ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 – ทั้งชีวิต (2/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 – ทั้งชีวิต (2/3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2562 19:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 – ทั้งชีวิต (2/3)
แบบอักษร

ตอนที่ 19 – ทั้งชีวิต



หลังจากให้จิณณ์เคลียร์เรื่องทั้งหมดกับเจียเหิงเรียบร้อย นักรบก็จัดการพาคนป่วยกลับขึ้นมานอนพักอีกครั้ง เวลานี้สองร่างกำลังกอดก่ายกันอยู่บนเตียงนอนกว้าง มีเพียงเสียงสายลมยามบ่ายพัดผ่านจากนอกระเบียงกว้างที่เปิดไว้

“ทำไมยังไม่นอนอีก หื้ม” เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบ เมื่อคนที่นักรบคิดว่าควรจะหลับตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว กลับลูบไล้นิ้วเรียวกับหลังมือหนาของเขาอย่างแผ่วเบา

“เปล่าครับ”

คำตอบที่ได้รับจากคนป่วยดูจะไม่เป็นที่พึงพอใจสักเท่าไหร่นัก นักรบส่งเสียงคำรามต่ำอย่างขัดใจในลำคอ ตาคมหลุบลงมองกลุ่มผมนุ่มสีดำที่เกลือกผิวหน้าเนียนไปมากับอกแกร่งของเขา

นี่ถ้าไม่ติดว่าป่วยอยู่ เขาจะลงโทษคนช่างโกหกสักทีเหมือนกัน

“คุณนักรบครับ”

“หื้อ?” คิ้วหนาเลิกขึ้นนิด มองดวงหน้าหวานที่แหงนขึ้นมาสบตากัน ริมฝีปากบางเม้มแน่น ก่อนจะข่มความอายยามเอ่ยบอกด้วยเสียงแผ่วเบา

“พูดอีกครั้งได้ไหมครับ”

และนั่นก็ทำให้ท่อนแขนแกร่งที่กอดเอวบางอยู่กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ริมฝีปากสวยได้รูปจุดประกายรอยยิ้มล้อเลียนพร้อมกับสายตาวิบวับ ทำเอาเลือดในกายทั้งหมดของจิณณ์ไหลมารวมกันอยู่ที่แก้มทั้งสองข้าง

“อะไร”

“ก็…”

“ก็อะไร” ยิ่งได้เห็นท่าทางอึกอักของคนในอ้อมกอด นักรบก็ยิ่งนึกสนุก อยากจะแกล้งอีกคนมากกว่าเก่า ร่างสูงแสร้งทำเป็นขมวดคิ้วมุ่นไม่เข้าใจแล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ ให้จิณณ์รู้สึกร้อนผ่าวเหมือนหน้าจะระเบิด

“เอ่อ…ก็…อ้ะ?!”

แต่ก่อนที่จิณณ์จะได้เอ่ยตอบ คนด้านล่างก็จัดการรั้งเอวบางเข้ามาใกล้ตัว จากนั้นก็พลิกกลับให้จิณณ์นอนราบลงไปกับเตียงนอนนุ่ม ก่อนร่างสูงใหญ่จะตามมาทาบทับเหนือร่างบางแทบทันที ดวงตาคู่คมทอดมองคนใต้อาณัติด้วยประกายตาที่อ่อนโยนติดจะหยอกเย้าปนล้อเลียน

“อยากฟังอะไรล่ะ หื้ม” ดวงหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าไปใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผะผ่าวรินรดทั่วทั้งดวงหน้าหวาน

“ที่บอกว่ามึงเป็นทั้งชีวิตของกูน่ะเหรอ”

“คุณนักรบ นะ…นี่ คะ…คุณ…พูดจริงเหรอครับ” อาจจะเพราะความกลัวและความไม่มั่นใจหรืออะไรก็ตาม ส่งผลให้ตาเรียวสั่นไหวยามมองสบเข้ากับดวงตาคมเข้ม

“แล้วทำไมกูต้องโกหกมึงด้วย หื้ม”

“ก็ผมไม่มั่นใจ เราสองคนเริ่มต้นกันไม่ดีเท่าไหร่ เรียกว่าติดลบกันเลยจะดีกว่า แถมคุณเจียเหิงเองก็ดูจะมีอิทธิพลอยู่ไม่น้อย ผมก็แค่กลัวว่าคุณจะยังกะ…”

“แล้วมึงล่ะจิณณ์ ทำไมถึงบอกคุณเจียเหิงว่ากูเป็นอิสระของมึง ทำไมมึงถึงเลือกจะไม่ไปจากกูทั้งๆ ที่ตัวกูเองก็ทำร้ายมึงมามาก ไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจแต่ทำไมมึงถึงยังเลือกจะอยู่กับกู” ยังไม่ทันที่จิณณ์จะเอ่ยจบ คนฟังด้านบนก็ย้อนถามกลับแทบทันที

คำถามที่จิณณ์ก็ไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะเอ่ยตอบมันออกมา

“เพราะผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”

“กูก็เหมือนมึงนั่นแหละ” ว่าจบ ริมฝีปากหนาก็กดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนลงมาที่เปลือกตาบางทั้งสองข้าง ปลายจมูกโด่งปัดผ่านแก้มเนียนทั้งสอง สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัวเสียเต็มปอดแล้วจบลงที่ริมฝีปากบางสีสด

จากนั้นปลายลิ้นร้อนก็ไล่เล็ม ขบเม้มไปตามกลีบปากบางทั้งบนและล่างอย่างอ่อนโยน ราวกับต้องการจะย้ำความรู้สึกที่เขาได้เอ่ยออกไป ก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานเกี่ยวกวัดกับเรียวลิ้นเล็กจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน

“จิณณ์” นักรบผละริมฝีปากร้อนผ่าวออกจากแอ่งน้ำหวานที่บวมเจ่อ แล้วจึงเอ่ยเรียกคนที่หลับตาพริ้มให้ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงแหบพร่า

“ครับ?”

“เสร็จงานแข่งคราวนี้ ไปอเมริกากับกูนะ” นักรบเอ่ยบอก ในขณะที่จิณณ์เอียงคอนิด กะพริบตามองกลับอย่างสงสัย ท่าทางน่าเอ็นดูเหมือนเด็กน้อยอย่างที่คุณเจียเหิงว่าทำเอานักรบระบายยิ้มจาง ก่อนจะขยายความต่อด้วยประโยคที่ทำให้ดวงตาเรียวเล็กต้องเบิกกว้าง

“ไปพาพ่อกับแม่มึงกลับบ้านกัน”

“คุณนักรบ…คุณ ไม่เกลียดพ่อผมแล้วเหรอครับ”

“กูบอกแล้วไง ว่ากูวางทุกอย่างลงแล้วตั้งแต่มีมึง จิณณ์” ขยับขึ้นวางท่อนแขนแกร่งด้านซ้ายลงบนเตียงนอนนุ่มข้างกลุ่มผมดำ ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็จัดการปัดปอยผมที่ร่วงลงมาปรกดวงหน้าหวานออกให้อย่างแผ่วเบา

แน่นอนว่านักรบเคยเกลียดและแค้นกับสิ่งที่พ่อของจิณณ์เคยทำเอาไว้ มันยังคงฝังลึกอยู่ในใจของเขามาจนถึงทุกวันนี้ไม่เคยจางหาย แต่ก็อย่างที่เขาเคยบอก ว่าตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว และมันก็เปลี่ยนไปเพราะคนตรงหน้าอีกเช่นกัน

“และกูคิดว่าพ่อกับแม่ คงอยากให้เพื่อนที่รักที่สุดกลับมาอยู่ด้วยกัน”

ในเมื่อเรื่องทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว และนักรบเองก็เลือกที่จะปล่อยวางทุกอย่าง มันก็คงไม่เสียหายอะไร หากเขาจะอยากพาครอบครัวของคนที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรัก เพื่อนตายของผู้เป็นพ่อ กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมอีกครั้ง

แม้ว่ามันอาจจะสายเกินไปสำหรับพวกท่านแล้วก็ตาม

“ว่าไง ตกลงจะไปไหม หื้อ”

“ไปๆ ไปครับไป ฮึก”

ดังนั้น คนที่กำลังรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งดวงใจก็ต้องรีบพยักหน้ารัว ยิ้มรับคำอีกฝ่ายทั้งน้ำตา แขนเรียวทั้งสองข้างตวัดโอบกอดลำคอแกร่งของร่างสูงด้านบนเอาไว้แน่นเหมือนเด็กน้อย

“ขี้แยว่ะ”

“เพราะคุณนั่นแหละครับ ฮึก”

“กูทำไม หื้อ กูทำไม” นักรบยกยิ้มมุมปาก มองดวงหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา ทั้งยังว่าเสียงเจือสะอื้นคล้ายจะค่อนขอดเขา

“คุณทำเพื่อผม”

“เปล่า…กูทำเพื่อเราต่างหาก

เพื่อให้เราทั้งสองหลุดพ้นจากบ่วงความแค้นที่ไม่ได้เป็นคนก่อนี้เสียที

“ฮึก…ขอบคุณนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”

คนฟังรวบร่างบางเข้ามากอดแน่นจนจิณณ์จมหายไปกับอกแกร่ง ฝ่ามือหนาลูบแผ่นหลังบางไปมาอย่างปลอบประโลม ทิ้งตัวลงนอนราบกับเตียงนอน ริมฝีปากหนากดจูบข้างขมับขาว ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงทุ้มนุ่ม

“กูต่างหากที่ต้องขอบคุณมึง ขอบคุณที่ทำให้กูหลุดออกจากความแค้นพวกนั้น”

“ฮึก…”

“หยุดร้องได้แล้ว เดี๋ยวปวดหัวขึ้นมาอีก” นักรบว่าพลางลูบกลุ่มผมนุ่มลื่นมือไปมา เมื่อคนบนอกยังคงหลุดเสียงสะอื้นออกมาเป็นระยะไม่ยอมหยุด จนอดเป็นห่วงไม่ได้กลัวอาการป่วยที่ทุเลาลงมากแล้วจะกลับมาอีก

“ฮึก…ก็ผมดีใจนี่ครับ”

“เออ รู้แล้วว่าดีใจ แต่ตอนนี้มึงต้องพักผ่อนก่อนเข้าใจไหม เดี๋ยวเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีก กูไม่เป็นอันได้ทำอะไรกันพอดี” เพราะเขาต้องคอยมาเป็นห่วงมันยังไงล่ะ ไหนจะเรื่องงานแข่งที่ใกล้จะถึงอีก ยังไงซะคืนนี้นักรบก็ต้องเข้าไปคุมงานในสนามแข่งรถทั้งหมดด้วยตัวเองอีก

“เดี๋ยวค่ำๆ กูต้องออกไปดูงานที่สนาม มึงอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

“คนเดียวที่ไหนกันครับ ป้าแก้วกับพวกพี่ๆ คนอื่นในบ้านก็อยู่กันเยอะแยะออกครับ” จิณณ์ช้อนนัยน์ตาเรียวขึ้นตอบกลับ อดไม่ได้จะยิ้มขำกับสีหน้าและแววตาที่ดูจริงจังของคุณนักรบ ยามเอ่ยถามเสียงเครียด

เดี๋ยวนี้คุณนักรบดูจะแสดงออกว่ากังวลและเป็นห่วงเขามากเป็นพิเศษ ยิ่งมีเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนด้วยแล้ว คงจะทำให้อีกคนเป็นห่วงกลัวเขาจะหายไปอีกแน่ๆ เลย

“เดี๋ยวนี้กล้ากวนกู?”

“ผมเปล่ากวนซะหน่อย ก็งานนั้นมันสำคัญมากไม่ใช่เหรอครับ ไม่อย่างนั้นคุณนักรบจะทำหน้าเครียดทำไมกัน” ได้ยินเสียงทุ้มครางอือในลำคอคล้ายตอบรับคำ ให้จิณณ์พลิกตัวขึ้นมาวางปลายคางมนลงบนอกแกร่ง แล้วว่าต่อ

“งั้นคุณนักรบก็ไปเถอะครับไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมไม่เป็นไรจริงๆ”

“ไม่ห่วงได้ไง เมื่อคืนมึงเพิ่งโดนจับตัวไปเองนะ”

“แต่นั่นมันก็เป็นแผนของคุณฮังหลงไม่ใช่เหรอครับ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าจากนี้เป็นต้นไป จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับผมอีกแล้วใช่ไหมครับ” คนฟังรีบแย้ง ดวงหน้าหวานเอียงคอมองตาแป๋ว ให้นักรบได้ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นบีบปลายจมูกรั้นๆ ของคนที่เดี๋ยวนี้ช่างพูดไปมาอย่างมันเขี้ยว

“มองโลกในแง่ดีจังเลยนะมึง ศัตรูของพวกกูมีเยอะนะ ไม่กลัวบ้างเลยหรือไง”

แม้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็นเพียงแค่การจัดฉาก วางแผนของฮังหลงและคุณเจียเหิงก็ตาม แต่ใช่ว่าพรรคมังกรดำจะไม่มีศัตรูอื่น วงการนี้ลองได้เป็นใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็มีแต่คนหมายมั่น หวังจะโค่นล้มเพื่อช่วงชิงอำนาจด้วยกันทั้งนั้น

“ผมไม่กลัวหรอกครับ ในเมื่อผมมีคุณนักรบอยู่ด้วยทั้งคน”

ทว่า คำพูดและท่าทางออดอ้อนน่ารักกับแขนเรียวที่กอดกระชับ พร้อมซุกซบดวงหน้าหวานที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเขินอายเข้าหาอกแกร่ง ทำคนฟังอย่างนักรบหัวเราะออกมาเต็มเสียงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่พวกเขาได้เจอกัน

นั่นสินะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็จะทำเพื่อปกป้องคนในอ้อมกอดอยู่แล้ว



---


คนไม่ค่อยพูดแต่เน้นทำมันก็จะน่ารักหน่อยๆ นะเออ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว