ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่1 ผีพนัน(รีไรท์)

ชื่อตอน : ตอนที่1 ผีพนัน(รีไรท์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2560 07:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1 ผีพนัน(รีไรท์)
แบบอักษร

บ้านทวีจีรไพศาล 18:00น

ภายในห้องรับแขกของบ้านทวีจิรไพศาล  ตระกูลดัง เจ้าของธุรกิจห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ทั้งในไทยและต่างประเทศ  โดยมีลูกชายหัวแก้วหัวแหวน   อลาโน่ เซน เป็นผู้บริหารจนเจริญรุ่งเรื่อง สร้างความภาคภูมิใจให้กับบิดามารดาเป็นอย่างมาก และเขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง เว้นเสียแต่เรื่องผู้หญิง ที่เขาค่อนข้างมีปัญหาใหญ่ จึงถือเป็นโอกาสเหมาะเจาะในการรับประทานอาหารร่วมกันของคนในครอบครัวที่จะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด เพื่อความสบายใจของคุณลักคณา   แม่ของเซน อีกนัยนึง อยากให้ลูกชายคนเดียว ลืมความเจ็บปวดอันแสนเลวร้ายในอดีตลงบ้าง

" เซน นี่มันก็ผ่านมานานสามสี่ปีแล้ว เมื่อไหร่ลูกจะลืมนิชา "  คุณลักคณาเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน

"คุณแม่ครับ  ปล่อยผมและให้อิสระผมเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ได้หรือเปล่าครับ"  น้ำเสียงเข้มร้องขอ

"แม่ไม่ได้ห้าเรื่องลูกควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แต่แม่ห่วงเรื่องเดียว อย่าให้ผู้หญิงที่ไม่เห็นค่าความรักของลูก มาทำลายตัวตนของลูกได้ไหม และอีกอย่าง  แม่กลัวเรื่องความผิดพลาด เกิดไปพลาดท่าเสียทีผู้หญิงที่คิดจะจับลูก แม่รับไม่ได้"

"คุณแม่ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกนั้นหรอกครับ ผมป้องกันไว้อย่างดีเยี่ยม  และนี่คุณพ่อไปไหนครับผมไม่เห็นเลย"

"ไปตีกอร์ฟตั้งแต่เช้ายังไม่กลับเข้ามาเลย แล้วเซนจะไปไหนต่อ"

"ผมจะกลับเข้าไปที่ทำงาน ผู้จัดการฝ่ายการเงินของเราทุจริต ผมคงต้องไปจัดการด้วยตัวเอง งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เอ่อ!!ฝาก บอกแม่บ้านด้วยนะครับ ยาสีฟันที่บีบใส่แปรง อย่าให้เกินขนแปรงมันดูไม่เรียบร้อยครับ "

"จ๊ะ เดี๋ยวแม่กับชับกับแม่บ้านให้ เซนไปทำงานเถอะ "

เซนสั่งให้คนขับรถออกจากบ้านทันที ตรงไปที่ห้างสรรพสินค้าของเขา  ไม่นานก็ถึง  ชายร่างสูงรีบเดินเข้าลิฟต์ นิ้วมือเรียวยาวกดไปชั้นบนสุด ด้วยอารมณ์ขุ่นข้องหมอกใจ จนกลายเป็นโมโหและเกรี้ยวกราด  จนทำให้เขาก้าวเดินไปถึงห้องทำงานใช้ระยะเวลาไม่กี่นาทีก็ถึง สิ่งที่ทำให้เซนมาถึงที่ทำงานในเวลานี้ เพราะเขาต้องเอาผิดกับผู้จัดการให้ได้  และจะไม่มีการให้อภัยกับคนที่โกงกินและไม่ซื่อสัตย์แน่นอน

ห้องทำงานผู้บริหาญ อลาโน่ เซน

เซนนั่งอยู่บนเกี้าอี้นวมสีดำตัวใหญ่ รอผู้จัดการฝ่ายการเงินเข้ามาพบ เพื่อสอบถามและอยากรู้ว่าอะไรคือสาเหตุของการยักยอกเงินจำนวนมากมายขนาดนี้  เขาต้องการเอาความผิดให้ถึงที่สุด จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างกับคนอื่น คนตัวโตลุกขึ้นยืนยืดเต็มความสูงเดินวนเวียนอยู่ภายในห้อง  สองแขนแกร่งประสานกอดอก ใบหน้าเคร่งขรึมบ่งบอกว่าเขายอมไม่ได้    ไม่นานนักผู้จัดการฝ่ายการเงินก็เดินเข้ามาพบ ผู้จัดการหลุบตาลงต่ำก้มศรีษะ กลัวกับการกระทำของตัวเองที่ได้ก่อไว้พร้อมกับเอ่ยปากข้อร้องไปก่อน

"เอ่อ  คุณ อลาโน่ เซน ผมผิดไปแล้วครับ อย่าจับผมเข้าคุกเลยนะครับ  ผมมีความจำเป็นจริงๆ ผมจะทยอยใช้คืนให้ครบ และผมจะไม่ทำผิดอีกเป็นครั้งที่สอง ให้โอกาสผมเถอะนะครับ"  ใบหน้าถอดสี น้ำเสียงร้อนรน

" คุณกร คุณยักยอกเงินผมไปตั้งสี่ล้าน แล้วยังมาขอให้ผมไม่จับคุณเข้าคุก มันไม่ง่ายไป

หน่อยเหรอครับ คุณเอาสมองส่วนไหนคิดไม่ทราบ แค่ผมให้คุณยืนพูดอยู่ตรงนี้ก็ผิดแล้ว ผมต้องดำเนินคดีกับคุณ จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างกับคนอื่น"   น้ำเสียงห้าวทรงอำนาจน่าเกรงขาม

"ผมขอร้อง จะให้ผมไหว้คุณก็ได้ ผมมีน้องสาวที่ต้องดูแล เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง

ผมจะทยอยใช้หนี้คุณให้หมด "   น้ำเสียงอ่อยสั่นอ้อนวอน

"คุณกร ผมอยากรู้ว่าคุณเอาเงินไปทำอะไรตั้งสี่ล้าน"

"คือ เอ่อ!!!ผมติดการพนัน ถ้าผมไม่เอาเงินไปให้มัน มันต้องมาทำร้ายผม และมาเอาตัวน้องสาวผมไปแน่เลย ผมไม่อยากให้น้องผมไปอยู่กับไอ้แก่ตัณหากลับ "

"แล้วทำไมผมต้องเชื่อคุณ ทำตามที่คุณบอก มันไม่เกี่ยวกับผม นั่นมันเป็นปัญหาของคุณ ผมมีแต่เสีย ไม่มีส่วนได้อะไรกับคุณเลย คุณกร "

" ประทานโทษนะครับคุณเซน อย่าหาว่าผมละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของคุณเลย เท่าที่ผมทราบมาบ้าง  ปัญหาเรื่องคนรักของคุณ มันทำให้คุณเป็นโรคซึมเศ้ราในบางครั้ง  ผมจะให้น้องสาวผมมาช่วยคุณเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านความรักของคนที่อกหักและซึมเศร้า จากประสบการณ์โดยตรงของเธอ แค่คุณให้เวลาผมในการทยอยใช้หนี้ "

" คงไม่ เงินตั้งสี่ล้านกับที่ปรึกษาอะไรก็ไม่รู้ ผมไม่เห็นได้อะไร ผมเป็นนักลงทุน ผมอยากได้คู่นอนมากกว่า ถ้าเงินผมสูญหายไปมากมายขนาดนั้น"

"งั้นผมยกน้องสาวผมให้กับคุณเซน  ยังดีกว่ายกให้ไอ้แก่นั้น ผมคิดว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่ถ้าได้รู้จักกับน้องสาวผม  "

"ผมคิดว่ากับเงินสี่ล้าน มันมากไป ผมจะให้คุณใช้หนี้ให้ผมสองล้านให้ทยอยใช้ ส่วนอีกสองล้านคือ ค่าตัวน้องสาวคุณกับระยะเวลาหนึ่งปี  ดูซิว่าน้องสาวคุณสมราคาคุยหรือเปล่า ผมไม่ได้พูดปากเปล่า ทุกอย่างต้องมีสัญญายืนยัน ผมจะให้เลขาของผมร่างสัญญา แล้วเอาไปให้น้องสาวคุณเซนต์รับรู้ด้วย ผมไม่ชอบความไม่ถูกต้อง  หวังว่าคุณคงเข้าใจ ออกไปได้ และอย่ากลับมาทำงานที่นี่อีก "

การประณีประนอมขอร้องเรื่องเงินยักยอกถึงสี่ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย  กร รีบกลับบ้านทันที โดยนำสัญญาที่เลขาส่วนตัวเซนนำมาให้เอากลับไปด้วย  เพื่อยืนยันถึงตัวบุคคลที่สาม  ให้รับรู้ และต้องทำตามสัญญา

บ้านชมจันทร์ 21:00น

ห้องนอนขนาดกำลังพอดี ฝาผนังฉาบปูนทาสีเขียวออ่น พื้นเป็นพื้นไม้ขัดมัน เหมาะกับคนตัวเล็กอย่างชมจันทร์  เธอกำลังนอนอ่านตำหรับตำราอย่างเคร่งขรึมอยู่บนเตียงไม้ที่พึ่งซื้อมาใหม่ กับเงินที่เก็บหอมลอมริบมาสามสี่เดือน  ริมฝีปากเล็กยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ กับเรื่องราวที่ตัวเองอ่านอยู่ นอนปากคาบอมยิ้ม ใส่แว่นหนาเตอะ ผมเพร้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเรียวขาวโพนไปด้วยแป้งเด็ก เหมือนจูออน เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เหมือนกับว่าบรรยากาศอยู่ที่เกาหลี เพราะอากาศหนาวเย็น เรียวขายกพิงข้างฝาผนังห้องอย่างสบายใจ เสียบหูฟังเพลงดังลั่น ไม่รู้จะดังไปไหน ทั้งที่ฟังอยู่คนเดียว เสียงเปิดประตูของพี่ชายเธอ  ไม่มีผลกระทบใดๆ   ที่ทำให้ชมจันทร์ หันหน้าไปทางพี่ชายของเธอได้ กรมองน้องสาวต่างวัยหลายปี  เพราะเป็นลูกหลงอย่างออ่นใจ  เขาจะไหวกับน้องสาวเขาหรือเปล่า ที่ให้ไปเป็นคู่นอนของเซน เห็นสภาพทำให้ไม่มั่นใจ  สมแล้วที่ไม่เรียนไม่ต่อ เก่งอย่างเดียว เรื่องเก็บเงิน แต่ปัญหาของกรที่สร้างไว้ก็หนักหนาสาหัส    มันขึ้นอยู่กับความเป็นความตายของเขา " เอาว่ะ จะให้กราบน้องก็ยอม " กรเดินเรียบๆเคียงๆตรงไปที่น้องสาว   เอื้อมมือดึงหูฟังออกทำลายอารมณ์สุนทรีย์ ชมจันทร์รู้สึกถึงเสียงเพลงที่ขาดหาย เธอจึงหันหน้าไปทางเขาคนนั้น  ชมจันทร์กระเด้งลุกขึ้นนั่ง  ปากว่าให้พี่ชายตัวดี

"อะไร พี่กร ทำลายความสุขของคนที่กำลังเพลิดเพลินมันบาปนะ " ชมจันทร์ พูดตำหนิกร ที่ทำลายห้วงเวลาแห่งความสุข

"และนั่นอ่านอะไร เห็นตั้งใจอ่าน หนังสือการ์ตูนเนี้ยะ มันมีสาระอะไร อ่านหยั่งกับหนังสือสอบ"

" พี่ไม่รู้อะไร หนังสือการ์ตูนบางเรื่อง หรือพวกนิยายมันสอดแทรกความรู้ไว้ ที่ฉันมีเงินเก็บเนี้ยะ ประสบการณ์รักใคร่ แก้ปัญหาแล้วได้ตังค์ เพราะหนังสือพวกนี้แหละ ไม่ใช่เพราะฉันเหรอ ค่าอะไรจิปาถะในบ้าน ฉันจ่าย พี่ไม่เคยช่วยฉันสักบาท ไหนจะเงินที่พี่ยืมฉันไป พี่ก็ไม่เคยใช้คืน  ก็เพราะฉัน พี่ควรจะภูมิใจนะที่มีน้องสาวอย่างฉัน  และดูสภาพฉัน ประหยัดแค่ไหน ไม่ซื้ออะไรเพิ่ม

มาปีกว่าแล้ว ถึงได้เป็นจูออน อยู่นี่ไงคิดซิ ๆ "

"แล้วคนพวกนั้นที่แกแก้ปัญหาให้ เขาเต็มใจให้เงินแกหรือว่าหลอกเขามาถามหน่อย ดีนะที่แกมีหน้าตาเป็นอาวุธ ถึงจะเป็นจูออนตอนอยู่บ้านก็เถอะ  "

" พี่กร ฉันแค่พูดโน้มน้าวจิตใจ ให้กำลังใจพวกเขา เป็นเพื่อนคุยแก้เหงา ทำให้พวกเขาเหล่านั้นกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง คนเหล่านั้นต่างก็ให้ตังค์ฉันเป็นค่าเสียเวลาตอบแทน ฉันไม่ได้ไปบังคับขู่เข็นหลอกมานะ ไอ้พี่บ้า"

"เออๆ เข้าเรื่องดีกว่า  คืองี้นะ ฉันไปทำเรื่องเลวร้ายไว้ ไม่งั้นฉันติดคุกแน่ อยากให้แกช่วย   ฉันยักยอกเงินที่ทำงานไปสี่ล้าน ผู้บริหารจับได้ ฉันขอร้องเขา  ทยอยใช้หนี้สองล้าน อีกสองล้าน แกไปเป็นที่ปรึกษาทำให้เขาหายซึมเศร้า คุณเซนเขาจะซึมเศร้าเป็นบางครั้ง เอ่อ และเป็นคู่ควงหลอกแม่เขาหน่อย  นะ ๆ สรุปฉันยกแกให้เขาหนึ่งปี ดีกว่าไปอยู่กับไอ้แก่ตัณหากลับ ยังไงคุณเซนก็หนุ่มกว่า ดูดีกว่า นี่ฉันหวังดีกับแกนะเนี้ยะ ฉันไหว้ ล่ะนะ "   กรพูดโน้มน้าวจิตใจ ทั้งที่รู้ว่าน้องสาวต้องไปเป็นคู่นอน ไม่ใช่คู่ควง แต่เพื่อความอยู่รอดบวกกับความเห็นแก่ตัว  ต่อให้ต้องโกหกหลอกลวงเขาก็ทำ

"อะไรนะ !!!!พี่ไม่ปรึกษาฉันก่อน พี่ขายฉันให้ ไอ้คุณเซนอะไรนั่น พี่เป็นพี่ชายฉันหรือเปล่า และการพนัน ฉันเคยเตือนพี่แล้ว ว่าโลกนี่มันไม่ได้มีแค่ผีจูออน มันยังมีผีพนันแฝงอยู่  ไม่อ่ะ พี่แก้ปัญหาของพี่เองเหอะ ลำพังจูออนอย่างฉันคงช่วยผีพนันอย่างพี่อะไรไม่ได้หรอก"

เมื่อการพูดคุยเจรจาขอร้องกับน้องสาวไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ กรเลยต้องใช้มารยาและบังคับอย่างจริงจัง กรนั่งลงคุกเข่าต่อหน้าน้องสาว  ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

"ฉันไหว้แกล่ะ ฉันไม่อยากไปอยู่ในคุก ไอ้แก่นั่นมันมีอิทธิพลมาก ไม่อยากให้แกไปอยู่กับมันเพราะความผิดพลาดของฉัน คุณเซนเขาแค่ต้องการคนเพื่อช่วยให้เขาหายซึมเศร้า  เขาเป็นโรคนอนไม่หลับ  คู่ควงก็แค่ทำให้แม่เขาสบายใจ ฉันรับรอง คุณเซน ไม่กินเด็กแน่นอน และยิ่งเหมือนจูออนแบบนี้ แกปลอดภัยชัวร์ "

ใจนึงของหญิงสาวนั้นกลัว แต่พอเห็นพี่ชายที่นั่งคุกเข่าขอโทษ โหมดความสงสารมันทำงานยังไงก็พี่น้องกัน หวังว่าสักวันพี่ชายจะกลับเนื้อกลับตัว หันหลังให้กับการพนันได้สักวัน

" ก็ได้ ฉันยอม ไม่ใช่ เพราะฉันเห็นใจพี่นะ ฉันแค่สงสาร ถ้าติดคุกต้องลำบากเดินทางไปเยี่ยมเสียเงินเสียทอง ซื้อข้าวให้พี่อีก มันสิ้นเปลืองเกินไป ถึงเวลาพี่บอกฉันแล้วกัน "

การพูดคุยเซนต์สัญญารับรู้ถึงตัวบุคคลที่สามเป็นอันเสร็จสิ้น   โดยพี่ชายของเธอเป็นคนจัดการทุกอย่าง  หลังจากนี้ คือการพบปะเจอหน้ากัน เพื่อพูดคุยถึงข้อตกลง และเห็นหน้าค่าตาว่าเป็นยังไง จึงมีการนัดหมายต่อมา

ความคิดเห็น