผม

“ไหนๆเอามาดูสิ” เพื่อนในกลุ่มผลัดกันดูและส่งสายตาล้อๆมาให้ผมเป็นระยะ และก็เป็นไอ้ต้นที่พูดแซวขึ้นก่อน

“โถ่ไอ้ปลา อย่าว่าไอ้ไนท์มันเลย มันก็พูดถูกของมันนะไม่แตะปลายเล็บ....”

“แต่ไปแตะที่ซอกคอน้องแทนนนนน” เกลียดเสียงลากยาวในตอนท้ายของเชี่ยโดมที่สุด

“เอาน่าพวกมึง หมั่นไส้มันพอประมาณเหอะ” นี่ไงเพื่อนผม ไอ้กู๊ดคนจริงไม่เคยด่าว่าหรือทับถมเพื่อนอย่างผมเลยสักครั้ง “แค่นี้มันก็กลืนน้ำลายตัวเองจะตายห่าอยู่แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เมื่อกี้ที่บอกว่ามันคนจริงกูขอถอนคำพูดเลยล่ะกัน

“เออ พอๆ หยุดแซวมันสักสองนาทีนะ กูขอคุยเรื่องงานกับมันสักแป๊บ” ไอ้ปลาพูดคนอื่นก็ยอมเงียบจริงๆ แต่ถึงแม้จะหยุดแซวแล้วแต่สายตาล้อเลียนและเสียงกระซิบกระซาบยังคงอยู่ โดยเฉพาะไอ้ต้นกับไอ้โดม

“คืองี้นะไนท์ พี่เกรทเขาจะให้มึงชวนมิคมางานนั่งบูธขายบัตรคอนครั้งนี้ด้วย ซึ่งกูไลน์ไปถามน้องบ้างแล้ว แต่น้องยังไม่ได้ให้คำตอบว่าจะมาหรือไม่มา เลยกะว่าจะให้มึงชวนให้อีกรอบ”

“ทำไมต้องเอามิคไปวะ ร้อนจะตายห่า ปีที่แล้วไปนั่งขายกันกลางสามแยก กว่าจะขายหมดแม่งต้องเวียนกันตั้งแต่เช้ายันเย็นเกือบ 3 วัน” ผมจำได้ว่าปีที่แล้วพวกไอ้โดมบ่นกันยับ เพราะบัตรขายไม่ได้ ขนาดมีบางกลุ่มไปเร่ขายตามคณะอื่นๆแล้วก็ยังเหลือบัตรอีกเกือบ 1000 ใบ สุดท้ายก่อนเปิดการแสดงเพียงไม่กี่วัน สโมต้องเกณฑ์พวกงานดีของSIแต่ล่ะชั้นปี มาตั้งเต็นท์เปิดโต๊ะขายกันตรงสามแยก  ซึ่งสามแยกคณะไม่ใช่เรื่องที่พระอาทิตย์จะปราณี ถึงมีเต็นท์ช่วยกันแดดแล้วแต่มันก็ยังร้อนยิ่งกว่านรก สโมปีที่แล้วคิดผิดที่ตั้งกันตรงสามแยก แต่ไม่รู้ครั้งนี้พวกพี่เกรทที่มีอำนาจเต็มในสโมมันจะอุตริให้พวกผมไปนั่งเปิดโต๊ะขายกันตรงนั้นอีกไหม

แถมในบูธวิศวะก็มีแต่พวกเสือ สิงห์ กระทิง แรด แค่คิดคำนวณในหัวก็รู้สึกไม่อยากให้มันไปแล้วว่ะ สงสารน้องที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ สงสารตัวเองด้วยที่ต้องมานั่งกันท่าพวกห่านั่น

“พี่มันบอกแล้วว่าจะขายใต้คณะ”

“แล้วถ้าแม่งขายไม่หมดล่ะ มันก็ระเห็จไปตั้งตรงสามแยกแน่ๆเชื่อกูดิ”

“เพราะงี้ไง พี่เกรทเขาถึงบอกให้มึงชวนมิคมานั่ง เพราะทุกคนมั่นใจและเชื่อมั่นว่ามิคแม่งตัวขาย มึงเชื่อไหมตอนลงเพจโปรโมทเรื่องนี้ กูให้คนในเพจโหวตคนนอกมานั่งบูธ ชื่อมิคนี่นำโด่งมาเป็นอันดับหนึ่งแบบไม่มีใครตามทัน”

“ไม่อยากให้น้องไปเลย”

“มึงไม่ต้องห่วงที่จะมีคนแทะโลมแฟนมึงหรอกน่า แค่มึงไปทำหน้านิ่งๆในบูธก็ไม่มีใครกล้ากับมึงแล้วแถมพี่เกรทรับรองความปลอดภัยให้อีกมึงหายห่วงเลยเชื่อกู...”

“กูไม่รู้ว่ะ”

“ฟังนะคุณไนท์ ตั้งสติและคิดเยอะๆว่าต้องทำเพื่อคณะ เรื่องนี้จะมาตัดสินใจด้วยตัวมึงคนเดียวไม่ได้ นึกถึงส่วนรวมบ้างดิวะ น้องเองมันก็คงอยากช่วยแหละ งานการกุศลแบบนี้”

“เออ”

“และขอร้องว่าห้ามไปไซโคมิคว่าไม่ต้องไปนะคะ เพราะแค่นี้กูก็ยังไม่ได้คำตอบจากน้องเลยว่าสรุปน้องจะมาได้ไหม ไม่ต้องมาแอบยิ้ม ถ้ามึงไซโคน้องเรื่องนี้มึงไม่ตายดีแน่นอนค่ะ”

“กูยังไม่ได้คิดจะทำห่าอะไรเลย”

“แค่เห็นสายตามึง กูก็รู้แล้วไหม” ผมกำลังจะเอ่ยปากโต้กลับ แต่เหมือนจะมีเสียงโทรศัพท์ดังแทรกเข้ามาก่อน

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

“ใครโทรมาตอนนี้วะ” ไอ้ปลาไม่วายบ่นตอนที่หันไปค้นโทรศัพท์ในกระเป๋าของมัน

“เชี่ยยยย”

“อะไร??” พวกผมพูดขึ้นพร้อมกันตอนที่ไอ้ปลาหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“มิคโทรมา ฮืออออ สาธุขอให้เป็นเรื่องดี ขอให้เป็นเรื่องดี” ไอ้ปลาเป่าเพี้ยงที่โทรศัพท์สองสามทีแล้วค่อยรับ พวกเราทั้งกลุ่มรอฟังคำตอบน้องว่าสรุปมิคจะเอายังไง เพราะถ้าสมมติการที่น้องมาแล้วสามารถทำให้บัตรมันขายง่ายขึ้นคนในคณะก็ไม่ต้องไปเดินเร่ขายหรือตั้งโต๊ะตรงสามแยก แต่คนที่จะแย่และไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ก็กูนี่แหละ

“โอเคๆ งั้นเดี๋ยวพี่ให้ไอ้นอเอาเอกสารไปให้...เอาน่ามันว่าง....เต็มใจขนาดนี้มันไปได้อยู่แล้ว...โอเคจ้า...หวัดดีค่ะ” ไอ้ปลาวางโทรศัพท์แล้วหันมายักคิ้วใส่ผม

“อะไร”

“อยากรู้ล่ะสิว่ากูคุยอะไรกับน้อง”

“เหอะ” ผมพ่นลมหายใจแล้วหันหน้าหนีไอ้ปลาที่หัวเราะให้ผมราวกับหมาที่บ้านเพิ่งตาย

“สรุปว่าน้องไป...”

กูว่าแล้ว ไอ้มิคแม่งทำอะไรไม่เคยปรึกษาผมอ่ะ

“หน้าเสียเลยดิสัด สงสารว่ะ” ไอ้โดมตบไหล่ผมเหมือนเข้าใจแต่หน้ามึงยิ้มแบบเยาะเย้ยกูมากเลยครับคุณโดม

“แต่กูมีเอกสารจะเอาไปให้น้อง เป็นเอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับงานคอนการกุศลว่าจะมีใครมาขึ้นคอนบ้าง กูฝากมึงเอาไปให้ได้ไหม”

“ได้ แล้วมึงไม่ไปเหรอวะ” ไม่ต้องคิดอะไรให้วุ่นวายเลยครับ สี่วันแล้วนะที่ผมไม่ได้เจอมันอ่ะ เสียงก็ไม่ได้ยิน ในโซเชียลก็ไม่มีรูปอะไรให้ตาม เหมือนแม่งหลุดหายไปจากโลกใบนี้ ถ้าเจอกันผมก็อยากจะถามเหมือนกันว่าไม่คิดจะติดต่อหาผมเลยหรือไง ไม่คิดจะถามหาเจ้าเหมี้ยวของมันบ้างเลยเหรอว่าแมวที่มึงเอามาฝากกูไว้มันเป็นยังไงบ้าง ถ้ากูไม่ติดต่อไปก็แสดงว่ากูรอมึงติดต่อมา บ่นได้แค่ในใจนี่แหละพอถึงเวลาจริงๆก็ไม่กล้าพูดเรื่องนี้อยู่ดี

“กูยุ่งต้องไปซื้อของเตรียมงานกับกู๊ด” ตอนไอ้ปลาพูดเรื่องเตรียมงานกับไอ้กู๊ด พวกผมสามคนหันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ผมกับพวกมันแอบคิดกันเงียบๆว่าปลากับกู๊ดต้องมีซัมติง แต่พวกเรายังจับกันไม่ได้คาหนังคาเขา เพราะถ้าจับได้พวกผมจะแซวให้ยับ เอาให้ไอ้ปลามันกระอักเลือดตาย

“ส่วนกูกับไอ้ต้นมีวาระแห่งชาติ นัดตีฮอนกับเด็กไฟฟ้า ต้องขอโทษที่ไม่ได้ไปเสือกเรื่องของมึงจริงๆ อย่าเสียใจนะเว้ย นอ ครั้งหน้ากูไม่พลาดเสือกเรื่องของมึงแน่ๆ หึหึ”

พวกเราแยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเอง ผมใช้เวลาขับรถมาถึงโรงอาหารกลางและหาที่จอดรถเกือบครึ่งชั่วโมง ดีนะที่ไม่ใช่ช่วงเที่ยงคนในโรงอาหารเลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

“พี่ไนท์”

“อ่าว นี่เพื่อนมิคป่ะ”

“ใช่ค่ะ นี่ปุ่นเอง พี่ไนท์มาหามิคใช่ไหมคะ” ผมพยักหน้าบอกน้องเขา “อยู่ตรงนู้นเลยค่ะ โต๊ะท้ายๆ นอนเฝ้าโต๊ะอยู่”

ผมมองตามนิ้วที่น้องเขาชี้ เห็นแมวง่วงกำลังนอนหลับฟุบอยู่กับโต๊ะพอผมเดินเข้ามาใกล้ เพื่อนคนอื่นๆของเขาก็ยกมือไหว้แล้วขยับที่นั่งไปโต๊ะติดกันแทน

พวกเขาปล่อยให้ผมกับน้องนั่งโต๊ะนั้นกันสองคน

“เพลียน่าดูเลย” อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบหัวแมวที่ยังหลับอยู่ เสียงครางเบาๆในลำคอร้องออกมาราวกับพอใจที่มีคนลูบหัวให้

“ใช่ค่ะ” เป็นเพื่อนอีกคนที่พูดแสดงความคิดเห็น เธอเดินมาหยิบกระเป๋าแล้วคงได้ยินประโยคเมื่อกี้ของผม “ปกติมิคเป็นประเภทอ่านโต้รุ่ง ยิ่งวันที่ใกล้สอบจะเอาพลังทั้งหมดไปกับการอ่านหนังสือโดยไม่สนใจอะไรเลย นี่นัดก็เป็นคนไปรับมาจากบ้าน เพราะถ้าปล่อยให้ขับรถมาเองมีหวังเกิดอุบัติเหตุ หรือถ้านั่งรถตู้มาเองก็หลับจนเลยป้าย”

ผมพยักหน้ารับรู้

“แล้วนี่มีสอบอะไรกันอีกไหม”

“ไม่มีแล้วค่ะ เห็นมิคบอกว่าจะไปช่วยขายบัตรคอนการกุศลของคณะพี่”

“สรุปว่ามันจะไปจริงๆสินะ”

“ฮ่า ฮ่าก็คงอย่างนั้นค่ะพี่ไนท์เพราะมิคมันชอบทำกิจกรรม ยังไงพี่ไนท์ลองคุยกับมิคอีกรอบนะคะว่าจะเอาไง นัดขอตัวก่อน” นัดพูดเสร็จก็เดินไปนั่งโต๊ะข้างๆที่มีเพื่อนเขานั่งอยู่ ส่วนผมก้มลงมองแมวที่ยังไม่ตื่นอีกครั้ง

มือหนาที่ลูบเส้นผมเขาขยับเลื่อนมาใช้นิ้วชี้เกลี่ยเบาๆที่ข้างแก้ม ริมฝีปากบางดูสุขภาพดีของมิคมันทำให้อดนึกถึงความนุ่มนิ่มของมันไม่ได้ ผมใช้มืออีกข้างท้าวศีรษะตัวเองมองคนหลับตาพริ้มด้วยความเอ็นดู

“แมว....”

“อื้อ”

“ตื่น...”

“อื้ออ”

“ขี้เซาว่ะ ตื่นได้แล้วไหม.... ไม่เมื่อยเหรอวะ”  จากที่จะปลุกดีๆตอนนี้กลายเป็นความรู้สึกหมั่นไส้เพราะเจ้าตัวยู่ปากแล้วมุดหน้าหนีมือผม “มิค”

ผมจิ้มแก้มเขาไปอีกที น้องเหมือนจะรำคาญเลยเงยหน้าขึ้นมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“เชี่ยพี่ไนท์” ถ้ามีคำหยาบแสดงว่ากำลังไม่พอใจ

“ใช่...กูเอง”

“เรานอนอยู่”

“เห็นแล้ว”

“ทำไมต้องปลุกด้วย ง่วงนะเว้ย อยากนอน เมื่อคืนก็ไม่ได้นอน” น้องพูดพร้อมกับเอนศีรษะซบลงบนไหล่ผม

กรี๊ดดด

ได้ยินเสียงกรี๊ดดังขึ้นเบาๆตรงบริเวณใกล้ๆ ผมยกนิ้วชี้จรดริมฝีปากบอกคนอื่นๆให้เงียบหน่อยเพราะกลัวจะทำให้แมวดื้ออาละวาด คนที่นั่งอยู่รอบๆพากันยกมือปิดปากแล้วพยักหน้าอย่างแข็งขัน ก่อนจะละสายตาหันมามองคนที่ซบไหล่ผมอยู่

“แมว....”

“อื้อ” น้องพยักหน้าทั้งๆที่หน้าผากยังซบอยู่ที่ไหล่ เส้นผมเขาถูไถกับเสื้อนักศึกษาผมไปมา

“มึงเบลอป่ะเนี่ย”

“............” น้องยังเงียบ ลมหายใจร้อนเป่ารดเสื้อนักศึกษา ไอร้อนจากลมหายใจทะลุผ่านเข้ามาที่ผิว ผมยิ้มแล้วยกมือขึ้นลูบหัวมิคเบาๆ

“ถ้ามึงไม่ตอบว่าเบลอ กูจะคิดว่ามึงอ่อยแล้วนะ”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว