กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่6 น้ำตาไม่ช่วยอะไร รีไรท์

ชื่อตอน : ตอนที่6 น้ำตาไม่ช่วยอะไร รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2559 18:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่6 น้ำตาไม่ช่วยอะไร รีไรท์
แบบอักษร

น้ำตาไม่ช่วยอะไร

 

 

ครืด....ครืด....

มือถือบนโต๊ะสั่นเป็นรอบที่สามเอมอรปรายตามองหน้าจอชื่อของคนที่โทรเข้ามาทำเอาหญิงสาวลำบากใจจึงทำได้แค่รอให้อีกฝ่ายเป็นคนตัดสายไปเอง

               " ไม่รับล่ะเอมโทรมาหลายรอบแล้วไม่ใช่เหรอ" หนูดีที่นั่งทานข้าวเที่ยงอยู่ด้วยกันพูดด้วยความปรารถนาดี

              "เดี๋ยวเขาก็เลิกโทรไปเองล่ะค่ะ" เอมอรตักข้าวเข้าปากเงียบๆ

              "ใคร่อ่ะ...ใช่แฟนรึเปล่าจ๊ะ" หนูดีแซว

              "ไม่ใช่ค่ะ..." หญิงสาวปฏิเสธ

ครืด....ครืด....

มือถือเอมอรดังขึ้นอีกครั้งหญิงสาวลังเลว่าควรจะรับสายเขาหรือไม่

               "รับเถอะ" หนูดีแนะนำ เอรอรมองหนูดีด้วยความไม่แน่ใจแต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะแก้ปัญหา

               "ค่ะ..." หญิงสาวรับสายเสียงเรียบ

               'ยุ่งอยู่เหรอไม่รับสายพี่เลย'

               "ก็นิดหน่อยค่ะ"

               'พอมีเวลามั้ยพี่อยากคุยด้วย'

               "ค่ะ"

               'งั้น...ออกไปเดินเล่นกันนะ'

               "ค่ะ" เอมอรวางสาย    " เอมขอตัวนะคะพี่หนูดี" เอมอรคว้ามือถือแล้วรีบลุกออกไปทันที

 

หาดส่วนตัวของโรงแรม...

               "รอพี่นานรึเปล่าโทษทีนะ" ทศภาครีบเดินเข้ามาหาเมื่อพบว่าเอมอรมายืนรออยู่ก่อนแล้ว

               "เอมอยู่แถวๆนี้น่ะค่ะเลยมาเร็ว"

               "งั้นเหรอ....พี่ว่าเราไปเดินเล่นกันดีกว่าแดดแรงไปมั้ยเอมไหวรึเปล่า"

               "ไม่หรอกค่ะเอมเดินได้"

               ทั้งสองคนออกเดินไปเรื่อยๆโดยที่ยังไม่มีใครยอมเอ่ยประโยคแรกออกมา เอมอรก็ไม่รู้จะเริ่มพูดกับทศภาคแบบไหน เธอไม่ต้องการให้คำพูดของเธอเป็นปัญหาต่อความรักของทศภาคและภาริตา

                "เอมรู้แล้วใช่มั้ยว่าพี่คบกับคุณริตาอยู่" ทศภาคตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด

                "ค่ะ"

                "พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกเอมตั้งแต่แรก"

                "ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะพี่ทศไม่ได้ผิดอะไร"

                "ถ้าอย่างนั้น...ริตาเค้าทำอะไรเอมรึเปล่า"

                "ไม่มีอะไรแบบที่พี่ทศคิดหรอกค่ะ คุณริตาไม่ใช่คนใจร้ายซะหน่อย"

               "ริตาเป็นแบบไหน เอมเองเป็นแบบไหนทำไมพี่จะไม่รู้" ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ   "เอมไม่มากินข้าวกับพี่ ไม่ยอมรับโทรศัพท์มันเป็นเรื่องบังเอิญงั้นเหรอ"

               "...."

               "พี่ขอโทษนะที่เอมต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องหึงหวงไร้สาระของริตาเขา"

              " พี่ทศอย่าตำหนิคุณริตาแบบนั้นเลยนะคะ เอมเข้าใจเธอ"

              "แต่พี่ไม่เข้าใจ..." ชายหนุ่มเงียบไปเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เลือกที่จะเก็บเงียบเอาไว้

              "เล่าให้เอมฟังได้นะคะ" เอมอรยิ้มบางๆสายตาเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ

               "ตั้งแต่เราคบกันพี่ไม่เหลือใครเลยสักคน ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ ไม่มีพี่น้อง ริตาต้องการเป็นทุกอย่างในชีวิตพี่แทนที่ทุกคนที่พี่สูญเสียไป" ทศภาคระบายทุกอย่างที่อัดอั้นออกมา

               ทศภาครู้จักกับภาริตาตั้งแต่สมัยเรียนและคบหากัน เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่มีแค่ตัวกับความเฉลียวฉลาด จบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งและสอบชิงทุนไปเรียนต่ออเมริกาได้ แต่เขาก็เลือกมาเป็นเลขาของภาริตา หญิงสาวบังคับและตีกรอบเขาจนเขาเองไม่มีเพื่อนร่วมงานที่สนิทสนม เอมอรคือเพื่อนร่วมงานคนแรกที่ชายหนุ่มสามารถพูดคุยด้วยได้อย่างสบายใจ จนกระทั่งเมื่อสองวันก่อนที่ริตาออกปากห้ามไม่ให้เขามาสอนงานเอมอรอีก

              " เพราะความรักไงคะ...พี่ทศก็รักคุณริตาแม้ว่าเธอจะตีกรอบพี่ทุกอย่างแต่พี่ก็ยังรัก..."

              "ตอนนี้พี่เองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะ" ชายหนุ่มกล่าวอย่างท้อแท้เมื่อเราโตขึ้นสิ่งหนึ่งที่จะต้องยอมรับความจริงก็คือความรักเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยอะไร แม้ระยะเวลาที่ทั้งสองคบหากันมันจะยาวนานแต่นับวันความเข้าใจที่ต่างฝ่ายต่างคาดหวังว่าจะมีให้กันมากขึ้นมันกลับลดลงคำว่ารักจึงไม่สามารถนำพาทุกสิ่งให้ผ่านพ้นไปได้โดยง่าย

              "คะ!" เอมอรตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

              "มันอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆจนพี่หายใจไม่ออก"

              "พี่ทศไม่รักคุณริตาแล้วเหรอคะ..." เอมอรถามเสียงแผ่วรู้สึกสงสารเจ้านายตัวเองขึ้นมาทันที

              "พี่..." ทศภาคทบทวนความรู้สึกตัวเอง

              "มาทำอะไรกัน!!!" ภาริตาแผดเสียงดังลั่นเมื่อสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือคนที่เธอรักเดินเคียงคู่กับคนที่เธอเกลียด

               "คุณริตาคะคือว่า....."เอมอรรีบอธิบายเพราะเกรงว่าทุกอย่างจะแย่ลงไปกว่าเดิม

              "เงียบไปเลยเธอน่ะ!" ภาริตาหันมาดุ      "ว่าไงคะทศ" ภาริตาหันไปมองคนรักพยายามนับหนึ่งถึงสิบเพื่อดับไฟโทสะที่ลุกโชนอยู่ในอก จะให้เธอนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไรเมื่อคนที่เธอห้ามไม่ให้เจอกันแต่กลับมาอยู่ด้วยกันแบบนี้

               "ริตา....คุณใจเย็นก่อนนะมันไม่มีอะไรเลย" ทศภาคพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์ที่ตึงเครียด

               "ริตาก็กำลังทำอยู่ตอบมาค่ะก่อนที่ริตาจะหมดความอดทน"

               "ไปคุยกันที่อื่นดีกว่านะตรงนี้มันไม่เหมาะเดี๋ยวจะรบกวนลูกค้า" ทศภาคเดินเข้าไปจูงมือริตาให้เดินตามตนไป   หญิงสาวสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของคนรักเธอมองเขาด้วยความผิดหวัง

               "ริตาไม่สน! ตอบมาเดี๋ยวนี้ทศ"

               "ริตา..." ทศภาคถอนหายใจแรงๆรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความเอาแต่ใจของแฟนสาวเต็มทน

               "ผมมีเรื่องต้องคุยกับเอมเค้านิดหน่อย"

               "เรื่องอะไรคะ"

               "จะให้ผมพูดงั้นเหรอว่าเรื่องอะไรคุณน่าจะรู้ดีว่าพูดอะไรกับเอมไว้บ้าง"

               "มันก็เป็นสิ่งที่ริตาควรพูดไม่ใช่เหรอคะ คุณสนิทกับเด็กนี่มากเกินไปริตาไม่ชอบ"

              "ผมก็ไม่ชอบที่คุณเอาแต่บังคับคนอื่น"

              "ริตาไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ!" ภาริตาจ้องทศภาคนิ่งแววตาตัดพ้อผิดหวัง

              "ใช่...คุณมีแต่..." ทศภาคยังไม่ทันจะพูดจบประโยคทุกอย่างก็แย่ลงกว่าเดิมเมื่อมีภูวริศเข้ามา

              "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันพี่ริตามาทะเลาะกันทำไมตรงนี้ฮะ" ภูวริศตำหนิเมื่อเห็นพี่สาวตัวเองมีปากเสียงกับคนรัก

          ภูวริศกำลังเดินตรวจดูความเรียบร้อยภายในโรงแรม เขาก็ดันไปได้ยินพนักงานซุบซิบกันว่าเกิดเรื่องที่ชายหาดภูวริศจึงเดินมาดูให้เห็นกับตา   แล้วก็เห็นพี่สาวตัวเองยืนเถียงกับคนรักโดยไม่สนสายตาคนรอบข้าง 

                "มันเรื่องของฉัน!" ภาริตาตวาดน้องชาย

               "ให้มันได้อย่างนี้สิ!...หลงผู้ชายจนไม่ลืมหูลืมตาแล้วสินะ จำได้รึเปล่าว่าตัวเองเป็นใครแล้วที่นี่มันที่ไหนถ้าอยากทะเลาะกันก็เชิญที่อื่นที่นี่มันโรงแรมผม!" ภูวริศตวาดเสียงดัง

               ดูเหมือนอารมณ์ร้อนๆของภูวริศจะทำให้ทุกคนมีสติมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะภาริตา เธอกวาดตามองสายตาของคนที่มองมายังเธอเป็นจุดเดียวและคำตอบที่ได้ตอนนี้คือ....

เธอเป็นเจ้านายที่ไม่ได้เรื่อง....

 

             "เธอก็ด้วยแม่ตัวดี...ตามฉันมาเดี๋ยวนี้" ภูวริศสั่งเอมอรเสียงเฉียบ   หญิงสาวออกเดินตามเจ้านายทันที แม้ว่าตลอดทางที่เดินมาด้วยกันชายหนุ่มจะนิ่งเงียบและไม่แสดงอารมณ์หงุดหงิดใจให้เห็น แต่เอมอรก็รู้ดีว่าเรื่องวันนี้มันไม่จบลงง่ายๆ

             ภูวริศผลักประตูห้องทำงานเต็มแรงเมื่อเอมอรเดินตามเข้ามาแล้วชายหนุ่มก็หันไปเล่นงานผู้ช่วยคนเก่งทันที                   "เธอกำลังทำให้ฉันสติแตก...รู้ตัวรึเปล่า คุณแม่ให้เธอมาช่วยงานฉันไม่ใช่ให้เธอมาสร้างปัญหาแล้วก็เที่ยวไล่ล่าผู้ชายของคนอื่นแบบนี้"

             "ดิฉันเปล่า..."

             " หยุด! ไม่ต้องพูดเธอมีหน้าที่ฟังฉันอย่างเดียว"

              "แต่ดิฉันอยากชี้แจงความจริง"

              "ฉันไม่สนความจริงอะไรทั้งนั้น เพราะเรื่องที่ยิ่งกว่าความจริงตอนนี้ก็คือเธอ...กำลังแย่งผู้ชายของพี่สาวฉัน!"

              "ดิฉันเปล่า"

              "อย่ามาเถียง!...ถ้ามันไม่มีอะไรพี่ริตาคงไม่วีนแตกแบบนั่นหรอก จิตใจเธอมันทำด้วยอะไรเอมอรมันมืดบอดเพราะเต็มไปด้วยความริษารึไง ชอบนักใช่มั้ยไอ้การลักกินขโมยกินแย่งชิงของคนอื่นมาเป็นของตัวเองน่ะฮะ!" ภูวริศดูแคลน

เพี๊ยะ!...

เอมอรฟาดฝ่ามือลงไปที่แก้มสากของภูวริศเต็มแรงมือไม้สั่นด้วยความโมโห 

              "เลิกยัดเยียดข้อกล่าวหาให้ดิฉันซะที!..." เอมอรประกาศกร้าวเธอจ้องมองภูวริศอย่างไม่เกรง น้ำคลอเอ่อล้นเบ้าตา

             "กล้าตบฉันเหรออยากตายใช่มั้ยครั้งนั้นมีคุณแม่มาช่วยชีวิตเธอไว้แต่คราวนี้เธอไม่รอดมือฉันแน่!!!.." ภูวริศกระชากเอมอรเข้ามาหาตัว

              "อย่าคิดนะว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆไม่มีใครตบหน้าฉันนอกจากเธอ!"

             "ปล่อยดิฉันนะ..." เอมอรขัดขืน

             "ไม่!"

             "คุณมันคนเลว...."

             "ฉันเลว...แล้วเธอล่ะอะไร  ร่าน!!ละมั้งถึงจะเหมาะ"

             "คุณ!!!.." เอมอรทุบหน้าอกเขาเต็มแรง 

             "หยุดเดี๋ยวนี้เอมอร"

             "ไม่!...ฉันเกลียดคุณ...คนใจร้ายเกลียด...เกลียด..'เอมอรระบายความรู้สึกในใจออกมาหญิงสาวยังคงทุบกำปั้นแรงๆบนอกของชายหนุ่ม

            "หยุดเอมอร...เป็นบ้ารึไง...หยุด!!!" ภูวริศห้ามพร้อมกับรวมมือทั้งสองข้างเอาไว้แต่เอมอรก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์   

            ชายหนุ่มรวบมือทั้งสองของเอมอรไปไว้ข้างหลังมือใหญ่อีกข้างก็กดท้ายทอยหญิงสาวไว้แน่น สองสายตาสอดประสานกันเพียงครู่ก่อนที่คนตัวใหญ่จะเบนสายตามาจับจ้องริมฝีปากอิ่มที่ยังไม่มีโอกาศได้ลิ้มลอง

              "อยากโดนลงโทษนักใช่มั้ย..." ชายหนุ่มไม่รอให้หญิงสาวมีโอกาสได้ตั้งตัวริมฝีปากบางก็ฉกเข้ามาบดเบียดริมฝีปากอิ่มทันที

               "อื้อ......ปล่อยนะ!" เอมอรขัดขืน

               หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นพยายามขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่คนไม่ประสาอย่างเธอมีหรือจะสู้ได้

              ชายหนุ่มขบเม้มดูดดุนริมฝีปากอิ่มอย่างพึงใจ ลิ้นร้อนพยายามดุนดันเรียกร้องที่จะเข้าไปลิ้มรสจนเอมอรพ่ายแพ้อย่างสิ้นท่า   ภูวริศแทรกลิ้นร้ายเข้าไปเกี่ยวตวัดลิ้นที่ยังไม่ประสาของเอมอร ชายหนุ่มเก็บเกี่ยวและกวาดต้อนเอาความหวานทุกอยาดหยดมาไว้กับตัวอย่างพึงใจ กิริยาต่อต้านของหญิงสาวเพิ่มความท้าทายให้อยากเอาชนะขึ้นมาได้อย่างดี

               ชายหนุ่มยกตัวหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานแทรกตัวเข้ามาอยู่ในวงขาขาวของเธออย่างง่ายดายสองมือลูบไล้ไปทั่วตัวหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์ ริมฝีปากร้ายยังคงดูดกลืนคนตัวเล็กให้สิ้นแรงทัดทาน     มือหนาแทรกเข้ามาที่กลางหว่างขาขาวดึงรั้งกระโปรงบานสีหวานให้ถลกขึ้นไป สองนิ้วเกี่ยวรั้งปราการชั้นในให้ขยับออกเพื่อแทรกนิ้วร้ายเข้าไป อ้อยอิ่งอยู่ปากทางเข้าเพื่อเฝ้าสังเกตุความต้องการของผู้เป็นเจ้าของ

               "อื้อ....." เอมอรรู้สึกได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่แทรกเข้ามาในตัวเธอ

              "ฉันบอกแล้วว่าเธอน่ะร่าน..." ภูวริศกระซบเสียงแหบพร่าความปรารถนากำลังพุ่งถึงขีดสุด ชายหนุ่มขยับมือเข้าออกช้าสลับเร็ว  

               "อืม......คุณภู"

               "ฮื้ม......ต้องการฉันรึเปล่า...."

               "อื้อ....ฉัน..."

               "ตอบฉันมาสิ...ต้องการฉันรึเปล่า" ภูวริศขบเม้มติ่งหูเอมอรเบาๆ

 

              "มะ....ไม่" เอมอรตอบไม่เต็มเสียงนัก 

              "แต่ฉัน...ต้องการเธอ" ภูวริศจ้องหญิงสาวตรงหน้าเพื่อสื่อความหมาย

               ชายหนุ่มโน้มน้อมตัวลงไปบดจูบริมฝีปากอิ่มอีกครั้งสองมือค่อยบรรจงปลดกระดุมเสื้อของหญิงสาว

               "เชยชะมัด..." ภูวริศบ่นเบาๆเมื่อเห็นบราเรียบๆของผู้หญิงที่ไม่ปรุงแต่งอย่างเอมอร แต่ชายหนุ่มก็รู้สึกพึงใจเมื่อได้เห็นเนินอกอิ่มที่ครั้งหนึ่งเคยฝากรอยเอาไว้ ลิ่นร้อนลากไล้ไปทั่วสองมือบีบขยำหน้าอกที่เต็มไม้เต็มมือก่อนจะเอื้อมไปปลดตะขอ

 

               เอมอรรู้สึกร้อนรุ่มไปกับสัมผัสของภูวริศ หญิงสาวพยายามครองสติอันน้อยนิดเพื่อจะทัดทานชายหนุ่มหากเธอหลงใหลไปกับสัมผัสนี้คนที่จะเสียใจก็คือตัวเธอเอง

              "อย่า..." เอมอรรีบคว้าบราสีหวานที่ชายหนุ่มกำลังจะดึงให้พ้นอก

              "เธอห้ามฉันไม่ได้หรอก...." ภูวริศกระชากบราสีหวานให้หลุดจากแขนปลายลิ้นร้อนโลมเลียดุนดันยอดอกสีสวยอย่างพึงใจ อาการต่อต้านของเธอทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอยากเอาชนะ

              "อื้อ....." เอมอรครางเมื่อถูกสัมผัส แต่ก็พยายามที่จะดันภูวริศให้ออกห่างสติอันน้อยนิดกำลังจะหลุดลอยพ่ายแพ้ต่อสัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้   นิ้วร้ายสอดแทรกเข้ามาที่กลางหว่างขาขาวอีกครั้งพร้อมกับเพิ่มจังหวะหนักๆมากขึ้นเรื่อยๆ

               "อื้อ......อ้า..คะ...คุณภู...ดะ...ได้โปรด....หยุด...ยะ....หยุด" หญิงสาวพยายามขยับหนี ภูวริศคว้ามือบางที่พยายามผลักอกแกร่งของตนให้ออกห่างมาวางไว้ตรงแก่นกายของตนเอง

                "เธอรู้สึกมั้ย...ตรงนี้ของฉันมันคับแน่นไปหมดเพราะต้องการจะเข้าไปในตัวเธอ...รู้สึกรึเปล่าสาวน้อย" ภูวริศจ้องเข้าไปในดวงตาของเอมอรที่ยามนี้ดูตระหนกอยู่ไม่น้อย  พยายามถ่ายทอดอารมณ์ปรารถนาที่เปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาร้ายกาจของเขา   

                "อยากสัมผัสมันมั้ย..." ภูวริศจับมือเอมอรให้ได้สัมผัสตัวตนของตน   หญิงสาวหน้าแดงจัดพร้อมกับชักมือหนีทีนที

 

               ครืด....ครืด....ครืด....มือถือของภูวริศสั่นไหวชายหนุ่มปรายตามองชื่อคนที่โทรเข้ามา

              "ให้ตายสิ!" ภูวริศสบถเสียงดัง เอมอรรีบฉวยโอกาสลงจากโต๊ะทำงานคว้าบราสีหวานที่หล่นอยู่บนพื้น ภูวริศรีบคว้าข้อมือบางเอาไว้

              "จะไปไหน!"

              "ปล่อยดิฉันค่ะ" เอมอรพูดเสียงแผ่วพร้อมกับน้ำตาที่ใหลไม่หยุด

              "น้ำตาของเธอหยุดฉันไม่ได้หรอกนะ" ภูวริศรวบเอวบางพร้อมกับดึงเข้ามาหาตัวก่อนจะมอบจูบอันเร่าร้อนให้เอมอรอีกครั้ง

 

              ครืด.....ครืด.....ครืด....

 

              ภูวริศไม่สนใจเสียงมือถือที่สั่นไหวอยู่บนโต๊ะทำงานของตนเองยังคงปรนเปรอจูบที่เร่าร้อนอย่างไม่รู้อิ่ม  เอมอรโอนอ่อนรับสัมผัสจากภูวริศอย่างว่าง่ายยิ่งทำให้คนตัวใหญ่ลำพองใจยกตัวหญิงสาวขึ้นมาบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง 

 

               เอมอรปล่อยให้ภูวริศย่ามใจเธอค่อยๆควานหามือถือของชายหนุ่มมาไว้แนบตัวเฝ้ารอเวลาให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

              ครืด...ครืด.....ทันทีที่มือถือสั่นไหวเอมอรก็รีบคว้ามากดรับสายทันที

             "ค่ะ....คุณท่านรอสักครู่นะคะ" หญิงสาวส่งมือถือมาที่ภูวริศที่ยังตั้งตัวไม่ติด หญิงสาวรีบคว้าเสื้อผ้าวิ่งออกจากห้องภูวริศทันที

             

 

 

 

 

 

 

 

 

              

 

          NC      ตอนนี้ไรท์งานยุ่งมากกกก ไม่ค่อยจะมีเวลาเขียนนิยายเลย ช้านิดช้าหน่อยลงเล็กๆน้อยๆอย่าพึ่งเซ็งนะค๊า 

.....อย่าลืมเม้นต์กันเยอะๆนะคะไรท์ขอ....

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Handsom00006.gif

 

 

ความคิดเห็น