Twitter-icon Instagram-icon

เอาความสุขมาให้ >.<

ชื่อตอน : 06 เด็กขี้หวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.4k

ความคิดเห็น : 86

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2562 08:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
06 เด็กขี้หวง
แบบอักษร

“ปกติก็ไม่ได้หรอกครับ แต่ยกเว้นคุณธณัฐ” อ๋อ ที่อาจารย์ไม่พูดไม่ถามว่าทำใส่ชุดนอกมาเรียนเพราะรู้อยู่แล้วนี้เอง ป๊าเขาจัดการยังไงว่ะ ทำไมอาจารย์ถึงรับรู้เร็วขนาดนี้ มีเรียกคุณด้วย

ตอนนี้ทุกคนในห้องมีเครื่องหมายคำถามบนหัวเต็มไปหมดเลยครับ ยกเว้นเจ้าตัวที่ยังคงความนิ่งเอาไว้

“ได้ยินแล้วใช่ไหมค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นถามขึ้น ใครจะไม่ได้ยิน เงียบทั้งห้องขนาดนี้

“...”

“สงสัยเขาจะไม่ได้ยิน” ผมอยากรู้จังว่าเขาเป็นเดือดเป็นร้อนทำไม

“ไม่ทราบว่าคุณมีปัญหาอะไรกับฉัน” น้องพูดขึ้น เสียงที่เคยอ้อนผมตอนนี้คือเรียบนิ่งสุดๆ ไอ้เอ็มถึงกับยกมือลูบแขนตัวเอง

“ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่เธอไม่ใช่นักศึกษาของที่นี้แล้วไม่มีสิทธิ์เข้ามานั่งเรียน” พูดกับน้องแล้วก็หันมามองหน้าผม

“แล้ว...” ผมกำลังจะตอบกลับไป แต่น้องยกมือขึ้นมาห้าม

“หรือว่าคุณไม่ได้ยินที่อาจารย์พูดว่ายกเว้นใคร” นักศึกษาในห้องที่ได้ยินประโยคเมื่อกี้พากันตาโต แล้วก็หันไปซุบซิบกัน

“เอาละ เงียบๆ ผมจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักเอง นั้นคือคุณธณัฐ เป็นลูกสาวเจ้าของมหาลัยนี้” เดียวๆๆๆๆ ลูกเจ้าของมหาลัย ป๊าไปเป็นเจ้าของตอนไหนอีก.. ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้งยืนกำมือตัวเองจนเส้นเลือดขึ้นเลยครับ สีหน้านี้ถ้าเข้ามาตบน้องได้คงทำไปแล้ว

“ทีหลังจะเสือกเรื่องใครดูให้ดี แล้วอีกอย่าง อย่ามายุ่งกับคนของฉัน ไอ้ที่เธอพยายามทำอยู่เนี่ยเด็กอมมือก็รู้ว่าสมองอย่างเธอคิดอะไรอยู่” คำพูดที่ผมไม่เคยได้ยินดังออกมาจากปากน้อง แต่พอรู้ว่าน้องใช้มันเป็นประจำกับคนอื่น เพราะพี่ฟร้อนบอกผม

“...”ผู้หญิงคนนั้นก็ยืนกำมือตัวเองจนสั่นไปทั้งตัว

“เฟย์ครับ หิวยัง” ผมยกมือขึ้นไปลูบหัวน้อง ไม่ต้องไปสนใจผู้คนในห้องนี้หรอกครับ เพราะถ้าผมยังนิ่งแบบนี้ ผมนี้แหละจะโดนงอล ก็เมื่อเช้าน้องยิ่งกินข้าวเหมือนดมเอา

“..อืม” อืมแบบนี้เหมือนจะไม่รอดเลยว่ะ ผมก็เก็บของใส่กระเป๋าตัวเอง แล้วก็ไปถือเอากระเป๋าน้อง ในนั้นก็ไม่มีอะไรหรอกนอกจากเครื่องสำอาง

น้องเดินนำออกจากห้องมา ผมกับไอ้เอ็มเดินตาม

“อาการแบบนี้กูว่างอนมึงชัว” ย้ำกูจัง เดินก่อนขนาดนี้ไม่งอลสิแปลก คนก็มองกันเป็นแถว อาจจะเพระาสีหน้าน้องตอนนี้ดูตึงๆไม่ยิ้มแย้มมั้ง เลยทำให้ไม่มีคนกล้าพูดอะไรเป็นเชิงแซวๆ

“กูรู้แล้ว ไม่ต้องย้ำ” ปกติเดินก่อนผมที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่ไปช้อป

ไอ้เอ็มก็แยกไปรถตัวเอง ผมก็เดิมตามน้องไปที่รถ เปิดประตูให้น้องขึ้นไปนั่งแล้วผมก็เอากระเป๋าวางลงบนตักน้องแล้วค่อยเดินไปฝั่งคนขับ

พรึ่บ!! มับ! พอผมเข้ามานั่งในรถยังไม่ได้รัดเข็มด้วยซ้ำ น้องก็ข้ามมานั่งควบแล้วกอดผมไว้ ไม่นานก็รู้สึกหน้าอกเปียก มือผมก็กอดเอวน้องไว้ อีกมือก็ลูบหัวน้อง

“ร้องให้ทำไม คนเก่งก่อนหน้านี้ไปไหนแล้ว” ตอนนี้เหลือแต่ลูกแมว

“...มะ..ไม่ชอบ..อึก!” ทั้งพูดทั้งสะอื้น นี้จะอ้อนหรือจะงอนผมก็ไม่รู้

“น้องไม่ชอบอะไร!” ผมก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนี้หว่า

“ผู้หญิงคนนั้น..มันจะเข้าหาเกียร์ อึก!” คงหมายถึงผู้หญิงในห้องคนนั้นแน่ๆ ว่าแต่น้องรู้ได้ไง? ผมไม่ใช่เด็กอมมือนะทำไมไม่รู้

“เกียร์ไม่สนใจหรอก น้องเลิกร้องได้แล้ว” เอ้า! บอกให้เลิกร้องไม่ได้บอกให้เอาหน้ามาถูแบบนี้

“แต่ถ้าเค้าไม่ได้อยู่ด้วยล่ะ”

“ก็ไม่สนใจเหมือนเดิม น้องเลิกคิดมากได้แล้ว” น่ารักแบบนี้ไง ผมจะกล้าไปทำอะไรนอกลู่นอกทางได้ไง

“ไปนั่งดีๆไหม จะได้กลับห้องกัน” สายหัวทำไม! แล้วนั่งอยู่แบบนี้ ตอนไหนจะได้กลับ ผมว่าวันนี้คงไม่ได้เข้าบริษัทอีกเหมือนเดิม

“เค ขับแบบนี้ก็ได้” ผมก็ต้องขับรถกลับทั้งๆที่ยังมีเด็กน้อยนั่งควบผมอยู่ ดีหน่อยที่หออยู่ไกล้แค่นี้!

“ถึงแล้ว ขึ้นห้องกัน”

“...” ไม่มีเสียงตอบรับ ผมคงต้องอุ้มขึ้นห้องแล้วละ ผมหันไปหยิบกระเป๋าแล้วค่อยๆอุ้มน้องออกจากรถ ตอนเดินเข้ามามีแต่คนมอง ผมให้ยามช่วยมาเปิดประตูให้ พอเข้ามาผมก็เอาน้องไปนอนดีๆ เช็ดหน้าเช็ดตัวให้ จะได้นอนสบายๆ แล้วลงไปซื้อข้าวมาไว้เผื่อน้องตื่นมาแล้วหิว

นอกจากจะไม่ได้เข้าบริษัทแล้วผมว่าวันนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านด้วย ผมโทรไปบอกแม่แล้วแหละครับ พอคุยกับแม่เสร็จผมก็มานอนกอดเด็กขี้หวง

——

อย่าโกรธกันเลยนะเธอจ๋า

ทางนี้ยังไม่ได้นอน ถ้าเนื้อหาแปลกไม่ต้องคิดมาก สมองตอนนี้มันทำได้แค่นี้จริงๆ

(เราต้องแก้วิจัยก่อนเข้าเล่ม ช่วยรอหน่อยนะ)

ความคิดเห็น