ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 – ทั้งชีวิต (1/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 – ทั้งชีวิต (1/3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2562 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 – ทั้งชีวิต (1/3)
แบบอักษร

ตอนที่ 19 – ทั้งชีวิต




“อ้าวๆ แล้วนั่นจะทะเลาะกันทำไม เดี๋ยวหยางหมิงก็ตกใจกันพอดี”

ยังไม่ทันที่สองพี่น้องต่างสายเลือดจะเปิดศึกฟาดฟันกันกลางห้องรับแขก อดีตมาเฟียใหญ่ก็แทรกขึ้นพร้อมบอกด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่างนึกขันกับภาพตรงหน้า

นักรบนิ่งไปทันที ดวงตาคู่คมวาววับเลื่อนลงมองดวงหน้าหวานของคนที่นั่งเม้มริมฝีปากบางแน่นจนเป็นเส้นตรงอยู่บนโซฟา แววตาสั่นไหวส่งผลให้มือหนาที่กำคอเสื้อของฮังหลงอยู่ค่อยๆ คลายลง ทั้งยังผ่อนลมหายใจราวกับควบคุมสติของตัวเอง

“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ”

ก่อนดวงหน้าหล่อที่ดูสงบลงจะหันกลับมาสบตากับชายสูงวัยพร้อมเอ่ยบอกเสียงเรียบ ให้เจียเหิงได้โบกมือไปมาอย่างไม่ถือสา เขาไม่ได้ห่วงว่าเจ้าสองคนนั้นจะมีเรื่องกันหรอก แต่ห่วงเด็กน้อยที่นั่งแววตาสั่นระริกอยู่ข้างๆ ไอ้เสือมันมากกว่า

“กูรู้ว่านี่เป็นวิธีจัดการในแบบของมึงฮังหลง แต่ยังไงมันก็อันตรายอยู่ดี”

ทันทีที่ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่ง ท่อนแขนแกร่งก็วาดโอบร่างบางของจิณณ์เข้ามาแนบอก ปลายจมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่มคล้ายกับจะปลอบให้อีกคนหายกลัว พลางเอ่ยบอกคนเป็นเจ้านายและพี่ชายของตัวเองเสียงเข้ม

“มึงไม่ควรทำแบบนี้”

ไม่ควรเอาจิณณ์มาเสี่ยงกับอันตรายแบบนี้

“โอเคๆ ต่อไปกูจะไม่ทำแบบนี้อีก” คำบอกที่ทำให้ฮังหลงไหวไหล่ว่าอย่างขำๆ ก่อนโครงหน้าหล่อเหลาจะหันกลับไปหาแขกผู้มาเยือน

“แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณมากนะครับคุณอาที่ยอมทำตามข้อเสนอของผม แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้นายต้องมาเจ็บตัว เพราะเรื่องของภายในพรรคเราแบบนี้” ท้ายประโยค ฮังหลงบอกพร้อมสบตากับมาร์คที่ยืนอยู่ด้านหลังของอดีตมาเฟียใหญ่แห่งแดนมังกร

พอพูดถึงเรื่องวางแผนทั้งหมด ฮังหลงก็ไม่ลืมจะขอบคุณบุคคลสำคัญที่ยอมเลือกจะเสี่ยง โดนทั้งไอ้เจ้าน้องชายต่างสายเลือด รวมไปถึงบรรดาลูกน้องคนสนิทของเขาฆ่าเอา ไหนจะโดนเพื่อนตัวเองหลอกใช้ด้วยสีหน้าจริงจัง ให้คนฟังแค่โค้งศีรษะลงนิด แล้วตอบกลับเสียงเรียบ

“ไม่เป็นไรครับ เพื่อคุณจิณณ์ผมเต็มใจช่วยเสมอครับ”

แน่นอนว่ามาร์คเองก็เข้าใจความหมายของแววตาขอโทษจากราชสีห์แห่งพรรคมังกรดำเป็นอย่างดี แต่อย่างที่บอกเพื่อปกป้องคุณหนูคนสำคัญของผู้เปรียบเสมือนเจ้าชีวิตทั้งสองแล้ว บอดี้การ์ดอย่างเขาเต็มใจเสมอ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

“ฉันก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำมือนายเจ็บ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ต้องขอโทษคุณนักรบด้วยเหมือนกัน ที่ซัดซะเต็มแรง” ประโยคของมาร์คทำเอานักรบถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

“แล้วเรื่องพวกไอ้ไดมอนด์ล่ะ จะไม่เป็นไรแน่เหรอ”

“ไม่ต้องห่วง ยังไงซะแก๊งพวกมันก็ศัตรูเยอะ เคยไปสร้างเรื่องไว้มากและเส้นสายฉันที่นี่ก็มีไม่น้อย พอจะเก็บกวาดให้สาวมาไม่ถึงพวกนายและพรรคมังกรดำได้”

“ขอบคุณอีกครั้งนะครับคุณอา”

“เอาล่ะ ในเมื่อทุกอย่างมันผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแล้ว ตอนนี้ก็คงถึงเวลาที่นายควรจะจบเรื่องทั้งหมดอย่างจริงจังเสียที” เจียเหิงยืดตัวนั่งตรง มือหนาที่เหี่ยวย่นตามวัยกระชับเสื้อสูทตัวนอกให้เข้าที่ ช่วงขายาวและปลายเท้าพลางแยกออกจากกันอย่างมีอำนาจ

“นักรบ ปล่อยหยางหมิงไปซะ”

นานเกือบนาทีที่ห้องรับแขกตกอยู่ภายใต้ความเงียบ หลังสิ้นเสียงทรงอำนาจของอดีตมาเฟียใหญ่ที่เอ่ยบอกพร้อมแววตาจริงจังและดุดัน จนจิณณ์เองก็เผลอเบียดแผ่นหลังเข้ากับอกแกร่ง พลางบีบมือหนาที่ประสานกันแน่นอย่างนึกหวั่นใจ

“ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้”

“ทำไม” ดวงตาคมทั้งสองคู่สบกันนิ่ง แบบที่ฮังหลงก็มองอย่างสนใจ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพอใจกับการโดนไล่ต้อนแบบไม่ทันตั้งตัวของไอ้เจ้าน้องชายปากแข็ง

ไม่ใช่เพื่อกระตุ้น ไม่ใช่เพื่อทดสอบแบบที่เขาและยีนส์เคยทำ แต่เป็นความกดดันอย่างมีชั้นเชิงของคนที่เคยมีอำนาจ หรือจริงๆ ก็ยังมีอยู่แม้จะไม่เท่าเมื่อก่อนก็ตาม

เออ อย่างไอ้นักรบต้องเจอของจริงแบบนี้สิ

ซึ่งคนโดนถามยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ ให้เจียเหิงได้เลิกคิ้วขึ้นนิด ทั้งยังเร่งขอคำตอบจากชายหนุ่มตรงหน้า

“ว่าไงไอ้เสือ ทำไมถึงทำไม่ได้ ในเมื่อนายเองก็ได้แก้แค้นเด็กน้อยในการคุ้มครองของฉันจนสมใจอยากแล้วนี่ ยังจะกักขังเขาเอาไว้ทำไม”

“ผมให้จิณณ์ไปไหนไม่ได้”

“…”

“เพราะมันคือทั้งชีวิต…ของผม”

คำตอบแสนกระด้างและแข็งทื่อฟังดูไม่ลื่นหู แต่เพราะด้วยน้ำคำอันหนักแน่น จริงจังกับแววตาแสนมั่นคงคู่นั้น กลับเรียกรอยยิ้มพอใจให้ปรากฏเหนือริมฝีปากได้รูปของคนที่เลี้ยงนักรบมาเองกับมืออย่างฮังหลง รวมไปถึงคนถามอย่างเจียเหิงได้เป็นอย่างดี

“แล้วเราล่ะ หยางหมิง”

เจ้าของชื่อค่อยๆ ช้อนตาเรียวสวยที่ฉ่ำน้ำขึ้นมองชายสูงวัยตรงหน้า ก่อนกลีบปากบางจะเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงกับคำถามถัดมา

“อยากเป็นอิสระจากเรื่องนี้ไหม”

“ผมขอบคุณมากนะครับ ที่คุณเจียเหิงคอยปกป้องและคุ้มครองผมมาโดยตลอด”

ครู่ใหญ่กว่าที่จิณณ์จะเค้นเสียงแหบพร่าเพราะฤทธิ์ไข้ของตัวเองเพื่อเอ่ยบอกความในใจ ให้คนที่คอยปกป้องเขามาตลอดหลายปี ก่อนเจ้าตัวจะเว้นวรรคนิด ดวงหน้าหวานผินกลับมามองสบกับดวงตาคู่คมของเจ้าของมือหนาที่กระชับแน่น ริมฝีปากบางระบายยิ้มอ่อน พลางเอ่ยบอกประโยคที่พาให้หัวใจคนฟังเต้นแรงขึ้น

“แต่อิสระของผมจากนี้…คือคุณนักรบครับ”

“หึๆ เอาเถอะ อาเคารพการตัดสินใจของเราเสมอ” ภาพคนสองคนที่มองสบสายตากันตรงหน้า ทำเอาคนฟังถึงกับหัวเราะต่ำในลำคอ เพราะคำตอบที่ได้รับจากเด็กน้อยนั้น ไม่ต่างไปจากสิ่งที่เจียเหิงคิดเอาไว้สักเท่าไหร่

เป็นหัวใจของกันและกันไปแล้วนี่ จะให้จับแยกก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ

“เฮ้อ, หมดธุระของฉันแล้วก็คงถึงเวลากลับเสียที” มือหนาล้วงเข้าไปในเสื้อสูท หยิบเอากระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางลงบนโต๊ะกระจกใส พลางเลื่อนมันไปตรงหน้าจิณณ์ ดวงตาคู่คมที่ยังคงทรงอำนาจของอดีตมาเฟียใหญ่มองสบกับนัยน์ตาเรียวแดงก่ำที่วูบไหว

“นี่…มัน”

ภาพครอบครัวของเขา

“ของขวัญจากอา”

ภาพครอบครัวฐานนันท์ญา

ภาพความสุขสุดท้ายที่เจียเหิงเก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดีมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้เวลาส่งคืนให้กับเจ้าของเสียที

“ขะ…ขอบคุณครับ”

มือเรียวที่สั่นระรัวยื่นไปหยิบภาพตรงหน้ามาถือไว้ ก่อนหยดน้ำตาจะร่วงผ่านสองแก้มขาวอย่างแผ่วเบา เจียเหิงมองร่างบางด้วยประกายความเอ็นดู ฝ่ามือใหญ่อันอบอุ่นลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง มือหนาพลางจัดชุดสูทให้เข้าที่ จนฮังหลงต้องลุกตาม เป็นสัญญาณให้เจ้าของบ้านได้ช่วยประคองจิณณ์ขึ้นเพื่อทำความเคารพ

“หยางหมิง” เจ้าของชื่อเอียงคอมองนิด ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังต้องระบายยิ้มกว้างทั้งน้ำตากับความอบอุ่นที่ถูกส่งมาให้ผ่านดวงตาคมกริบคู่นั้น

“จำเอาไว้นะ…เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”

“ขอบคุณครับ…คุณอาเจียเหิง”

“ฉันจะไปรอในรถ มีอะไรอยากบอกก็บอกซะ” เจียเหิงเอ่ยบอกกับลูกชายของคนสนิทที่ยังคงยืนรออยู่ด้านหลังเสียงเรียบ ก่อนจะหมุนตัว ก้าวออกจากห้องรับแขก

ไล่แผ่นหลังสง่างามและทรงอำนาจของเจียเหิง มาร์คก็หันมาสบตากับนัยน์ตาเรียวของคนที่เขาเฝ้าตามดูแลและปกป้องคุ้มครองมาตลอดหลายปี ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มบาง ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยบอกอย่างรู้สึกหายห่วง ยามเมื่อมองท่อนแขนแกร่งที่ปลอดภัยและมั่นคงกำลังโอบกอดคุณหนูจิณณ์เอาไว้แน่น

“ตอนนี้คงหมดหน้าที่ของผมแล้ว ขอให้คุณจิณณ์โชคดีนะครับ”

จากนี้ต่อไป มีคนที่พร้อมจะดูแลและปกป้องคุณจิณณ์ยิ่งกว่าชีวิตของตัวเองแทนเขาแล้ว

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับคุณมาร์ค” แม้จะไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าตัวเองได้รับการปกป้องมาโดยตลอด แต่จิณณ์ก็นึกขอบคุณคนตรงหน้า ที่ยอมเจ็บตัวและเสี่ยงอันตรายมากมายเพียงเพื่อช่วยเขาเอาไว้

“ผมยินดีเสมอ เพื่อคุณครับ”




---


เป็นทั้งชีวิตและอิสระของกันและกันมันดูลึกซึ้งกินใจดีเนอะๆ

ว่าแต่พี่มาร์คคะ หล่อเหลือเกินมีคู่กับเขาบ้างดีไหมคะ 55555

ใกล้จบแบบนี้สถานีต่อไปใครดีคับโผ้ม เฮียใหญ่สุดหล่ออย่างฮังหลงหรือน้องเล็กแสนซนอย่างเจ้าควันดี ~ แอบกระซิบว่ามีแพลนให้ทั้งคู่แล้วเด้อ


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว