ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2562 11:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

“แหม...อยู่พร้อมหน้ากันเหมือนเดิมเลยนะ...ทุกคน”การันต์เดินลงมาจากห้องอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพูดกับทุกคนที่นั่งทานอาหารมือเที่ยงพร้อมหน้ากันในวันหยุดนี้ ก่อนที่สายตาจะกวาดมายังดวงหน้าหวานที่มีแต่ความเศร้าสร้อย ดวงตาบวมช้ำอย่างคนที่ผ่านการร้องไห้มานานแถมหญิงสาวยังไม่ได้นอนเลยสักนาที

“แกมาก็ดีแล้ว ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกหน่อย นั่งสิ”ก้องเกียรติเอ่ยกับบุตรชายคนโตเสียงเรียบก่อนจะหันไปสั่งให้ป้าจันพาใบบุญออกไปก่อน เพราะเรื่องที่เขาจะบอกกับชายหนุ่มนั้นอาจจะทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตก็ได้ การันต์นั่งลงตรงข้ามกับหญิงสาวที่ยังคงนั่งนิ่งไม่มองหน้าเขาแม้แต่น้อย

“ว่าไงครับคุณพ่อ มีเรื่องอะไรสำคัญถึงขนาดยอมเชิญผมนั่งร่วมโต๊ะด้วยแบบนี้”ชายหนุ่มยังคงยียวน แต่ผู้เป็นบิดาก็ทำใจเย็นเพราะไม่อยากให้อารมณ์เสียก่อนที่จะได้บอกเรื่องนี้

“ฉันจะบอกเรื่องของใบบุญ”เมื่อได้ยินคำพูดของบิดา รอยยิ้มที่มีก็เหือดหายไปทันที ก่อนหันไปมองใบบัวที่หันมามองบิดาของเขาอย่างตกใจเช่นกัน

“ถ้าพ่อจะบอกกับผมว่าเจ้าเด็กนั่นคือลูกชายอีกคนของคุณพ่อละก็ ไม่ต้องบอกหรอกครับ เพราะผมรู้แล้ว”การันต์ลุกขึ้นยืนกล่าวเสียงดัง ก้องเกียรติเองก็แปลกใจที่ชายหนุ่มรู้เรื่องนี้แล้ว

“แกรู้ได้ยังไง”ก้องเกียรติก็ลุกขึ้นยืนเช่นกันและถามกลับไปอย่างแปลกใจ การันต์หัวเราะในลำคออย่างกับมันตลกเสียอย่างนั้น ทั้งที่ความจริงมันไม่ได้ตลกเลยสักนิด แต่เพราะเขาคงสู้กับความจริงที่น่าเจ็บปวดไม่ไหวจึงต้องเสแสร้งออกมาแบบนั้น

“ไม่สำคัญหรอกครับว่าผมรู้ได้ยังไง ผมต้องเป็นฝ่ายถามมากกว่าว่าคุณพ่อทำแบบนี้ได้ยังไง คุณพ่อนอกใจคุณแม่จนมีลูกออกมาอีกคน”การันต์เริ่มเสียงดังมากขึ้นจนเหล่าคนใช้ที่อยู่รอบๆบ้านตกใจกับเสียงด้านใน แต่ก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะเข้าไปรับรู้

“แกฟังพ่อก่อนนะรันต์ มันไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิดนะ”ก้องเกียรติพยายามอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อนให้บุตรชายฟัง การันต์ส่ายหน้าไปมาอย่างหมดความเชื่อใจต่อผู้เป็นบิดา ปารณีเองก็สะเทือนใจกับเรื่องนี้มากเช่นกันแต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาจึงได้แต่นั่งเงียบๆ

“คุณพ่อเลิกแก้ตัวเถอะครับ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรมันก็ไม่สามารถแก้ไขเรื่องที่คุณพ่อนอกใจได้หรอกครับ ผมยอมรับไม่ได้จริงๆ ผมขอยอมแพ้....ผมจะย้ายออกไปจากที่นี่ เชิญคุณพ่อเสวยสุขกับภรรยาคนใหม่ของพ่อตามสบาย ผมจะไม่กลับมารบกวนคุณพ่ออีก”การันต์มองหน้าบิดาอย่างเจ็บช้ำก่อนจะหันไปมองหญิงสาวที่นั่งมองเขาอยู่เช่นกัน ใบบัวหลบสายตาของเขาทันที รู้สึกใจหายกับคำพูดของเขา การันต์หันหลังก้าวเดินออกไปจากตรงนี้ และจากบ้านหลังนี้ ท่ามกลางความเสียใจของตนเอง ของบิดา และของหญิงสาวที่เพิ่งจะเป็นภรรยาทางพฤตินัยของเขา

.......................................................................................................................

“แกจะเอาไงต่อไปวะ ออกมาแบบนี้แกจะอยู่ที่ไหน”ปวีร์เอ่ยถามขณะที่ยื่นแก้วในมือให้กับการันต์ ชายหนุ่มยกมันเทลงคอรวดเดียวหมดแก้ว จนเพื่อนต้องถอนหายใจแล้วเดินไปหยิบขวดสีสวยมายื่นให้แทน

“ฉันจะไปอยู่คอนโดฉัน ไม่เห็นจะเป็นอะไร แกอยากให้ฉันเลิกวุ่นวายกับพ่อฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง ฉันก็ออกมาจากที่นั่นแล้วนี่ไง”การันต์กล่าวประชดเพื่อน ก่อนจะยกขวดที่เพื่อนยื่นเทน้ำในขวดนั้นลงแก้วและยกขึ้นรวดเดียวเช่นเดิม ปวีร์มองเพื่อนดื่มแล้วต้องส่ายหน้าเมื่อรู้ว่าคืนนี้ตัวเองคงต้องเมาเป็นเพื่อนชายหนุ่มอีกแล้ว

“ถ้าแกเลิกยุ่งกับเขาได้มันก็ดี แต่ถึงขนาดหนีออกมาจากบ้านแบบนี้ อาก้องคงเป็นห่วงแกแย่เลย”ปวีร์กล่าวอย่างหนักใจกับความเอาแต่ใจของเพื่อนคนนี้ แต่ภายในใจของชายหนุ่มนั้นเป็นคนดีมากคนหนึ่ง จึงทำให้เขาไม่เคยคิดจะเลิกคบกับเพื่อนคนนี้เลยสักครั้ง แม้ว่าการันต์จะเจ้าอารมณ์ไปบ้างก็ตาม คนที่ไม่รู้จักนิสัยก็พากันตีตัวออกห่างไปแล้ว มีแต่เขานี่แหละที่คบกับชายหนุ่มนานที่สุด

“เขาไม่ห่วงฉันหรอก ป่านนี้คงกำลังดีใจด้วยซ้ำที่มารความสุขอย่างฉันออกมาได้”การันต์พูดจบพร้อมกับส่งแก้วที่รินไว้ให้กับเพื่อนสนิท ปวีร์รับมาดื่มจนหมดรวดเดียว เพราะตอนนี้เขาเองก็เริ่มจะเครียดบ้างแล้ว

“งั้นก็ตามใจแก ถ้าแกคิดว่ามันดีแล้วฉันก็ไม่ขัด แต่อยากบอกให้แกรู้ไว้นะว่ายังไงอาก้องเขาก็เป็นพ่อแก ไม่ว่าเขาจะทำผิดแค่ไหนยังไง แกก็ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินหรือลงโทษเขา”การันต์ทำเหมือนจะไม่ฟังทั้งที่เสียงนั้นเข้ามาเต็มสองหู แต่ไม่มีทางจะอภัยให้กับทั้งคู่ที่รวมหัวกันหักหลังแม่ของเขาแน่ มือหนาบีบขวดในมือแน่น ฟันสวยถูกกดเข้าหากัน สายตามองไปด้านหน้าอย่างเคียดแค้น จนปวีร์ที่นั่งมองอยู่ถึงกับถอนหายใจกับเรื่องราวข้างหน้าที่ชายหนุ่มคนที่นั่งอยู่นี่กำลังคิดจะทำ

.................................................................................................

“บัวไปก่อนนะคะแม่”ใบบัวเอ่ยบอกกับมารดาก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากบ้าน เพื่อที่จะขึ้นรถไปทำงาน ทั้งที่ก้องเกียรติก็บอกให้ขึ้นรถไปด้วยกันแต่หญิงสาวก็ปฏิเสธ ลำพังแค่เขาให้โอกาสเธอได้ทำงานดีๆแบบนี้เธอก็เกรงใจเขามากแล้ว และเธอไม่อยากให้ใครมองว่าเธออาศัยเส้นสายมากกว่าความสามารถ ใบบัวเลือกที่จะนั่งรถเมล์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย หญิงสาววางแผนเอาไว้แล้วว่าสักวันเธอจะต้องออกไปตั้งตัวตามลำพังให้เร็วที่สุด แววตาเศร้าสร้อยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนใจกับหนทางด้านหน้าที่มีแต่อุปสรรค ไม่นานนักหญิงสาวก็มาถึงจุดหมาย ร่างบางเดินตรงดิ่งเข้าไปหาประชาสัมพันธ์เพื่อถามทางไปที่ทำงานของตน ก่อนจะเดินออกไปยังจุดหมายที่ได้รับคำตอบมา ที่นี่เป็นโรงแรมของก้องเกียรติ และเธอมาที่นี่เพื่อรับตำแหน่งพนักงานในร้านอาหารประจำโรงแรม ความจริงแล้วก้องเกียรติจะให้หญิงสาวมารับตำแหน่งที่สูงกว่านี้ แต่ว่าใบบัวอยากที่จะไต่เต้าด้วยตนเอง จึงขอทำตำแหน่งนี้แทน ใบบัวเดินเข้าไปในห้องพนักงานเมื่อหันไปเห็นป้ายว่ามันคือห้องนี้

“มาหาใครหรือคะ ที่นี่เป็นห้องพนักงานค่ะ ห้ามคนนอกเข้านะคะ”หญิงสาวหน้าตาน่ารักที่ดูจะอายุน้อยกว่าเธอเอ่ยบอกเสียงใสพร้อมกับรอยยิ้ม ซึ่งใบบัวก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน

“คือว่าพี่ มาทำงานใหม่น่ะจ้ะ”ใบบัวกล่าวจุดประสงค์ที่ตนเองเข้ามาที่นี่ หญิงสาวอีกคนจึงยิ้มรับ

“อ๋อ พี่ชื่อใบบัวใช่ไหมคะ ผู้จัดการบอกมาเหมือนกันว่าวันนี้จะมีพนักงานใหม่ แต่ว่าผู้จัดการเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เห็นว่าได้รับคำสั่งมาอีกที งั้นพี่บัวรอเดี๋ยวนะ หยกจะไปตามพี่ผู้จัดการมาให้”กิ่งหยกรีบวิ่งออกไปจากห้องทันที ใบบัวยืนยิ้มที่เห็นเพื่อนร่วมงานดูเป็นมิตรแบบนี้ หญิงสาวเดินสำรวจอยู่ภายในห้องอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาจึงต้องหันไปดู

“นี่ไงคะพี่วีร์ พนักงานใหม่ของเรา ชื่อพี่บัวค่ะ”กิ่งหยกแนะนำหญิงสาวให้กับผู้จัดการได้รู้จักเสียงแจ๋ว ใบบัวมองหน้าคนที่เพื่อนร่วมงานคนนี้แนะนำก่อนจะแปลกใจเล็กๆที่มาเจอคนตรงหน้านี้ที่นี่

“อ้าว คุณบัวเองหรือครับ ผมก็นึกว่าใครเสียอีก”ปวีร์เอ่ยทักทายหญิงสาว ทำให้ใบบัวคลายอาการเกร็งไปได้ที่ชายหนุ่มไม่ได้รังเกียจเธอเหมือนกับเพื่อนสนิทของเขา ก่อนจะส่งยิ้มนิดๆตอบกลับไปเช่นกัน และยกมือขึ้นไหว้เขา

“สวัสดีค่ะคุณปวีร์ บัวขอฝากตัวด้วยนะคะ”หญิงสาวกล่าวกับเขาอย่างนอบน้อม รู้สึกผิดคาดนิดๆที่ผู้หญิงคนนี้ดูเรียบร้อยไม่เหมือนที่เขาคิด ก่อนจะยกมือขึ้นรับไหว้

“ถ้างั้นวันนี้คุณบัวก็ดูงานกับหยกไปก่อนแล้วกันนะครับ เจ้าคนนี้เขาคุยเก่ง คุณบัวจะได้ไม่เกร็ง”ปวีร์กล่าวอย่างพอเดาได้ว่าหญิงสาวกำลังวางตัวไม่ถูกที่มาเจอเขาที่นี่ ใบบัวพยักหน้าและยิ้มรับ

“คุณปวีร์เรียกบัวเฉยๆก็ได้ค่ะ อย่าเรียกคุณเลย บัว...เอ่อ...ไม่ชินน่ะค่ะ”ใบบัวยิ้มเก้อๆทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู

“ถ้าอย่างนั้นบัวก็เรียกพี่ว่าพี่วีร์เหมือนหยกก็แล้วกัน พี่ไม่ถือตัวหรอก”ปวีร์กล่าวก่อนจะเดินออกไปให้หญิงสาวได้แต่งตัวเพื่อออกไปทำงาน ใบบัวเดินไปหาตู้ล็อคเกอร์ที่ยังว่างอยู่ตามคำบอกของกิ่งหยก ก่อนจะเปิดมันออกและยัดกระเป๋าเข้าไปใส่ไว้ ก่อนจะคว้าเอาชุดทำงานที่อยู่ในตู้นั้นออกมา เข้าไปภายในห้องอีกห้องเพื่อสวมใส่มัน

“พี่บัวเสร็จหรือยังคะ”กิ่งหยกเอ่ยถามอยู่หน้าห้องแต่งตัวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ออกมา ใบบัวเปิดประตูออกพร้อมกับเดินจับผ้าพันคอเอาไว้มั่นด้วยสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะส่งยิ้มแหยๆมาให้เพื่อนรุ่นน้อง

“พี่ผูกผ้าพันคอไม่เป็นอ่ะ หยกสอนพี่หน่อยสิ”กิ่งหยกเอามือยกขึ้นปิดปากกั้นหัวเราะ ก่อนจะเอื้อมมือไปมัดให้อย่างคล่องแคล่ว ใบบัวมองตามแล้วจำเอาไว้เพื่อใช้ผูกในครั้งหน้า

“ได้แล้วค่ะ สวยแล้ว”กิ่งหยกยิ้มกว้างส่งให้เธอ จนใบบัวรู้สึกผ่อนคลายไปได้มากกับการทำงานวันแรก ทั้งคู่พากันเดินออกไปจากห้องเพื่อเริ่มลุยงานกันทันที ใบบัวตั้งใจจดจำทุกอย่างที่กิ่งหยกสอนอย่างไม่รังเกียจรังงอนว่าหญิงสาวแสนน่ารักนี้อายุน้อยกว่าตน ปวีร์มองคนที่เพื่อนเขาเกลียดนักหนาด้วยความคิดที่แตกต่างออกไป ใบบัวดูเป็นคนตั้งใจและขยัน ไม่ว่าจะดูยังไงก็มองไม่ออกเลยว่าหญิงสาวจะทำตัวร้ายกาจ อย่างการแย่งสามีคนอื่นได้ลง แต่ก็อย่างว่ารู้หน้าอาจจะไม่รู้ใจก็เป็นได้เช่นกัน ปวีร์เดินออกไปจากตรงนั้นเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง ปล่อยให้สองสาวได้เรียนรู้ต่อไปตามลำพัง พร้อมกับใช้ความคิดอยู่ว่าเขาควรจะบอกการันต์ดีไหมว่าหญิงสาวคนนี้มาทำงานอยู่กับเขาที่นี่

......................................................................................................................

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว